TAF Editorial #19 - 40 วันของปฏิบัติการยึดมาลาวี บทเรียนที่ทั้งอาเซียนต้องรีบเรียนรู้

กว่า 40 วันแล้วที่กลุ่มกบฏเมาเต นำโดยพี่น้องเมาเต สนธิกำลังกับกลุ่มกบฏอบูซายาฟ ซึ่งมี อินิลอน ฮาปิลอนเป็นผู้นำ บุกยึดเมืองมาราวี เมืองเล็กๆบนหมู่เกาะมินดาเนา ทางตอนใต้ของประเทศ โดยทั้ง 2 กลุ่มประกาศชัดเจนว่า สวามิภักดิ์ต่อกลุ่มรัฐอิสลามหรือ “IS” เราลองมาลำดับเหตุการณ์”ยึดมาราวี”กันใน TAF Editorial ตอนนี้กันครับ

23/5/2017 : กลุ่มกบฏเมาเต สนธิกำลังกับ กลุ่มกบฏอบูซา บุกยึด โรงพยาบาล Amai Pakpak ในเมืองมาราวี บนหมู่เกาะมินดาเนา ทางตอนใต้ของ ฟิลิปปินส์ ประธานาธิบดี ดูเตอเต้ประกาศใช้กฏอัยการศึก ประชาชนถูกสั่งให้ออกจากพื้นที่ภายใน 5 ชั่วโมง กองทัพบกฟิลิปปินส์ถูกส่งเข้าพื้นที่

24/5/2017 : ทหารจาก กองพลทหารราบที่ 1 “Tabak Division” สามารถยึดโรงพยาบาล Amai Pakpak คืนจาก ผู้ก่อการร้ายได้ โฆษกรัฐบาลประกาศว่ากองทัพจะใช้เวลาไม่นานในการจัดการปัญหานี้

25/5/2017: เกิดการประทะกันอย่างหนัก บริเวณศาลากลางจังหวัดมาราวี มีการพบเห็นธงดำของกลุ่ม ISIS ถูกแขวนอยู่ตามถนนสายหลักของเมือง นอกจากนั้นยังพบว่ามีนักรบจากอินโดนีเซียและซาอุดิอาราเบียเข้าร่วมในการโจมตีครั้งนี้ด้วย

26/5/2017: เจ้าหน้าที่ทางการฟิลิปปินส์เปิดเผยว่าได้สังหารนักรบจีฮัดที่เป็นชาวต่างชาติ 6 คน ซึ่งรวมถึงผู้ที่มีสัญชาติมาเลเซีย อินโดนีเซีย ในระหว่างปฏิบัติการกวาดล้างกลุ่มติดอาวุธออกไปจากพื้นที่เมืองมาราวี

27/5/2017: หน่วยปฎิบัติการพิเศษ ถูกส่งเข้าเคลียร์พื้นที่แบบหลังต่อหลัง อาคารต่ออาคาร

28/5/2017: มีการพบศพประชาชนจำนวน 8 ศพ บนถนนนอกเมืองมาราวี จากการตรวจสอบพบว่า ถูกกลุ่มผู้ก่อการร้ายสังหารเนื่องจากไม่สามารถท่องอัลกุรอานได้

29/5/2017 : กองทัพฟิลิปปินส์ ยืนยันจำนวนผู้เสียชีวิต ในมาราวี เพิ่มเป็น 100 ศพ ในขณะที่พื้นที่บางส่วนของเมืองยังถูกยึดไวโดยกลุ่มผู้ก่อการร้าย นอกจากยังมีรายงานว่า แนวร่วมปลดปล่อยอิสลามโมโรประกาศเข้าร่วมศึกในมาราวี

31/5/2017 : โฆษกกองทัพฟิลิปินส์ แถลงว่าสามารถยึดพื้นที่คืนจากกลุ่มผู้ก่อการร้ายได้แล้วกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ วันเดียวกันเกิดความผิดพลาดในการโจมตีทางอากาศของกองทัพฟิลิปินส์เป็นเหตุให้ทหารเสียชีวิต 11 นาย บาดเจ็บ 7 นาย

1/6/2017 : กระทรวงกลาโหมฟิลิปินส์ แถลงว่าตรวจพบนักรบชาวชาวมาเลเซียอินโดนีเซีย ซาอุดิอาราเบีย เยเมนและเชชเนีย เข้าร่วมในการโจมตีเมืองมาลาวี นอกจากนั้นยังระบุว่าจำนวนผู้ก่อการร้ายในมาราวี อาจมีมากกว่า 500 คนแล้ว

2/6/2017 : เกิดเหตุโจมตี Resorts World ในกรุงมะมิลา โดย ISIS ประกาศอ้างความรับผิดชอบ มีผู้เสียชีวิตเกือบ 30 ศพ

5/6/2017 : สหรัฐอเมริกาส่งความช่วยเหลือในส่วนของอาวุธแก่กองทัพฟิลิบปินส์ ประกอบไปด้วย ปลส. M4 300 กระบอก ปพ. Glock 200 กระบอก เรือยาง 21 ลำ M203 100 กระบอก เครื่องยนต์เรือเร็ว 30 เครื่อง

6/5/2017 : สหรัฐอเมริกาส่งที่ปรึกษาทางทหารไปยังกองทัพฟิลิปินส์

9/6/2107 :สหรัฐอเมริกา ส่งเครื่อง P3 Orion ลาดตระเวนเหมือเมืองมาราวี 12/6/2017 : กองทัพฟิลิปปินส์หวังว่าจะเร่งยุติเหตุการณ์ในมาราวี ให้เร็วที่สุดเพื่อฉลองวันชาติของฟิลิปินส์

19/6/2017 : ทหารฟิลิบปินส์ตรวจยึดอาวุธ ยาเสพติดและเงินสดได้เป็นจำนวนมากในพื้นที่ยึดครองของผู้ก่อการร้าย

22/6/2017: อินโดนีเซีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ประกาศความร่วมมือในด้านข่าวกรองทางทหาร รวมทั้งประกาศให้มีการลาดตระเวนร่วมทางเรือ เพื่อสกัดกั้นกำลังเสริมของกลุ่มกบฏที่แทรกซึมเข้าเมืองมาราวี

23/6/2017 : กองทัพอากาศออสเตรเลีย ส่งเครื่องบินลาดตระเวณทางอากาศ AP-3C Orion เข้าพื้นที่เมืองมาราวี

24/6/2017 : มีรายงานการหลบหนีออกจากเมืองมาลาวีของ Isnilon Hapilon ผู้นำกลุ่มกบฏ อบูซายาฟ แต่ไม่ได้รับการยืนยันว่าเป็นจริง

25/6/2017 : กองทัพฟิลิปปินส์ประกาศหยุดยิงเป็นเวลา 8 ชั่วโมง เนื่องจากเป็นวันสิ้นสุดการถือศีลอดของชาวมุสลิม

27/6/2017: รัฐบาลจีนมอบเงินช่วยเหลือรัฐบาลฟิลิปปินส์เป็นจำนวนเงิน 15 ล้านเปโซเพื่อใช้ในการต่อสู้กับผู้ก่อการร้าย รวมทั้งจีนยังประกาศร่วมมือกับฟิลิปินส์ในด้านข่าวกรองด้วย

28/6/2017: ประธานาธิบดี โรดริโก ดูเตอร์เต รับมอบอาวุธจากรัฐบาลจีนมูลค่ากว่า 370ล้านเปโซ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความช่วยเหลือจากจีน

29/6/2017: กลุ่มกบฏซุ่มโจมตีทหารทางใต้ของเมืองซึ่งเป็นเขตยึดครองของกองทัพฟิลิปปินส์ เป็นเหตุให้ทหารเสียชีวิต 2 นายบาดเจ็บ 5 นาย

1/7/2017 :จนถึงวันนี้มีผู้อพยพหนีภัยสงครามแล้วกว่า สี่แสนคน ทหารเสียชีวิต 82 นาย กลุ่มกบฏเสียชีวิต 317 คน

 

จากลำดับเหตุการณ์เราจะเหตุว่าในวันแรกๆของการบุกโจมตี รัฐบาลฟิลิปปินส์ประเมินศักยภาพของกบฏเมาเตต่ำเกินไป ซึ่งอาจจะมาจากความคุ้นเคยกับการต่อสู้กับกลุ่มแบ่งแยกดินแดนท้องถิ่นต่าง ๆ ในประเทศที่มียุทธวิธี อาวุธ และประสิทธิภาพในการรบไม่สูงนัก จึงมองข้ามความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลฟิลิปปินส์กับกลุ่มกบฏหลายๆกลุ่มในพื้นที่เกาะมินดาเนาที่มีมานานหลายทศวรรษ ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มกลุ่มอาบูไซยาฟ,กลุ่มแนวร่วมปลดปล่อยแห่งชาติโมโร, bangsamoro islamic freedom fighters, Maute group ซึ่งล้วนแล้วแต่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มอัคเคดาหรือ กลุ่มรัฐอิสลาม หรือไอเอส โดยเฉพาะ กลุ่มกบฏเมาเต ซึ่งมี นายโอมาร์และนายอับดุลเลาะห์ เมาเต สองพี่น้องเป็นหัวหน้า ซึ่งผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าเป็นกลุ่มที่มีความเข้มแข็งที่สุด ทั้งคู่พูดภาษาอาหรับได้ และเชี่ยวชาญแนวคิดซาลาฟีและอุดมการณ์จีฮัด ปฏิบัติการของกลุ่มจึงถูกออกแบบมาอย่างดี มีขั้นตอน และยุทธวิธีที่มีแบบแผนเป็นอย่างมาก

ซึ่งนั่นเป็นการชี้ชัดว่า ในประชาคมของกลุ่มก่อการร้ายและกลุ่มก่อความไม่สงบ ซึ่งรวมถึงกลุ่มก่อความไม่สงบในประเทศไทยนั้น มีการถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี ความรู้ และยุทธวิธีใหม่ ๆ เสมอ เราจะเห็นว่าหลายอย่างเป็นยุทธวิธีที่กลุ่มก่อการร้ายในตะวันออกกลางมักจะใช้ และถ้ามีการพัฒนาเทคนิคและยุทธวิธีใหม่ ๆ ในเหตุการณ์ที่เมืองมาลาวีนี้ เราก็อาจจะเห็นเทคนิคและยุทธวิธีเหล่านั้นถูกนำไปใช้ในพื้นที่อื่น ๆ เช่นกัน 

นอกจากนั้นในสงครามครั้งนี้ยังมีนักรบต่างชาติเข้าร่วมเป็นจำนวนไม่น้อย บวกกับสถานการณ์ของกลุ่มรัฐอิสลาม หรือไอเอส ทั้งในอิรักและซีเรียเองก็ไม่สู้ดีนัก ทำให้ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเห็นตรงกันว่ากลุ่มไอเอสกำลังพยายามสร้างฐานที่มั่นใหม่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้บริเวณทางใต้ของฟิลิปปินส์ซึ่งมีชาวมุสลิมอาศัยอยู่เป็นส่วนใหญ่ ประกอบกับหลายกลุ่มต้องการเปิดรับแนวคิดสุดโต่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอินโดนีเซียและมาเลเซีย ที่รัฐบาลอินโดนีเซียประเมินว่าอาจมีผู้สนับสนุนแนวคิดของกลุ่ม IS ในประเทศกว่า 1 ล้านคน แม้ว่าจะมีเพียงพันกว่าคนที่เป็นตัวอันตรายจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มหัวรุนแรงหรือผู้ที่เคยไปร่วมรบกับกลุ่ม IS ในตะวันออกกลางมาแล้ว นอกจากนั้นในภูมิภาคนี้ยังมีเหตุการณ์ความขัดแย้ง การแบ่งแยกดินแดน และความแตกต่างทางศาสนาในหลายประเทศไม่ว่าจะเป็นในอินโดนีเซีย มาเลเซีย พม่า หรือไทย ที่สามารถเป็นเชื้อปะทุให้แนวคิดสุดโต่งเข้าแทรกซึมมามีอิทธิพลกับกลุ่มต่าง ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้เป็นอย่างดี

อาเซียนในฐานะประชาคมอาจต้องแสดงบทบาทมากขึ้น แม้อาจไม่ต้องถึงขั้นจัดตั้งกองกำลังหรือกองทัพกลางของอาเซียน แต่อย่างน้อยก็เป็นในแง่ของการเป็นตัวกลางและตัวประสานงานผ่านเสาหลักด้านความมั่นคงซึ่งเป็นหนึ่งในสามเสาหลักของประชาคม ยิ่งในประเด็นนี้เป็นประเด็นเพียงไม่กี่ประเด็นที่สมาชิกอาเซียนสามารถเห็นพ้องและร่วมมือกันได้ การทำงานร่วมกันโดยสมัครใจของสมาชิกอาเซียนที่ประสบความสำเร็จมาแล้วในการปราบปรามกลุ่มเจมา อิสลามิยาหรือ JI อาจเป็นตัวอย่างอันดีให้อาเซียนเข้ารับบทบาทอย่างเป็นทางการและต่อเนื่องในภารกิจนี้

การโจมตีเมืองมาราวี โดยกลุ่มกบฏเมาเต ในครั้งนี้อาจเป็นสัญญาณเตือนทุกประเทศในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ว่าภัยการก่อการร้ายจากกลุ่ม ISIS อยู่ไม่ห่างจากเราแล้ว ความร่วมมือระหว่างประเทศต่าง ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จึงทวีความสำคัญยิ่งกว่าเดิมทั้งด้านการข่าว การแลกเปลี่ยนข้อมูล การปฏิบัติการร่วมกัน และการช่วยเหลือซึ่งกันและกันของประเทศต่าง ๆ โดยมองข้ามความขัดแย้งระหว่างประเทศ เพื่อช่วยกันทำให้เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไม่ตกไปสู่สถานการณ์ที่รุนแรงกว่าที่เราเคยประสบจากกลุ่มเจมา อิสลามิยาในอดีตอีกครั้ง

2017  ThaiArmedForce.com   globbersthemes joomla templates