TAF วิเคราะห์ ทอ.ติดตั้งเรดาร์ EL/M-2032 บน F-5 Super Tigris/TAF Analyse that the EL/M-2032 radar will be on board the F-5 Super Tigris (UPDATED III)


ภาพจากกองทัพอากาศ และ IAI

04/01/2561 15.00 น. ThaiArmedForce.com - TAF วิเคราะห์การแผยแพร่ข่าวสารอย่างเป็นทางการของกองทัพอากาศ และเข้าใจว่ากองทัพอากาศเลือกแบบเรดาร์ EL/M-2032 ติดตั้งบน F-5 Super Tigris

F-5 Super Tigris เป็นโครงการปรับปรุงล่าสุดของ F-5 ของกองทัพอากาศไทยเพื่อยืดอายุการใช้งานและเพิ่มสมรรถนะของเครื่องให้ทำงานและรับมือกับภัยคุกคามในอนาคตได้ เพื่อประหยัดงบประมาณและทดแทนการจัดหาอากาศยานแบบใหม่ ซึ่ง TAF ได้นำเสนอข่าวสารมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี จนกองทัพอากาศได้แถลงข่าวประชาสัมพันธ์รายละเอียดของโครงการผ่านทางแฟนเพจอย่างเป็นทางการของกองทัพอากาศ ซึ่งถือว่าเป็นข้อมูลที่น่าเชื่อถือที่สุดในปัจจุบัน

ในเบื้องต้น TAF ได้รับข้อมูลภายในงาน Defense and Security 2012 ว่ากองทัพอากาศอาจจะตัดสินใจเลือกเรดาร์แบบ GRIFO-S ของ Leonardo (Selex SE) แต่เมื่อทำการวิเคราะห์เอกสารประชาสัมพันธ์ของกองทัพอากาศ เราเชื่อว่าแท้จริงแล้ว กองทัพอากาศตัดสินใจเลือกเรดาร์แบบ EL/M-2032 มาติดตั้งบน F-5 Super Tigris โดยเปรียบเทียบภาพเรดาร์ของเอกสารของกองทัพอากาศกับโปรชัวร์ประชาสัมพันธ์ของบริษัทผู้ผลิตเรดาร์ต่าง ๆ พบว่ามีความเหมือนกับภาพของเรดาร์ EL/M-2032 มากที่สุด

ทั้งนี้ ในการปรับปรุงครั้งที่ผ่านมาตามมาตรฐาน F-5T Tigris นั้น กองทัพอากาศยังคงใช้งานเรดาร์แบบ AN/APQ-159 ซึ่งเป็นเรดาร์ดั้งเดิมของ F-5 อยู่ การตัดสินใจเปลี่ยนเรดาร์ในครั้งนี้น่าจะเป็นเครื่องบ่งชี้ว่ากองทัพอากาศต้องการเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องให้สามารถทำการรบทางอากาศระยะเกินสายตา (Beyond Visual Range) ได้ และในเมื่อ EL/M-2032 นั้นผลิตโดยบริษัท Israel Aerospace Industries ของประเทศอิสราเอล ก็มีความเป็นไปได้สูงที่กองทัพอากาศจะเลือกใช้จรวดอากาศสู่อากาศพิสัยกลางแบบ Derby ของ Rafael Advanced Defense Systems หลังจากที่กองทัพอากาศได้ใช้งาน Python-4 บน F-5T Tigris มาแล้ว

นอกจากนั้น เรดาร์แบบนี้ยังเป็นเรดาร์แบบเดียวกับที่ใช้งานบนเครื่องบินแบบ T-50TH ซึ่งกองทัพอากาศกำลังจัดหามาจากประเทศเกาหลีใต้ โดยจะทำให้ทั้งสองฝูงบินสามารแบ่งปันอะไหล่ การฝึก และการใช้งานกันได้ ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว โดยตัวเรดาร์สามารถติดตั้งได้กับอากาศยานหลายประเภท ทำงานได้ทั้งในโหมดอากาศสู่อากาศ อากาศสู่พื้น และอากาศสู่ทะเล ในโหมดอากาศสู่อากาศนั้นมีพิสัยการตรวจจับสูงสุด 80 ไมล์ทะเล สามารถตรวจจับเป้าหมายเพื่อใช้อาวุธปล่อยได้ในระยะไกลหรือรับเป้าหมายโดยอัตโนมัติได้ในการรบระยะประชิด สามารถสร้างภาพพื้นดินด้วยโหมด Synthetic-aperture radar (SAR) ได้ไกลถึง 80 ไมล์ทะเล รวมถึงมีความสามารถในการแยกแยะเป้าหมายได้ในโหมดอากาศสู่ทะเลได้ไกลถึง 160 ไมล์ทะเล

 

TAF perform the analysis and understand that RTAF choose the EL/M-2032 radar to be equipped on F-5 Super Tigris.

TAF earlier received the information in Defense and Security 2012 that RTAF may select the Leronardo GRIFO-S radar. But further analysis of the official-release documents from RTAF lead us to believe that - by comparing the photo in the document with brochures from manufacturers - RTAF choose the EL/M-2032.

The pervious upgrade of F-5E/F into the F-5T Tigris standard saw the AN/APQ-159 being retained. The decision to replace the radar with the new EL/M-2032 indicate that RTAF intend to provide the Beyond Visual Range capability to the aircraft. And there is a good chance for the RTAF to order the Derby missile to use with the system providing that both missile and radar manufacturers are from Israel.

EL/M-2032 also being installed on board the T-50TH ordered from South Korea. This will allow the common training and maintenance that would eventually save the cost.


ภาพจากกองทัพอากาศ

 




01/08/2560 21.30 น. ThaiArmedForce.com - รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้เสนอให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติการปรับปรุงเครื่องบินขับไล่ F-5 ในระยะที่ 2 จำนวน 4 เครื่อง มูลค่าโครงการ 3,200 ล้านบาท เพิ่มเติมจากระยะที่ 1 ที่กำลังดำเนินการปรับปรุงจำนวน 10 เครื่อง 

กองทัพอากาศเปิดเผยว่า การปรับปรุงตามมาตรฐาน F-5 Super Tigris จะทำให้เครื่องบินขับไล่ F-5 ที่เป็นเครื่องบินขับไล่ยุคที่ 3 มีคุณลักษณะเทียบเท่ากับเครื่องบินขับไล่ยุคที่ 4.5 โดยจะมีอายุการใช้งานเพิ่มขึ้นอีก 2,400 ชั่วโมง รวมเป็น 9,600 ชม. หรือใช้งานได้อีก 15 ปี (เฉลี่ยปีละ 160 ชั่วโมง) ติดตั้งกระเปาะชี้เป้า LITENING III แะกระเปาะสงครามอิเล็กทรอนิกส์ Sky Shield ซึ่งผลิตโดยบริษัท Rafael โดยมีความสามารถในการรบกวนและระบุข้อมูลเรดาร์รอบตัว สามารถทำการก่อกวนทางอิเล็กทรอนิกส์ต่อเป้าหมายที่กำหนดด้วยการใช้ Multi-Beam Array Transmitter ในการสร้างสัญญาณรบกวนต่อเป้าหมายหลายเป้าหมาย

ระบบอาวุธจะใช้จรวดอากาศสู่อากาศพิสัยใกล้แบบ Python-4 ที่มีใช้งานอยู่แล้วในกองทัพอากาศไทยและจรวดอากาศสู่อากาศพิสัยกลางแบบ I Derby ซึ่งผลิตโดย Rafael เช่นเดียวกัน โดย I Derby มีพิสัยยิงไกล 50 กิโลเมตร นำวิถีด้วยเรดาร์ โดยนักบินสวมหมวกบินติดศูนย์เล็ง DASH ของบริษัท Elbit ประเทศอิสราเอล ซึ่งเป็นผู้ผลิตเดียวกับหมวก JHMCS ที่มีใช้งานในกองทัพอากาศไทยเช่นกัน

การปรับปรุงห้องนักบินจะทำการปรับปรุงโดยติดตั้งจอภาพสีอเนกประสงค์ (MFCD) จำนวน 2 จอ เปลี่ยน Mission Computer ใหม่เพื่อรองรับระบบ Avionic ใหม่ เปลี่ยนวิทยุเป็น AN/ARC-164 HAVE QUICK II ที่มีคุณสมบัติในการต่อต้านการรบกวนทางอิเล็กทรอนิกส์ เปลี่ยนจอ HUD และ UFCP ใหม่ ติดตั้งระบบบันทึกวีดีโอและข้อมูลการบิน (DVDR) และระบบบรรบายสรุปหลังการบิน รวมถึงปรับปรุงและเพิ่มขีดความสามารถของระบบควบคุมสภาวะแวดล้อมของอากาศยาน (ECS) 

นอกจากนั้นยังติดตั้งระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธีแบบ Link-T ของไทยซึ่งจะเชื่อมต่อกับระบบควบคุมและบังคับบัญชา (C2) แบบ ACCS ของกองทัพอากาศอีกด้วย

 

The minister of defense submits the proposal to the cabinet for another 4 F-5s upgrade effort in the deal worth 3,200 million Baht, adding to 10 aircraft currently undergoing the upgrade under the program 'Super Tigris'.

RTAF also for the first time detail the upgrade program. The official Facebook post says that the program will add another 2,400 flight hours to the airframe. This enable the F-5 Super Tigris to fly for another 15 years. The program also sees the integration of Refael's LETENING III targeting pod and Sky Shield Jamming pod to the type.

The weapon package including Python-4 and I Derby for within and beyond visual range mission. The pilot will wear Elbit's DASH Helmet for weapon operation.

Cockpit renovation including new mission computer, two MFCD display, DVDR system, new HUD and UFCP, new ECS, as well as jamming-resistant AN/ARC-164 HAVE QUICK II radio.

Link-T tactical datalink will be installed on F-5 Super Tigres to enable the network-centric operation of the aircraft that will be under the RTAF's C2 system.


22/10/2557 20.45 น. ThaiArmedForce.com - Elbit Systems จากประเทศอิสราเอลประกาศในวันนี้ว่าบริษัทชนะสัญญาปรับปรุงเครื่องบินขับไล่ F-5 มูลค่า 85 ล้านเหรียญกับประเทศในเอเชียประเทศหนึ่ง แต่ไม่ได้เปิดเผยชื่อประเทศ

รายละเอียดของสัญญาที่เปิดเผยออกมาส่วนใหญ่เป็นการปรับปรุงระบบ Avionic ของเครื่องบิน ซึ่งรวมถึงการติดตั้ง Mission Computer ใหม่ การปรับปรุงห้องนักบินโดยติดตั้งจอภาพสี 3 จอ เพิ่มประสิทธิในการปฏิบัติงาน การจัดหาหมวกบินติดศูนย์เล็ง DASH IV ปรับปรุงระบบยิงอาวุธ ระบบนำทาง รวมถึงติดตั้งระบบ Electro-optic ใหม่ โดยสัญญามีระยะเวลา 3 ปี

"ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นตลาดที่สำคัญของ Elbit และเรายินดีที่ได้รับสัญญาต่อเนื่องจากประเทศในกลุ่มนี้ เราภูมิใจที่ได้รับเลือกในโครงการปรับปรุงเครื่องบินโครงการนี้ จากประสบการณ์และองค์ความรู้ของเราในการปรับปรุงระบบ Avionic ของ F-5 เราเห็นการเติบโตของความต้องการการปรับปรุงในลักษณะนี้ และเราเชื่อมั่นว่าจะมีลูกค้ารายอื่นเพิ่มขึ้นในอนาคตจากผลของโครงการปรับปรุงที่ถูกพิสูจน์ประสิทธิภาพแล้ว"

ThaiArmedForce.com ตรวจสอบข้อมูลพบว่าประเทศในเอเชียแปซิฟิกที่มี F-5 ประจำการในปัจจุบันประกอบไปด้วยอินโดนิเซีย เกาหลีใต้ สิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย และไต้หวัน โดย F-5 ในอินโดนิเซีย สิงคโปร์ และเกาหลีใต้กำลังถูกทดแทนด้วยเครื่องบินขับไล่แบบใหม่ ส่วน F-5 ของมาเลเซียยังประสบปัญหาความพร้อมรบ และไต้หวันมี F-5 ประจำการกว่า 300 ลำ ซึ่งงบประมาณเพียง 85 ล้านเหรียญไม่น่าจะเพียงพอในการปรับปรุงเครื่องบินทั้งหมด รวมถึงไต้หวันเคยพยายาออกแบบการปรับปรุง F-5 มาแล้วครั้งหนึ่งแต่กองทัพอากาศตัดสินใจไม่ดำเนินการปรับปรุงจริง

ทั้งนี้ ช่วงหลายปีที่ผ่านมากองทัพอากาศไทยเคยเปิดเผยความสนใจที่จะทำการปรับปรุง F-5 ที่มีประจำการในฝูงบิน 211 และ F-5 เดิมจากฝูงบิน 701 บางส่วนที่ยังมีชั่วโมงการใช้งานเหลือ โดยกองทัพอากาศไทยต้องการติดตั้งเรดาร์ใหม่ซึ่งจะทำให้ F-5 มีความสามารถในการยิงอาวุธปล่อยระยะเกินสายตา (BVR)

จากรายละเอียดการปรับปรุงในครั้งนี้ที่บริษัท Elbit เปิดเผยมานั้นยังไม่ชัดเจนมากนัก แต่หลายอย่างมีลักษณะคล้ายกับแผนงานการปรับปรุง F-5T Tigris ซึ่งเคยถูกดำเนินการแล้วกับ F-5 ของฝูง 211 เมื่อเกือบสิบปีก่อน ด้วยแผนงานและงบประมาณที่ปรากฏถ้ากองทัพอากาศไทยเป็นลูกค้าในสัญญานี้จริง จึงน่าจะเป็นการปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้สูงกว่า F-5T Tigris อาจจะเป็นไปได้ที่จะเป็นการปรับปรุง F-5 บางลำที่ยังใช้งานได้ของฝูง 701 เดิมซึ่งถูกย้ายมารวมกับฝูง 211 เพื่อให้มีมาตรฐานในการปฏิบัติงานใกล้เคียงกันเนื่องจาก F-5 ของฝูง 701 เดิมติดตั้งระบบ Avionic รุ่นเก่า ไม่สามารถรองรับภัยคุกคามปัจจุบันได้ แต่ยังไม่แน่ชัดว่า F-5 จากฝูง 701 เดิมที่ย้ายไปรวมกับฝูง 211 นั้นจะได้รับการปรับปรุงหรือไม่

นอกจากนั้น แหล่งข่าวจากสื่อสารมวลชนสายทหารและการบินจากต่างประเทศได้ให้ข้อมูลกับ ThaiArmedForce.com ว่า กองทัพอากาศไทยอาจพิจารณาเปลี่ยนเรดาร์เพื่อให้ F-5 ที่ได้รับการปรับปรุงแล้วสามารถทำการยิงอาวุธปล่อยนำวิถีระยะเกินสายตาได้ โดยคาดว่าจะมีตัวเลือกระหว่างเรดาร์ Grifo ของ Selex ประเทศอิตาลี หรือ Elta EL/M-2032 ของอิสราเอล และอาจพิจารณาติดตั้งอาวุธปล่อยนำวิถีพิสัยกลางแบบ Derby หรือ AIM-120 AMRAAM กับ F-5 ที่ได้รับการปรับปรุงแล้ว ซึ่งสอดคล้องกับการให้ข่าวของบริษัท Elbit ที่บอกว่าจะมีการปรับปรุงระบบยิงอาวุธ (Weapon Delivery) ของเครื่องด้วย รวมถึงอาจมีการติดตั้ง Link-T บนเครื่องที่ได้รับการปรับปรุงแล้วต่อไป

ถ้า F-5 ของกองทัพอากาศทยได้รับการปรับปรุงจริง จะทำให้จำนวนเครื่องบินขับไล่ที่มีความสามารถในการใช้อาวุธปล่อยระยะเกินสายตาเพิ่มขึ้นเป็น 60 ลำ

ทั้งนี้ กองทัพอากาศไทยเคยจัดหาระบบอากาศยานไร้นักบินแบบ Aerostar จากบริษัท Aeronautic ประเทศอิสราเอล โดยในครั้งแรกทางบริษัทผู้ผลิตเปิดเผยเพียงว่าเป็นลูกค้าจากประเทศในเอเชีย ก่อนที่จะมีการส่งมอบ UAV ระบบนี้ให้กับกองทัพอากาศไทยในภายหลัง เพิ่มเติมจากที่เคยจัดหาในล็อตแรกจากสัญญาการแลกเปลี่ยนอากาศยาน

ขอบคุณข่าวต้นฉบับจาก http://jewishbusinessnews.com/2014/10/22/elbit-gets-85-million-asian-contract-to-upgrade-f-5-aircraft/

สมาชิก TAF ที่สนใจแลกเปลี่ยนความเห็นในประเด็นนี้ สามารถพูดคุยได้ที่กระทู้

"SPLITED: การปรับปรุง F-5"

http://www.thaiarmedforce.com/distribution/viewtopic.php?f=7&t=2904


 

07/03/2555 15.00 น. ThaiArmedForce.com - บริษัท Selex Galileo จากประเทศอิตาลี พร้อมเสนอเรดาร์แบบ Grifo ให้กับกองทัพอากาศไทยในโครงการปรับปรุง F-5

รัฐมนตรีกลาโหมเผยระหว่างตรวจเยี่ยมกองทัพอากาศเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2555 ว่า กองทัพอากาศมีแผนจะปรับปรุงเครื่องบินขับไล่ทั้ง F-5 เพื่อยืดอายุการใช้งานต่อไป

หลายประเทศมีการดำเนินโครงการปรับปรุง F-5 เช่นในชิลีที่เลือกเรดาร์ EL/M-2032 ของบริษัท ELTA Systems LTD ประเทศอิสราเอล และบราซิลกับสิงคโปร์ที่เลือกเรดาร์ Grifo ของ Selex Galieo

"เราเสนอเรดาร์ Grifo ให้กองทัพอากาศไทยในโครงการปรับปรุง F-5 ซึ่งเราไม่คิดว่าจะมีคู่แข่งรายอื่น เนื่องจากเรดาร์ Grifo ได้พิสูจน์ประสิทธิภาพแล้วในการปรับปรุง F-5 ในหลายประเทศ" เจ้าหน้าที่ของบริษัท Selex Galileo กล่าวกับ ThaiArmedForce.com ในงาน Defense & Security 2012

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ของบริษัทไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับรุ่นของเรดาร์ที่เสนอ

 

สมาชิก TAF ที่สนใจในประเด็นนี้ สามารถร่วมพูดคุยได้ที่กระทู้ในเว็บบอร์ด

"SPLITED: การปรับปรุง F-5"

http://www.thaiarmedforce.com/distribution/viewtopic.php?f=7&t=2904

2018  ThaiArmedForce.com   globbersthemes joomla templates