TAF Special #78 - กว่าจะมาเป็นนักบินผาดแผลงบน Gripen ของกองทัพอากาศไทย

ไม่บ่อยครั้งนักที่เครื่องบินของไทยจะได้ไปทำการแสดงการบินในต่างประเทศ และก็ไม่บ่อยครั้งนักที่นักบินและทีมช่างของไทยจะได้ประชันฝีมือการบินและการสนับสนุนกับเหล่านักบินและทีมช่างชั้นยอดของประเทศ แต่ทั้งสองสิ่งเกิดขึ้นในงาน LIMA 2013 ที่ประเทศมาเลเซียที่ผ่านมาซึ่งอากาศยานของไทยร่วมทำการบินกับอากาศยานชั้นนำจากกองทัพอากาศชั้นนำจากทั่วโลก TAF Special ตอนนี้ มีเรื่องราวของนักบินผาดแผลงบนเครื่องบินขับไล่แบบที่ 20 หรือ Gripen คนที่สองของกองทัพอากาศไทยมาฝากทุกท่านครับ


Gripen ของไทย จอดคู่กับ Typhoon ของสหราชอาณาจักร Su-30MKM ของมาเลเซีย และ Su-27 ของรัสเซีย

ตลอดช่วงเวลาการจัดงานแสดงการบินบนเกาะลังกาวี ประเทศมาเลเซีย ที่รู้จักกันดีในชื่อ LIMA 2013 ในปีนี้ระหว่างวันที่ 26-30 มีนาคม ชื่อของนาวาอากาศโท ณัฐวุฒิ ดวงสูงเนิน นามเรียกขาน “นีออน”จากกองทัพอากาศไทย คือคำประกาศที่ผู้เข้าร่วมการแสดงงานการบินครั้งใหญ่รายการนี้ จะได้ยินในทุกช่วงการแสดงการบินของทุกวัน ในฐานะหนึ่งในนักบินผู้ควบคุมอากาศยานเพื่อสาธิตการบิน เคียงบ่าเคียงไหล่กับเหล่านักบินสาธิตระดับโลกที่มาร่วมทำการบินในปีนี้

แม้ว่านี้จะเป็นครั้งที่สองแล้วนท.ณัฐวุฒิ ได้เดินทางมาร่วมการแสดงบนเกาะลังกาวี แต่นี้เป็นครั้งแรกที่อากาศยานจากกองทัพอากาศไทย ได้ขึ้นทำการแสดงการบินต่อหน้าสาธารณะชนทั้งชาวมาเลเซียและผู้ที่เกี่ยวข้องกับแวดวงการบินชาวต่างประเทศจำนวนมาก ที่มาร่วมชมงานในครั้งนี้ และนี้เป็นเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์การบินของชาติที่ทีมงาน TAF เลือกที่จะเดินทางไปเป็นประจักษ์พยาน ร่วมบันทึกความทรงจำครั้งสำคัญของโครงการจัดหาเครื่องบินแบบใหม่ของกองทัพอากาศนี้อีกครั้งเช่นกัน


ทีมช่าง คนอีกกลุ่มที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ

การขึ้นบินสาธิตนั้น เป็นหลักสูตรการฝึกฝนที่ต้องฝึกแยกต่างหากแตกต่างจากการฝึกบินปฏิบัติงานทางยุทธวิธีทั่วไป  สำหรับกองกองทัพอากาศ มีนักบินที่ผ่านหลักสูตรการบินนี้แล้วสองท่านคือ น.อ.จักกฤษ ธรรมวิชัย เสนาธิการกองบิน 7 และ น.ท.ณัฐวุฒิ ดวงสูงเนิน นักบินประจำฝูงบิน 701 ทั้งสองท่านล้วนเป็นนักบินชุดบุกเบิกของโครงการจัดหาเครื่องบินแบบ JAS-39 C/D ของกองทัพอากาศซึ่งแน่นอนว่าจะต้องมีทักษะการบินขั้นพื้นฐานการบินกับเครื่องบินรบหลักของกองทัพอย่าง F-16 มาแล้วอย่างโชกโชน แต่การบินเดโมหรือการบินสาธิตนั้น พวกเขาได้รับการถ่ายทอดเทคนิคการบินจากครูการบินของกองทัพอากาศสวีเดน

เบื้องหลังความสำเร็จในการฝึกบินที่รวดเร็วและประหยัดงบประมาณในการฝึกก็คือ การฝึกบินในเครื่องจำลองการบินหรือไฟลท์ซิมูเลเตอร์ ที่กองทัพอากาศไทยมีใช้งานอยู่ที่กองบิน 7 แล้ว โดยข้อมูลที่นักบินได้รับจากการบินเครื่องซิมูเลเตอร์แทบจะไม่มีความแตกต่างจากการบินด้วย Gripen เครื่องจริงเลย ทำให้ด้วยเวลาเพียงครึ่งปีกองทัพอากาศไทยก็สามารถสร้างนักบินเดโมเพื่อทำการบินต่อหน้าสาธารณะชนได้เป็นครั้งแรกในวันเด็กแห่งชาติปีพ.ศ.2554 นี้จึงเป็นสิ่งที่แสดงถึงขีดความสามารถในการบริหารจัดการโครงการที่มีประสิทธิภาพได้เป็นอย่างดี


บรรยากาศในลานจอด

การการแสดงการบินในครั้ง TAF สามารถกล่าวได้เลยว่าการสาธิตการบินของกองทัพอากาศไทยต่อสาธารณะชนในต่างประเทศครั้งนี้ ไม่ได้ด้อยไปกว่าการบินของนักบินจากประเทศอื่นๆเลย อาจจะดูเป็นหนึ่งในไฮไลท์ของการโชว์ที่ผู้ชมต่างมารอดูกันด้วยซ้ำ ในขณะที่อากาศยานแบบอื่นๆที่มีความมุ่งหวังในการแข่งขันเพื่อช่วงชิงชัยชนะในโครงการ MMRCA ของมาเลเซีย เช่น Typhoon, Rafale และ Super Hornet ต่างเน้นการบินที่เน้นในด้านการโชว์กำลังและสมรรถนะของเครื่องยนต์ ซึ่งแตกต่างจากการบินของ Gripen ที่เน้นในคล่องตัวสวยงาม เริ่มตั้งแต่การบินขึ้นในระยะทางวิ่งสั้น ไปจนถึงการพลิกตัวในมุมเลี้ยวต่างๆในระยะประชิดที่ Gripen มีความคล่องตัวไม่แพ้เครื่องบินรบแบบอื่นๆ ในทุกท่าบินที่นักบินชาติอื่นทำได้ นักบินของกองทัพอากาศไทยก็ทำได้เหมือนกัน นี้จึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ผลตอบรับในการจัดงานครั้งนี้จากผู้ที่ให้ความสนใจในด้านการบินของมาเลเซียเองต่างก็พูดถึงสมรรถนะของ Gripen ในเชิงบวก

ในขณะที่เรายืนชมการบินและเก็บภาพการบินของ Gripen ร่วมกับช่างภาพจากประเทศต่างๆริมทางวิ่ง เรายังได้มีโอกาสพบกับนักบินสาธิตของกองทัพอากาศสวีเดน ที่มาชมการบินในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน เขาได้กล่าวกับเราว่า เขาถูกส่งมาเพื่อเตรียมบินสาธิตในครั้งนี้ให้กับ Saab ด้วยเช่นกัน แต่ที่เขาเห็น นีออน บินตอนนี้ก็คงไม่ต้องให้เขาบินแล้วล่ะ เพราะนีออนทำได้ดีมากเหมือนกับที่พวกเขาทำได้แล้ว


บรรยากาศของผู้ชมระหว่างที่นีออนทำการแสดง

ที่ LIMA 2013 นี้ กองทัพอากาศไทยมีห้องปฏิบัติงานแยกเป็นเอกเทศเช่นเดียวกับกองทัพหรือหน่วยงานอื่นๆ ที่มาร่วมในการแสดงการบินทุกเช้า น.ท.ณัฐวุฒิ จะต้องเข้าทำการบรรยายสรุปก่อนการขึ้นบินที่ห้องปฏิบัติงานการบิน เพื่อเตรียมการบินเช่นเดียวกับนักบินทุกคนที่ต้องขึ้นบินสาธิต ซึ่งเป็นโอกาสที่เขาได้เห็นรูปแบบการทำงานของนักบินสาธิตที่มากประสบการณ์จากชาติอื่นๆด้วยเช่นกัน  เราลองมาดูความรู้สึกของ น.ท.ณัฐวุฒิ ดวงสูงเนิน ที่ได้กล่าวกับ TAF สำหรับ ภารกิจครั้งนี้ บนเกาะลังกาวี  ดังต่อไปนี้

 


“ความรู้สึกและประสบการณ์ที่ได้ร่วมงาน LIMA ในฐานะนักบิน Display มีสามประการครับคือ อย่างแรกสนุกกับการบิน สองได้เรียนรู้การจัดการงาน Air Show ในภาคการบิน และสุดท้ายคือภาคภูมิใจครับ
โดยปกติผมบินทำหน้าที่ครู ซึ่งมักจะอยู่ที่นั่งหลังบินกับน้อง ฝึกภารกิจเกี่ยวกับการรบ ซึ่งเป็นการบินที่ใช้ความรู้และประสบการณ์ทางยุทธวิธีเป็นส่วนใหญ่ แต่การบินแสดงเป็นการบินที่ใช้ทักษะในการบังคับควบคุมเครื่องบินล้วนๆ คล้ายกับการเล่นดนตรีที่ต้องฝึกปฏิบัติจริง ไม่เพียงแค่ให้มีทักษะ แต่ต้องทำจนเกิดความมั่นใจด้วย เพราะบินต่ำใกล้คนดู และใช้เครื่องบินจนถึงขีดสุดในทุกด้าน เมื่อฝึกจนชำนาญและมั่นใจเวลาบินจะรู้สึก ไม่ตื่นเต้นแต่สนุกดีเวลาอดรีนารินพวยพุ่งภายใต้การควบคุม

ในการไปครั้งนี้เราไม่ได้ไปบินคนเดียวแต่มีทีมอื่น ๆ จากหลายประเทศที่ได้รับเชิญมาร่วมแสดงด้วยโดยมีกองทัพอากาศมาเลเซียเป็นผู้จัดการด้านการบิน มีการจัดการเป็นมาตฐานสากลโดยคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก เช่น ก่อนการแสดงจริงต้องบินซ้อมให้ดูก่อนเพื่อประเมินว่าท่าทางต่างๆ เสี่ยงเกินไปหรือไม่ มีการบรรยายสรุปก่อน และบรรยายสรุปหลังการแสดงทุกวันเพื่อแจ้งเตือนและสรุปผลการบิน นักบินต้องตรวจร่างกายทุกเช้าโดยแพทย์เวชศาสตร์การบินเพื่อเช็คว่าพร้อมบินได้ ต้องจัดให้มีผู้บรรยายการบินที่สามารถสร้างสีสันให้กับการแสดง มีการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด เหล่านี้เป็นประสบการณ์ที่มีประโยชน์หากในอนาคตเราคิดจะจัดงานประเภทนี้เองบ้าง

สุดท้ายคือภูมิใจมากครับ ที่ได้รับเกีรติให้ทำหน้าที่นี้ ภาระที่รับในงานนี้มันมีมากกว่าการบินแสดงได้อย่างปลอดภัยแต่ต้องเป็นตัวแทนกองทัพอากาศด้วย ซึ่งอย่างหลังทำได้ยากกว่าเพราะทุกคนให้ความคาดหวังไว้ และก็มีเราแค่คนเดียวเท่านั้นที่ทำได้ ซึ่งก็กดดันแต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี

LIMA 2013 ผ่านไปอย่างสำเร็จเรียบร้อย ด้วยความทุ่มเทของทีมเราทุกคนครับ ผมเป็นเพียงแค่ 5% สุดท้ายที่ทำให้มันเกิดขึ้น แต่ 95% ก่อนหน้านี้เกิดขึ้นจาก ผู้บังคับบัญชา เจ้าหน้าที่ และเพื่อนร่วมงานทุกคนที่ทำงานหนัก เพราะเราตระหนักถึงความสำคัญของงานและชื่อเสียงของกองทัพอากาศ และผมเชื่อว่าเราได้สร้างมาตรฐานให้ผู้อื่นทราบถึงความเป็นมืออาชีพของฝูง 701 และกองทัพอากาศของเราครับ”


ห้องพักเจ้าหน้าที่ไทยตั้งอยู่ข้างเจ้าหน้าที่สหรัฐ

ภารกิจในครั้งนี้ไม่พียงแต่เป็นการแสดงออกถึงมิตรภาพที่มีต่อมิตรประเทศในประชาคมอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม แต่ยังเป็นการแสดงออกถึงความพร้อมในการปฏิบัติงานของกำลังผลแห่งกองทัพอากาศ ที่ไม่เพียงแต่การมีความพร้อมในการปฏิบัติการในประเทศเท่านั้นแต่การพวกเขายังได้ร่วมกันแสดงถึงขีดความสามารถในการปฏิบัติงานในต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการแสดงออกที่ทำให้ต่างชาติได้รับรู้ถึงความพร้อมในการปฏิบัติงานกับอากาศยานที่มีขีดความสามารถและความทันสมัยสูงอย่างJAS-39C/D  Gripen ได้อย่างสมบูรณ์แบบแล้วด้วยเช่นกัน

2018  ThaiArmedForce.com   globbersthemes joomla templates