เอกสาร "ลับมาก" ของกองทัพบก หลุดออกมาเป็นถุงกระดาษ+คำชี้แจงจากกองทัพบก [UPDATE]

7/11/2555 20.15 น. ThaiArmedForce.com - จากกรณีมีเอกสารลับมากที่หลุดออกไปเป็นถุงกระดาษ คณะทำงาน TAF ได้รับคำชี้แจงจากกองทัพบกแล้ว จึงขอนำมาเผยแพร่ดังนี้

 

ทบ. ระบุ ถุงกระดาษตีตรา “ลับมาก” ที่เผยแพร่ในสื่อออนไลน์เป็นกระดาษเสียไม่ใช่เอกสารราชการ และข้อมูลไม่มีผลต่อความมั่นคง


ตามที่สื่อออนไลน์ได้เผยแพร่ภาพถุงกระดาษที่ใช้กระดาษ  ซึ่งมีการประทับตรา “ลับมาก” ลักษณะคล้ายเอกสารของทางราชการ โดยมีการวิพากษ์วิจารณ์สงสัยว่าเป็นเอกสารลับมากของกองทัพบกนั้น


กองทัพบกได้ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลในภาพแล้ว  สรุปในเบื้องต้นได้ว่า เอกสารดังกล่าวน่าจะเป็นกระดาษเสียและชำรุดที่เกิดขึ้นในระหว่างกระบวนการผลิตและเข้าเล่ม “เอกสารแผนพัฒนากองทัพบก” ซึ่งได้จัดทำและแจกจ่ายไปแล้วเมื่อปี ๒๕๕๔ ไม่ได้เป็นเอกสารที่ถูกนำออกมาจากเล่มฉบับสมบูรณ์ที่ใช้เป็นเอกสารของทางราชการ แต่เป็นเอกสารเสียที่อยู่ในกระบวนการทำลายเอกสาร โดยข้อความในเอกสารเสียแผ่นดังกล่าว มิได้มีผลต่องานด้านความมั่นคง ซึ่งขณะนี้ กองทัพบกได้ตรวจสอบและประสานกับผู้ทำเว็บไซต์ต่างๆ

เพื่อให้ทราบข้อมูลที่ถูกต้องและขอความร่วมมือให้ถอดภาพดังกล่าวออกจากเว็บไซต์ เพื่อไม่ให้ผู้ชมเกิดความเข้าใจผิด นอกจากนี้ยังได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระมัดระวังและเข้มงวด ในมาตรการรักษาความปลอดภัยเอกสารยิ่งขึ้นอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ในประเด็นของเนื้อหาเอกสารที่ปรากฏในสื่อ เป็นเพียงข้อมูลทั่วๆไปที่กล่าวถึงสถานการณ์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผู้สนใจสามารถหาได้จากแหล่งข้อมูลเปิดที่มีอยู่ในทุกช่องทาง 

ขอขอบพระคุณในความกรุณา
พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง
รองโฆษก ทบ.

 


 


ภาพต้นเหตุ

31/10/2555 20.15 น. ThaiArmedForce.com - ในแฟนเพจที่ชื่อว่า ชุมชนผู้เล่น Facebook ระหว่างทำงาน ซึ่งสมาชิกของคณะทำงาน TAF ไปกด Like ได้มีการเผยแพร่เอกสารลับมากของกองทัพบกที่มีการนำมาทำเป็นถุงกระดาษใส่ลูกชิ้นปิ้ง

เมื่อเวลาราว 18.00 น. ของวันนี้ ทางผู้ดูแลแฟนเพจได้โพสข้อความว่า "วันนี้ได้รับเอกสาร ลับมาก ของกองทัพบกมา ตกใจเลยอ่ะ" พร้อมกับโพสรูปถุงกระดาษใส่ลูกชิ้นซึ่งมีตราประทับ "ลับมาก" และมีหัวกระดาษว่า "แผนพัฒนากองทัพบก ปี 2555 - 2559" โดยเป็นหน้าที่ 28 ของเอกสารซึ่งมีการจัดพิมพ์จำนวนกว่าหนึ่งพันชุดท้งนี้ แผนพัฒนากองทัพบก ปี 2555 - 2559 ถูกจัดทำขึ้นในปี 2554 เพื่อใช้เป็นแผนเชิงนโยบายในการกำหนดแนวทางการเตรียมกำลังและการใช้กำลังของกองทัพบกให้สามารถนำไปสู่การปฏิบัติจริงได้ รวมถึงมีการพัฒนาสอดคล้องกับแผนของหน่วยเหนือ ซึ่งแผนนี้จะมีองค์ประกอบคือ ด้านการพัฒนาหน่วย การพัฒนาคน และการพัฒนายุธโปกรณ์ แผนนี้ได้จัดทำเสร็จเรียบร้อยและแจกจ่ายหน่วยงานต่าง ๆ ของกองทัพบกนำไปยึดถือปฏิบัติต่อไป

แผนนี้อยู่ในชั้นความลับ "ลับมาก" ซึ่งตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 ส่วนที่ 2 ประเภทชั้นความลับ ได้กำหนดชั้นความลับของเอกสารทางราชการไว้ 3 ระดับคือ ลับ ลับมาก และลับที่สุด โดยชั้นความลับ "ลับมาก" นั้น  ในข้อ 15 ของระเบียบได้วางหลักไว้ว่าว่า ชั้นความลับ ลับมาก หมายถึง ข้อมูลข่าวสารลับซึ่งหากเปิดเผยทั้งหมดหรือเพียงบางส่วนจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ของรัฐอย่างร้ายแรง

อนึ่ง จากรูปภาพที่ปรากฏ ThaiArmedForce.com ตั้งข้อสังเกตุว่า หมายเลขคุมชุดของเอกสารนั้นไม่ได้มีการระบุเอาไว้ ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าเอกสารชุดนี้อาจมีข้อผิดพลาดและถูกแก้ไข จึงถูกนำออกจากเอกสารหลัก แต่ผู้จัดทำไม่ได้ดำเนินการตามระเบียบในการทำลายเอกสารก่อนทิ้ง เอกสารจึงหลุดออกมาในสภาพสมบูรณ์ ซึ่งในกรณีนี้ ThaiArmedForce.com มีความเห็นว่า แม่ค้าขายลูกชิ้นและผู้ซื้อลูกชิ้นไม่น่าจะมีความผิดแต่ประการใด เนื่องจากไม่ใช่ผู้ที่อยู่ในองค์การที่มีหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544

ThaiArmedForce.com เชื่อว่าน่าจะมีเอกสารอีกหลายแผ่นที่หลุดรอดจากกระบวนการทำลายเอกสารลับออกมา ซึ่งเอกสารชุดนี้เป็นการวางแนวทางในการพัฒนากำลังรับของกองทัพบกซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกองทัพบกได้ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ประเทศยังต้องเผชิญกับการคุกคามทั้งจากข้อพิพาษด้านดินแดนกับต่างชาติ หรือการก่อความไม่สงบต่าง ๆ

ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหมมีกรณีศึกษาในการที่เอกสารลับได้หลุดออกมาจากหน่วยงานผู้รับผิดชอบหลายครั้ง โดยเฉพาะในปัจจุบันที่เทคโนโลยีสารสนเทศมีความก้าวหน้า ทำให้มีเอกสารหลายอย่างหลุดออกมาเป็นจำนวนมากในโลกอินเตอร์เน็ต เช่น กองทัพบกซึ่งมีเอกสารสถานภาพความพร้อมรบของรถเกราะ กองทัพเรือซึ่งมีสมุดโทรศัพท์ที่มีรายชื่อของหน่วยงานทุกหน่วยซึ่งสามารถวิเคราะห์ได้ถึงทำเนียบกำลังรบและกระบวนการการควบคุมและบังคับบัญชาเปิดให้ดาวน์โหลดหน้าเว็บไซต์ของกองทัพเรือ หรือกองทัพอากาศซึ่งมีเอกสารลับ คู่มือการซ่อมบำรุงอาวุธ การวางกำลัง รุ่นและยี่ห้อของระบบเรดาร์ต่าง ๆ หลุดออกมาเป็นจำนวนมากในหน้าเว็บไซต์ของแต่ละหน่วยงาน ถือได้ว่ามากที่สุดในบรรดาหน่วยงานในกระทรวงกลาโหม โดยมิได้ตระหนักว่าจะเกิดผลเสียต่อความมั่นคงของประเทศ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่ได้ตระหนักถึงความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานและทหารชั้นผู้น้อยต่าง ๆ แต่โดยทั่วไปหน่วยงานเหล่านั้นมักจะกล่าวโทษว่าเกิดจากการเจาะระบบของผู้ที่ไม่หวังดีต่อกองทัพ หรือผู้ที่ต้องการแสวงหาผลประโยชน์จากกองทัพ ซึ่งแสดงให้เห็นว่ากองทัพไทยยังอยู่ในวังวนของสงครามเย็น และไม่สามารถปรับตัวได้ทันต่อความเปลี่ยนแปลงในโลกยุคข้อมูลข่าวสารในปัจจุบัน ซึ่งถือว่าเป็นความเสี่ยงที่ประเทศไทยอาจต้องเผชิญ