TAF Editorial #7 - F-22 ที่ Cope Taufan มาเลเซีย สัญญาณเตือนต่อพญามังกร


F-22 กำลังลงจอดที่ฐานทัพอากาศบัตเตอร์เวิร์ต (ภาพโดย Khoo Jin Kiat)

F-22 จำนวน 6 ลำจากฝูงบินขับไล่ที่ 19 และ 199 ของกองบินขับไล่ที่ 154 ซึ่งตั้งอยู่ ณ ฐานทัพอากาศร่วม Pearl Harbor-Hickham ที่ฮาวายและฐานทัพอากาศ Andersen ที่ Guan ลงจอด ณ ฐานทัพอากาศ Butterworth ในมาเลเซียเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2557 พร้อมกับเครื่องบินขับไล่แบบ F-15 เครื่องบินลำเลียงแบบ C-17 และ C-130 เพื่อเข้าร่วมการฝึก Cope Taufan 2014 ระหว่างวันที่ 9-20 มิถุนายนนี้ โดยกำลังทางอากาศของสหรัฐจะฝึกร่วมกับ Su-30MKM, MiG-29N, F/A-18D+ และ Hawk ของกองทัพอากาศมาเลเซีย นี่เป็นครั้งแรกที่กองทัพอากาศสหรัฐส่ง F-22 ซึ่งเป็นเครื่องบินขับไล่ที่ดีที่สุดในโลกแบบหนึ่งจากฝูงบินขับไล่หลักของกองทัพสหรัฐภาคพื้นแปซิฟิกเข้าร่วมการฝึกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นี่จะเปิดโอกาสให้ F-22 ได้ทดสอบประสิทธิภาพกับเครื่องบินขับไล่ที่ดีที่สุดแบบหนึ่งของรัสเซียคือ Su-30MKM และเครื่องบินขับไล่ของรัสเซียที่มีใช้งานอยู่ทั่วไปในประเทศที่ไม่เป็นมิตรกับสหรัฐนักนั่นคือ MiG-29 ถือเป็นโอกาสที่หาได้ยากที่กำลังทางอากาศของสหรัฐจะได้เข้าร่วมการฝึกกับกำลังทางอากาศของจริงที่พวกเขามักมองว่าจะเป็นภัยคุกคามต่อกำลังทางอากาศของสหรัฐในอนาคต

แม้ว่าด้วยประสิทธิภาพที่เราทราบกันดี MiG-29N นั้นเทียบไม่ได้เลยกับ F-22 และแม้ว่า Su-30MKM จะมีประสิทธิภาพที่สูสีกับ F-22 ขึ้นมาบ้าง แต่ใน 4 แง่มุมหลักของเครื่องบินขับไล่นั่นคือระบบเรดาร์ ระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ ภาคตัดขวางเรดาร์ (Radar Cross Section: RCS) และสมรรถณะในการบินนั้น F-22 เหนือกว่า Su-30MKM อยู่หลายช่วงตัว มีเพียงระบบอาวุธซึ่งค่อนข้างจะสูสีกันเท่านั้น

ในทางกลับกัน นักบินของ F-22 จะได้เข้าใจยุทธวิธีของเครื่อบินขับไล่รัสเซียจาก Su-30MKM และได้ทดสอบประสิทธิภาพของระบบเรดาร์ ระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ของ Su-30MKM และ MiG-29N ของจริง ซึ่งถือเป็นโอกาสล้ำค่าที่กำลังทางอากาศของสหรัฐจะได้เก็บข้อมูลย่านความถี่ คุณลักษณะของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า รวมถึงอัตราการกวาดและตรวจจับเพื่อนำไปวิเคราะห์ต่อไป ในกรณีที่มาเลเซียเปิดใช้ระบบเรดาร์อย่างเต็มที่

ไม่ใช่เพียงเท่านั้น แหล่งข่าวจากต่างประเทศให้ความเห็นกับ ThaiArmedForce.com ว่า การฝึก Cope Taufan นั้นไม่น่าจะเป็นจุดหมายแรกของ F-22 แต่กองทัพสหรัฐน่าจะวางแผนที่จะส่ง F-22 มาร่วมการฝึก Cope Tiger ในประเทศไทยมากกว่า แต่เปลี่ยนใจภายหลังและย้ายกำหนดการฝึกของ F-22 ไปยังมาเลเซียเองด้วยเหตุผลทางการเมือง

"มาเลเซียเป็นหนึ่งในคู่ขัดแย้งกับจีนในกรณีพิพาททะเลจีนใต้ การนำ F-22 ซึ่งเป็นเครื่องบินที่ทันสมัยที่สุดไปฝึกกับมาเลเซียเปรียบเสมือนการส่งสัญญาณว่าสหรัฐพร้อมจะสนับสนุนชาติอาเซียนในกรณีพิพาทในทะเลจีนใต้กับจีน"   

ในอีกด้านหนึ่ง กองทัพสหรัฐกำลังพัฒนาหลักนิยมในการวางกำลัง F-22 ที่สนามบินส่วนหน้าที่ไม่ได้มีการเตรียมการไว้ล่วงหน้าภายใต้แนวคิด Rapid Raptor ซึ่งใช้เครื่องบินลำเลียง C-17 Globemaster III จำนวนหนึ่งลำบรรทุกอุปกรณ์สนับสนุนและอาวุธเพื่อให้การสนับสนุน F-22 ในการวางกำลังในสนามบินที่ไม่คุ้นเคยภายใน 72 ชั่วโมงหรือน้อยกว่า

ทำให้ F-22 ไม่ได้จำกัดการปฏิบัติการอยู่เพียงแต่สนามบินที่มีอุปกรณ์สนับสนุนซึ่งทุกคนรู้ดีว่าอยู่ที่ใดและศึกษาการโจมตีสนามบินนั้นเป็นอย่างดี แต่ยังทำให้ F-22 มีความอ่อนตัวในการปฏิบัติการมากขึ้น เข้าสู่พื้นที่การรบได้รวดเร็วขึ้น และสามารถเข้าใกล้ Theater ของการรบได้มากขึ้นโดยต้องการการเติมน้ำมันกลางอากาศน้อยหรือไม่ต้องการเลย

การวางกำลังในมาเลเซียภายใต้ร่มเงาของการฝึก Cope Taufan ทำให้การวางกำลังอย่างเปิดเผยนั้นไม่เป็นจุดสนใจเท่าใดนัก แต่จะทำให้ F-22 ได้ทดสอบการวางกำลังที่สนามบินส่วนหน้า ซึ่งอาจต้องถูกใช้ในกรณีที่เกิดข้อพิพาทในทะเลจีนใต้จนนำมาซึ่งสงคราม และสหรัฐอาจตัดสินใจส่งกำลังเข้าช่วยเหลือชาติอาเซียนในภูมิภาคนี้ ด้วยคุณลักษณะที่พัฒนาขึ้นใหม่นี้

แม้เราจะเห็นว่า กรณีพิพาททะเลจีนใต้ยังห่างไกลกับการเกิดสงครามขนาดใหญ่มากพอสมควร เนื่องจากแต่ละฝ่ายยังใช้ความพยายามในการอดกลั้นไม่ใช้กำลังเพียงเท่านั้น เรายังเชื่อว่าการปรากฏตัวของ F-22 ในประเทศคู่ขัดแข้งในทะเลจีนใต้ยังเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนไปสู่จีนว่าสหรัฐอเมริกาพร้อมจะเข้าแทรกแทรงและช่วยเหลือชาติพันธมิตรในอาเซียน และนั่นทำให้นี่ไม่ใช่เพียงเรื่องของจีนและอาเซียนอีกต่อไป นอกจากนั้น การที่ทั้งสองฝ่ายของคู่ขัดแย้งต่างมีกำลังหรือมีพันธมิตรที่แข็งแกร่งจนอีกฝ่ายไม่สามารถเอาชนะได้อย่างเด็ดขาด จะสร้างข้อกังวลให้กับทั้งสองฝ่ายว่าถ้าฝ่ายใดเสี่ยงเปิดสงครามเต็มรูปแบบ อาจไม่สามารถเอาชนะอีกฝ่ายได้อย่างเด็ดขาด และอาจถูกตอบโต้อย่างรุนแรงจนความสูญเสียของฝ่ายตนไม่คุ้มค่าในการทำสงคราม เมื่อประกอบกับทะเลจีนใต้เป็นเส้นทางการเดินเรือที่สำคัญเส้นทางหนึ่งที่ทั้งสองฝ่ายต้องพึ่งพา การดำเนินการใด ๆ ที่กระทบต่อเสรีภาพในการเดินเรืออาจส่งผลร้ายแรงต่อเศรษฐกิจของทั้งสองฝ่าย ซึ่งทำให้เราเห็นว่าการเกิดสงครามขนาดใหญ่จากกรณีพิพาททะเลจีนใต้จะยิ่งห่างไกลออกไป และเรามั่นใจได้ว่าด้วยพลังอำนาจทางทหารที่แข็งแกร่งแต่ไม่ได้ถูกนำมาใช้ของทั้งสองฝ่ายจะบีบให้ทุกคนเข้าสู่โต๊ะเจรจาเพื่อหาทางออกโดยสันติวิธีต่อไป

อ้างอิง

1. Alert5, "F-22s in Malaysia for exercise", http://alert5.com/2014/06/06/f-22s-in-malaysia-for-exercise/
2. Bernama, "RMAF, USAF In Joint Air Exercise", http://www.bernama.com.my/bernama/v7/ge/newsgeneral.php?id=1044037
3. Pacific Air Force, "Rapid Raptor moves JBER F-22s closer to the fight", http://www.pacaf.af.mil/news/story.asp?id=123411157

2017  ThaiArmedForce.com   globbersthemes joomla templates