นายกมาเลย์ยืนยันว่าชิ้นส่วนที่พบคือ MH370 (UPDATED XVIII)


ภาพจากรอยเตอร์

06/08/2558 07.00 น. ThaiArmedForce.com - นายกรัฐมนตรีมาเลเซียยืนยันว่าชิ้นส่วนที่พบบนเกาะรียูเนียนคือ MH370

 

MH370 คือเที่ยวบินที่ใช้ Boeing 777 เที่ยวบินเดียวที่ตกและหายไปในมหาสมุทรอินเดียและยังเป็น Boeing 777 ลำเดียวที่ยังหาไม่พบ และทางการมาเลเซียประกาศให้ MH370 คืออุบัติเหตุอย่างเป็นทางการในเดือนมกราคม 2558 ที่ผ่านมา ซึ่งหมายถึงว่าทางการมาเลเซียถือว่าผู้โดยสารและลูกเรือทั้ง 239 คนเสียชีวิตหมดแล้ว

เจ้าหน้าที่ของทางการมาเลเซียยังขอความร่วมมือหมู่เกาะในมหาสมุทรอินเดียให้ทำการค้นหาเศษซากที่อาจเป็นไปได้ว่ามาจาก MH370 ส่วนทางมาเลเซียแอร์ไลน์แถลงว่าสิ่งนี้เป็นเหตุการณ์สำคัญสำหรับเราในการไขปริศนาการหายตัวไปของ MH370 เราหวังว่าจะมีวัตถุถูกพบมากขึ้น ซึ่งจะช่วยไขปริศนาการหายตัวไปตัว MH370

แม้ว่าจะพบชิ้นส่วนนี้ แต่การไขปริศนาการหายตัวไปของ MH370 นั้นยังคงยากลำบาก เนื่องจากยังไม่มีใครพบชิ้นส่วนหลักของเครื่องบิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกล่องดำของเครื่องที่น่าจะติดอยู่กับลำตัวเครื่องบินที่ไหนสักแห่งใต้ทะเลของมหาสมุทรอินเดีย ออสเตรเลียแถลงว่าจะไม่ขยายพื้นที่การค้นหาที่กินเนื้อที่ถึง 119,139 ตารางกิโลเมตร หรือคิดเป็นเกือบ 1 ใน 4 ของพื้นที่ประเทศไทย และการค้นหาจะดำเนินการต่อไป

 




ภาพจาก stuff.co.uk

 

02/08/2558 17.30 น. ThaiArmedForce.com - ล่าสุดค้นพบชิ้นส่วนที่อาจเป็นประตูเครื่องบินบนเกราะรียูเนียน

การค้นหาของเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครยังคงดำเนินต่อไปบนชายหาดของเกาะรียูเนียน และในวันนี้ได้ค้นพบสิ่งที่เชื่อว่าอาจจะเป็นประตูของเครื่องบินบนชายหาดของเกาะรียูเนียน ไม่ไกลจากจุดที่ค้นพบ Flaperon ของ Boeing 777 ซึ่งตอนนี้กำลังถูกตรวจสอบในฝรั่งเศส

นอกจากนั้น ยังค้นพบเศษวัสดุอีกเป็นจำนวนมากที่อาจมีความเกี่ยวข้องกับการหายไปของเที่ยวบิน MH370 ซึ่งรวมถึงกระเป๋า เศษโลหะ หรือขวดที่ผลิตในอินโดนิเซีย

น่าเสียดายที่สิ่งของหลายอย่างที่พบเจอตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาถูกเผาไปโดยคนงานเก็บขยะซึ่งไม่รู้ว่าสิ่งเหล่านี้อาจมีความสำคัญและเกี่ยวข้องกับ MH370 แม้ว่าพวกเขาสัญญาว่าจะพิจารณาเศษวัสดุให้รอบคอบหลังจากนี้ก็ตาม

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ของออสเตรเลียยังเชื่อว่าซากหลักของอากาศยานน่าจะยังอยู่ในพื้นที่ค้นหาหลัก ห่างจากเกาะรียูเนียนไป 4000 กิโลเมตร


ภาพจาก News Crop Australia

 




ภาพจากรอยเตอร์

 

01/08/2558 18.15 น. ThaiArmedForce.com - นายกรัฐมนตรีมาเลเซียเผย ชิ้นส่วนที่พบในเกาะรียูเนียนกลางมหาสมุทรอินเดียน่าจะเป็นชิ้นส่วนของ Boeing 777

มีการพบชิ้นส่วนขนาด 2 เมตรบนชายฝั่งบนเกาะรียูเนียนกลางมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งลักษณะของชิ้นส่วนคล้ายกับ Flaperon ของเครื่องบินโดยสารแบบ Boeing 777 หลังจากที่มีการพบชิ้นส่วนที่เชื่อกันว่าเป็นชิ้นส่วนของกระเป๋าที่เสียหายบนชายฝั่งของเกาะรียูเนียนเมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมาเช่นกัน

ขณะนี้ตำรวจฝรั่งเศสกำลังค้นหาชิ้นส่วนที่อาจเป็นไปได้บนชายฝั่งของเกาะรียูเนียนที่อยู่ใต้การปกครองของฝรั่งเศสเช่นกัน

เจ้าหน้าที่ขององค์การวิทยาศาสตร์ของออสเตรเลียกล่าวว่าจุดที่พบนั้นสอดคล้องกับการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของเส้นทางที่ชิ้นส่วนอาจจะลอยไป

ชิ้นส่วนนี้จะถูกส่งไปที่ฝรั่งเศสเพื่อพิสูจน์ว่าเป็นชิ้นส่วนของเครื่องบินจริงหรือไม่ และถ้าจริง หมายเลขบนตัวชิ้นส่วนอาจนำไปสู่คำตอบว่าชิ้นส่วนนี้มาจากเครื่องบิน Boeing 777 เที่ยวบิน MH370 หรือไม่ หลังจากที่ไม่มีใครพบร่องรอยใด ๆ ของ MH370 แม้การดำเนินการสแกนภาพใต้ท้องทะเลยังคงดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ารหัสและหลายเลขบนตัวชิ้นส่วนนั้นตรงกับคู่มือของ boeing และปรากฏหมายเลย 657BB บนตัวชิ้นส่วน

เกาะรียูเนียนอยู่ทางตะวันออกของมาดากัสการ์และทวีปแอฟริกา และอยู่ห่างจากจุดที่ทำการค้นหา MH370 ไปทางตะวันตกราว 4 พันกิโลเมตร


ภาพจาก AFP

 


 


พื้นที่ที่จะต้องค้นหาและพื้นที่บางส่วนที่ทำการค้นหาไปแล้ว (ภาพจากหน่วยงานความมั่นคงทางทะเลออสเตรเลีย)

08/03/2558 18.15 น. ThaiArmedForce.com - รัฐบาลมาเลเซียออกรายงานเบื้องต้นเกี่ยวกับกรณี MH370 ในวาระครบรอบ 1 ปีการหายไปของเที่ยวบิน แต่ยังไม่มีข้อมูลหรือเบาะแสใดที่จะสามารถนำไปสู่การค้นพบเครื่องบินได้

รายงานระบุว่าคณะกรรมการสอบสวนที่ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ 19 คนได้เข้าไปดูในข้อมูลวิทยุและเรดาร์ของหอควบคุมการจราจรทางอากาศ รวมถึงการพูดคุยสื่อสารกันระหว่างหอและเครื่องบิน ประวัติการซ่อมบำรุงในทุก ๆ ด้าน นอกจากนั้น ยังรวมถึงการใช้ข้อมูลที่เก็บได้มาจำลองสถานการณ์ในเครื่องฝึกจำลองการบินเพื่อจำลองเส้นทางบินที่อาจจะเป็นไปได้ และยังได้ทำการสัมภาษณ์ผู้ที่เกี่ยวข้องกับเที่ยวบินไม่ว่าจะเป็นญาติของลูกเรือ พนักงานเติมน้ำมัน พนักงานที่ดูแลด้านอาหาร พนักงานทำความสะอาดเครื่องบิน พนักงานสัมภาระ ผู้ส่งของ และผู้รับของ เป็นตัน


คณะกรรมการยังได้เดินทางไปเก็บข้อมูลและสัมภาษณ์ศูนย์ควบุคุมการจรจรทางอากาศของซูบังและกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซีย เมดานของอินโดนิเซีย โฮจิมินของเวียดนาม กรุงเทพของไทย และสิงคโปร์

รายงานกล่าวว่า จนถึงวันที่ 7 มีนาคม คณะกรรมการได้ให้ความสนใจและทำการตรวจสอบข้อมูลในด้านความสมควรเดินอากาศและการซ่อมบำรุงของเครื่องบิน การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศในช่วงเวลาเกิดเหตุ การขนส่งสัมภาระบนเครื่อง ประวัติของลูกเรือ การเปลี่ยนเส้นทางการบินจากแผนการบิน การจัดการองค์กรและข้อมูลการบริหารขององค์การการบินของมาเลเซียและสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ และข้อมูลดาวเทียม

ตอนนี้การค้นหาในตอนใต้ของมหาสมุทรอินเดียได้มุ่งความสนใจไปที่พื้นที่ 60,000 ตารางกิโลเมตร หรือเท่ากับพื้นที่กรุงเทพ 38 จังหวัด ที่ความลึกกว่า 5 กิโลเมตร ซึ่งเวลาหลายเดือนที่ผ่านมาสามารถทำแผนที่และสำรวจไปได้เพียง 40% ของพื้นที่เท่านั้นเนื่องจากความยากลำบากทั้งภูมิประเทศและภูมิอากาศ

ทั้งออสเตรเลียและมาเลเซียร่วมกันออกค่าใช้จ่ายในการค้นหาครั้งนี้ ซึ่งใช้งบประมาณไปแล้วเกือบ 100 ล้านเหรียญสหรัฐ

จนถึงวันนี้ ยังไม่พบร่องรอยใด ๆ ของเที่ยวบิน MH370 และทฤษฎีการหายตัวไปที่ผ่านมาทั้งหมดยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นเรื่องจริง

 

 



เรือ Fugro Discovery ที่จะสแกนพื้นทะเลเพื่อค้นหา MH370
(ภาพจาก http://mh370.fugro.com/fugro-vessels/image-gallery)

 

01/09/2557 02.15 น. ThaiArmedForce.com - การค้นหา MH370 ยังคงดำเนินต่อไป โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามาเลเซียและออสเตรเลียได้ลงนามในสัญญาที่จะร่วมมือกันค้นหาเที่ยวบินนี้ต่อ ซึ่งผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากดาวเทียมครั้งใหม่จากข้อมูลการเชื่อมต่อที่ล้มเหลวระหว่างดาวเทียมกับเครื่องบินซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายก่อนเครื่องบินจะหายไปชี้ให้เห็นว่าเครื่องบินอาจจะเลี้ยวลงใต้เร็วกว่าที่เคยคิดกัน

นั่นทำให้แม้ว่าพื้นที่ค้นหานั้นจะยังคงเปน็พื้นที่เดิม แต่จะถูกมุ่งความสนใจไปที่พื้นที่ส่วนใต้ของพื้นที่ต้องสงสัยที่ถูกกำหนดไว้ ซึ่งยังคงอยู่ทางตะวันออกของออสเตรเลียราว 1,800 กิโลเมตร ไม่ไกลจากพื้นที่เดิมที่เคยค้นหานัก

การค้นหานับจากนี้จะใช้เรือสำรวจใต้น้ำจำนวน 3 ลำที่ว่าจ้างจากบริษัท Fugro Survey ของเนเธอแลนด์ในการสแกนพื้นที่ใต้ทะเลซึ่งจะกินบริเวณกว้างถึง 60,000 ตารามกิโลเมตร ซึ่งใหญ่เกือบเท่าพื้นที่ของภาคใต้ของไทย หรือมีพื้นที่ค้นหาใหญ่กว่ากรุงเทพมหานคร 38 เท่า

เรือของบริษัท Fugro Survey ติดตั้งเครื่องตรวจจับเสียงสะท้อนซึ่งจะส่งเสียงสะท้อนลงสู่ก้นทะเลและตรวจจับความถี่ของเสียงที่สะท้อนขึ้นมาเพื่อสร้างแผนที่พื้นทะเล (Seabed) ต่อไป

จนถึงวันนี้ ยังไม่พบร่องรอยใดของ MH370

 

 



พื้นที่ค้นหาใหม่ของ MH370 (ภาพจากหน่วยงานความมั่นคงทางทะเลออสเตรเลีย)

08/08/2557 00.00 น. ThaiArmedForce.com - ออสเตรเลียได้คัดเลือกบริษัท Fugro Survey ของประเทศเนเธอแลนด์เพื่อทำการสำรวจพื้นที่ใต้น้ำที่คาดว่าจะเป็นจุดที่หายไปของ MH370 โดยใช้อุปกรณ์โซน่าซึ่งจะเริ่มดำเนินการในเดือนกันยายนนี้ และคาดว่าจะต้องใช้เวลากว่าหนึ่งปี ซึ่งบริษัทนี้จะเข้าร่วมกับทีมสำรวจของมาเลเซียและจีนในการค้นหา MH370

ณ ปัจจุบันเรายังไม่พบร่องรอยใด ๆ ของ MH370 ข้อมูลทั้งหมดที่นำไปสู่การค้นหาได้จากการคำนวณข้อมูลการ Hand Shake ของ MH370 กับดาวเทียมของ Immarsat ที่ชี้ว่าจุดสุดท้ายของ MH370 น่าจะอยู่ที่มหาสมุทรอินเดียนอกชายฝั่งออสเตรเลีย และสถานะสุดท้ายคือน้ำมันใกล้หมด

ทั้งนี้ หลังจากที่มีการค้นหาโดยอ้างอิงจากสัญญาณที่เชื่อว่าเป็นสัญญาณจากกล่องดำนั้นล้มเหลวโดยสิ้นเชิงและสัญญาณนั้นก็ถูกพิสูจน์ว่าไม่ใช่สัญญาณจากกล่องดำ ทีมสอบสวนกลับไปมุ่งที่การคำนวณพื้นที่ที่เป็นไปได้ที่ MH370 จะหายไปอีกครั้ง โดยมีการกำหนดพื้นที่ใหม่ในวันที่ 26 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งพื้นที่ใหม่นี้ก็ยังมีอาณาบริเวณกว้างหลายพันตารางกิโลเมตร และอยู่ในพื้นที่ที่ห่างไกลจากกิจกรรมของมนุษย์

แม้มีข้อมูลระบุว่าทีมสอบสวนได้ทำการกู้ข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ของผู้ช่วยนักบินของ MH370 ค้นพบว่าเขาทำการฝึกลงจอดในสนามบินสั้นหลายครั้ง รวมถึงไม่มีนัดหมายทางสังคมใด ๆ หลังจากวันที่ 8 มีนาคม ซึ่งเป็นวันที่ MH370 ออกเดินทาง แต่การสอบสวนก็ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าผู้ช่วยนักบินรายนี้เป็นต้นเหตุ หรือมีแรงจูงใจใด หรือแม้แต่เป็นผู้บังคับเครื่องออกนอกเส้นทางหรือไม่

ทำให้กรณี MH370 จะยังคงเป็นปริศนาดำมืดต่อไปจนกว่าจะพบร่องรอยใดของเครื่องบิน


 

พื้นมหาสมุทรที่ยาน Bluefin-21 ค้นหาตามสัญญาณที่ตรวจพบ (ภาพจากหน่วยงานความมั่นคงทางทะเลออสเตรเลีย)

04/05/2557 18.45 น. ThaiArmedForce.com - นายฮิชามมุดดิน ฮุสเซน รัฐมนตรีกลาโหม และรักษาการรัฐมนตรีคมนาคมมาเลเซียออกแถลงการณ์ในโอกาสครบรอบ 89 วันของการหายไปของเครื่อบิน Boeing 777 เที่ยวบินที่ MH370 ของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ว่าจะทำการค้นหาเครื่องบินต่อไป โดยความพยายามค้นหาได้รับการสนับสนุนจากประเทศสมาชิกอาเซียน กลุ่มความมั่นคงร่วม 5 ชาติ และข้อตกลงระหว่างมาเลเซีย จีน และออสเตรเลีย ในการค้นหา รวมถึงความร่วมมือกับจีนในการประชุมร่วมของมาเลเซียและจีนในวาระครบรอบ 40 ปีของความสัมพันธ์ทางการฑูตของทั้งสองชาติ

ทั้งนี้ มาเลเซียจะตั้งคณะทำงานต่าง ๆ ซึ่งประกอบไปด้วย

- คณะทำงานตามข้อตกลงร่วมระหว่างมาเลเซีย จีน และออสเตรเลียในการดำเนินการค้นหา MH370 ต่อไป
- คณะทำงานสื่อสารกับญาติผู้สูญหายบนเที่ยวบิน MH370 เพื่อให้ญาติได้รับข้อมูลที่ชัดเจนและรวดเร็ว - คณะทำงานทางเทคนิคซึ่งจะทำการระบุพื้นที่ค้นหา รวมถึงร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ของออสเตรเลียและบริษัท Inmarsat ในการวิเคราะห์ข้อมูล Handshake ระหว่าง MH370 และดาวเทียมของ Inmarsat อย่างละเอียดอีกครั้ง
- คณะทำงานการใช้ทรัพยากร เพื่อระดมทรัพยากรจากบริษัทเอกชนของมาเลเซียเช่น โดยบริษัท ปิโตรนาส จะสนับสนุนโซน่าร์น้ำลึกลากท้ายในการค้นหาในบริเวณน้ำลึกภายใต้สัญญา Government Furnished Equipment กับรัฐบาลมาเลเซีย บริษัท Boustead จะสนับสนุนเรือสำรวจมหาสมุทรที่มีความสามารถในการสำรวจพื้นมหาสมุทร ระบบโซน่าร์น้ำลึกลากท้าย และยานไร้คนขับสำหรับการกู้ภัย
- คณะทำงานสื่อสาร การร่วมมือ และสื่อมวลชน โดยเป็นการรวบรวมฝ่ายประชาสัมพันธ์ของกระทรวงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อสื่อสารกับจีนและออสเตรเลีย รวมถึงสื่อมวลชนเกี่ยวกับความก้าวหน้าของการค้นหา

นอกจากนั้นนายฮิชามมุดดิน ฮุสเซน ยังได้ร้องขออย่างเป็นทางการไปยังนายชัค ฮาเกล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐเพื่อขอเช่ายานสำรวจ Bluefin-21 และ Cruv-21 ที่มีความสามารถในการใช้โซน่าน์ด้านข้างลำตัวในการสำรวจพื้นทะเล โดยทั้งสองได้พูดคุยรายละเอียดกันระหว่างการประชุม Shangri-La Dialogue ที่สิงคโปร์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

นายฮิชามมุดดิน ฮุสเซนยังให้ข้อมูลว่าเรือสำรวจ Zhu Kezhen ของจีนได้ทำการสำรวจแล้วเป็นบริเวณ 4,088 ตารางกิโลเมตร และเขายังประกาศอีกว่าจะทำการค้นหาไปเรื่อย ๆ จนทั่วบริเวณที่กำหนดและจะมองหาทุกทางเลือกที่เป็นไปได้ในการค้นหา MH370

ทั้งนี้ ยังไม่มีการพบชิ้นส่วนใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเที่ยวบิน MH370 รวมถึงสัญญาณที่เชื่อว่ามาจากกล่องดำของ MH370 นั้นถูกยืนยันว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะไม่ใช้สัญญาณจากกล่องดำจริง แต่น่าจะเป็นสัญญาณวิทยุอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกันมากกว่า และยาน Bluefin-21 ก็ทำการค้นหาพื้นที่ทั้งหมดที่เชื่อว่าจะเป็นต้นกำเนิดของสัญญาณดังกล่าวแล้ว แต่ไม่พบร่องรอยใดของ MH370

ณ ตอนนี้ทีมค้นหามุ่งไปที่การวิเคราะห์ข้อมูลดาวเทียมจาก Inmarsat ใหม่และกำหนดพื้นที่ค้นหาใหม่อีกครั้ง

 

 


 

 


เส้นทางการบินของ MH370 จากข้อมูลเท่าที่ปรากฏที่ถูกเผยแพร่โดยรักษาการรมต.คมนาคมมาเลเซีย
(ภาพจาก https://www.facebook.com/media/set/?set=a.10152221414824355.1073741996.72613804354&type=1)

02/05/2557 22.30 น. ThaiArmedForce.com - อธิบดีกรมการบินพลเรือนมาเลเซียกล่าวว่า ATC เวียดนามทำผิดขั้นตอนในการควบคุมการจราจรทางอากาศในกรณี MH370

สำนักข่าว The Malay Mail Online รายงานว่า นายอาซารุดดิน อับดุล รามาน อธิบดีกรมการบินพลเรือนของมาเลเซียแถลงข่าวในวันนี้ว่า ในวเลา 01.19 ของวันที่ 8 มีนาคมนั้น เจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศของมาเลเซียในกัวลาลัมเปอร์ได้สั่งให้ MH370 เปลี่ยนความถี่ของวิทยุไปรับสัญญาณของเจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศของเวียดนามในโฮจิมินซิตี้ แต่หลังจากไม่มีการติดต่อจาก MH370 ต้องรอถึงเวลา 01.38 เจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศของเวียดนามจึงเพิ่งติดต่อมายังเจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศของมาเลเซีย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเวียดนามละเมิดขั้นตอนในการควบคุมการจราจรทางอากาศ

"ถ้า (เจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศ) ที่โฮจิมินไม่ได้รับการติดต่อจากเครื่องบิน โดยขั้นตอนแล้วต้องรอเพียง 5 นาที" นายอาซารุดดินกล่าววันนี้

ดาโต๊ะ อาซารุดดินยังกล่าวอีกว่าเมื่อ MH370 ผ่านจุด Igari ในทะเลจีนใต้ไปแล้ว ก็ถือว่าไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศของมาเลเซียแล้ว แต่ความรับผิดชอบเจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศของเวียดนาม และเวียดนามต้องอธิบายว่าทำไมเจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศของเวียดนามจึงใช้เวลารอมากกว่าขั้นตอนที่ถูกต้องถึง 12 นาที

แต่อย่างไรก็ตาม รายงานการสอบสวนเบื้องต้นของมาเลเซียก็ชี้ให้เห็นว่าต้องใช้เวลาถึง 4 ชั่วโมงหลังจากเครื่องบินหายไปจากจอเรดาร์กว่าที่มาเลเซียจะเริ่มปฏิบัติการค้นหา โดยในประเด็นนี้ นายฮิชามมุดดิน ฮุสเซน รัฐมนตรีกลาโหม และรักษาการรัฐมนตรีคมนาคมมาเลเซีย กล่าวว่าเมื่อครั้งเที่ยวบิน AF447 ของสายการบิน Air France ตกในบราซิล เจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสยังใช้เวลาถึง 7 ชั่วโมงกว่าจะออกค้นหา

"เวลา 4 ชั่วโมงจะนานไปหรือไม่นั่น ไม่ใช่เรื่องที่เราจะพูดถึงที่นี่" นายฮิชามมุดดินกล่าว

ทั้งนี้ ข้อมูลในรายงานยังทิ้งข้อสงสัยหลายประเด็น โดยเฉพาะประเด็นที่ ThaiArmedForce.com ตั้งข้อสงสัยว่าเจ้าหน้าที่ควบคุมเรดาร์ของกองทัพอากาศมาเลเซียใช้วิธีการใดที่ระบุว่า MH370 ซึ่งในเวลานั้นกลายเป็นอากาศยานไม่ทราบฝ่าย ให้กลายเป็นอากาศยานฝ่ายเดียวกับตน และไม่มีมาตรการตอบโต้ใด ๆ ตามขั้นตอนการป้องกันภัยทางอากาศ ทั้งที่ไม่มีการติดต่อใด ๆ กับ MH370 หรืออากาศยานไม่ทราบฝ่ายนั้นเลย

 


01/05/2557 22.15 น. ThaiArmedForce.com - เมื่อคืนวันที่ 1พฤษภาคม นายฮิชามมุดดิน ฮุสเซน รัฐมนตรีกลาโหม และรักษาการรัฐมนตรีคมนาคมมาเลเซีย ได้แถลงถึงการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ MH370 โดยเขากล่าวว่าข้อมูลที่เปิดเผยจะเป็นข้อมูลที่ไม่กระทบกับการสอบสวน ซึ่งข้อมูลที่เปิดเผยทั้งหมดคือ ข้อมูลการบันทึกเสียงสนทนาระหว่างห้องนักบินของ MH370 กับหอควบคุมการบินที่กัวลาลัมเปอร์ รายงานเบื้องต้นเกี่ยวกับกรณี MH370 เมื่อวันที่ 9 เมษายน เอกสารเพิ่มเติมที่แสดงข้อมูลการเคลื่อนไหวของเที่ยวบิน MH370 ระหว่างเวลา 01.38 ถึง 06.14 ในวันที่ 8 มีนาคม 2557 รวมถึงแผนที่เส้นทางการบินของ MH370 ข้อมูลสัมภาระของ MH370 และข้อมูลรายชื่อที่นั่ง (Seat Plan) ของ MH370

ทั้งนี้ นายฮิชามมุดดิน ฮุสเซน ยังเปิดเผยอีกด้วยว่าเรดาร์ของกองทัพอากาศมาเลเซียสามารถจับ MH370 ที่กำลังเปลี่ยนเส้นทางการบินและบินข้ามประเทศมาเลเซียได้ โดยเจ้าหน้าที่เรดาร์ได้จัดให้เป้าหมายคือ MH370 เป็นเป้าหมายฝ่ายเดียวกัน (Friendly) จึงทำให้ไม่มีการดำเนินการใด ๆ ในเวลานั้น

ข้อมูลเรดาร์ของมาเลเซียได้รับการตรวจสอบในเวลาประมาณ 08.30 ในวันที่ 8 มีนาคม และได้ส่งให้กับศูนย์ปฏิบัติการกองทัพอากาศมาเลเซียในเวลา 09.00 หลังจากการหารือระหว่างสายการบังคับบัญชา กองทัพมาเลเซียจึงได้ตัดสินใจที่จะแจ้งให้เขาทราบว่า MH370 อาจจะบินย้อนกลับไปอีกทางในเวลาประมาณ 09.30 เขาจึงรายงานต่อนายกรัฐมนตรีมาเลเซียซึ่งได้สั่งการให้มีการค้นหาในช่องแคบ มะละกาควบคู่ไปกับการค้นหาในทะเลจีนใต้ โดย ณ ขณะนั้นกองทัพเรือมาเลเซียมีเรือสองลำอยู่ในพื้นที่คือ KD Mahamiru ซึ่งเป็นเรือต่อต้านทุ่นระเบิด  และ KD Laksamana Muhamad Amin ซึ่งเป็นเรือคอร์แวตต์ กองทัพเรือมาเลเซียจึงสั่งการให้เรือทั้งสองลำเปลี่ยนภารกิจไปทำการค้นหา MH370 รวมถึงเครื่องบินของกองทัพก็เข้าพื้นที่ค้นหาในช่องแคบมะละกาเมื่อเวลา 10.54 ของวันที่ 8 มีนาคม


ข้อมูลการเคลื่อนไหวของเที่ยวบิน MH370 (ภาพจาก https://www.facebook.com/HishammuddinH2O?fref=photo)

นอกจากนั้น แผนที่ที่มีการเผยแพร่ยังระบุเส้นทางการบินที่เป็นไปได้ของ MH370 ซึ่งถูกวาดขึ้นจากข้อมูลที่ดีที่สุดเท่าที่มีอยู่ในปัจจุบัน

ข้อมูลบนแผนที่แสดงให้เห็นข้อมูลการบินของ MH370 โดยเส้นสีเหลืองเป็นข้อมูลที่ได้จากเรดาร์ทางทหารของมาเลเซีย และเส้นสีขาวเป็นข้อมูลที่ได้จากการคำนวณโดยใช้ข้อมูลการ Handshake ของ MH370 กับดาวเทียม

ThaiArmedForce.com สังเกตุว่าข้อมูลเรดาร์ทางทหารของมาเลเซียระบุชัดว่าหลังจากทำการเลี้ยวกลับ MH370 ได้บินเข้ามาในน่านฟ้าไทย โดยเข้ามาทางชายหาดของอำเภอเมืองนราธิวาส ผ่านอำเภอเจาะไอร้อง อำเภอจะแนะ ก่อนที่จะเข้าสู่ประเทศมาเลเซีย พร้อมทั้งเฉียดเข้าใกล้อำเภอเบตง จังหวัดยะลาอีกครั้ง ก่อนที่จะผ่านไปยังทางใต้ของเกาะปีนังและออกสู่ช่องแคบมะละกา

ข้อมูลนี้ขัดแย้งกับข้อมูลที่กองทัพอากาศไทยเผยแพร่ซึ่งระบุว่า MH370 ไม่ได้ล้ำเข้าน่านฟ้าของไทย

ในรายงานเบื้องต้นเกี่ยวกับกรณี MH370 ยังระบุอีกว่าข้อมูลจากระบบ ACARS ครั้งสุดท้ายถูกตรวจจับได้ในเวลา 01.07.29 ระบบเรดาร์ทุติยภูมิ (Secondary Radar) สามารถตรวจจับ MH370 ได้เป็นครั้งสุดท้ายเมื่อเวลา 01.21.13 และการสื่อสารกับดาวเทียม (Handshake) เกิดขึ้นครั้งสุดท้ายเมื่อเวลา 08.19 ของวันที่ 8 มีนาคม ทั้งหมดเป็นเวลาท้องถิ่นของมาเลเซีย และรายงานยังเสนอให้มาเลเซียทำข้อเสนอไปยังองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศหรือ ICAO เพื่อพิจารณาให้มีการใช้การตรวจจับเครื่องบินพาณิชย์แบบ Realtime ให้เป็นมาตรฐานที่ต้องยึดถือปฏิบัติอีกด้วย


รายงานเบื้องต้นเกี่ยวกับกรณี MH370 เมื่อวันที่ 9 เมษายน (Save ลงเครื่องของท่านเพื่อดูภาพขนาดใหญ่)
(ภาพจาก https://www.facebook.com/media/set/?set=a.10152221402889355.1073741995.72613804354&type=1)

 

MH370 PRESS STATEMENT BY HISHAMMUDDIN HUSSEIN

MINISTER OF DEFENCE AND ACTING MINISTER OF TRANSPORT

THURSDAY, 1 MAY 2014


1. Release of information regarding MH370

Last week, the Prime Minister appointed an internal team of experts to review all the information the Government of Malaysia possesses regarding MH370, with a view to releasing as much as possible to the general public.

The Prime Minister set, as a guiding principle, the rule that as long as the release of a particular piece of information does not hamper the investigation or the search operation, in the interests of openness and transparency, the information should be made public.

The internal team has concluded its review. As a result, the following information regarding MH370 is being released:

The audio recordings of conversations between the cockpit of MH370 and Kuala Lumpur air traffic control (see notes to editors).
The preliminary report into MH370, dated 9 April.
An additional document, which gives further information regarding the actions taken between the hours of 01:38 and 06:14 on Saturday 8 March.
A map showing MH370’s flight path (also see notes to editors).
The cargo manifest for MH370.
The seating plan for MH370.

2. The military’s tracking of MH370

As stated previously, Malaysian military radar did track an aircraft making a turn-back, in a westerly direction, across peninsular Malaysia on the morning of 8 March. The aircraft was categorised as friendly by the radar operator and therefore no further action was taken at the time.

The radar data was reviewed in a playback at approximately 08:30 on 8 March. This information was sent to the Air Force operations room at approximately 09:00. Following further discussion up the chain of command, the military informed the Acting Transport and Defence Minister Hishammuddin Hussein at approximately 10:30 of the possible turn-back of the aircraft. The Minister then informed the Prime Minister, who immediately ordered that search and rescue operations be initiated in the Straits of Malacca, along with the South China Sea operations which started earlier in the day.

During this time, KD Mahamiru, the Mine Counter Measure Vessel and KD Laksamana Muhamad Amin, the Corvette Vessel of the Royal Malaysian Navy were already in the Straits of Malacca on patrol duties. They were immediately retasked to conduct the search and rescue operation. A military aircraft was then sent to join the two ships in the Straits of Malacca at 10:54 to search for MH370.

NOTES TO EDITORS

a. The audio recordings consist of five files which should be listened to in sequence.

b. The attached map shows MH370’s flight path, based on the best available knowledge of the investigation team. There are a number of possible flight paths to the southern Indian Ocean, and three boxes indicating where MH370 likely ended. These flight paths differ based on different projections of the aircraft’s speed, shown on the map in knots.

c. The attached preliminary report was drafted with the involvement of the NTSB, AAIB, ATSB, AAID and CAAC, as well as Malaysian officials.

-ENDS-

https://www.facebook.com/HishammuddinH2O/posts/10152221398419355



เทคนิค Burst Frequency Offset Analysis ที่ใช้ในการตามหา MH370 (ภาพจาก Inmasat)

25/04/2557 18.45 น. ThaiArmedForce.com - ในการค้นหานั้นเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเลจะทิ้ง Sonobuoy ลงเพื่อจับสัญญาณของกล่องดำ โดยทีมค้นหาซึ่งมีทั้งเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล P-3C Orion เครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล P-8 Poseidon และยาน UUV รุ่น Bluefin-21 ยังคงทำการค้นหาต่อไป

สัญญาณของกล่องดำจะเริ่มอ่อนลงหลังภายใน 35 วันหลังจากเครื่องบินตก และจะหมดไปภายในราว 40 วัน

ทั้งนี้ ชิ้นส่วนต่างๆที่เจอจากภาพถ่ายและเครื่องบิน ยังไม่ใช้ชิ้นส่วนใดของ MH370 เลยแม้แต่ชิ้นเดียว

ตอนนี้คำถามอาจไม่ใช่ว่าเครื่องหายไปไหน แต่น่าจะเป็นใครบังคับเครื่องออกนอกเส้นทางจนไปจบที่ตอนใต้ของมหาสมุทรอินเดีย สมาชิกทุกท่านคิดว่าใครเป็นคนบังคับเครื่อง และทำไปทำไม

 


ตัวอย่างพื้นที่ที่รับสัญญาณได้นอกชายฝั่งออสเตรเลีย (ภาพจากหน่วยงานความมั่นคงทางทะเลออสเตรเลีย)

ในอีกด้านหนึ่ง เบื้องหลังกว่าจะมาเป็นการสรุปว่า MH370 ตกลงในมหาสมุทรอินเดียนั้น เกิดขึ้นจากตอนที่ทีมวิเคราะห์ใช้ข้อมูล Handshake ของ MH370 ทั้ง 6 ครั้งหลังจากระบบสื่อสารถูกปิดกับดาวเทียมของ Inmasat มาวิเคราะห์

ในเบื้องต้น เราไม่รู้ว่า MH370 อยู่ตรงไหนเพราะมันไม่ได้ส่งข้อมูลตำแหน่งมาด้วย มีแต่สัญญาณที่ส่งหรือ Broadcast ขึ้นไปอวกาศไปหาดาวเทียมเท่านั้น ทีมวิเคราะห์จึงใช้การคำนวณคร่าว ๆ โดยใช้ Doppler Correction Contribution ที่คำนวณจากปรากฏการณ์ Doppler Effect ซึ่งอธิบายการเปลี่ยนแปลงความถี่ของคลื่นและความยาวคลื่นในมุมมองของผู้สังเกตเมื่อมีการเคลื่อนที่ที่สัมพันธ์กับแหล่งกำเนิดคลื่นนั้น เหมือนเราได้ยินเสียงไซเรนรถพยาบาลต่างกันเมื่อรถวิ่งเข้าหาเราและวิ่งออกจากเรา

และด้วยการใช้เทคนิค Burst Frequency Offset คือการวิเคราะห์ความแตกต่างของความถี่จากปรากฏการณ์ Doppler Effect เพื่อเทียบกับความถี่สัญญาณที่สถานีภาคพื้นดินคาดว่าจะได้รับสัญญาณจาก MH370 กับความถี่ของสัญญาณจริงที่สถานีได้รับ สรุปออกมาได้ว่ามี 2 Corridors ที่ MH370 อาจจะไปได้คือทางเหนือของไทยไปคาซัสถาน หรือลงใต้ไปมหาสมุทรอินเดีย เป็นเสี้ยววงกลมซึ่งคำนวณจากการส่งสัญญาณจากเครื่องบินไปยังดาวเทียม และเทียบกลับมาเป็นความเป็นไปได้ในการที่เครื่องบินจะอยู่ตรงไหน เหมือนเราหลับตาแล้วฟังเสียงเพื่อนตะโกน เราแค่รู้คร่าว ๆ ว่าเพื่อนอยู่แถวไหนแต่ไม่รู้แน่ ๆ ว่าตรงไหน ต้องให้มันตะโกนหลาย ๆ ครั้งแล้วค่อย ๆ คล่ำเอา

เนื่องจากเราไม่ทราบว่าอากาศยานไปทางเหนือหรือใต้ Inmasat บริษัทที่ผลิตดาวเทียมจึงใช้การเทียบข้อมูลจากเที่ยวบิน 6 เที่ยวที่ทำการบินในวันนี้นั้น และเทียบข้อมูลการ Handshake ของเที่ยวบินพวกนั้นไปยังดาวเทียมเพื่อสร้างโมเดล และเทียบกลับมายังข้อมูล Handshake ของ MH370 ทั้ง 6 ครั้ง และสรุปได้ว่าเครื่องบินลงใต้ไปจบที่มหาสมุทรอินเดีย จึงส่งข้อมูลให้มาเลเซียและนายกนาจิบก็แถลงตามที่เราทราบกันไป

ตอนนี้การหากล่องดำก็ดำเนินต่อไป ซึ่งยากพอควรเพราะแบ็ตน่าจะหมดแล้ว แต่ทั้งนี้ การบันทึกเสียงสนทนาในห้องนักบินนั้นจะมีเนื้อที่บันทึกได้แค่ 2 ชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งทำให้เราอาจจะไม่มีทางรู้ได้เลยว่าตอนเที่ยวบินหักหัวกลับมายังฝั่งตะวันตกนั้นข้างในห้องนักบินพูดอะไรกันบ้าง

กรณีนี้น่าจะเป็นความลึกลับดำมืดของอุตสาหกรรมการบินไปอีกนานทีเดียว

 


 

 


เส้นทางการบินของ MH371 ที่ลากเส้นตามข้อมูลล่าสุดจากเรดาร์ทางทหารที่รอยเตอร์เปิดเผย (ภาพจาก Alert 5)

15/03/2557 15.30 น. ThaiArmedForce.com - นาจิบแถลง ระบบสื่อสารบนเที่ยวบิน MH370 ถูกปิดโดยตั้งใจ

นานาจิบ ราซัก นายกรัฐมนตรีมาเลเซียแถลงในวันนี้ว่าระบบสื่อสารบนเที่ยวบิน MH370 ถูกปิดโดยตั้งใจ จากใครก็ตามในเครื่องบิน และทำการบินต่อเนื่องอีกถึง 7 ชั่วโมงหลังจากนั้น

ตอนนี้การสอบสวนมุ่งไปที่ลูกเรือและผู้โดยสารที่อยู่บนเครื่อง

แต่นายนาจิบยังไม่ได้กล่าวยืนยันว่าเครื่องบินถูกจี้ โดยบอกว่าแม้สื่อจะรายงานว่าเครื่องบินถูกจี้ก็ตาม แต่เขาก็ยังไม่ตัดความเป็นไปได้ใด ๆ ของการหายไปของเที่ยวบิน MH370 ออกไป

"การสื่อสารครั้งสุดท้ายระหว่างเครื่องบินและดาวเทียมระบุถึงความเป็นไปได้ของจุดหมายปลายทางสองที่ หนึ่งคือการไปทางเหนือจากชายแดนของคาซัสถานและเติร์กมานิสถานจนถึงภาคเหนือของไทย หรือการไปทางใต้จากอินโดนิเซียถึงตอนใต้ของมหาสมุทรอินเดีย และตอนนี้ทีมสิบสวนกำลังทำงานเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมอยู่" นายราจิบกล่าว

เขายังกล่าวอีกว่า จากข้อมูลดาวเทียว มีความเป็นไปได้สูงที่ระบบ Aircraft Communications Addressing and Reporting หรือ ACAR ซึ่งเป็นสื่อสารของเครื่องบินมายังภาคพื้นดินจะถูกปิดก่อนที่เครื่องบินจะบินถึงชายฝั่งตะวันออกของมาเลเซีย หลังจากนั้นเมื่อเครื่องเข้าใกล้ขอบเขตระหว่างเขตการควบคุมจราจรทางอากาศของมาเลเซียและเวียดนาม ระบบระบุตัวตนของอากาศยาน (Trasnsponder) ก็ถูกปิดลง

ผลจากการสอบสวนในครั้งนี้ทำให้การค้นหาในทะเลจีนใต้ถูกลดระดับ และจะเน้นไปที่การค้นหาในทะเลอันดามันและมหาสมุทรอินเดียแทน

 


14/03/2557 22.30 น. ThaiArmedForce.com - รอยเตอร์อ้างแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนเผยเส้นทางการบินของ MH370 ที่ได้จากเรดาร์ทางทหารของมาเลเซีย

สำนักข่าวรอยเตอร์อ้างแหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของมาเลเซียที่เกี่ยวข้องกับการสืบสวนการณีการหายไปของเที่ยวบิน MH370 ว่า ผู้สอบสวนเชื่อว่าเที่ยวบิน MH370 เดินทางไปตาม Waypoint ของเส้นทางการบินตามแผนที่การบิน (IFR Enroute Map) ดังนั้น เชื่อได้ว่าเครื่องบินจะต้องถูกทำการบินด้วยนักบินหรือไม่ก็ผู้ที่มีความรู้ด้านการบินอย่างแน่นอน

โดยข้อมูลจากเรดาร์ทางทหารของมาเลเซียระบุว่าเครื่องบินบินออกไปทางทิศทางที่มุ่งสู่ทะเลอันดามันและหมู่เกาะนิโคลบาร์ของอินเดีย ซึ่งถ้าข้อมูลนี้ถูกต้อง แปลว่าเที่ยวบินอาจจะถูกก่อวินาศกรรมหรือถูกจี้ก็ได้

นอกจากนี้ ตำรวจมาเลเซียยังพยายามสืบสวนว่าผู้โดยสารหรือลูกเรือคนใดมีประวัติโรคทางจิตเวชหรือไม่ และกำลังอยู่ในระหว่างประสานขอข้อมูลเรดาร์จากประเทศไทย อินโดนิเซีย และสิงคโปร์ เนื่องจากเชื่อว่าระยะ 200 ไมล์ทะเลจากปีนังซึ่งเป็นสัญญาณสุดท้ายของเที่ยวบิน MH370 ของมาเลเซียน่าจะเป็นระยะไกลสุดของระยะตรวจจับของเรดาร์ทางทหารของมาเลเซีย

ณ ตอนนี้ การค้นหายังไม่พบซากชิ้นส่วนหรือร่องรอยใดที่บ่งชี้ชะตากรรมของเที่ยวบิน MH370 แต่อย่างใด โดยในพรุ่งนี้กองทัพเรือจะส่งเรือหลวงสงขลาและเรือหลวงสัตหีบ พร้อมเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเลแบบ Do-228 ออกค้นหาในอ่าวไทยด้วย

 


 


พื้นที่ค้นหาใหม่ในช่องแคบมะละกาและทะเลอันดามัน (ภาพจากกองประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ)

13/03/2557 13.45 น. ThaiArmedForce.com - การหายไปของเที่ยวบิน MH370 ยังคงเป็นปริศนา และปริศนานี้ยิ่งดำมืดขึ้นเมื่อมีการเปิดเผยข้อมูลใหม่ ๆ ในวันนี้

คณะกรรมการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนได้เผยแพร่ภาพถ่ายจากดาวเทียม Gaofen-1 ซึ่งแสดงให้เห็นวัตถุขนาดราว 24x22 เมตรที่เชื่อว่าเป็นชิ้นส่วนองเที่ยวบิน MH370 ลอยอยู่ในทะเลจีนใต้โดยในขณะนี้ทางการมาเลเซียและเวียดนามกำลังส่งเครื่องบินเข้าตรวจสอบ ซึ่งในตอนนี้จีนใช้ดาวเทียมทางทหารกว่า 10 ดวงในการถ่ายภาพเพื่อค้นหาวัตถุลอยน้ำที่คาดว่าจะเป็นชิ้นส่วนของอากาศยาน


ภาพจากคณะกรรมการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน

ในอีกด้านหนึ่ง เจ้าหน้าที่ของสหรัฐได้เปิดเผยว่าเที่ยวบิน MH370 ยังทำการบินอยู่นานถึง 4 ชั่วโมงหลังจากตำแหน่งสุดท้าย โดยได้ข้อมูลจากการศึกษาข้อมูลเครื่องยนต์ที่ส่งมายังพื้นดินและเก็บในคอมพิวเตอร์ของบริษัท Boeing โดยอัตโนมัติเพื่อการวางแผนการซ่อมบำรุง

ซึ่งนั่นยิ่งทำให้ทุกอย่างซับซ้อนยิ่งขึ้น ThaiArmedForce.com คาดว่า ถ้าข้อมูลจากเรดาร์ทางทหารของมาเลเซียและข้อมูลจาก Boeing ถูกต้อง แปลว่าเครื่องบินอาจบินไปไกลถึงมหาสมุทรอินเดีย และอาจเฉียดเข้าใกล้หรือผ่านภาคใต้ของไทย

แต่ทั้งนี้ในการแถลงข่าววันนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมของมาเลเซียปฏิเสธข้อมูลทั้งสองว่าไม่เป็นความจริง

ข้อมูลการค้นหาล่าสุดของกองทัพเรือไทย ซึ่งได้ขยายการค้นหาไปยังฝั่งทะเลอันดามัน โดยกองประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือได้เผยแพร่ภาพพื้นที่ค้นหาที่กองทัพเรือไทยรับผิดชอบคือพื้นที่ G และ H และกำลังทำการค้นหาในพื้นที่ R โดยในภาพนั้น พื้นที่สีแดงคือพื้นที่ที่ถูกกำหนดขึ้นมาใหม่เพื่อเตรียมทำการค้นหาเพิ่มขึ้นในวันนี้

จนถึงตอนนี้ ยังไม่พบชิ้นส่วนหรือร่องรอยใด ๆ ที่คาดว่าจะเป็นของเที่ยวบิน MH370 และข้อสงสัย เบาะแส รวมถึงหลักฐานที่ค้นพบทั้งหมดเมื่อ 6 วันก่อนถูกพิสูจน์ว่าไม่เป็นความจริงหรือไม่เกี่ยวข้องกับเที่ยวบิน MH370 แล้วทั้งสิ้น

 


 

 


ThaiArmedForce.com estimation of 200 nm from Penang by TAF Graphic | Map by Google Map | Not to scale

12/03/2557 18.00 น. ThaiArmedForce.com - ทอ.มาเลเซียแถลงรายละเอียดเรดาร์ของเที่ยวบิน MH370 พบข้อมูลใกล้เคียงกับข่าวที่ออกมาก่อนหน้านี้

ปริศนาของเที่ยวบิน MH370 ยิ่งดำมืดมากขึ้นจากการแถลงข่าว วันนี้ กองทัพอากาศมาเลเซียแถลงว่าข้อมูลเรดาร์สุดท้ายของเที่ยวบิน MH370 ที่เรดาร์ขั้นปฐมภูมิ (Primary Radar) ของระบบป้องกันภัยทางอากาศของมาเลเซียจับได้ชี้ว่า เที่ยวบิน MH370 อาจเปลี่ยนเส้นทางบินกลับมายังฝั่งตะวันตกของประเทศ โดยตำแหน่งสุดท้ายที่กองทัพอากาศมาเลเซียตรวจจับเครื่องบินไม่ทราบสัญชาติได้คือราว 200 ไมล์ทะเลทีความสูง 29,000 ฟุต ห่างจากรัฐปีนังไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นพื้นที่คาบเกี่ยวกับพื้นที่ของมาเลเซีย ไทย อินโดนิเซีย และอินเดีย โดยสัญญาณได้หายไปในเวลา 02.15 น.

แหล่งข่าวจากกองทัพอากาศไทยระบุกับ ThaiArmedForce.com ว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลที่ชี้ว่าเที่ยวบิน MH370 ได้เปลี่ยนเส้นทางและล้ำเข้ามายังน่านฟ้าไทย

"ถ้าเที่ยวบิน MH370 เปลี่ยนเส้นทางจริง นักบินน่าจะพยายามติดต่อหอควบคุมการบินที่ใดที่หนึ่ง แต่ก็ไม่มีการติดต่อ และถ้าเที่ยวบิน MH370 ล้ำเข้ามายังประเทศไทยโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้าจริง กองทัพอากาศก็จะต้องรู้ แต่ที่ผ่านมาไม่มีการล้ำน่านฟ้าเข้ามาเลย"

กองทัพอากาศไทยมีระบบป้องกันภัยทางอากาศไทย (Royal Thai Air Defense System: RTADS) ซึ่งมีพิสัยการตรวจจับครอบคลุมภาคใต้ของไทย เลยไปจนถึงภาคเหนือของมาเลเซีย และครอบคลุมพื้นที่ในอ่าวไทยและทะเลอันดามันเป็นวงกว้าง

ในอีกด้านหนึ่ง แหล่งข่าวจากบริษัท วิทยุการบิน จำกัดระบุอย่างชัดเจนว่า เที่ยวบิน MH370 ไม่ได้เข้าสู่น่านฟ้าไทย โดยเรดาร์ของบริษัท วิทยุการบิน จำกัด ไม่พบความผิดปรกติของเที่ยวบินใดในน่านฟ้าไทย แต่ไม่ชัดเจนว่าบริษัท วิทยุการบิน จำกัด อ้างอิงข้อมูลจากเรดาร์ปฐมภูมิหรือทุติยภูมิ (Secondary Radar)

ทั้งนี้ เรดาร์ทุติยภูมิจะไม่สามารถตรวจจับเครื่องบินได้ถ้าเครื่องบินลำใดปิดระบบระบุตัวตน (Transponder) บนตัวอากาศยาน ถ้าข้อมูลจาก transponder ไม่ถูกส่งเข้ามา จะต้องใช้เรดาร์ปฐมภูมิในการตรวจจับ

แหล่งข่าวจากกองทัพอากาศไทยระบุอีกด้วยว่า ในตอนนี้ยังไม่มีการพบชิ้นส่วนใด ๆ ของเที่ยวบินนี้ จึงอยากให้ทุกคนหยุดตั้งทฤษฎีใด ๆ และรอจนกว่าจะเริ่มพบชิ้นส่วนของเที่ยวบิน MH370 ก่อน จึงจะทำการวิเคราะห์อีกครั้ง

ก่อนหน้ามีข่าวว่า กองทัพอากาศมาเลเซียสามารถตรวจจับได้ว่าเที่ยวบิน MH370 หันหัวกลับและหายไปใกล้เกาะ Pulau Perak ในช่องแคบมะละกาในเวลา 02.40 น. แต่ภายหลังผู้บัญชาการทหารอากาศมาเลเซียออกแถลงการณ์ปฏิเสธรายงานข่าวดังกล่าว

 


 

12/03/2557 11.00 น. ThaiArmedForce.com - ผบ.ทอ.มาเลเซียปฏิเสธข่าวว่าไม่เคยให้สัมภาษณ์ว่าเครื่องบินหันหัวกลับและหายไปที่ฝั่งตะวันตกตอน 02.40 น. เผยนักข่าวตีความผิด

ผู้บัญชาการทหารอากาศมาเลเซียออกแถลงการณ์ปฏิเสธรายงานข่าวของสำนักข่าว Berita Harian ซึ่งถูกอ้างอิงไปทั่วโลกโดยสำนักข่าว Reuters ที่ว่าผู้บัญชาการทหารอากาศมาเลเซียบอกว่าจากข้อมูลเรดาร์ของกองทัพอากาศมาเลเซียนั้น เที่ยวบิน MH370 หันหัวกลับและหายไปใกล้เกาะ Pulau Perak ในช่องแคบมะละกาในเวลา 02.40

โดยผู้บัญชาการทหารอากาศมาเลเซียปฏิเสธว่าไม่เคยให้สัมภาษณ์ดังกล่าว และบอกว่าเป็นการตีความที่ผิดของผู้สื่อข่าวเอง โดยผู้บัญชาการทหารอากาศมาเลเซียกล่าวว่าได้บอกเพียงว่ากองทัพอากาศมาเลเซียไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ในการที่เที่ยวบิน MH370 หันหลัวกลับก่อนที่จะหายไปจากเจอเรดาร์ ซึ่งในการนี้ทำให้มาเลเซียเปิดการค้นหาในฝั่งตะวันตกของประเทศด้วย โดยบอกว่าตอนนี้กองทัพอากาศมาเลเซียกำลังศึกษาข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับเที่ยวบิน MH370 และขอให้รับฟังการแถลงอย่างเป็นทางการอย่างเดียว

นอกจากนี้ ผู้บัญชาการทหารอากาศมาเลเซียยังเรียกร้องให้สื่อต่าง ๆ แก้ข่าวด้วย

ทั้งนี้ ข้อมูลหลายอย่างที่ออกมาในช่วงนี้ถูกปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง เช่นรายงานที่ว่าชาวประมงเห็นเครื่องบินในระดับต่ำ หรือเส้นทางการบินที่วกกลับมาอีกฝั่งหนึ่ง เป็นต้น ส่วนข้อเท็จจริงหลายเรื่องก็ถูกพิสูจน์แล้วว่าไม่จริง เช่นคราบน้ำมันที่กองทัพเรือเวียดนามพบ ถูกพิสูจน์เป็นเพียงแพลงตอน ซึ่งทำให้ตอนนี้ยังไม่มีร่องรองใด ๆ ของเที่ยวบิน MH370 ถูกค้นพบเลยแม้แต่อย่างเดียว


แถลงการณ์ ผบ.ทอ. มาเลเซียปฏิเสธข่าวว่าเครื่องบินหายไปที่ฝั่งตะวันตกตอน 02.40 น.

 


 


โฉมหน้าชาวอิหร่านสองคนที่ใช้หนังสือเดินทางที่ถูกขโมย ภาพจากสำนักงานตำรวจมาเลเซีย

11/03/2557 15.45 น. ThaiArmedForce.com - ผบ.ตร. มาเลเซียเผย ชาวอิหร่านสองคนเป็นผู้ใช้หนังสือเดินทางที่ถูกขโมย แต่เชื่อไม่เกี่ยวกับการก่อการร้าย ขณะที่การค้นหายังไม่พบอะไร

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติของมาเลเซียแถลงข่าวถึงความคืบหน้าในการสอบสวนผู้โดยสารต้องสงสัย 2 คนที่เดินทางด้วยหนังสือเดินทางที่ขโมยจากชายอิตาลีและออสเตรียในประเทศไทยว่าไม่น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย

ผู้ที่ใช้หนังสือเดินทางที่ถูกขโมยเป็นชาวอิหร่าน โดยคาดว่าพวกเขาน่าจะพยายามขอลี้ภัยในประเทศเยอรมันนี แม้ว่าพวกเขาจะมีจุดหมายปลายทางตามตั๋วเครื่องบินเป็นกรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอแลนด์ก็ตาม ซึ่งตั๋วถูกจองจากเอเย่นขายตั๋วในประเทศไทย ผ่านคนกลางที่เป็นชาวอิหร่าน

ทั้งนี้ จากการสอบสวนยังไม่พบการเชื่อมโยงใด ๆ ชี้ว่าทั้งสองคนเกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเชื่อมโยงทั้งสองคนเข้ากับการสูญหายของเที่ยวบิน MH370 ได้

ตอนนี้ทีมค้นหาได้ขยายพื้นที่ค้นหาไปยังช่องแคบมะละกาและทะเลอันดามันทางฝั่งตะวันตกของประเทศมาเลเซียและไทย หลังจากที่ยังไม่พบร่องรอยอะไรเลยเกี่ยวกับเที่ยวบิน MH370 โดยร่องรอยที่ถูกพบก่อนหน้านี้เช่นคราบน้ำมัน ชิ้นส่วนสีขาว หรือคำให้การของชาวบ้านถูกพิสูจน์ว่าไม่เกี่ยวข้องใด ๆ กับเที่ยวบิน MH370 โดยในกรณีนี้ผู้บัญชาการทหารอากาศมาเลเซียได้ให้สัมภาษณ์ว่าเรดาร์ของกองทัพอากาศมาเลเซียในบัตเตอร์เวิร์ตตรวจจับได้ว่าเที่ยวบิน MH370 ได้เดินทางออกนอกเส้นทางไปทางทิศตะวันตก และจุดสุดท้ายที่เรดาร์จับได้คือบริเวณใกล้เกาะ Pulau Perak ในช่องแคบมะละกา เวลา 02.45 น.


10/03/2557 21.30 น. ThaiArmedForce.com - ทร.ไทยปรับกำลังค้นหา ส่งเรือปัตตานีกับ Super Lynx พร้อมกำลังพล และ Do-228 อีก 2 ลำระดมหาทุกวันทั้งอ่าวไทยและอันดามัน ในขณะที่ชิ้นส่วนปริศนาที่เวียดนามพบไม่ใช่ชิ้นส่วนอากาศยาน

วันนี้ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือได้เผยแพร่ข่าวสารเกี่ยวกับการค้นหาเครื่องบินแบบ Boeing 777-200 ของสายการบิน Malaysian Airlines เที่ยวบินที่ MH370 ซึ่งขาดการติดต่อไปตั้งแต่วันที่ 8 มีนาคม โดยได้จัดตั้งศูนย์ค้นหาและกู้ภัยอากาศยานที่ประสบภัยในกองทัพเรือภาคที่ 3 และทำการค้นหาในทะเลอันดามันและช่องแคบมะละการ่วมกับกองทัพเรืออินโดนิเซียและกองทัพเรือมาเลเซีย ตามคำร้องขอของกองทัพเรือมาเลเซียผ่านสำนักงานผู้ช่วยฑูตทหารเรือมาเลเซียประจำประเทศไทยและกระทรวงการต่างประเทศ ให้ช่วยเปิดการค้นหาในฝั่งตะวันตกของมาเลเซีย ในกรณีที่เครื่องบินอาจเปลี่ยนเส้นทางไป โดยอ้างอิงจากข้อมูลเรดาร์สุดท้ายที่เที่ยวบิน MH370 มีการหันหัวกลับก่อนที่จะขาดการติดต่อ

โดยในฝั่งอันดามัน กองทัพเรือได้จัดส่งเรือหลวงปัตตานี พร้อมเฮลิคอปเตอร์แบบ Super Lynx 300 พร้อมกำลังพลประจำอากาศยานจำนวน 12 นาย ชุดปฏิบัติการพิเศษของหน่วยสงครามพิเศษทางเรือ และชุดประดาน้ำจำนวน 9 นาย ชุดแพทย์พยาบาล จำนวน 3 นาย พร้อมเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเลแบบ Do-228 อีก 1 เครื่องร่วมทำการค้นหา ส่วนในฝั่งอ่าวไทย กองทัพเรือภาคที่ 2 ได้ส่ง Do-228 จำนวน 1 ลำร่วมค้นหาในพื้นที่เป้าหมายที่คาดว่าน่าจะเป็นจุดที่เที่ยวบิน MH370 ขาดการติดต่อไป

โดยขณะนี้มีเรือ 40 ลำและอากาศยาน 32 ลำ จาก 11 ชาติเข้าร่วมค้นหา แต่ยังไม่มีวี่แววของเที่ยวบิน MH370 แต่อย่างใด โดยวันที่ 10 มีนาที่ผ่านมานี้ แหล่งข่าวแจ้งว่า ทร.ไทยพบเสื้อชูชีพลอยกลางทะเลฝั่งอันดามัน แต่ก็ไม่เกี่ยวข้องกับเที่ยวบิน MH370 แต่อย่างใด


เครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล Do-228 ของกองทัพเรือไทย


09/03/2557 21.30 น. ThaiArmedForce.com - ชัชชาติแถลงไทยเสนอความช่วยเหลือแล้วแต่มาเลเซียบอกว่ามีเครื่องบินเพียงพอแล้ว ขอให้ไทยค้นหาในพื้นที่ของไทย ด้านกรมการบินพาณิชย์มาเลเซ๊ยยังแถลงว่ามีผู้โดยสารที่ต้องสงสัยแค่ 2 ราย ยังไม่ตัดประเด็นใด ๆ สำหรับสาเหตุของการสูญหาย ซึ่งตอนนี้ยังไม่พบเที่ยวบิน MH370 แต่อย่างใด

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งดูแลกรมการบินพาณิชย์ที่เป็นผู้ประสานงานฝ่ายไทยในกรณีการสูญหายของเครื่องบิน Boeing 777-200 ของสายการบิน Malaysian Airlines เที่ยวบินที่ MH370 แถลงผ่านเพจส่วนตัวว่า ทางประเทศไทยได้เสนอความช่วยเหลือในการค้นหาเที่ยวบิน MH370 ไปแล้ว แต่มาเลเซียกล่าวว่า ณ ขณะนี้มีจำนวนเรือและอากาศยานในพื้นที่เป้าหมายเพียงพอแล้ว จึงขอให้ไทยทำการค้นหาในเขตประเทศไทย

"กรณีเครื่องบินของมาเลเซียแอร์ไลน์ที่หายไปเมื่อวานนี้

ในช่วงเช้าทางกรมการบินพลเรือนได้เสนอตัว เพื่อให้ความช่วยเหลือในการค้นหา และกู้ภัยกับทางกรมการบินพลเรือนของมาเลเซีย

เมื่อเวลา 13.00 น ทาง RCC (Rescue Co-ordination Center) ของประเทศมาเลเซีย ได้ตอบกลับมามีใจความว่า

- ขอขอบคุณในการเสนอความช่วยเหลือของไทย
- ในพื้นที่เป้าหมาย ขณะนี้มีเครื่องบินในการค้นหาเพียงพอ
- ขอให้ไทยช่วยสนับสนุนการค้นหาทางอากาศ ตามแนวชายฝั่งไทย เริ่มจากเขตชายแดนไทย บริเวณเหนือ โกตาบารู มุ่งหน้าทางทิศเหนือ
- ขอให้ไทยแจ้งจำนวนและประเภทของเรือ ที่สามารถเข้าร่วมการค้นหาและกู้ภัย เพื่อที่ทางมาเลเซียจะนำไปใช้ในการวางแผนต่อไป

ทางไทยได้ตั้งศูนย์ RCC ที่กรมการบินพลเรือน และ ให้ปฏิบัติตามแผน SAR (Search And Rescue) ในเบื้องต้น ได้ประสาน ทอ. ทร. เพื่อดำเนินการตามคำร้องขอแล้วครับ

ทางไทยเราพร้อมสนับสนุนมาเลเซียอย่างเต็มที่ครับ และ ขอส่งกำลังใจให้เพื่อนบ้านเรา ตลอดจนครอบครัวของผู้ที่อยู่บนเครื่องทุกท่านครับ หวังว่าอาจจะพบผู้รอดชีวิตบ้าง"

ล่าสุดแหล่งข่าวกล่าวกับ TAF ว่ากองทัพเรือไทยอาจส่งเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเลแบบ Do-228 เข้าค้นหาในพื้นที่ที่มาเลเซียร้องขอในตอนเช้าของวันที่ 10 มีนาคมนี้ ส่วนเรือหลวงสัตหีบและเรือหลวงสงขลาออกเดินทางแล้วคืนนี้ พร้อมกับกำลังส่งเรือหลวงปัตตานีและเฮลิคอปเตอร์แบบ Super Lynx เข้าร่วมอีกด้วย


เรือ หลวงปัตตานี ซึ่งจะเดินทางพร้อม เครื่องบินลาดตระเวนทางทะเลแบบ Do-228 และเฮลิคอปเตอร์แบบ Super Lynx 300 ร่วมค้นหาเที่ยวบิน MH370

ในอีกด้านหนึ่ง การสอบสวนสาเหตุของการสูญหายของเที่ยวบิน MH370 ยังคงดำเนินต่อไป โดยเฉพาะการติดตามเบาะแสของผู้โดยสาร 2 คนที่ใช้หนังสือเดินทางของชาวอิตาลีและออสเตรียที่ถูกขโมยในประเทศไทยไปเมื่อสองปีก่อน การสอบสวนพบว่าทั้งสองคนได้จองเที่ยวบินนี้พร้อมกันด้วยสกุลเงินบาท และมีจุดหมายปลายทางที่ยุโรป โดยจองเที่ยวบินของสายการบิน China Southern Airlines ซึ่งมี Code Share กับสายการบิน Malaysian Airlines


บัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ของผู้โดยสารต้องสงสัยทั้งสองคน



กองทัพเวียดนามออกค้นหาร่องรอยของเที่ยวบิน MH-370 (ภาพจากหนังสือพิมพ์ Thanh Nien)

09/03/2557 13.30 น. ThaiArmedForce.com - ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และเวียดนาม รวมถึงมาเลเซีย ส่งอากาศยานและเรือรบเข้าค้นหาเครื่องบิน Boeing 777-200 ของสายการบิน Malaysian Airlines เที่ยวบินที่ MH370 ซึ่งหายไปจากจอเรดาร์ตั้งแต่ช่วงเช้าของวันนี้

Malaysia Airlines เที่ยวบินที่ MH370 จากกัวลาลัมเบอร์เดินทางไปปักกิ่งได้หายไปจากจอเรดาร์บริเวณด้านล่างของอ่าวไทยและเหนือทะเลจีนใต้ เที่ยวบินนี้ทำการบินด้วยเครื่องบินแบบ Boeing 777-200 ออกเดินทางจากกัวลาลัมเปอร์เวลา 00.41 น. คาดว่าจะถึงปักกิ่งเวลา 6.30 น. ในวันที่ 8 มีนาคมตามเวลาในมาเลเซีย แต่ ณ ตอนนี้ยังไม่สามารถติดต่อเที่ยวบิน MH370 ได้

Malaysia Airlines ได้ตั้งทีมค้นหาแล้ว โดยได้รวบรวมผู้เชี่ยวชาญจาก Malaysia Airlines กรมการบินพาณิชย์ของมาเลเซีย กองทัพอากาศมาเลเซีย กองทัพเรือมาเลเซีย หน่วยยามฝั่งมาเลเซีย หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศที่ Butterworth และประสานงานกับหน่วยงานจากประเทศไทย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ จีน และกองบัญชาการกองทัพสหรัฐภาคพื้นแปซิฟิก

ทั้งนี้ มาเลเซียได้ใช้อากาศยานจากหน่วยยามฝั่งมาเลเซีย กองทัพอากาศมาเลเซีย และเรือรบจากกองทัพเรือมาเลเซียทั้งหมดที่สามารถเข้าพื้นที่ได้ออกค้นหา สำหรับกองทัพเรือเวียดนามที่เพิ่งจัดตั้งหน่วยบินนาวีได้ส่งอากาศยานและเรือเข้าทำการค้นหาในจุดที่คาดว่าจะเป็นจุดที่ตกบริเวณทะเลห่างจากเกาะ Phu Quoc ไปราว 153 ไมล์ทะเล ส่วนสิงคโปร์ได้ส่งเครื่องบินลำเลียงแบบ C-130H ออกค้นหาตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันที่ 8 มีนาคม และส่งเรือคอร์แวตต์ชั้น Victory เรือฟริเกตชั้น Formidable พร้อมเฮลิคอปเตอร์แบบ S-70B อีก 1 ลำ เรือกู้ภัย MV Swift Rescue และเรือสนับสนุนการปฏิบัติการเรือดำน้ำ (Submarine Support and Rescue Vessel: SSRV) เข้าพื้นที่ค้นหา ฟิลิปปินส์ส่งเรือรบ 3 ลำซึ่งประกอบไปด้วยเรือ BRP Gregorio Del Pilar เรือ BRP Emilio Jacinto และเรือ BRP Apolinario Mabini ซึ่งเป็นเรือชั้น Hamilton ที่เพิ่งจัดหามาจากสหรัฐ นอกจากนั้นยังส่งเครื่องบินลำเลียงแบบ F.27 และเครื่องบินลาดตระเวนซึ่งคาดว่าน่าจะเป็น N-22 Nomad นอกจากนั้นสหรัฐยังสัญญาที่จะส่งอากาศยานเข้าร่วมค้นหาด้วย โดยล่าสุดได้ส่งเรือ USS Pinckney และจีนได้ส่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยร่วมค้นหากับมาเลเซีย นอกจากนั้นเวียดนามยังได้กระจายข่าวให้เรือประมงของตนรายงานกลับมาทันทีที่พบวัตถุต้องสงสัยในทะเล


คราบน้ำมันต้องสงสัยที่คาดว่าอาจจะเป็นของเที่ยวบิน MH370 (ภาพจาก CNN)

กองทัพเรือไทยเตรียมเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล Do-228 พร้อม เรือหลวงตาปี เรือหลวงสงขลา เรือหลวงสัตหีบ ให้พร้อมสำหรับการค้นหาเพิ่มเติม โดยมาเลเซียได้ขยายพื้นที่ค้นหาไปยังน่านน้ำในเขตตะวันตกของมาเลเซีย แม้ว่ากองทัพเวียดนามได้รายงานว่าพบคราบน้ำมันเป็นทางยาวในทะเลทางตอนใต้ของประเทศ แต่ยังไม่แน่ชัดว่าจะเป็นน้ำมันของเที่ยวบิน MH370 หรือไม่ และยังไม่มีใครทราบชะตากรรมของเที่ยวบิน MH370 แต่อย่างใด

โดยรวมแล้วมีอากาศยานจากชาติอาเซียนและชาติอื่น ๆ จำนวน 24 ลำ พร้อมกับเรืออีก 40 ลำร่วมทำการค้นหาในครั้งนี้

อีกทั้งยังมีรายงานว่าผู้โดยสาร 2 คนซึ่งเป็นชาวอิตาลีและออสเตรียออกมาแสดงตนว่าไม่ได้อยู่บนเครื่องบินลำนั้น พร้อมบอกว่าหนังสือเดินทางของพวกเขาถูกขโมยไปในประเทศไทยเมื่อสองปีก่อน แต่กลับมีชื่อของพวกเขาขึ้นบินบนเที่ยวบินนี้ นอกจากนี้ในวันที่ 9 มีนาคมยังพบผู้ต้องสงสัยบนเรื่องอีก 2 ราย รวมถึงพบผู้โดยสารที่เช็คอินแล้วแต่ไม่ได้ขึ้นเครื่องอีก 5 ราย แต่สำภาระของผู้โดยสารทั้ง 5 รายได้ถูกนำออกจากเครื่องก่อนทำการบินแล้ว

ทางการมาเลเซียกล่าวว่าได้สั่งให้หน่วยข่าวกรองรวมถึงต่อต้านการก่อการร้ายทั้งหมดเร่งสืบสวนกรณีดังกล่าว โดยจะประสานกับทุกประเทศที่เกี่ยวข้องเพื่อพิสูจน์ว่าสงสัยว่าเที่ยวบินนี้อาจถูกก่อวินาศกรรมหรือไม่


C-130 ของกองทัพอากาศสิงคโปร์บินขึ้นเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 8 มีนาคมเพื่อค้นหา Boeing 777-200 เที่ยวบิน MH370 (ภาพจากกองทัพอากาศสิงคโปร์)

สมาชิก TAF ที่สนใจสามารถร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นได้ที่กระทู้ในเว็บบอร์ด

MERGED: การก่อการร้ายสากลในประเทศไทย

http://www.thaiarmedforce.com/distribution/viewtopic.php?f=32&t=2790

กองทัพไทยกับการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

http://www.thaiarmedforce.com/distribution/viewtopic.php?f=32&t=2683

2017  ThaiArmedForce.com   globbersthemes joomla templates