SAREX2011 โดยกรมเจ้าท่า ณ อำเภอศรีราชา

SAREX2011 หรือการฝึกค้นหาและช่วยเหลืออากาศยานและเรือที่ประสบภัยประจำปี 2554 ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 31 แล้ว โดยในปีนี้มีกรมเจ้าท่าเป็นเจ้าภาพ และร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน ชมรม และมูลนิธิต่าง ๆ ในการฝึกซ้อมการค้นหาและช่วยเหลืออากาศยานและเรือที่ประสบภัย ตามข้อกำหนดขององค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (International Maritime Organization) หรือ IMO ซึ่งไทยเป็นสมาชิก

SAREX ในปีนี้จัดขึ้นที่ท่าเทียบเรือเกาะลอย ในอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี โดยนอกจากจะมีเรือของกรมเจ้าท่าเข้าร่วมในการฝึกแล้ว ยังมีเฮลิคอปเตอร์แบบ S-70B Sea Hawk จากกองการบินทหารเรือและหน่วยปฏิบัติการพิเศษของกองทัพเรือร่วมเข้าทำการฝึกซ้อม โดยสมมุติเหตุการณ์ว่าเกิดเหตุเรือประมงเฉี่ยวชนเรือโดยสาร (เรือโดนกัน) ทำให้เรือโดยสารได้รับความเสียหายและจมลง กรมเจ้าท่าจึงประสานไปยังกองทัพเรือเพื่อขอรับการสนับสนุนอากาศยานในการช่วยเหลือ


ซึ่งกองทัพเรือได้จัดส่งเฮลิคอปเตอร์แบบ Sea Hawk เข้าทำการช่วยเหลือ โดยทำการส่งนักว่ายน้ำเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยและใช้รอกกู้ภัยดึงผู้ประสบภัยขึ้นมาบนตัวเฮลิคอปเตอร์ การนำไปส่งยังจุดที่ให้การรักษาพยาบาลต่อไป


Sea Hawk บินต่ำเรี่ยน้ำส่งนักว่ายน้ำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย


ใช้รอกกู้ภัยดึงผู้ประสบภัยขึ้นมา


Sea Hawk บินแสดงสมรรถนะ

VDO ภาพถ่ายทางอากาศจากเฮลิคอปเตอร์ ขอขอบคุณ Heliluck มา ณ ที่นี้ด้วยครับ

ในโอกาสนี้ คณะทำงาน TAF มีโอกาสได้สัมภาษณ์นายถวัลย์รัฐ อ่อนศิระ เกี่ยวกับประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกรมเจ้าท่าและการค้นหาและกู้ภัย

- บทบาทของกรมเจ้าท่าในภารกิจค้นหาและกู้ภัยอากาศยานหรือเรือที่ประสบอุบัติเหตุคืออะไร?

ประเทศไทยนั้นเป็นสมาชิกใน IMO ซึ่งมีข้อกำหนดให้เราฝึกซ้อมค้นหาและกู้ภัยมาตั้งแต่ปี 2523 โดยนับจนถึงครั้งนี้เป็นครั้งที่ 31 แล้ว ตรงนี้โดยหลักการแล้วนั้นกรมเจ้าท่าจะเป็นศูนย์กลางในการประสานงานในการค้นหาและภู้ภัยเรือหรืออากาศยานที่ประสบอุบัติเหตุในทะเล แต่เนื่องจากเราไม่ได้มีอุปกรณ์ที่เพียบพร้อมเท่ากับหน่วยงานอื่น ในการเกิดเหตุการณ์จริงเราจึงทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการประสานการขออุปกรณ์และกำลังคนในการเข้าช่วยเหลือ เนื่องจากกช่วยเหลือนั้นต้องทำงานแบบบูรณาการณ์

เช่นในกรณีที่เรือประสบภัยในแถบชายฝั่งเราก็จะประสานกับตำรวจน้ำ ถ้าประสบภัยในทะเลลึก เราจะประสานกับกองทัพเรือ รวมถึงประสานกับหน่วยงานเอกชนต่าง ๆ ในการช่วยกันค้นหาและชี้เป้าหมายที่เกิดเหตุการณ์ขึ้น และประสานไปยังหน่วยงานที่มีอากาศยานหรือเรือให้ช่วยกันเข้าไปทำการช่วยเหลือ

- หน้าที่และภารกิจของกรมเจ้าท่าอื่น ๆ

กรมเจ้าท่าเรือมีหน้าที่คือการระวังป้องกันเรือ ท่าเรือ หรือการปล่อยเรือและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ เพื่อสร้างความปลอดภัย เช่น เราจะมีคนคอยดูว่าเรือโดยสารรับผู้โดยสารเกินกำหนดหรือเปล่า เรือขนส่งบรรทุกสินค้าหรือวัสดุอะไรที่เป็นอันตราย เป็นของต้องห้าม ผิดกฏหมาย หรืออาจมีผลกระทบบ้างหรือไม่ นอกจากนั้นเรายังทำหน้าที่คอยตรวจตราเรือที่เข้าเทียบท่าในท่าเรือของไทยว่ามีความปลอดภัยเพียงพอหรือไม่ ซึ่งโดยหน้าที่หลักแล้วเราจะเน้นไปในการระวังป้องกันมากกว่า

- ในอนาคตมีแนวคิดที่จะปรับหรือยกระดับหน่วยงานขึ้นไปให้มีหน้าที่ความรับผิดชอบมากกว่านี้หรือไม่ เช่น อาจจะยกระดับเป็นหน่วยยามฝั่ง (Coast Guard) เป็นต้น


ตรงนี้เคยลองทำแล้วแต่ยังไม่สำเร็จ คือถ้าเราเทียบกับหน่วยงานที่คล้าย ๆ กันอย่างของสหรัฐที่มี US Coast Guard นั้นจะพบว่า ในยามปกติเขาก็จะเป็นพลเรือน ทำหน้าที่คล้าย ๆ เรา แต่ในยามสงครามเขาก็สามารถเป็นทหารได้ คือเป็นหน่วยงานกึ่งทหาร (Para-military) นั่นเอง ตรงนี้เราเคยคิดจะทำเหมือนกันแต่ยังติดขัดเรื่องการประสานงานและยังหาเจ้าภาพไม่ได้ เพราะถ้าไปถามกองทัพเรือกองทัพเรือก็อยากจะเอายามฝั่งไปอยู่กับเขา ถามเราเราก็คิดว่ายามฝั่งน่าจะอยู่กับเรา เลยยังติดขัดตรงนี้อยู่ ปัจจุบันเลยใช้วิธีที่เราเป็นตัวกลางในการประสานงานไปก่อน

2017  ThaiArmedForce.com   globbersthemes joomla templates