กำลังพลและยุทโธปกรณ์ในการค้นหา ฮ.6 (UH-1H) ของทอ. ที่หายไป/Equipment used in missing RTAF UH-1H search


ภาพจากกองทัพอากาศ

กองทัพอากาศส่งยุทโธปกรณ์และกำลังพลลงพื้นที่เขาชะเมาพร้อมกับขอรับการสนับสนุนจากเหล่าทัพอื่นและหน่วยกู้ภัยในพื้นที่เพื่อค้นหาเฮลิคอปเตอร์แบบที่ 6 หรือ UH-1H ของกองทัพอากาศซึ่งหายไปขณะปฏิบัติหน้าที่การส่งกำลังบำรุงเหนือสถานีทวนสัญญาณบนยอดเขาชะเมา จังหวัดระยอง

โดยนอกจากกำลังพลจากหน่วยพลร่มกู้ภัย (Parachute Jumper) ซึ่งมีหน้าที่หลักในการค้นหาและกู้ภัยในพื้นที่การรบ รวมถึงช่วยเหลือนักบินและเจ้าหน้าที่ที่ประสบเหตุอากาศยานตก และมีความสามารถในการเอาตัวรอด การค้นหา และการรักษาพยาบาล โดยใช้การเดินเท้าเข้าพื้นที่ในกรณีที่สภาพอากาศปิด ส่วนถ้าสภาพอากาศเปิดนั้น กองทัพอากาศจะใช้เฮลิคอปเตอร์แบบ UH-1H จากฝูงบิน 203 และ Bell 412 จากฝูงบิน 201 รักษาพระองค์ ที่วางกำลังอยู่ในบริเวณใกล้เคียงแบบละ 1 เครื่องในการค้นหา รวมถึงใช้ UAV แบบ Aerostar จากฝูงบิน 404 ในการบินค้นหาด้วยเรดาร์ Synthetic Aperture Radar (SAR) รวมถึงใช้กล้อง EO/IR ในการตรวจสอบความร้อนในพื้นที่ด้วย นอกจากนั้นยังมีรายงานว่ากองทัพอากาศยังใช้ UAV อีกแบบหนึ่งในการช่วยค้นหาเช่นกัน โดย UAV จะวางกำลังที่สนามบินวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว

Synthetic Aperture Radar หรือ SAR คือเครื่องมือที่ใช้ในการถ่ายภาพชนิดหนึ่ง ซึ่งใช่สัญญาณเรดาร์ที่สะท้อนกลับจากวัตถุมาสร้างเป็นภาพ โดยการทำงานจะแตกต่างจากกล้องถ่ายภาพทั่วไปที่ใช้การสะท้องของแสงสีในย่านความยาวคลื่น 400-700 นาโนเมตร แต่ SAR ใช้หลักการส่งคลื่นเรดาร์ออกไปและให้สะท้อนกับวัตถุกลับมายังเซนเซอร์ภาครับ โดยทั่วไปจะทำงานในย่าน X-band ที่ความถี่ 8-12 GHz หรือย่านอื่น ๆ แล้วแต่การออกแบบ

ข้อดีของการใช้ SAR ถ่ายภาพ คือ วัตถุที่เป็น "โลหะ" จะสะท้อนสัญญาณกลับมาได้ดี ซึ่งสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างยิ่งในการหาวัตถุที่เป็นรถถังหรือโครงสร้างโลหะที่ซ่อนพรางอยู่ในป่า หรือวัตถุที่กำลังเคลื่อนที่ ตัวประมวลผลสัญญาณเรดาร์สามารถวัดค่า Doppler ได้ ซึ่งจะทำให้เห็นภาพวัตถุจำพวกนี้อย่างชัดเจน ทั้งนี้ คลื่นเรดาร์ยังมีคุณสมบัติทะทุทะลวงเมฆฝนได้เป็นอย่างดี ทำให้ SAR เป็นอุปกรณ์ถ่ายภาพที่ใช้ได้ทุกกาลอากาศอย่างแท้จริง ส่วนข้อจำกัดของการใช้ SAR คือภาพที่ได้นั้นแปลความหมายได้ยากและให้รายละเอียดที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับภาพจากกล้องที่ใช้เซนเซอร์ CCD หรือกล้องถ่ายภาพด้วยความร้อนที่ถ่ายในเวลาสภาพอากาศเปิด

กองทัพเรือและกองทัพบกก็ส่งอากาศยานเข้าร่วมค้นหาด้วยเช่นกัน โดยกองทัพเรือส่งเฮลิคอปเตอร์แบบ S-76 ที่มีภารกิจค้นหาและกู้ภัยทางทะเลเข้าสนับสนุน ส่วนกองทัพบกนั้นส่งเฮลิคอปเตอร์แบบ UH-60M และ Mi-17V5 พร้อมกำลังพลหน่วยปฏิบัติการพิเศษเข้าร่วมสนับสนุนเช่นกัน ในส่วนของหน่วยกู้ภัยในพื้นที่ก็ร่วมเดินป่าค้นหา และใช้ Drone ที่ใช้งานเชิงพาณิชย์ในการร่วมค้นหาด้วย

สรุปยุทโธปกรณ์ที่เข้าร่วมในภารกิจค้นหา UH-1H ของกองทัพอากาศที่หายไป

- 1 x UH-1H Huey ของกองทัพอากาศ
- 1 x Bell 412 ของกองทัพอากาศ
- 1 x UH-60M Black Hawk ของกองทัพบก
- 1 x Mi-17V5 ของกองทัพบก
- 1 x S-76 ของกองทัพเรือ
- 1 x Aerostar UAV ของกองทัพอากาศ
- 1 x Classified UAV ของกองทัพอากาศ

RTAF deploys its CSAR unit to search for its missing UH-1H after conducted the logistic mission in Chao Chamal in Rayong provice.

PJ joining with the local civilian rescue team enter the search area by foot or use the UH-1H or Bell 412 to insert the team when the weather condition is allowed.

RTAF also deploy the Aerostar UAV as well as another classified UAV system to search the area using Synthetic Aperture Radar and EO/IR camera.

RTA and RTN also sending assistant, deploying UH-60M and Mi-17V5 from RTA Aviation Unit and S-76 maritime search and rescue helicopter from Fly Navy.

(ขอบคุณคุณ Serja สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม)

 

2017  ThaiArmedForce.com   globbersthemes joomla templates