รู้จักกับฮิวอี้ และ 48 ปีของ UH-1H แห่งกองทัพอากาศไทย

จากภัยคุกคามของลัทธิคอมมิวนิสต์และความเป็นไปได้ที่อาจจะเกิดสงครามขนาดใหญ่จากประเทศข้างเคียงที่มีแนวคิดทางการปกครองที่ต่างกันในช่วงสงครามเย็น ทำให้สหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นผู้นำของประเทศที่ปกครองแบบประชาธิปไตยในช่วงนั้นกังวลว่า ถ้าประเทศประชาธิปไตยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งเป็นพันธมิตรของสหรัฐต้องตกอยู่ภายใต้การยึดครองของกลุ่มประเทศสังคมนิยมแล้ว อาจจะทำให้สหรัฐต้องสูญเสียเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งภูมิภาค ซึ่งนั้นจะหมายถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของภูมิรัฐศาสตร์ของโลกที่ อาจจะส่งผลให้สหรัฐเพลี่ยงพล้ำในสงครามเย็นได้ ดังนั้น การช่วยเหลือประเทศพันธมิตรจึงถูกจัดอยู่ในลำดับความสำคัญสูงสุดเรื่องหนึ่ง

 

หลังสงครามโลกครั้งที่สอง สหรัฐกลายเป็นพันธมิตรที่สำคัญที่สุดประเทศหนึ่งของไทยจากการที่สหรัฐหนุนหลังสถานะของไทยให้เป็นประเทศที่ไม่แพ้สงครามจากการดำเนินงานของเสรีไทย เมื่อโลกเข้าสู่สงครามเย็น สหรัฐส่งความช่วยเหลือทางทหารมากมายสู่ประเทศไทยทั้งในรูปของการฝึก การศึกษา และอาวุธตามโครงการช่วยเหลือทางทหารในสมัยนั้น และนั้นก็รวมถึงอิ้วอี้ด้วยเช่นกัน

เมื่อรับมอบเข้าประจำการในปี 2511 แล้ว กองทัพอากาศกำหนดชื่อเรียกว่า เฮลิคอปเตอร์แบบที่ 6 (ฮ.๖) โดยมีภารกิจคือค้นหาและกู้ภัย, สนับสนุนการโทรคมนาคม, สนับสนุนหน่วยภาคพื้นดินทั้งของกองทัพอากาศเองและของเหล่าทัพและหน่วยงานราชการอื่น ๆ ในการปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ การช่วยเหลือประชาชน การขนส่งทั่วไป และอื่น ๆ ซึ่งในขณะเดียวกันกองทัพอากาศได้มีคำสั่งกองทัพอากาศเฉพาะที่ 26/11 ลงวันที่ 17 กรกฏาคม 2511 จัดตั้งฝูงบิน 32 ภายใต้การบังคับบัญชาของกองบิน 3 ซึ่งตั้งอยู่ ณ ฐานทัพอากาศดอนเมืองในสมัยนั้น เพื่อรองรับการเข้าประจำการของฮิวอี้ที่ได้รับมอบในล็อตแรกจำนวน 4 ลำในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2511 และรับมอบเรื่อยมาจนครบ 25 เครื่องในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2512 เมื่อรับเข้าประจำการครบแล้ว กองทัพอากาศก็มีคำสั่งกองทัพอากาศเฉพาะที่ 44/12 ลงวันที่ 21 เมษายน 2512 ย้ายที่ตั้งของกองบิน 3 ที่ประกอบไปด้วยฝูงบินเฮลิคอปเตอร์อีก 3 ฝูงคือ ฝูงบิน 31, 32, และ 33 เข้าที่ตั้ง ณ จังหวัดนครราชสีมา

นอกจากนั้นกองทัพอากาศยังได้จัดฮิวอี้หมายเลขทะเบียนกองทัพอากาศ ทอ.7/12 ถวายเป็นเฮลิคอปเตอร์พระราชพาหนะของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ โดยเริ่มถวายงานตั้งแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2512 ในขณะที่เครื่องมีชั่วโมงการใช้งาน 12.2 ชั่วโมง และปฏิบัติภารกิจถวายงานจนถึงปีพ.ศ. 2512 จึงลดระดับลงเป็นเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งสำรองในขณะที่มีชั่วโมงบิน 845.05 ชั่วโมงและจัดฮิวอี้หมายเลขทะเบียนกองทัพอากาศ ทอ.29/15 ชั่วโมงบิน 12.4 ชั่วโมงเป็นเฮลิคอปเตอร์พระราชพาหนะหลักแทน และถวายงานจนถึงปีพ.ศ. 2519 ก็ลดระดับลงเป็นเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งสำรองในขณะที่มีชั่วโมงบิน 828 ชั่วโมงเช่นกัน หลังจากนั้นกองทัพอากาศจึงจัดหาเฮลิคอปเตอร์แบบที่ 6ก หรือ UH-1N จำนวน 2 ลำมาเป็นเครื่องบินพระที่นั่งทดแทน ปัจจุบันฮิวอี้หมายเลข ทอ.7/12 หมายเลขประจำเครื่อง 20337 ยังประจำการอยู่ ณ ฝูงบิน 203 ส่วนฮิวอี้หมายเลข ทอ.29/15 หมายเลขประจำเครื่อง 20347 นั้นประสบอุบัติเหตุตก ณ ภูกระดึง จังหวัดเลย ในวันที่ 4 ตุลาคม 2551

ในปีพ.ศ. 2520 กองทัพอากาศได้ทำการปรับโครงสร้างกองทัพอากาศตามพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ส่วนราชการกองทัพอากาศ พ.ศ.2520 เป็นผลให้กองทัพอากาศยุบเลิกฝูง 32 และโอนย้ายเฮลิคอปเตอร์และเจ้าหน้าที่ไปยังฝูงบิน 203 กองบิน 2 โคกกระเทียม จ.ลพบุรี จนถึงปัจจุบัน โดยทำการย้ายเสร็จสมบูรณ์ในเดือนเมษายน 2523 ปัจจุบันกองทัพอากาศวางกำลังฮิวอี้ ณ ฝูงบิน 203 กองบิน 2 โคกกระเทียม และสนามบินอื่น ๆ คือกองบิน 1 โคราช, กองบิน 6 ดอนเมือง, กองบิน 7 สุราษฎร์, กองบิน 21 อุบล, กองบิน 23 อุดร, และกองบิน 41 เชียงใหม่ เพื่อทำภารกิจค้นหาและกู้ภัยอากาศยานที่ตกในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ และมีเกียรติประวัติในการรบจากการเข้าร่วมยุทธการต่าง ๆ มากมาย

ปัจจุบันกองทัพอากาศมีฮิวอี้ประจำการอยู่จำนวนราว 18 ลำ ซึ่งรวมถึงฮิวอี้ที่ได้รับโอนมาจากกองทัพเรืออีก 2 ลำ และกองทัพบกก็ยังมีฮิวอี้ใช้งานอีกกว่า 50 ลำในปัจจุบัน ฮิวอี้ยังเป็นกระดูกสันหลังที่สำคัญของกองทัพบกและกองทัพอากาศไปอีกหลายปีจนกว่าจะมีการจัดหาเฮลิคอปเตอร์รุ่นใหม่เข้ามาทดแทนจนครบ

ซึ่งกองทัพอากาศได้ดำเนินการตามโครงการจัดหาเฮลิคอปเตอร์ค้นหาและกู้ภัยในพื้นที่การรบทดแทนเฮลิคอปเตอร์แบบที่ 6 เข้าประจำการตามความต้องการ 16 ลำ โดยได้ทำการเลือกแบบเฮลิคอปเตอร์ EC725 เข้ามาทดแทนแล้วจำนวน 6 ลำ ซึ่งจะทำการทะยอยจัดหาให้ครบ 16 ลำตามความต้องการ ซึ่งในปัจจุบันกองทัพอากาศได้รับมอบอากาศยานบางส่วนแล้ว และกำลังอยู่ในระหว่างการฝึกและเปลี่ยนถ่ายความรับผิดชอบจาก UH-1H ไปเป็น EC725 ที่จะเป็นเฮลิคอปเตอร์ค้นหาและกู้ภัยในพื้นที่การรบหลักของกองทัพอากาศไปอีกหลายสิบปี

สมรรถนะของ UH-1H Huey

ลูกเรือ: 1-4 ราย
ความยาว: 17.4 เมตร
ความกว้าง: 2.62 เมตร
ความสูง: 4.39 เมตร
ความกว้างวงใบพัดหลัก: 14.63 เมตร
เครื่องยนต์: เทอร์โบชาร์ฟ  Lycoming T53-L-11 ให้กำลัง 1,100 แรงม้า
น้ำหนักตัวเปล่า: 2.365 ตัน
น้ำหนักบรรทุก: 1.76 ตัน หรือทหาร 14 นาย
น้ำหนักวิ่งขึ้นสูงสุด: 4.309 ตัน
ความเร็วสูงสุด: 117 น็อต
ความเร็วเดินทาง: 108 น็อต
พิสัย: 507 กิโลเมตร
เวลาบินนานสุด: 2.30 ชั่วโมง
เพดานบิน: 19,000 ฟุต
อาวุธ:
- ปืนกล M60D หรือ GAU-17/A จำนวน 2 กระบอก
- กระเปาะจรวดขนาด 2.75 นิ้ว 2 กระเบาะ บรรจุดจรวด 7 นัดหรือ 19 นัด
- รอกกู้ภัย

 

2018  ThaiArmedForce.com   globbersthemes joomla templates