Defense and Security 2017 - โอกาสสำคัญของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย

อุตสาหกรรมป้องกันประเทศเป็นอุตสาหกรรมที่ทวีความสำคัญมากขึ้นในปัจจุบัน เพราะนอกจากจะเป็นการเสริมสร้างความมั่นคงให้กับแต่ละประเทศแล้ว สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือการพัฒนาทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีที่มักจะเป็นผลพวงจากการพัฒนายุทโธปกรณ์ทางทหารเสมอ ดังจะเห็นได้จากการที่มูลค่าตลาดยุทธภัณฑ์ในโลกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียที่ยังมีการใช้จ่ายงบประมาณทางทหารเพื่อปรับปรุงและสร้างความเข้มแข็งให้กับกองทัพ

หนึ่งในกลไกในการส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศก็คือการจัดงานแสดงยุทโธปกรณ์ที่จะเป็นการเปิดโอกาสให้กับผู้ผลิตทั้งไทยและต่างประเทศได้มีโอกาสพบปะกับลูกค้าและผู้ใช้โดยตรง เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมทางธุรกิจ รวมถึงยังเป็นการสร้างโอกาสในการเชื่อมโยงและสร้างเครือข่ายทางธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม ที่จะช่วยเปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ส่วนผู้เข้าร่วมงานก็จะมีโอกาสได้ติดตามการพัฒนาเทคโนโลยี แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และทำให้ผู้ผลิตสามารถได้รับข้อมูลจากผู้ใช้ได้โดยตรง

ในประเทศที่มีการส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศอย่างต่อเนื่องจึงให้ความสำคัญกับการจัดงานแสดงยุทโธปกรณ์เป็นอย่างมาก เช่นในภูมิภาคอาเซียนนั้นมีทั้งงาน Singapore Airshow ของประเทศสิงคโปร์ งาน Langkawi International Maritime and Aerospace และ Defense Service Asia ของมาเลเซีย งาน Indo Defense ของอินโดนีเซีย หรืองาน Brunei Darussalam International Defence Exhibition ของบรูไน เป็นต้น

และสำหรับประเทศไทยเอง Defense and Security 2017 คือกลไกสำคัญนั้นที่จะส่งเสริมและผลักดันอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่รัฐบาลมุ่งหวังจะผลักดันให้เกิดขึ้น โดย Defense and Security 2017 ซึ่งถือเป็นครั้งที่ 8 ของการจัดงานนั้นถูกจัดขึ้นภายใต้แนวคิด The Power of Partnership เพื่อสร้างโอกาสในการสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ผลิตยุทโธปกรณ์ระดับโลก ผู้มีอำนาจตัดสินใจในกองทัพ และเจ้าหน้าที่รัฐบาลจากทั้งในไทยและในประเทศต่าง ๆ ในอาเซียน 

ในภาวะความท้าทายของสภาวะแวดล้อมด้านความมั่นคงของไทยในปัจจุบัน ทั้งการป้องกันประเทศจากภัยคุกคามดังเดิม การรับมือกับภัยคุกคามแบบใหม่ทั้งการก่อการร้าย สงครามไซเบอร์ หรือการพัฒนาเทคโนโลยีด้านการป้องกันประเทศใหม่ ๆ ที่ประเทศไทยจำเป็นที่จะต้งก้าวตามให้ทัน Defense and Security 2017 จึงเป็นโอกาสที่ดีในการสร้างโอกาสเพื่อรับมือกับความท้าทายเหล่านั้น

ในรอบปีที่ผ่านมา กองทัพไทยมีการปรับปรุงและสร้างเสริมศักยภาพในหลายด้าน โดยมีทั้งการจัดหาเพื่อทดแทนยุทโธปกรณ์เดิมที่ปลดประจำการไป เช่น การจัดหารถถังหลักแบบ VT-4 และยานเกราะล้อยาง VN1 ของกองทัพบก การจัดหาสร้างเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งลำที่ 2 และการจัดหาเรือตรวจการณ์ชายฝั่งของกองทัพเรือ รวมถึงการจัดหาเครื่องบินขับไล่ฝึกแบบ T-50TH ของกองทัพอากาศ อีกทั้งยังมีการจัดหาเพื่อตอบสนองต่อภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงไปเช่น การจัดหาเรือดำน้ำ S26T การจัดตั้งและจัดหาอุปกรณ์และซอฟแวร์สำหรับการรับมือกับภัยคุกคามด้านไซเบอร์ หรือการควบคุมดูแลอากาศยานไร้นักบินหรือโดรนที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน และในอีกสองปีข้างหน้า ยังมีความต้องการอีกมาก โดยเฉพาะในด้านสงครามไซเบอร์ และโครงการจัดหาในอนาคตอาจมีการเรียกร้องการตอบแทนทางเศรษฐกิจ การลงทุนในประเทศ หรือการถ่ายทอดเทคโนโลยีมากขึ้น เพือสนับสนุนนโยบาย Thailand 4.0 ที่รัฐได้เตรียมโครงสร้างพื้นฐานไว้แล้ว เช่นพื้นที่เพื่อการลงทุนในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ กฎหมายและกฎระเบียบในการส่งเสริมการลงทุนภายใต้โครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) เป็นต้น

ความเคลื่อนไหว พัฒนาการ และกิจกรรมใน Defense and Security 2017 จึงถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญอีกตัวหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าในการขับเคลื่อนการพัฒนากองทัพและประเทศ ซึ่ง ThaiArmedForce.com ในฐานะพันธมิตรด้านสื่อสารมวลชนของ Defense and Security 2017 จะนำเสนอข้อมูลและความเคลื่อนไหวในทุกแง่มุมของงานในตลอดระยะเวลาการจัดงานตั้งแต่วันที่ 6 - 9 พฤศจิกายนนี้ ทั้งทางหน้าเว็บไซต์และทางช่องทาง Social Media ของเรา ติดตามได้ครับ

2017  ThaiArmedForce.com   globbersthemes joomla templates