"1428", "เพื่อนขีดเส้นใต้" และเรื่องราวของสงครามร่มเกล้าบนแผ่นฟิล์ม

สมาชิกคงจำหนังเรื่อง 1428 ซึ่งเป็นหนึ่งสามเรื่องของโปรเจ็คภาพยนต์ของนักศึกษามหาวิทยาลัยกรุงเทพที่ TAF เคยแนะนำให้ได้รู้จักกัน มาวันนี้ หนังทั้งสามเรื่องพร้อมฉายแล้วภายใต้ชื่อ "เพื่อนขีดเส้นใต้" และหนึ่งในสามผู้กำกับก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นสมาชิกของ TAF เรานั่นเอง

วันนี้ ไหน ๆ สมาชิกของเรากำลังได้ดิบได้ดี เราจึงขอสัมภาษณ์ ผู้กำกับเรื่อง 1428 ว่าคิดยังไงถึงมาทำหนังเกี่ยวกับเรื่องราวมาคุ ๆ อย่างสงครามร่มเกล้า รวมถึงบอกเล่าเรื่องราวของตัวหนัง พร้อมกับเราขอค่าโปรโมตหนังเป็นการให้สมาชิกร่วมเล่นเกมส์ร่วมสนุกชิงบัตรชมภาพยนต์เรื่อง "เพื่อนขีดเส้นใต้" ท้ายบทความ ติดตามกันได้ครับ


ipubkevlar สมาชิก TAF หนึ่งในทีมผู้กำกับ "เพื่อนขีดเส้นใต้"

- คิดยังไงถึงทำเรื่องราวเกี่ยวกับร่มเกล้า

ส่วนตัวผมมองว่ามันมีความน่าสนใจอยู่ครับ

จากที่ผมอ่านหนังสือ 27 วันควันปืนกับซากศพ สมรภูมิร่มเกล้าที่เขียนโดย อดีตทหารพรานจู่โจมค่ายปักธงชัยอย่าง ประภาส รวมรส แล้วก็ได้เห็นอีกมิติหนึ่งในสงครามที่ไม่ได้มาจากการบอกมาปากต่อปากหรือการอวยตัวเองกันจนไส้แตก จนผมตั้งคำถามกับตัวเองว่าแล้วคนอื่นๆคิดเหมือนกันหรือเปล่า ก็เลยเริ่มหาหนังสือทหารพรานอ่านจาก 3 ผู้แต่งรวมกว่า 7 - 8 เล่ม และจากบทสัมภาษณ์อีกก็เห็นสิ่งหนึ่งที่เหมือนๆกันของทหารพรานจู่โจมค่ายปักธงชัยคือ "เพื่อน"

ส่วนทำไมถึงเลือก 1428 กับเรื่องราวของทหารพรานนั้นส่วนตัวเห็นว่าการรบที่ร่มเกล้าเป็นหนึ่งในการรบสำคัญครั้งหนึ่งซึ่งเป็นบทเรียนให้ทั้งกองทัพบกและกองทัพอากาศไทยในการปรับหลักปฎิบัติมากมายในการรบ และยังเป็นเรื่องราวที่ไม่ค่อยจะมีคนรู้จักมากนักเพราะกองทัพบกไม่ค่อยอยากพูดถึง รวมถึงทหารพรานที่แทบจะไม่มีคนทั่วๆไปรู้จัก


ภาพบางส่วนที่ได้รับจากอาสาสมัครทหารพรานเมื่อครั้งศึกษาข้อมูล

- เรื่องนี้พูดถึงเพื่อน การรบในร่มเกล้ามันเชื่อมโยงกับเรื่องราวของเพื่อนอีกสองเรื่องได้อย่างไร

ทุกคนต้องเคยมีเพื่อนอยู่แล้วครับแต่ว่าเราจะให้คำนิยามเพื่อนของเราในรูปแบบไหน บางคนเป็นเพื่อนเที่ยว บางคนเป็นเพื่อนแท้ บางคนก็เป็นเพื่อนคู่ชีวิต และเป็นเพื่อนตาย หนังสามเรื่องนี้ดูผิวเผินอาจจะเป็นคนละเรื่องกันแต่ถ้าไปดูแล้วจะร้องอ๋อครับว่า มันคือเรื่องเดียวกันจริงๆนะ

- ในฐานะเป็นผู้กำกับ 1428 ส่วนตัวแล้วมองภาพของทหารพรานก่อนทำและหลังทำ 1428 ต่างกันไหม

ก่อนทำเรามองภาพแค่เราอยากเล่าเรื่องราวที่ไม่ค่อยจะมีคนรู้จักมากนักเท่านั้นครับ แต่พอได้มาทำความเข้าใจพวกเขาจริง ๆ แล้วมันก็ยิ่งทำให้เราตอบตัวเองว่า "เราต้องทำมันจริง ๆ แล้วล่ะ" เพราะว่าเรื่องราวของทหารพรานในหน้าประวัติศาสตร์นั้นไม่ค่อยจะถูกจารึกกันสักเท่าใดนักทั้ง ๆ ที่พวกเขาเป็นแนวหน้ารบโดยมาตลอดระยะเวลาก่อตั้งค่ายปักธงชัยขึ้นมาจนถูกยุบหน่วยด้วยเหตุผลหลาย ๆ ประการ ซึ่งนักรบที่พิการก็ยังดีที่พอจะมีสวัสดิการดูแลพวกเขา แต่บางคนแม้จะรบมากว่า 10 ปี แต่ไม่ได้พิการก็ได้แค่บัตรทหารผ่านศึกชั้นที่ 3 ซึ่งเงินที่ได้เดือนๆหนึ่งก็ 500 บาทเท่านั้นเอง บางคนก็เป็นบ้า บางคนก็ต้องเก็บขยะขาย บางคนไม่มีเงินแม้แต่จะส่งลูกเรียนหนังสือ บางคนที่เราไปสัมภาษณ์ยังตกอยู่ในสภาวะสงคราม (หวาดระแวง) อยู่เลยครับ

มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ได้ไปเห็นกับตาคือเราไปสัมภาษณ์อดีตทหารพรานคนหนึ่งก็ได้ทราบว่า เขาต้องอาศัยแฟลตรุ่นน้องทหารพรานที่ได้รับการดูแล (เพราะพิการ) ในหมู่บ้านทหารผ่านศึกเกาหลี หลังพูดคุยกันจบเราก็เชิญพี่เขามาทานข้าวร่วมกันซึ่งกว่าจะตะล่อมลงมาได้นานมาก แต่แกก็ยังไม่บอกว่าไม่มีเงินซื้อข้าว เห็นอย่างนี้แล้วเราจะไม่เล่าเรื่องราวของพวกเขาได้อย่างไรล่ะครับ

- ทำไมถึงเลือกน้าสายเชียเป็นนักแสดงนำใน 1428 ครับ

พี่สายเชียค่อนข้างที่จะมีแบ๊กกราวน์ละม้ายคล้ายคลึงทหารพรานจู่โจมค่ายปักธงชัยอยู่ครับ คือส่วนใหญ่เป็นคนอีสานที่ไม่ได้ร่ำรวยอะไร ซึ่งแต่ละคนก็มีเหตุผลในการสมัครมาเป็นทหารพรานในเหตุผลที่ต่างกัน และโหงวเฮ้งด้วยครับ เพราะเอาเข้าจริง ๆ ทหารเวลาออกสนามคงไม่ใช่พ่อรูปหล่อที่ออกไปรบอยู่แล้วครับ  แต่ตอนแรกเราก็กลัวคนดูจะติดภาพกับ จน เครียด กินเหล้า เหมือนกันแต่สุดท้ายแล้วจากฝีมือการแสดงของพี่สายเชียก็ทำให้ทุกคนลืมภาพนั้นไปเลยครับ แม้แต่ทหารพรานตัวจริงยังชมเลยครับว่าเหมือนจริงๆ


น้าสายเชีย คนยืนทางซ้าย

 

- เห็นบอกว่ามีเรื่องเล่าที่น่าประหลาดและชวนซาบซึ้งในมิตรภาพของเหล่าทหารพรานด้วย แอบเล่าให้ฟังสักนิดได้ไหม

ในทีมกองถ่ายของเราจะมีหลายคนอยู่ที่เขาจะสัมผัสกับสิ่งที่มองไม่เห็นได้เป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งเราทำหนังทหารแน่นอนพวกเขา (อดีตนักรบ) ก็ต้องมาตอกบัตรกันเป็นที่แน่นอนอยู่แล้ว โดยที่เราจะมีทีมงานเห็นพี่เขาทุก ๆ คิวที่ถ่ายกันเลยทีเดียว

ซึ่งสุดท้ายเราก็ต้องไปสอบถามเจ้าของเรื่องเลยล่ะครับว่า รูปร่างหน้าตาอย่างนี้คือใคร ที่สรุปได้ก็คือ "เพื่อนของเขาเองครับที่เสียชีวิตไปแล้ว" และเขาก็ฝากคำพูดต่างๆที่เขาไม่มีโอกาสได้พูดกับเพื่อนถึงกันและกัน เรื่องนี้ขออุบไว้เท่านี้นะครับ

และยังมีอีกเรื่องคือ คิวแรกที่เราถ่ายทำบริเวณค่ายปักธงชัย รถปั่นไฟที่เราเตรียมมากลับใช้ไม่ได้เสียอย่างนั้น จนสุดท้ายผมโปรดิวเซอร์กับตากล้องต้องไปจุดธูปไหว้ ศาลเจ้าพ่อภูหลวง อนุสาวรีย์จ่าดำ พอจุดธูปไหว้เท่านั้นล่ะครับ วิทยุมาบอกทันทีว่า "ไฟติดแล้วครับ" พูดแล้วยังขนลุกอยู่เลย.....

- รู้สึกอย่างไรกับทหารพราน และสงครามในเนิน 1428 ครับ

ผมยังมองพวกเขาว่าเป็นหนึ่งในฮีโร่สำคัญของไทยครับ เพราะชายหนุ่มเหล่านี้คือคนที่อาสาเข้าไปรบ (ไปรบจริง ๆ ) และยินดีที่จะจับอาวุธเข้าสู่สนามรบ อาจจะพูดได้ว่าถ้าไม่มีพวกเขา เราอาจจะเป็นคอมมิวนิสต์ไปแล้วก็ได้ครับ

ส่วนเนิน 1428 ก็เป็นหนึ่งในเรื่องราวที่จะเรียกได้ว่าเป็นความผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่าของทั้งรัฐบาล กองทัพ และฝ่ายเสนาธิการที่คล้ายคลึงกับ Hamberger Hill แต่เราก็เล่าอะไรไม่ได้มากครับ เพราะกองทัพบกตรวจบทก่อนถ่ายทำ พอพูดถึงร่มเกล้าปุ๊บทหารมักส่ายหน้าบอก โห....เรื่องนี้พูดไม่ได้กันแทบจะทุกคน

- ฝากหนังเรื่องเพื่อนขีดเส้นใต้กับสมาชิก TAF และท่านอื่น ๆ ที่บังเอิญผ่านมาอ่านหน่อยครับ

อยากให้ลองไปดูครับเพราะของที่เราใช้ก็เป็นอุปกรณ์ที่อุสาหกรรมใช้กันจริง ๆ เรื่องแรกที่เกี่ยวกับความรักอาจจะห่างไกลจากทหารไปหน่อย แต่ถ้าหากพาแฟนเข้าไปนั่งข้าง ๆ ในวันวาเลนไทน์แล้วเธออาจจะนั่งดูไปหยิกแขนเราไป ส่วนเรื่องที่สองก็เป็นเรื่องราวกวน ๆ ของทีมสร้างตัวอย่างหนังล้อเลียน (พวกผมเอง)

เรื่องที่สามเราก็ไม่ได้มั่วนิ่ม นั่งเทียนเดาเอาว่าทหารพรานแต่งตัวอย่างไร สถานที่ที่ถ่ายเราพยายามอ้างอิงจากความเป็นจริง เช่น ลำน้ำเหือง หมู่บ้านร่มเกล้า น้ำตกร่มเกล้า ตอนไปหาสถานที่ก็ถ่ายรูปส่งให้เจ้าของเรื่องที่เอามาเล่าดูตลอดครับว่าคล้ายคลึงหรือไม่ ซึ่งหนัง 3 เรื่องนี้ต้องพาเราไปถ่ายทำกันถึง 7 จังหวัด มีก็แต่เนิน 1428 ที่เราเข้าไปปีนถ่ายบนนั้นไม่ได้เพราะมันยังอุดมไปด้วยกับระเบิด เลยต้องจำลองสถานที่ถ่ายทำเอาครับ

ตอนถ่ายก็เชิญพี่อดีตทหารพรานที่เคยไปรบเข้าไปดูในกองถ่ายแถมด้วยรองแฟนพันธ์แท้สงครามเวียดนามเข้าไปด้วยอีกคน เพราะอยากให้ออกมาสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะทำได้ครับ แต่ไม่มีฉากอลังการงานสร้างแบบไมเคิล เบย์นะครับ เพราะไม่อยากให้พวกเราดูแล้วเชียร์ทหารออกไปตายเพิ่มกันอีก โดยที่เรานั่งพิมพ์คียบอร์ดอยู่บ้านสบายใจแฮ


 

เพื่อนขีดเส้นใต้ เรื่องราวความรักของ “เพื่อนคู่ชีวิต เพื่อนแท้ เพื่อนตาย” ที่ต่างมีความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกัน

...จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อ ต่อต้าน ถูกครอบครัวข้อร้องให้มีลูกเร็วๆ แต่มันไม่ได้ง่ายอย่างที่ทุกคนคิด เมื่อ จ๊ะจ๋า มีข้อแม้ว่าต่อต้านต้องเลิกสูบบุหรี่ให้ได้เสียก่อน ถึงจะยอมมีลูกด้วย จึงเป็นที่มาของสัญญาระหว่างเพื่อนคู่ชีวิต

…กลุ่มนักศึกษาสาขาภาพยนตร์ชั้นปี 4 ได้รับโจทย์จากอาจารย์ให้ทำหนังเพื่อเป็นโปรเจ็กต์จบการศึกษา แต่แล้วความเห็นของคนในกลุ่มกลับแตกออกเป็น 2 ฝ่าย บทพิสูจน์ของความเป็น เพื่อนแท้จึงเกิดขึ้น

…ระหว่างทางในสมรภูมิร่มเกล้าที่ชายแดนไทย-ลาว พลทหารเปี๊ยกจากกองทัพภาคที่สอง และ ทหารพรานตู่ ทหารจู่โจมจากค่ายปักธงชัย หลงทางมาเจอกันโดยบังเอิญ แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันจนทำให้มิตรภาพของเพื่อนร่วมทางกลับกลายเป็นเพื่อนตาย

ร่วมค้นหาทุกความหมายของคำว่า “เพื่อน” ได้ในภาพยนตร์โรแมนติก-คอมเมดี้ “เพื่อนขีดเส้นใต้” 12 กุมภาชวนเพื่อนมาชม บางโรงภาพยนตร์ เพราะเข้าฉายแค่บางโรงจริง ๆ อยากรู้ว่าเข้าฉายที่ไหนบ้าง ติดตามได้ที่ http://www.facebook.com/buffetproduction ครับ

ส่วนใครอยากชม 1428 และ เพื่อนขีดเส้นใต้ วันนี้ TAF เรามีบัตรมาแจกครับ ขอเชิญติดตามไปได้ที่ Facebook ของเราที่ http://www.facebook.com/thaiarmedforce/photos/a.377333849611.194403.377261239611/10153096752889612/?type=1&theater ได้เลยครับ


เบื้องหลัง

2017  ThaiArmedForce.com   globbersthemes joomla templates