12 April 2009 #2 - Inside HTMS Chakrinaruebet | เยี่ยมชมเรือหลวงจักรีนฤเบศร

TAF Special #2 - Inside HTMS Chakrinaruebet

เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2552 ที่ผ่านมา TAF โดยผมและบรรณาธิการบริหารนิตยสาร Aerospace ในนามของนิตยสาร Aerospace ได้มีโอกาสเข้าไปเยี่ยมชมเรือหลวงจักรีนฤเบศร ณ ท่าเรือจุกเสม็ด จังหวัดชลบุรีครับ ท่านผู้การเรือหลวงจักรีนฤเบศรได้กรุณาให้นายทหารประชาสัมพันธ์ของเรือให้การต้อนรับเราในครั้งนี้ ผมจึงขออนุญาตเก็บภาพมาฝากทุกท่านที่นี่ด้วยครับ

เรือหลวงจักรีนฤเบศรอยู่กับกองทัพเรือไทยมา 12 ปีแล้วครับ โดยปกติแล้วเมื่อไม่มีภารกิจเรือก็จะเปิดให้ประชาชนเข้าชม (เรือจะออกทะเลฝึกเตรียมความพร้อมเดือนละ 1 ครั้ง) พี่ที่เป็นนายทหารประชาสัมพันธ์ของเรือและเป็นผู้ดูแลเรือในวันนั้นบอกว่า กองทัพเรือมีนโยบายที่จะเปิดให้ประชาชนขึ้นชมเรือได้เนื่องจากว่าเรือก็คือภาษีของประชาชน ดังนั้นประชาชนเป็นเจ้าของเรือ แหมฟังแบบนี้แล้วน่าชื่นชมครับ ผมคงไม่ได้พูดเรื่องประวัติหรือประสิทธิภาพของเรือมากนักเพราะเรา ๆ ท่าน ๆ ก็ทราบกันดีอยู่แล้ว แต่วันนี้จะพาไปดูที่ ๆ ไม่ค่อยได้มีโอกาสเข้าไปกันนักมากครับผม นี่คือห้องโถงนายทหารครับ

ห้องนี้พูดง่าย ๆ ก็คือโรงเลี้ยงของนายทหารนั่นเองครับ แต่คราวนี้ด้วยความที่เรือเป็นเรือใหญ่ (มาก) ห้องจึงใหญ่และโอ่โถงเหมือนอยู่บนฝั่งยังไงอย่างงั้น ในห้องก็จะมีห้องครัวคอยจัดอาหารเสิร์ฟครับ และก็จะมีรูปภาพประวัติศาสตร์ของเรือติดอยู่ โดยเฉพาะภาพเมือง Ferrol ซึ่งเป็นเมืองที่เรือถูกต่อขึ้นครับ

ถัดมาอีกห้องใกล้ ๆ กันก็จะเป็นห้องพักผ่อนของนายทหารครับ บรรยากาศหรูหราดีมากเลยครับ มีจอ LCD จอใหญ่เปิดเคเบิลทีวีให้ชมด้วย (เพราะเรือมีจานแดงของเคเบิลทีวีอยู่ครับ)

เรือจะมีเค้าเตอร์เครื่องดื่มสามารถสั่งดื่มได้ครับ ที่เห็นตรงกลางภาพคือเครื่องชงกาแฟในตำนาน (เป็นเครื่องชงกาแฟที่ดีที่สุดในกองทัพเรือไทย)

ถ้าหิวก็สั่งได้ครับ กาแฟแก้วล่ะ 20 บาท ถ้าน้ำส้มก็ 7 บาท แต่วันนั้นผมทานกาแฟไม่ไหวเลยไม่ได้ทดลองดู

เหนื่อย ๆ ก็มานั่งพักแถวนี้ก็ได้ครับ นอกจากหนังสือเกี่ยวกับเรือแล้ว ยังมีนิตยสารและหนังสือพิมพ์ให้อ่านกันด้วยครับ

พวงมาลัยนี้คือพวงมาลัยพระราชทานในพิธีเจิมเรือครับ

ต่อจากนั้นผมขอพาท่านไปดูห้องอีกห้องนึงซึ่งทุกท่านต้องอยากเห็นแน่นอน ......... ห้องน้ำครับ

ห้องน้ำถ้าเทียบกับห้องน้ำบนฝั่งจะค่อนข้างแคบ แต่สำหรับห้องน้ำบนเรือถือว่าใหญ่มากทีเดียวครับ โดยเฉพาะเจ้านี่ กดน้ำเป็นระบบสัมผัสครับ แตะนิดเดียวน้ำมันจะราดมาเองพร้อมกับระบบสูญญากาศดูดทุกอย่าง

ลงไป เสียงดังอย่างกะเครื่องตัดหญ้า

หลังจากนั้นเราก็เดินไปชมที่อื่นต่อครับ จากชั้นนั้นผมต้องเดินไปตามทางไปขึ้นลิฟต์สู่ชั้นบน ทางเดินแคบ ๆ คดเคี้ยว ถ้าให้เดินคนเดียว หลงแน่นอนไม่ต้องลุ้นเลย ผมถามนายทหารยามแถวนั้นว่า เคยมีใครหลง

มั๊ยครับเนี๊ย พี่เขาบอกว่าตะกี้เพิ่งมีหลง 2 คนครับ

ขอต้อนรับทุกท่านสู่สะพานเดินเรือครับ

สะพานเดินเรืออยู่ในส่วนบนสุดของ Island หรือว่าส่วนที่สูง ๆ ขึ้นมาทางด้านขวาของเรือครับ ส่วนนี้จะเป็นห้องทำงานของท่านผู้การเรือครับไว้สำหรับบังคับเรือครับผม

ส่วนนี้จะวางแผนที่ของเรือเพื่อใช้ในการเดินเรือครับ เรือจักรียังเป็นแผนที่แบบแบบกระดาษอยู่ แต่เรือใหม่ๆ อย่างเรือปัตตานีใช้แผนที่อิเล็กทรอนิกส์บนจอ LCD แล้วครับ อยากดูอะไรก็กดขึ้นมาเลย

ส่วนที่เอาไว้ควบคุมเรือครับ

ด้านซ้ายเราจะเห็นพังงาเรือ ซึ่งก็คือพวงมาลัยของเรือนั่นเองครับ

วิวดีมากครับมองจากห้องนี้

รู้ไหมเอ่ยว่านี่อะไร ลองเดาดูนะครับแล้วจะมาเฉลย

อันนี้เก้าอี้ผู้การเรือครับ ผมไปลองนั่งมาแล้ว

ห้องนี้เป็นห้องควบคุมการเจรจาทางอากาศครับ

จากห้องนี้มองลงไปก็จะเห็นรันเวย์อย่างชัดเจนครับ ในห้องก็จะมีอุปกรณ์ควมคุบการบินต่าง ๆ เยอะแยะครับ

สวิสต์เป็นล้านเลย

ข้างนอกวิวดีครับ

อากาศกำลังสบาย ๆ เพราะฝนเพิ่งตกไปครับ

หลังจากนั้นผมก็ลงมาวิ่งเล่นตรงรันเวย์ครับ นายทหารประชาสัมพันธ์ที่พาเราไปวันนั้นบอกว่า ตั้งแต่เช้าจนถึงบ่าย ๆ นี่คนมาดูเรือแล้วตั้ง 3,000 คน แถมมีคณะพิเศษมาอีกตั้งหลายคณะ (รวมเราด้วย) รวม ๆ แล้วผมว่าวันนี้คนมาดูเรือสักครึ่งหมื่นได้มั๊งครับ พี่เขาบอกว่าวันนี้ภารกิจเยอะมาก รบติดพันหลายแนวรบ ส่วนของรันเวย์ก็คงไม่ได้พาไปชมนะครับเพราะมันก็คือพื้นธรรมดา ๆ แถมมีตัวประกอบเยอะสุด ๆ มาดูนี่ดีกว่าครับ Sadral

Sadral เป็นอาวุธปล่อยพื้นสู่อากาศระยะใกล้ครับ ภารกิจของมันคือต่อต้านอากาศยานและจรวดนำวิถีที่วิ่งเข้ามาหาเรือ (ทำหน้าที่เป็น CIWS) ใน VDO ที่เปิดให้เราชมตอนก่อนจะทัวร์เรือจะเห็นภาพของการยิง Sadral ของเรือจักรีด้วยครับ มันวิ่งออกจากเครื่องยิงแป๊ปเดียวก็ชนเป้าหมายแล้ว และด้วยการที่มันต้องทำหน้าที่ป้องกันเรือจากภัยทางอากาศ จึงมีคำเตือนนี้เขียนเอาไว้ครับ

ในการยิงจริงถ้าใครเอาหน้ามายื่นแถว ๆ นี้มีหวังตายพร้อมเผาศพให้เรียบร้อยแน่นอนครับ

หลังจากนั้นนายทหารประชาสัมพันธ์ก็เลี้ยงก๋วยเดี๋ยวราดหน้าเรามื้อนึงบนเรือครับ กินฟรี เที่ยวฟรี ผมละชอบ แล้วเราก็ลงมาในโรงเก็บอากาศยานครับ

ลองสังเกตุดูพื้นเรือนะครับ จะเห็นว่ามันเป็นรอยขรุขระอยู่ทั่วไป ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าพื้นเรือมันอาจจะลื่นได้ครับ จึงต้องทำให้มันขรุขระเพื่อเพื่อแรงเสียดทาน เดินสบายเท้าดี ไม่ลื่นครับ

เงยหน้ามอง Island จากลิฟต์ตัวหน้าครับ

เห็นรถแบบนี้นึกว่าอยู่สนามบิน

ภาพด้านกว้างของลิฟต์ครับ ผมตั้งใจถ่ายรูปนี้มาเพื่อมาลองกะว่าลิฟต์มันจะรับ F-35 ได้หรือไม่ ลองไปเดินวัด ๆ ดูแล้วนึกภาพเทียบกับ F-16 ที่เคยเห็นมา พบว่ามันเหมือนจะรับเครื่องขนาด F-16 ได้ครับ แต่ก็จะเฉียดฉิวพอสมควร อันนี้วัดเฉพาะความรู้สึกล้วน ๆ ครับ

ห้องควบคุมการจอดของอากาศยานที่อยู่ในโรงเก็บครับ จะมองเห็นได้ทั่วโรงเก็บครับผม

เรือ LCVP หรือเรือลำเลียงกำลังพลสองลำของเรือครับ

อันนี้เมื่อเดินไปที่ลิฟต์ตัวหลังครับ จะเห็นสลิงอันเบ้อเริ่ม

ทัวร์จบแล้วครับ ลงจากเรือกันดีกว่า

ลงมาแล้วเงยหน้ามองดู ระฆังนี้อาจจะไม่ค่อยมีใครสังเกตุกันสักเท่าไหร่ครับ

หลังจากลงจากเรือจักรี มีความรู้สึกเดียวจริง ๆ ครับว่า เรือลำนี้มันขาดแต่เครื่องบินขับไล่เท่านั้นจริง ๆ :( พี่ที่เป็นนายทหารประชาสัมพันธ์ เป็นอดีตนักบิน A-7 และ AV-8S มาก่อนครับ แกก็บอกว่า AV-8S ปลดประจำการไปเมื่อปี 49 แล้ว ทำให้ตอนนี้เรือก็เป็นเรือบรรทุกฮ.อย่างเดียวแล้วเพราะยังไม่มีเครื่องบินขับไล่ครับ ผมก็แหย่ ๆ ถามว่าพี่ไปถอย Harrier มือสองจากสหรัฐเอาไหม แกบอกว่าพี่น่ะเอาอยู่แล้วเพราะพี่เป็นนักบิน แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องใช้งบประมาณมาก งบประมาณแต่ละปีของกองทัพเรือคงไม่สามารถจัดหาได้ครับ ก็ต้องรอรัฐบาลจัดงบพิเศษมาให้

 

ผมยังคิดว่าไหน ๆ เรือนี้ก็มีสกีจั๊มแล้ว ยังไงก็น่าจะจัดหาเครื่องบินขับไล่มาครับ เพราะนอกจากว่าเราจะได้ใช้เรือได้อย่างเต็มประสิทธิภาพแล้ว มันยังเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ของกองทัพเรือกับประชาชนด้วยครับว่า เจ้าเรือลำนี้มันก็มีของดีเหมือนกัน สมัยนี้ภาพลักษณ์สำคัญครับ ประชาชนมองกองทัพด้วยความรู้ที่เริ่มมีมากขึ้นกว่าแต่ก่อนบ้างแล้ว ถ้าภาพลักษณ์ของกองทัพดี กระแสต่อต้านก็จะเบาบางครับ ก็รอกันต่อไปครับ สักวันนึงเมื่อประเทศเราพร้อม คงได้เห็นเครื่องบินขับไล่มาลงเรือจักรีอีกครั้งครับ

สำหรับวันนี้ ก็คงจบ TAF Special ภาค 2 แต่เพียงเท่านี้ครับ ครั้งหน้าเราจะพาไปชมอะไร ก็รอติดตามนะครับผม วันนี้ขอบคุณทุกท่าน สวัสดีครับ

TAF Special #1 - Aero India 2009

TAF Special #1 - Aero India 2009

2017  ThaiArmedForce.com   globbersthemes joomla templates