[sertja] กำลังทางอากาศจะถูกใช้เมื่อใด?

บทความจากสมาชิก TAF คุณ sertja อธิบายคุณลักษณะของกำลังทางอากาศ การใช้กำลังทางอากาศ และตอบคำถามเกี่ยวกับการใช้กำลังทางอากาศในสถานการณ์ปัจจุบัน คณะทำงาน TAF ขอขอบคุณคุณ sertja มา ณที่นี้ครับ

นอกนากนั้น ท่านที่สนใจพูดคุยในเนื้อหาเกี่ยวกับบทความนี้ สามารถร่วมพูดคุยได้ที่กระทู้ในเว็บบอร์ด

http://www.thaiarmedforce.com/distribution/viewtopic.php?f=7&t=2373


อันดับแรกมาดูกันก่อน เกี่ยวกับคุณลักษณะของกำลังทางอากาศ
ลักษณะกำลังทางอากาศ มีจุดเด่นดังนี้

1. ความเร็ว
2. ความอ่อนตัว
3. รัศมีปฏิบัติการที่ไกล
4. ความแม่นยำ

ความเร็ว: พูดถึงเรื่องบินรบแล้วนั้น ผมว่าทุกคนน่าจะพอรู้กันแล้วนะครับว่ามันมีความเร็วมาก ทำให้เข้าไปทิ้งระเบิดหรือทำอะไรได้เร็ว และหนีออกมาได้เร็ว ลดความเสี่ยง รวมถึงทันใจอีกต่างหาก

ความอ่อนตัว: คือการที่สามารถปฏิบัติภารกิจได้หลายอย่าง

รัศมีปฏิบัติการ: เครื่องบินสามารถบินเข้าไปโจมตีเป้าหมายได้ไกลหลายร้อยกิโลเมตรแล้วกลับออกมาที่สนามบินเดิม ซึ่งนอกจากไปได้ไกลแล้ว หากรวมกันคุณลักษณะข้อแรกในเรื่องความเร็วแล้ว อาจใช้เวลาในการบินออกไปโจมตีเป้าหมายที่ห่างออกไป 300 กม. แล้วกลับมาฐานนั่งจิบกาแฟเพียงแค่ 30 นาที

ความแม่นยำ: อาวุธของเครื่องบินนั้น ด้วยเทคโนโลยีในยุคปัจจุบัน ทำให้มีความแม่นยำสูง และมีอำนาจการทำลายที่สูงมาก (มากกว่าการยิงด้วยปืนใหญ่หลายเท่า) ซึ่งเดี๋ยวผมจะเปรียบเทียบให้ฟัง

 

อาวุธของเครื่องบินนั้นแบ่งออกเป็นใหญ่ๆ 2 ประเภท คืออาวุธ อากาศ-สู่-อากาศ และ อากาศ-สู่-พื้น

เขียนแบบนี้อาจงง ถ้าภาษาชาวบ้านก็คือ อาวุธยิงเครืองบิน กับ อาวุธทำลายเปาหมายบนพื้นนั่นแหละครับ

- อาวุธอากาศ-สู่-อากาศ ก็พวกจรวดนำวิถี ยิงออกไป แล้วติดตามเครื่องบินเป้าหมาย

- อาวุธอากาศ-สู่-พื้น ที่เห็นกันบ่อยๆ ก็ระเบิดไงครับ มากมายหลายแบบ หรือจะเป็นจรวดนำวิถีต่างๆ ก็ด้วยนะครับ

แล้วทำไมผมถึงบอกว่ามันรุนแรงละ มาดูกัน ผมจะยกตัวอย่างจากของที่เรามีใช้ละกันนะครับ อย่างแรก ระเบิดที่ติดตั้งได้กับเครื่องบิน F-16 ที่มีอำนาจการทำลายสูงสุดคือระเบิด MK-84 ขนาดของระเบิดคือ 2,000 ปอนด์ (เกือบๆ 1 ตัน) จากข้อมูลที่หาได้ตามอินเตอร์เน็ตทั่วไป มันบรรจุดินระเบิดหนัก 900 ปอนด์ ชนิด Composition H6 (ไม่ต้องสนใจชื่อมัน จริงๆมีอีก 3 แบบ แล้วแต่กรณีจะเลือกใช้)

ซึ่งข้อมูลที่ได้มา มีความรุนแรงมากกว่าดินระเบิด TNT นิดหน่อย

และลองมาดูลูกกระสุนปืนใหญ่ 155 มม. นะครับ ด้วยข้อมูลที่ได้มา มันบรรจุดินระเบิด TNT ขนาดประมาณ 6-7 กิโลกรัม ต่อ ลูกกระสุนปืน 1 ลูก

เปรียบเทียบง่ายๆแบบเด็กอนุบาล ระเบิด MK-84 จำนวน 1 ลูกมีอำนาจการทำลายเท่ากันการยิงปืนใหญ่ 155 มม. ลงจุดเดิมด้วยจำนวนประมาณ 130 ลูก ...... เป็นไงละครับ เห็นถึงความรุนแรงหรือยัง

เท่านั้นยังไม่พอ เครื่องบิน F-16 1 เครื่อง สามารถติดตั้งระเบิด MK-84 ได้ 4 ลูก เท่ากับว่า ถ้าทิ้งมันลงเป้าหมายพร้อมกัน 4 ลูกเนี่ย เหอะๆ แค่คิดก็มันส์แล้วละครับ......  แต่ครับแต่ การทำภารกิจเนี่ยครับ อย่างน้อยต้องประกอบด้วยเครื่องบิน 2 เครื่องขึ้นไป

จากภาพเป็นการระเบิดของระเบิด MK-84 จะเห็นได้ว่าในกรอบสีแดงนั้นคือเขตของรัศมีลูกไฟของการระเบิด จากการวิเคราะของผมเองด้วยขอบของคันนาน่าจะเป็นพื้นที่ประมาณ 1 สนามฟุตบอล ซึ่งในเขตนี้ ทุกสิ่งจะถูกทำลายเกือบทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น อาคาร บ้านเรือน สิ่งปลูกสร้างต่างๆ และรัศมีของแรงระเบิดที่ทำให้บุคคลถึงแก่ชิวิตนั้นน่าจะอยู่ที่รัศมี 400 เมตรจากจุดศูนย์กลางของแรงระเบิด และแรงระเบิดอาจทำให้คนที่อยู่ห่างออกไป 1 กม. ได้รับบาดเจ็บ

เริ่มมองอะไรออกบ้างรึยังครับ ทำไมเค้าถึงบอกว่าใช้เครื่องบินรบไปโจมตีประเทศที่ไม่มีอะไรเลยมันเหมือนเป็นการรังแกเด็ก

พูดถึงความน่ากลัวของอาวุธไปแล้ว คราวนี้ ผมจะไปว่ากันต่อในประเด็น เราจะใช้กำลังทางอากาศเมื่อใด

จากที่กล่าวมาจะเห็นว่า กำลังทางอากาศนั้นมีความรุนแรงมาก มันเหมือนเป็นอาวุธที่ใช้ในการรบแบบบุก (Offensive) มากกว่าตั้งรับ (Defensive) แต่มันก็ใช้ในการตั้งรับได้เหมือนกัน แต่เป็นกรณีไป

การปฏิบัติการทางอากาศประกอบไปด้วย การปฏิบัติการทางอากาศยุทธศาตร์ และการปฏิบัติการทางอากาศยุทธวิธี ซึ่งมีรายละเอียดเยอะมาก ผมไม่ขอพูดถึง เพราะมันลึกเกินไปกว่าคนทั่วไปจะเข้าใจ เอาเป็นว่า คร่าวๆ คือ ยุทธศาสตร์เป็นเป้าหมายที่มีความสำคัญสูงที่มีผลต่อประเทศนั้นๆ เช่น กองบัญชาการกองทัพต่างๆ ทำเนียบรัฐบาล หรืออะไรก็ตามที่เสียหายแล้ว ย่อมมีผลกระทบอย่างสูง ส่วนยุทธวิธีก็หมายถึงเป้าหมายพวกที่ตั้งทางทหารต่างๆ ที่อยู่ในสนามรบ

กำลังทางอากาศผมพูดได้เต็มปากว่า เป็นกำลังที่สร้างมาเพื่อใช้ในการบุกจริงๆ เช่น เราจะบุกยึดพื้นที่อำเภอ XXX ซึ่งมีกองพันทหารข้าศึกตั้งอยู่ เราก็ส่งเครื่องบินไปบอมบ์มันเลย ตัดกำลังได้ส่วนหนึ่ง แล้วก็ส่งทหารราบภาคพื้นดินเข้าไปยึด จะเห็นได้ว่าความสูญเสียของฝ่ายเรานั่น ย่อมจะน้อยกว่าการเอาทหารเข้าไปตีแบบตัวต่อตัวอย่างเห็นได้ชัด

หรือในกรณีที่จะบุกยึดประเทศเลยละ ตัวอย่างที่เห็นก็จากที่สหรัฐบุกยึดอีรักเนี่ยไงครับ ง่ายสุดละ สหรัฐส่งเครื่องบินบินกันเต็มท้องฟ้า ทำลายส่วนสำคัญๆของประเทศอิรัก เช่น สนามบิน โรงไฟฟ้า ที่ทำการกองบัญชาการ เรดาร์ ที่ตั้งกองพันรถถัง ผลคือ กองทัพอิรักง่อยครับ ทำอะไรไม่ได้ หลังจากนั้นนาวิกโยทินรวมทั้งกองทัพบกสหรัฐทำการรุกคืนเข้ายึดเมืองและสามารถเข้าสู่งกรุงแบกแดดได้ในเวลาไม่กี่วัน

จากตัวอย่างเห็นกันได้ชัดว่า กำลังทางอากาศเนี่ยมันมีไว้รุกรานคนอื่นชัดๆ แล้วในแง่ของการตั้งรับละ มันก็ทำได้ครับ ผมบอกแล้วไงว่ากำลังทางอากาศมีความอ่อนตัว ปรับแปลงภารกิจได้ตามต้องการ อย่างแรกในการตั้งรับ ก็คือการสกัดกันเครื่องบินของข้าศึกที่มุ่งหวังมาทำร้ายเรา "อาวุธที่ทำลายอากาศยานได้ดีที่สุด คืออากาศยาน"

หรือในกรณีที่ประเทศเราถูกรุกราน มีกองร้อยของทหารราบฝ่ายเราตั้งมั่นป้องกันกำลังข้าศึกศัตรูที่มีเป็นกองพันซึ่งกำลังบุกเข้าตีเรามา ในกรณีนี้แหละครับ กำลังทางอากาศจะมีความจำเป็นมากในการใช้ป้องกันอธิปไตย

หรืออีกกรณีหนึ่งมีการประทะกันด้วยกำลังที่สูสีแต่ห่างออกไป 30 กม. ข้าศึกกำลังมีการเสริมกำลังรถถังเข้ามาจำนวน 20 คัน หรือ BM-21 กำลังจะวิ่งมาสมทบห่างออกไป 40 กม. นี่แหละครับ กรณีนี้ กำลังทางอากาศจะถูกส่งออกไปจัดการกับกำลังเสริมพวกนี้

อันนี้เป็นการยกตัวอย่างคร่าวๆนะครับ ผมจะสรุปจากที่มีหลายๆคนถามว่า สถานการณ์ทุกวันนี้ซึ่งมีแต่คนถามผม "ทำไมถึงไม่เอา F-16 ไปบอมบ์มันซะทีให้หายซ่า" ต้องขออธิบายให้เข้าใจดังนี้

1. การประทะที่เกิดขึ้น เกิดการการยิงปืนใหญ่ข้ามไปข้ามมา ซึ่งยังไม่มีการยกกำลังขนาดใหญ่เข้ายึดพื้นที่แต่อย่างใด จะมีก็แต่กำลังพลขนาดไม่เกินกองร้อยด้วยซ้ำที่มาแหย่มาแหย่ไป แล้วก็วิ่งหนีกลับประเทศ

2. มีการขนยานเกราะ รถถังมาแล้ว อาจหวังเข้ายึดหรือป่าว ก็ไม่รู้ แต่มันโดนเราสวนกลับด้วยอาวุธของกำลังทางบกฝ่ายเราย่อยยับไปเยอะ ไม่ต้องถึงมือกำลังทางอากาศ

3. หากจะใช้กำลังทางอากาศขึ้นมาจริงๆ นั่นหมายถึง เครื่องบินจะต้องบินเข้าไปในเขตน่านฟ้าของประเทศข้าศึก ซึ่งตอนนี้เรายังไม่ได้ประกาศสงครามครับ อย่าลืม

ด้วยความคิดผมเอง ผมมองว่ายังไม่ถึงเวลาจำเป็นด้วยซ้ำที่จะใช้กำลังทางอากาศในสถาณการณ์นี้ หลายคนอาจมองว่า ทำไมปล่อยให้มันยิงก่อนอยู่ได้ ... แล้วจะให้เราเป็นฝ่ายยิงก่อนหรือครับ ผมอยากถามหลายๆคน ที่อาจอารมณ์ฉุนเฉียวอยู่ในขณะนี้ ...

สิ่งที่เราทำคือการไม่เริ่มก่อน แต่หากเค้าเริ่มมาก็สวนกลับไปให้สาสม เหมือนที่มีคนบอกว่า เค้าสะกิด เราตบกบาลกลับ ... ผมมองว่า การที่เราวางตัวแบบจะไม่เริ่มยิงหากไม่ถูกโจมตีก่อน เป็นการวางตัวที่ดี ซึ่งทหารและกองกำลังในประเทศที่เค้าพัฒนาแล้วเค้าทำกัน (ไม่ได้รวมกับพวกไปประกาศสงครามบุกยึดประเทศอื่นนะครับ) ... จริงที่อาจเห็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ต้องอพยพกันหลายหมื่นคืนเกิดความลำบาก ซึ่งตรงนี้เองผมก็ไม่พอใจเป็นอย่างมากและไม่เห็นด้วยที่วิ่งเข้าไปขอเจรจาอยู่ตลอด และการที่ทำให้พี่น้องชาวไทยเราต้องรับกรรม แต่เป็นการถูกแล้วที่เราสั่งอพยพดีกว่าเอาประชาชนมาเป็นโล่ห์กำบังซึ่งมันดูปอดแหกพิกล .. เลยอยากให้หลายๆคนที่เป็นห่วงสถาณการณ์ในตอนนี้ใจเย็นๆลงก่อนนะครับ ผมบอกได้เลยว่า ฝ่ายเราไม่ได้อยู่เฉยๆ เรามีมาตรการตอบโต้ทุกรูปแบบด้วยศักยภาพที่มี ถ้าสั่งบุก เราบุกได้ ถึงเมืองหลวง แล้วหลังจากนั้นละครับ เราจะไปตั้งรัฐบาลให้เค้าเหมือนอเมริกาทำงั้นเหรอ เหอะๆ ไม่มีทาง เราตั้งมันอยู่ในการป้องกันอธิปไตยในรั้วบ้านเรานะดีแล้วครับ ทำตัวเป็นไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาดดีที่สุดครับ

 

2018  ThaiArmedForce.com   globbersthemes joomla templates