TAF Editorial # 14 - การค้นหาและกู้ภัยที่เขาชะเมา: ความพยายามที่น่าชื่นชมและข้อสังเกตุเพื่อการพัฒนา

จากอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์แบบที่ 6 หรือ UH-1H ตกขณะปฏิบัติภารกิจส่งกำลังบำรุงให้กับสถานีถ่ายทอดโทรคมนาคมที่เขาชะเมาในจังหวัดระยองนั้นนอกจากจะสร้างความสูญเสียที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นแล้ว ยังทำให้หลายท่านสงสัยว่า สถานีถ่ายทอดโทรคมนาคมที่ยอดเขาชะเมานั้นคืออะไร และมีหน้าตาเป็นอย่างไร รวมถึงความเห็นของเราต่อการปฏิบัติหน้าที่ของกองทัพอากาศและการยุติการค้นหาชั่วคราวในเวลากลางคืน รวมถึงคำให้สัมภาษณ์ของผู้บัญชาการทหารอากาศซึ่งเรามองว่าเป็นแนวทางที่ถูกต้องและเหมาะสม และข้อสังเกตุของเราที่อาจมีประโยชน์ต่อภารกิจค้นหาและกู้ภัยในอนาคต ซึ่งเรารวมทั้งหมดมาอยู่ใน TAF Editorial ในตอนนี้ครับ

เขาชะเมา

TAF เคยได้มีโอกาสติดตามและบันทึกภาพ UH-1H ของกองทัพอากาศที่ปฏิบัติภารกิจส่งกำลังบำรุงสู่ยอดเขาชะเมา เมื่อครั้งกองบิน 2 ฉลองวาระครบรอบ 40 ปี ของ UH-1H หรือเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ซึ่งภาพชุดนี้ได้ถูกใช้งานเพื่อการประชาสัมพันธ์ของกองบิน 2 มาหลายครั้ง แต่เรายังไม่เคยได้เล่าเรื่องราวว่าตั้งแต่การบินขึ้นจากดอนเมืองไปยังเขาชะเมาและกลับลงมานั้นมีเรื่องราวอะไรบ้าง เราจึงขอนำเรื่องราวเมื่อ 7 ปีที่แล้วมาเล่าให้ทุกท่านฟังอีกครั้งหนึ่งครับ

18 เมษายน 2552 นักบิน ช่างเครื่อง และเจ้าหน้าที่สนับสนุนการบินของหน่วยบิน 2034 ที่วางกำลัง ณ กองบิน 6 ดอนเมือง กำลังเตรียมเฮลิคอปเตอร์แบบ UH-1H หมายเลข 20346 (ฮ.6-25/12) ให้พร้อมสำหรับการเดินทางไปยังเขาชะเมาที่ใช้เวลาราว 1 ชม. ขั้นตอนการปฏิบัติภารกิจก็เหมือนกับการเตรียมพร้อมทำการบินทุกครั้ง ส่วนสัมภาระของเราในวันนี้นอกจากอาหารและยังมีน้ำมันเชื้อเพลิงหลายถังที่จะต้องนำขึ้นไปสนับสนุนสถานีถ่ายทอดโทรคมนาคมด้านบนด้วย

การเดินทางในวันนั้นท้องฟ้าปลอดโปร่ง ระหว่างการเดินทางมีแดดจัดและเราทำการบินผ่านตัวเมือง พื้นที่การเกษตรและเขตชุมชนต่าง ๆ มากมายเป็นเวลาเกือบ 1 ชม. เขาชะเมาจึงปรากฎแก่สายตา

แม้ผืนป่าที่เป็นที่ตั้งของเขาชะเมานั้นจะไม่ห่างจากตัวเมืองมากนักเมื่อเทียบกับระยะเวลาบิน แต่ตัวเขามีความสูงตามลักษณะของภูเขาโดดที่จะพบได้ตามแถบภาคกลางและภาคตะวันออก ทำให้เขาชะเมาเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมในการตั้งสถานีถ่ายทอดโทรคมนาคมที่ทำหน้าที่ทวนสัญญาณคลื่นไมโครเวฟของระบบป้องกันภัยทางอากาศของกองทัพอากาศไทย (RTADS หรือ ACCS ในปัจจุบัน) ที่ทำหน้าที่ทวนสัญญาณให้มีความเข้มเพียงพอในการสื่อสารระหว่างสถานีเรดาร์ต่าง ๆ ของระบบป้องกันภัยทางอากาศ แต่เนื่องจากสถานีถ่ายทอดโทรคมนาคมนี้เป็นสถานีที่สร้างขึ้นตั้งแต่การก่อสร้าง RTADS เฟส 1 จึงทำให้ยังต้องใช้การทวนสัญญาณคลื่นไมโครเวฟและต้องมีกำลังพลประจำอยู่บนยอดเขาเสมอ

และด้วยลักษณะความสูงและป่าทึบของตัวเขา การส่งกำลังบำรุงที่สะดวกและง่ายที่สุดก็คือการส่งกำลังบำรุงทางอากาศ ซึ่งอุปสรรคของการส่งกำลังบำรุงสู่สถานีนี้ไม่ใช่แต่เฉพาะความสูงแต่เพียงเท่านั้น แต่ยังมีลมแรงตามลักษณะของหุบเขาที่มีกระแสลมผันผวนตลอดเวลา รวมถึงในบางครั้งมีเมฆปกคลุมตัวสถานีที่อาจลดทัศนวิสัยของการมองเห็น และข้อจำกัดของฐานลงจอดของตัวสถานีเองที่มีความกว้างไม่มากนักเนื่องจากอยู่บนสันเขา ทำให้ภารกิจนี้แม้จะไม่ใช่ภารกิจที่เสี่ยงภัยที่สุด แต่ก็ไม่ใช่ภารกิจที่จะปฏิบัติได้ง่าย ๆ เพราะมีปัจจัยหลายอย่างที่พร้อมจะสร้างผลกระทบต่อการปฏิติการบินเสมอ

ดังนั้นทั้งนักบินและช่างอากาศยานจึงจำเป็นที่จะต้องเตรียมความพร้อมเสมอ เพราะสภาพแวดล้อมในการปฏิบัติการบินนั้นเสี่ยงภัยกว่าการปฏิบัติการบินของ พลเรือน ซึ่งหมายถึงทุกคนจะต้องได้รับการฝึกเพื่อรับมือกับการทำการบินในภารกิจทาง ทหารอีกด้วย เช่นเดียวกับการเดินทางในครั้งนี้ที่นอกจากจะเป็นการส่งกำลังบำรุงแล้ว นักบินที่หนึ่งยังทำการฝึกนักบินผู้ช่วยที่เพิ่งจบจากโรงเรียนการบินและได้ รับมอบหมายให้มาทำการบินกับเฮลิคอปเตอร์เพื่อสร้างความคุ้นเคยและการชำนาญใน การปฏิบัติภารกิจ นอกจากนั้น นักบินและช่างเครื่องของกองทัพก็จะต้องมีการตรวจสอบมาตรฐานการบินอย่างต่อ เนื่องไม่ต่างจากนักบินพาณิชย์เช่นกัน


ตัวอย่างของการตรวจสอบมาตรฐานการบินของกองทัพบก TAF นำเสนอในเชิงเปรียบเทียบ

การค้นหาและกู้ภัยในพื้นที่เกิดเหตุที่ต้องชื่นชม

จากที่ปรากฎตามภาพข่าวและสื่อต่าง ๆ ไม่มีเหตุผลใดที่เราจะต้องตำหนิความพยายามในการค้นหาและกู้ภัยในครั้งนี้ (ทุกท่านที่ตามอ่าน TAF Editorial มานานจะทราบดีว่า ถ้าเราคิดว่าผิด เราจะพูดตรง ๆ ทุกครั้ง)

กองทัพอากาศตอบสนองต่อเหตุการณ์ได้อย่างรวดเร็วและเหมาะสม ประสานงานขอความช่วยเหลือในการค้นหาจากทั้งกองทัพเรือ กองทัพบก ส่วนราชการ หน่วยกู้ภัยในพื้นที่ แม้แต่ชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งทำให้สามารถระดมสรรพกำลังและจุดเด่นของแต่ละคนมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้ ซึ่งการขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานภายนอกนั้นไม่ใช่การเสียหน้าหรือเสียศักดิ์ศรีแต่อย่างใด กลับกันเป็นการแสดงให้เห็นว่ากองทัพอากาศคำนึงชีวิตของกำลังพลสูงสุด มีแนวปฏิบัติที่ดีในแง่ของการปฏิบัติการร่วม และใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์

นอกจากนั้น การใช้งาน UAV ในการสำรวจพื้นที่ การส่งพลร่มกู้ภัยเข้าไปยังพื้นที่เกิดเหตุได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงมีการวางแผนการปฏิบัติร่วมกันของทุกหน่วยงานที่เข้าให้การช่วยเหลือ ทำให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างเรียบร้อยและมีความติดขัดไม่มากนัก ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการเน้นการสร้างหลักนิยมในการปฏิบัติการร่วมนั้นได้ถูกนำมาใช้ในสถานการณ์จริงแล้วไม่มากก็น้อย

การตัดสินใจยุติการค้นหาชั่วคราวในเวลากลางคืนของแต่ละวันนั้นถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องเป็นอย่างมาก แน่นอนว่าไม่มีใครอยากจะหานักบินและช่างเครื่องที่หายไปให้เร็วไปกว่ากองทัพอากาศในฐานะต้นสังกัดเอง แต่หลักการการกู้ภัยที่สำคัญที่สุดก็คือ ความปลอดภัยของผู้เข้าไปช่วยเหลือนั้นสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง เนื่องจากถ้าผู้เข้าไปช่วยเหลือต้องประสบเหตุเสียเอง จะเป็นการเพิ่มความยุ่งยากให้การกู้ภัยเป็นอย่างมาก เพราะต้องแบ่งทรัพยากรที่ควรจะใช้ในการค้นหาและกู้ภัยผู้ประสบเหตุมาช่วยเหลือผู้ที่จะเข้าไปช่วยเหลือเสียเอง ตัวอย่างเช่นการที่นักข่าวโทรทัศน์ช่องหนึ่งที่ติดตามไปกับทีมค้นหาด้วยถูกแมลงกัดจนแพ้และต้องนำตัวออกมา ซึ่งแม้ไม่ใช่ความผิดของนักข่าวผู้นั้นเสียทีเดียวเพราะไม่มีใครรู้ว่าเขาจะแพ้แมลงชนิดนั้น แต่ก็เป็นเหตุการณ์ที่ชี้ให้เห็นได้ชัดเจนว่าความปลอดภัยของผู้เข้าให้ความช่วยเหลือนั้นสำคัญที่สุด

ข้อเสนอเพื่้อพัฒนาการค้นหาและกู้ภัยให้ดียิ่งขึ้น

แต่กรณีการถูกแมลงกัดของนักข่าวนั้นก็นำมาซึ่งอีกข้อเสนอนึงของเรา ที่แม้เราจะเห็นด้วยเป็นอย่างมากในการส่งเสริมให้ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่เพื่อให้เห็นการทำงานของทีมกู้ภัย ที่นอกจากจะช่วยในการประชาสัมพันธ์แล้ว ยังเป็นการสร้างความเข้าใจในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ต่อประชาชนอีกด้วย แต่ในหลายครั้ง การทำหน้าที่ของสื่อมวลชนสร้างความยุ่งยากให้กับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ซึ่งไม่ส่งผลดีต่อใครเลย โดยเฉพาะภาพลักษณ์ของสื่อมวลชนเอง

กองทัพควรจะจัดระเบียบสื่อมวลชนในการทำข่าว โดยคัดเลือกเฉพาะสื่อที่มีความพร้อมเท่านั้นให้ติดตามไปกับทีมค้นหาและกู้ภัย รวมถึงจำกัดการทำงานของสื่อมวลชนไว้ในพื้นที่ที่จัดไว้ ซึ่งถ้าสื่อใดไม่ปฏิบัติตาม ก็ควรจะต้องไม่อนุญาตให้ปฏิบัติหน้าที่นอกเหนือจากที่กำหนดไว้เพื่อทำให้สถานการณ์ไม่ยุ่งยากไปกว่านี้ และในอีกด้านหนึ่งสื่อมวลชนจะต้องเข้าใจสถานการณ์ความเป็นความตายที่เกิดขึ้นว่าไม่มีใครจะสามารถให้ข้อมูลทั้งหมดได้ในทันที และการแข่งขันเพื่อเสนอข่าวให้เร็วที่สุดอาจนำมาซึ่งความเสียหายที่เพิ่มมากขึ้น

ในอีกด้านหนึ่ง การใช้งานอากาศยานไร้คนขับหรืออากาศยานไร้นักบิน (UAV) ตามแต่เหล่าทัพใดจะเรียกแบบใดนั้นควรจะต้องมีการจัดการห้วงอากาศแบบรวมการณ์ นั่นรวมถึงการใช้เครื่องบินบังคับไร้คนขับหรือ Drone ของทั้งกองทัพและหน่วยกู้ภัยเอกชนด้วยที่ควรจะต้องมีการประสานการปฏิบัติกับศูนย์ควบคุมทุกครั้ง เพื่อป้องกันความสับสนและอุบัติเหตุ

สรุป

แต่โดยภาพรวมนั้น การค้นหาและกู้ภัยในครั้งนี้ถือว่ามีประสิทฺภาพและประสบความสำเร็จในระดับที่น่าพอใจ รวมถึงแนวความคิดของผู้บัญชาการทหารอากาศที่ต้องการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพของระบบป้องกันภัยทางอากาศด้วยการวางเคเบิลใยแก้วนำแสงเพื่อเป็นระบบสำรองให้กับสถานีถ่ายทอดโทรคมนาคม ที่นอกจากจะทำให้การสื่อสารมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นแล้ว ยังทำให้ลดความสำคัญของสถานีถ่ายทอดโทรคมนาคมลงโดยการสร้างระบบทดแทนสถานีถ่ายทอดโทรคมนาคมเพิ่มขึ้นเป็นระบบสำรองของระบบป้องกันภัยทางอากาศ ที่ในที่สุดจะส่งผลให้ประสิทธิภาพในทางยุทธการโดยรวมได้เป็นอย่างดี

2017  ThaiArmedForce.com   globbersthemes joomla templates