รมว.กลาโหมเผย ทอ.มีโครงการปรับปรุง F-5 (UPDATE)

24/02/2555 19.00 น. ThaiArmedForce.com - รมว.กลาโหมเผยระหว่างตรวจเยี่ยมกองทัพอากาศว่า กองทัพอากาศมีแผนจะปรับปรุงเครื่องบินขับไล่ทั้ง F-5 และ F-16 เพื่อยืดอายุการใช้งานต่อไป


กองทัพอากาศไทยได้ลงนามว่าจ้างบริษัท TAI และบริษัท Lockheed Martin ในการจัดหาระบบ Avionic เพื่อติดตั้งกับเครื่องบินขับไล่แบบ F-16A/B จำนวน 17 เครื่อง ของฝูงบิน 403 และ F-16A อีก 1 เครื่องจากฝูงบิน 103 เพื่อพิ่มประสิทธิภาพการรบของเครื่องบินให้ใกล้เคียงกับ F-16 รุ่นใหม่ เช่น F-16C/D Block 50/52 หลังจากกองทัพอากาศได้ทำการยืดอายุการใช้งาน F-16 ภายใต้โครงการ Falcon Up/Star เพื่อให้ใช้งานได้ถึง 8,000 ชั่วโมงบิน (หรืออย่างน้อย 40 ปี) รวมทั้งปรับปรุงระบบภายในบางส่วน (เช่น การเดินสายไฟใหม่) เสร็จเรียบร้อยแล้ว

นอกจากนั้น กองทัพอากาศยังมีโครงการปรับปรุง F-5E/F ให้มีความทันสมัยมากขึ้น เนื่องจากภาระงบประมาณของประเทศในการฟื้นฟูประเทศจากน้ำท่วมและการพัฒนาเศรษฐกิจ ทำให้กองทัพอากาศเลือกที่จะทำการปรับปรุงเพื่อยืดอายุการใช้งาน F-5 ต่อไป และเพิ่มขีดความสามารถการรบให้สูงขึ้น เพื่อให้ยังคงมีประสิทธิภาพในการตอบสนองต่อภัยคุกคามในอนาคตได้

ทั้งนี้ F-5E/F ของกองทัพอากาศ ในสังกัดฝูงบิน 701 เข้าประจำการในปี 2521-2522 จำนวน 20 เครื่อง (F-5E 17 เครื่อง F-5F 3 เครื่อง) และเพิ่มเติม F-5E อีก 5 เครื่อง ในปี 2531 โดยเป็นเครื่องใช้แล้วจาก ทอ.สหรัฐฯ ถือว่าเป็น F-5E/F ฝูงแรก (ประจำการครั้งแรกที่ฝูงบิน 102 และบางส่วนย้ายไปที่ฝูงบิน 231 ในช่วงสั้นๆ) ส่วนของฝูงบิน 211 เข้าประจำการในปี 2524 จำนวน 20 เครื่อง (F-5E 17 เครื่อง F-5F 3 เครื่อง) ถือว่าเป็น F-5E/F ฝูงที่สอง (ประจำการครั้งแรกที่ฝูงบิน 403)

F-5E/F ของทั้ง 2 ฝูงบิน ผ่านการปรับปรุงมาแล้ว 2 ครั้ง (โดยทั่วไป บ. สามารถเพิ่มขีดความสามารถ/ยืดอายุการใช้งานได้ไม่เกิน 3 ครั้ง) ครั้งนี้จะถือว่าเป็นครั้งที่ 3 (ประมาณ 30 ปี หลังเข้าประจำการ)

ครั้งแรกในปี 2531 (ครบ 10 ปีแรกที่เข้าประจำการ) F-5E/F จำนวน 39 เครื่อง (F-5E 34 เครื่อง F-5F 5 เครื่อง ไม่รวมเครื่องจาก ทอ.สหรัฐฯ) ผ่านการปรับปรุงเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรบ โดยมีการติดตั้งจอภาพตรงหน้านักบิน (HUD) คอมพิวเตอร์ช่วยเล็งอาวุธ (WAC) เครื่องรับสัญญาณเรดาร์เพื่อแจ้งเตือน (RWR) AN/ALR-46(V)6 เครื่องจ่ายเป้าลวง AN/ALE-40 และเครื่องช่วยเดินอากาศด้วยแรงเฉื่อย LN-39 นอกจากนั้นสำหรับ F-5E/F ฝูงที่สอง ได้มีการเพิ่มขีดความสามารถการใช้อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศ-สู่-อากาศ พิสัยใกล้ Python-3 ด้วย

ครั้งที่สองในปี 2543-2546 (ประมาณ 20 ปี หลังเข้าประจำการ) F-5E/F จำนวน 31 เครื่อง (F-5E 27 เครื่อง F-5F 4 เครื่อง) ผ่านการปรับปรุง โดยบริษัท Elbit ประเทศอิสราเอล ทั้งนี้จะแยกเป็น 2 โครงการย่อย (เนื่องจากงบประมาณจำกัดจากภาวะเศรษฐกิจ) คือ ปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบความปลอดภัย ให้กับ F-5E/F ฝูงแรก จำนวน 16 เครื่อง  และปรับปรุงเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรบ ให้กับ F-5E/F ฝูงที่สอง จำนวน 15 เครื่อง (หลังปรับปรุงแล้ว F-5 ฝูงที่สอง เรียกว่า F-5E/F mod หรือ F-5T Tigris) โดยมีการติดตั้งคอมพิวเตอร์ภารกิจ จอ HUD จอแสดงผลอเนกประสงค์ (MFD) หมวกนักบินติดศูนย์เล็ง DASH เครื่องวัดประกอบการบินรุ่นใหม่ ระบบวิทยุสื่อสาร วิทยุช่วยเดินอากาศด้วยดาวเทียม GPS คันบังคับและคันเร่งติดตั้งปุ่มควบคุมการทำงานของระบบการรบต่างๆ (HOTAS) ปรับปรุง RWR และเพิ่มขีดความสามารถการใช้อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศ-สู่-อากาศ พิสัยใกล้ Python-4 ด้วย

ทั้งนี้ บริษัท Northorp Gramman จากประเทศสหรัฐอเมริกาให้ข้อมูลกับ TAF ระหว่างงาน Singapore Air Show ว่า บริษัทมีความสนใจในการเข้าร่วมประมูลการปรับปรุง F-5 ของกองทัพอากาศไทย โดยบริษัทมั่นใจในแพ็คเก็จของบริษัทซึ่งเป็นผู้พัฒนาและผลิต F-5 ให้กับกองทัพอากาศทั่วโลก

แหล่งข่าวจากกองทัพอากาศกล่าวว่า การปรับปรุงจะเน้นไปที่การยืดอายุโครงสร้างอากาศยาน เนื่องจาก F-5 นั้นถูกใช้งานมาแล้วกว่า 30 ปี (โดยเฉลี่ยอยู่ในช่วง 5,000 ชั่วโมงบิน - TAF) แต่ยังคงพอที่จะทำการปรับปรุงให้มีอายุการใช้งานเพิ่มได้อีก 20 ปี ซึ่งจะทำให้กองทัพอากาศใช้งาน F-5 ได้ถึง 50 ปีเลยทีเดียว นอกจากนั้นการปรับปรุงยังเน้นไปที่การเพิ่มขีดความสามารถในการใช้อาวุธ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนระบบเรดาร์ใหม่ การเพิ่มความสามารถในการใช้อาวุธปล่อยอากาศ-สู่-อากาศพิสัยกลาง หรือการเพิ่มขีดความสามารถในการสื่อสาร

TAF คาดว่าการปรับปรุงในครั้งนี้หากกองทัพอากาศได้รับงบประมาณมากพอ ก็จะสามารถดำเนินการปรับปรุงให้กับ F-5E/F ทุกเครื่อง (30 เครื่อง) ของทั้ง 2 ฝูงบินได้ แต่หากงบประมาณจำกัดกองทัพอากาศอาจจะไม่ปรับปรุงครบทุกเครื่อง โดยเลือกเครื่องที่มีอายุการใช้งานเหลือมากๆ และมีสภาพเครื่องที่ดี โดยมีจำนวนรวมกันเพียงพอสำหรับ 1 ฝูงบิน (เช่น 18-20 เครื่อง) แล้วรวมเครื่องที่ปรับปรุงแล้วทั้งหมดไว้ที่ฝูงบิน 211 ต่อไป (แต่ถ้าปรับปรุงได้ทุกเครื่อง กองบิน 7 จะมี บ.ขับไล่ 2 แบบ ประจำการพร้อมกัน คือ F-5 และ JAS-39 Gripen)

สำหรับแบบแผนการปรับปรุง TAF คาดว่า น่าจะใกล้เคียงหรือดีกว่าโครงการปรับปรุง F-5E/F เป็น F-5EM/FM (หรือ F-5BR) ของกองทัพอากาศบราซิล โดยน่าจะมีการยืดอายุการใช้งานของโครงสร้างเพิ่มไปจากเดิมราวๆ 2,700 ชั่วโมงบิน (หรือประมาณ 15 ปี ไม่รวมอายุการใช้งานที่เหลืออยู่ในปัจจุบัน) นอกจากนั้นน่าจะเป็นการเปลี่ยนคอมพิวเตอร์ภารกิจ  เปลี่ยนเรดาร์ใหม่ที่สามารถใช้ร่วมกับอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศ-สู่-อากาศ พิสัยปานกลาง (BVRAAM) ได้ ติดตั้งระบบรวมการสงครามอิเล็กทรอนิกส์/ป้องกันตัวเอง ระบบสื่อสาร/เชื่อมโยงข้อมูลรุ่นใหม่ ระบบช่วยการบินเวลากลางคืน ปรับปรุงห้องนักบินเป็นแบบ glass cockpit เต็มรูปแบบ และเพิ่มขีดความสามารถการใช้อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศ-สู่-อากาศ พิสัยปานกลาง (เช่น AIM-120 AMRAAM) และพิสัยใกล้รุ่นใหม่ อาวุธอากาศ-สู่-พื้นที่มีความแม่นยำสูง กระเปาะตรวจจับและชี้เป้า รวมทั้งอาจเพิ่มระบบเติมเชื้อเพลิงในอากาศอีกด้วย

ทั้งนี้ กองทัพอากาศยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาคัดเลือกแบบแผนการปรับปรุงที่เหมาะสมกับงบประมาณต่อไป

สมาชิก TAF ที่สนใจในประเด็นนี้ สามารถร่วมพูดคุยได้ที่กระทู้ในเว็บบอร์ด

"SPLITED: การปรับปรุง F-5"

http://www.thaiarmedforce.com/distribution/viewtopic.php?f=7&t=2904

2017  ThaiArmedForce.com   globbersthemes joomla templates