TAF Special #133 - Hanuman Guardian 2016

การฝึก Hanuman Guardian 2016 ระหว่างกองทัพบกไทยและกองทัพบกสหรัฐได้จัดขึ้นอีกครั้งในปีนี้ ซึ่งถือเป็นครึ่งที่ 4 แล้ว ในปีนี้กองทัพบกไทยส่งทหารเข้ารวมถึง 748 นาย และกองทัพบกสหรัฐส่งทหารจากกองทัพบกสหรัฐภาคพื้นแปซิฟิกเข้าร่วมจำนวน 429 นาย โดยพื้นที่การฝึกหลักจะเป็นค่ายอดิศร ซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์การทหารม้า ผู้รับผิดชอบหลักในการฝึกครั้งนี้ Hanuman Guardian 2016 เน้นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทางยุทธวิธีด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการค้นหาและกู้ภัย ด้านการแพทย์ทหาร ด้านสุนัขทหาร และงานยุทโยธา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฝึกเพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าช่วยเหลือประชาชนในเหตุการณ์ภัยพิบัติหรือการดูแลผู้อพยพตามกรอบของสหประชาชาติ

ไม่เพียงแต่ทหารเท่านั้น ในกองอำนวยการฝึกยังได้เชิญหน่วยงานพลเรือนและหน่วยงานในระดับนานาชาติไม่ว่าจะเป็นกาชาดสากล โครงการเพื่อการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ และ NGO หลายองค์กรเข้ามาร่วมในการฝึกอีกด้วย เนื่องจากในสถานการณ์ภัยพิบัติด้านมนุษยธรรมนั้นจำเป็นที่จะต้องอาศัยความร่วมมือจากทุก ๆ หน่วยงานไม่ใช่แต่เฉพาะทหารเท่านั้น การเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้ามาร่วมในการฝึกเพื่อสร้างความคุ้นเคยกันถือได้ว่าเป็นการเตรียมความพร้อมที่ดีในกรณีที่ทุกคนจะต้องเผชิญกับสถานการณ์จริง

การฝึกในแต่ละหัวข้อจะแบ่งเป็นสองส่วน โดยส่วนแรกมักจะเป็นการสัมนาในห้องเรียนที่ผู้เข้าร่วมการฝึกมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เทคนิค วิธีการ รวมถึงกรณีศึกษาที่ตนเองเคยประสบมา

พันโท Conway หนึ่งในสามทหารจากกองทัพบกแคนาดาเล่าให้เราฟังถึงการฝึกในครั้งนี้ว่า

"เราสมมุติสถานการณ์วิกฤตด้านมนุษยธรรมว่าประเทศสมมุติประเทศหนึ่งคือ Mojave ที่เป็นประเทศที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นมาใหม่ ยังไม่มีเสถียรภาพนัก แต่จะต้องจัดการกับปัญหาชนกลุ่มน้อยและกลุ่มเชื้อชาติต่าง ๆ ในประเทศ ประเทศ Mojave จึงร้องขอมายังรัฐบาลไทยและสหรัฐให้ส่งกองกำลังเข้ามาช่วยดูแลสถานการณ์"

การฝึกในตอนที่เราเข้าไปสังเกตุการณ์นั้นเป็นการฝึกช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรม โดยสมมุติว่ากองกำลังผสมไทย-สหรัฐเพิ่งมาถึงประเทศ Mojave และกำลังจะต้องวางกรอบการทำงานเพื่อปฏิบัติงานร่วมกันในการแก้ไขวิกฤตทางด้านมนุษยธรรม และเมื่อกองกำลังเริ่มปฏิบัติงานไปได้สักระยะ จะมีการจำลองสถานการณ์ว่าจะมีเหตุการณ์แผ่นดินไหวขึ้นบริเวณภาคเหนือของประเทศเพื่อทางกองกำลังจะต้องแก้ไขสถานการณ์ต่อไป

"การฝึกนี้ถือเป็นโอกาสที่ยอดเยี่ยมของกองทัพทั้งไทยและสหรัฐในการทำงานร่วมกันและฝ่าฟันอุปสรรคด้านภาษา ซึ่งยังเป็นโอกาสที่ดีมากสำหรับกองทัพแคนาดาของเราในการมาทำงานร่วมกับกองทัพบกไทย"

มีหลายปัจจัยที่ผู้จัดการฝึกใช้ในการออกแบบสถานการณ์การฝึกในครั้งนี้ โดยสถานการณ์สมมุติจะถูกออกแบบเพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกได้แก้ปัญหาวิกฤตด้านมนุษยธรรมและภัยพิบัติ เนื่องจากหน้าที่ของทหารในภารกิจเหล่านี้มีได้หลากหลาย เช่นการสัมนาเรื่องการใช้กฎการปะทะ หรือกฎระเบียบที่ต้องใช้ในการปฏิบัติภารกิจในลักษณะนี้ รวมถึงการทำงานร่วมกับองค์กรต่าง ๆ เช่น โครงการเพื่อการพัฒนาแห่งสหประชาชาติอีกด้วย

"เราเป็นกองทัพ ดังนั้นเรามีขีดความสามารถเฉพาะ เช่นเรามียานพาหนะขนาดใหญ่จำนวนมากซึ่งสามารถลำเลียงสิ่งของได้หรือเรามีโรงพยาบาลซึ่งช่วยรักษาผู้ป่วย เป็นต้น กองทัพบกไทยมีสายการบังคับบัญชาที่ดีมาก ดังจะเห็นได้จากบนโต๊ะในที่นี้ที่เรามีโทรศัพท์หรือวิทยุจำนวนมากเพื่อเราจะสามารถติดต่อสื่อสารและสั่งการได้"

นอกจากกองทัพบกไทยที่จะได้รับประสบการณ์ในจากหลากหลายภารกิจในหลากหลายประเทศของกองทัพสหรัฐและหน่วยงานที่เข้าร่วมการฝึกแล้ว พวกเขาก็ยังได้ประสบการณ์ที่หาได้ยากจากองทัพบกไทย โดยเฉพาะในเหตุการณ์ภัยพิบัติที่มักจะเกิดขึ้นในประเทศเขตร้อนอย่างไทยซึ่งกองทัพสหรัฐและหน่วยงานอื่น ๆ อาจจะไม่มีโอกาสได้เจอบ่อยนัก

"ในกองทัพบกแคนาดานั้น เราไม่ค่อยได้ฝึก (ภารกิจด้านมนุษยธรรม) มากนัก ดังนั้นการฝึกนี้เป็นโอกาสที่ดีของเราในการเรียนรู้ เช่นการช่วยเหลือประชาชนในเหตุการสึนามิซึ่งเราไม่มีประสบการณ์เท่ากับกองทัพบกไทย นอกจากนั้นทั้งสองฝ่ายยังมีความแตกต่างทางด้านภาษาซึ่งการเรียนรู้ที่จะทำงานร่วมกันนั้นถือเป็นความท้าทายและเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่น"

"สำหรับกองทัพแคนาดาเองนั้น เคยได้ปฏิบัติภารกิจด้านมนุษยธรรมในเฮติ เอธิโอเปีย และเอคริเทียมาก่อน รวมถึงในประเทศแคดานาเอง ซึ่งนี่เป็นโอกาสที่ยอดเยี่ยมมากสำหรับทุก ๆ คนที่เข้าร่วมการฝึก ถ้าคุณมองไปรอบ ๆ จะเห็นทหารจากทั้งสองกองทัพทำงานร่วมกัน แก้ปัญหาด้วยกัน และเรียนรู้ด้วยกัน"

นอกจากการสัมมนาแลกเปลี่ยนความเห็นแล้ว การวางกำลังของกองทัพสหรัฐที่ศูนย์การทหารม้านั้นก็ยังจำลองการจัดตั้งกองบัญชาการส่วนหน้าซึ่งจะต้องเข้าไปตั้งยังพื้นที่ภัยพิบัติอีกด้วย กองบัญชาการนี้แม้จะเป็นเต้นท์ธรรมดา แต่ประกอบไปด้วยอุปกรณ์การบังคับบัญชาครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นวิทยุสื่อสาร ระบบสื่อสารผ่านดาวเทียม ไปจนถึงระบบเรดาร์ตรวจวัดอากาศ

ในระหว่างการฝึกในแต่ละวันนั้น ทหารทั้งสองฝ่ายจะได้ฝึกทักษะและฝึกแก้ปัญหาต่าง ๆ ตั้งแต่การใช้อุปกรณ์ช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน การปฏิบัติงานร่วมกันของสุนัขทหาร การบินค้นหาและกู้ภัย การส่งกลับสายการแพทย์ การจัดตั้งเครือข่ายวิทยุสื่อสาร การรักษาความปลอดภัย และงานด้านกิจการพลเรือน เป็นต้น

ซึ่งจะเห็นได้ว่า บทบาทของกองทัพในปัจจุบันนั้นไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะเมื่อเกิดสงครามเท่านั้น แต่ในยามสงบ กองทัพจะต้องเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนการช่วยเหลือและบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงแก้ไขวิกฤตด้านมนุษยธรรมต่าง ๆ การเตรียมพร้อมและเพิ่มพูนทักษะและความสามารถของทั้งสองกองทัพในครั้งนี้จึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง โดยเฉพาะกับประเทศไทยซึ่งประสบกับภัยธรรมชาติบ่อยครั้ง และยังเปิดโอกาสให้กองทัพไทยได้ปฏิบัติงานร่วมกับกองกำลังนานาชาติในอนาคต ที่จะเป็นการเพิ่มบทบาทของไทยและการแสดงความรับผิดชอบต่อประชาคมโลกของประเทศไทยอย่างชัดเจน

The 2016 Hanuman Guardian between Royal Thai and US Army saw 748 and 429 personal from US and Thai army respectively joint the exercise that focus on humanitarian assistant, search and rescue, military medical mission, military dog, military civil activity, and - most importantly – the disaster relief and humanitarian mission under the United Nations framework.

Not only the military, red cross, UNDP, and various NGOs were invited to participate due to the fact that, in the event of crisis, military need to work with various agencies. Training together provided excellent chances to get familiar with each other and prepare for the real world situation.

Lt. Col. Conway was one of the three Canadian Army joining with US Army to participate in this exercise said that “We have simulated the situation in which the newly established nation named Mojave that struggle to become a full nation request humanitarian assistant from Thai and US Army to respond to the humanitarian crisis in the country.”

“This is an excellent chance for us to work together and overcome the language different and very good opportunity to work with the Royal Thai Army”

There were many factors need to be taken into consideration in this exercise. By responding to the humanitarian crisis and disaster relief mission, joint forces need to consider the framework of the operation and rule of engagement as well as associated law and how to work with non-military agencies.

“The military has unique capability. For example, we have a big truck to move stuffs around or medical team. The Royal Thai Army has a very good command and control system. As you can see, there are many telephone and radio on this table so they can assign the mission to the operation unit”

Royal Thai Army can benefit from vase experience of UN Army and they can learn to deal with the tropical disaster often occurred in Thailand.

“If you look around you will see both armies working, solving problems, and learn together”

As the role of military nowadays is not limited to fighting enemy in the war but to become a tool in supporting the disaster relief in the peace time. Preparation and skill build up are important to ensure that they can respond well when needed. And that also benefit Thailand since we need to deal with the natural disaster so often and open the door for Thailand to join with international partner to provide assistant to the world community.

คณะทำงาน ThaiArmedForce.com ขอขอบคุณ
Special Thank to

- พันโทไพโรจน์ ม่วงทรัพย์ หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ ศูนย์การทหารม้า ค่ายอดิศร
- Capt. Derek Wamsley, 2nd Stryker Brigade, US Army

 

2017  ThaiArmedForce.com   globbersthemes joomla templates