กองทัพบกอาจตั้งโรงงานประกอบ BTR-3E1 ในประเทศไทย พร้อมส่งสัญญาณการเรียกร้อง Offset จากโครงการในอนาคต

16/06/2555 04.00 น. ThaiArmedForce.com - กระทรวงกลาโหมของยูเครนรายงานอ้างผลการประชุมของนายทหารฝ่ายไทยและตัวแทนจากยูเครนถึงความเป็นไปได้ในการจัดตั้งโรงงานประกอบ BTR-3E1 ในประเทศไทย

ผู้บัญชาการทหารบกของไทยได้เยี่ยมชมรถเกราะล้อยางแบบ BTR-4 ของประเทศยูเครนในระหว่างงาน Eurosatory 2012 ซึ่งเป็นงานแสดงอาวุธและยุทโธปกรณ์ภาคพื้นดินที่ใหญ่ที่สุดงานหนึ่งที่จัดขึ้นในปารีส พร้อมกล่าวแสดงความพอใจในประสิทธิภาพของ BTR-4

ที่ผ่านมากองทัพบกไทยจัดหา BTR-3E1 จากประเทศยูเครนในล็อตแรกจำนวน 96 คัน และล็อตสองจำนวน 120 คัน เพื่อเข้าประจำการในหน่วยทหารราบยานเกราะในกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ และยังเหลือการจัดหาอีก 1 ล็อตเพื่อให้ครบความต้องการที่ราว 288 คันเพื่อจัดตั้งกรมทหารราบบรรทุกยานเกราะจำนวน 1 กรมที่จะดูแลชายแดนด้านตะวันออกของประเทศ

BTR-3E1 ของกองทัพบกไทยติดตั้งเครื่องยนต์ Mercedes-Benz และระบบสื่อสารมาตราฐานนาโต้ โดยติดตั้งระบบอาวุธมาตราฐานของยูเครนเช่น จรวดต่อสู้รถถัง Barrier และ ปืนขนาด 30 มม. เป็นต้น

โดยในข่าวของกระทรวงกลาโหมยูเครนยังกล่าวว่า ทางบริษัท Ukroboronprom ซึ่งเป็นบริษัทตัวแทนการขายอาวุธของยูเครนได้ทำการเจรจากับกองทัพบกและกระทรวงกลาโหมของไทยเพื่อจัดตั้งโรงงานประกอบรถเกราะ BTR-3E1 ของยูเครนในประเทศไทย รวมถึงถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตกระสุนที่ใช้ใน BTR-3E1 ให้กับประเทไทยอีกด้วย

ทั้งนี้ ยังไม่มีรายละเอียดยืนยันถึงการจัดตั้งโรงงานในประเทศไทย รวมถึงจำนวนและแบบรถเกราะที่จะทำการผลิตในประเทศไทย ซึ่ง ThaiArmedForce.com เชื่อว่า อาจจะเป็นไปได้ทั้งการประกอบรถเกราะ BTR-3E1 ให้ครบความต้องการในพล.ร.2 รอ. หรือ เป็นการประกอบรถเพื่อส่งมอบให้กับหน่วยทหารราบอื่นของกองทัพบกเพิ่มเติม ซึ่งต้องรอข้อมูลยืนยันต่อไป

นอกจากนั้น ผู้บัญชาการทหารบกยังกล่าวว่ายูเครนจะถ่ายทอดเทคโนโลยีการซ่อมบำรุงรถถังหลักแบบ T-84 OPLOT ให้กับกองทัพบก และกองทัพบกอาจทำการผลิตตัวถังของ T-84 เองในอนาคต โดยย้ำว่าต่อไปนี้กองทัพบกจะร้องขอการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากผู้ผลิตทุกครั้งที่มีการจัดหายุทโธปกรณ์ และยังมีการดำเนินการในการทดลองประกอบปืนเล็กยาวแบบ TAR-21 Tavor จากชุด Kit แบบกึ่งสำเร็จรูป (SKD) จำนวน 583 กระบอกในวงเงินราว 1.2 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยใช้โครงสร้างพื้นฐานจากสายการผลิต H&K33 ของกองทัพบกและให้บริษัท Israel Weapon Industries หรือ IWI ถ่ายทอดเทคโนโลยีการประกอบให้

ThaiArmedForce.com เชื่อว่าจากความเปลี่ยนแปลงของตลาดยุทโธปกรณ์ของโลกซึ่งผู้ซื้อเป็นผู้กำหนดทิศทางของตลาด และผู้ซื้อมีการเรียกร้องการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการตอบแทนทางอุตสาหกรรมหรือ Offset จากผู้ผลิตมากขึ้น โดยในปัจจุบันมีมากกว่า 150 ประเทศที่มีนโยบายการเรียกร้อง Offset ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ประกอบกับความซับซ้อนของยุทโธปกรณ์ในปัจจุบันและราคาที่สูงขึ้น จึงเป็นแรงบังคับที่ทำให้กองทัพไทยต้องปรับตัวเองในการขอรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากการจัดหายุทโธปกรณ์ในปัจจุบัน

ทั้งนี้ จากหลายโครงการการจัดหาของทั้งสามเหล่าทัพที่ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีชี้ให้เห็นว่ากองทัพเริ่มปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันมากขึ้น เพื่อผลักดันตัวเองจากการเป็นกองทัพที่ล้าหลังด้วยการเป็นเพียงผู้ใช้ยุทโธปกรณ์และให้ผู้ผลิตจากต่างประเทศกำหนดทิศทางการพัฒนากำลังรบของกองทัพไทย เพื่อไปสู่การเป็นผู้ใช้ที่ชาญฉลาด (Smart User) ทั้งนี้ เพื่อป้องกันความสูญเปล่าของเทคโนโลยีที่ได้รับการถ่ายทอด และเพื่อให้การจัดการเทคโนโลยีที่ได้รับการถ่ายทอด รวมถึง Offset อื่น ๆ เช่นการตอบแทนและความร่วมมือทางอุตสาหกรรมเกิดผลที่จับต้องได้ต่อทั้งกระทรวงกลาโหมและภาคอุตสาหกรรม อาจมีความเป็นไปได้ที่ในอนาคตอันใกล้นี้กระทรวงกลาโหมอาจพิจารณาออกนโยบาย Offset เหมือนประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนเช่นสิงคโปร์ มาเลเซีย หรืออินโดนิเซียที่มีนโยบาย Offset มานานแล้ว จนทำให้อุตสาหกรรมพัฒนาขึ้นจนเป็นผู้นำในภูมิภาคในปัจจุบัน

สมาชิก TAF ที่สนใจแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นนี้สามารถแสดงความคิดเห็นได้ที่กระทู้ในเว็บบอร์ด

RENAMED: รถเกราะล้อยาง BTR-3E1 ในกองทัพบกไทย

http://www.thaiarmedforce.com/distribution/viewtopic.php?f=5&t=299&start=1020

MOVED: อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ(ถึงเวลารึยัง)

http://www.thaiarmedforce.com/distribution/viewtopic.php?f=32&t=1653

ขอบคุณสมาชิก TAF คุณ tow สำหรับการแจ้งข่าวสารข้างต้น

 

2018  ThaiArmedForce.com   globbersthemes joomla templates