TAF Special #3 - Welcome On Board USAF KC-135 in Cope Tiger | เคซี-135 ในโคป ไทเกอร์ 2009

TAF Special #3 - Welcome On Board USAF KC-135 in Cope Tiger

เร็ว ๆ นี้ TAF โดยผมและทีมงานนิตยสาร Aerospace ในนามของนิตยสาร Aerospace มีโอกาสพิเศษจริง ๆ ครับ ด้วยความกรุณาของกองทัพอากาศสหรัฐที่ 13 และกองการฝึก Cope Tiger 2009 รวมถึงกรมกิจการพลเรือนทหารอากาศของกองทัพอากาศไทย ได้เชิญพวกเราไปเยี่ยมชมการฝึก Cope Tiger 2009 และได้มีโอกาสได้ขึ้นไปชมการปฏิบัติงานของนายทหารของกองทัพอากาศสหรัฐถึงบนเครื่องบินเติมน้ำมันกลางอากาศ KC-135 ครับ โอกาสนี้หายากจริง ๆ เลยครับ ปีนี้สหรัฐใจดีจริงเชียว ถ้าพร้อมแล้ว ตามไปเที่ยวปั๊มน้ำมันกลางอากาศกับเด็กปั้มลอยฟ้ากันเลยนะครับผม

อย่างที่เราทราบกันดีครับว่า การฝึก Cope Tiger เป็นการฝึกผสมของกองกำลังทางอากาศของสามประเทศคือกองทัพอากาศไทย กองทัพอากาศสหรัฐ กองทัพเรือสหรัฐ นาวิกโยธินสหรัฐ และกองทัพอากาศสิงคโปร์ครับ วันนี้เราได้รับเชิญให้ไปที่กองบิน 1 กองบินรับแขกของกองทัพอากาศ ไทยเรานั่นเองครับ ลำนี้ครับ เครื่องบินที่เราจะขึ้นไปกัน

ถามเจ้าหน้าที่ที่ทำงานอยู่บนเครื่อง เขาบอกว่าเครื่องบินลำนี้ผลิตในปี 1982 ครับ นับถึงวันนี้ก็ 27 ปีแล้ว เหอ ๆ

ไปกันเลยครับ อากาศแย่นิดหน่อย แต่ไม่เป็นปัญหาครับ ยังไงเราก็ขึ้นอยู่ดี เพราะเปลี่ยนใจไม่ได้แล้วประตูเครื่องปิดแล้ว ตอนขึ้นนิ่มมากเลยครับ แต่เสียงเครื่องก็ดังสักเล็กน้อย

เครื่องบินไต่ระดับค่อนข้างเร็ว แล้วเลี้ยวให้ได้รู้สึกแรงจีกันหลายหน (โดนจีลบไปด้วยครับเดิน ๆ อยู่แทบลอยเลย :o ) จนเราขึ้นมาในความสูงราว ๆ สัก 2 หมื่นฟุตถ้าจำไม่ผิดครับ

เครื่องบินที่เรานั่งจะบินวนอยู่ในบริเวณ ๆ หนึ่งครับ นักบินจิ้ม Autopilot แล้วก็มันจะบินวนให้โดยอัตโนมัติเลยครับ

วันนี้เรื่องหน้าตื่นเต้นไม่ได้อยู่ที่ห้องนักบินสักเท่าไหร่ครับ แต่อยู่ที่นี่ครับ ข้างหลังเครื่อง ซึ่งเป็นที่ทำงานของ Boom Operator หรือเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานกับระบบเติมน้ำมันกลางอากาศครับ นี่ผมก็เพิ่งรู้นะครับเนี๊ยว่าเวลาเจ้าหน้าที่เขาความคุมท่อซึ่งเราเรียกว่า Boom ที่เติมน้ำมันกันนั้นเขานอนทำงานกันครับ แหม เป็นงานที่สบายจริง ๆ เลย

เพียงไม่นานครับ เด็กปั๊มของเราก็ประจำหัวจ่าย และลูกค้าของเราลำแรกก็มาแล้วครับ F-15C แห่งกองทัพสหรัฐนั่นเอง โอ้วววว สุดยอด ภาพแบบนี้เคยเห็นแต่ใน Discovery นะครับเนี๊ย

ซึ่งพอดีที่ถ่ายรูปมันมีจำกัดครับ พวกเราที่ขึ้นไปเลยต้องผลัด ๆ กันถ่ายเพื่อให้ได้เห็นกันทุกคน ดังนั้นนับจากนี้ผมคงจะพูดต่อเนื่องกันไปโดยนำภาพจากการถ่ายหลาย ๆ จังหวะมาเรียงต่อกันนะครับผม ปกติแล้วเวลาเราเติมน้ำมันกลางอากาศ เครื่องบินที่จะเข้ารับการเติมน้ำมันกลางอากาศจะเข้ามาในด้านซ้ายของเครื่อง KC-135 ครับ ที่เราเห็นคือ F-15 สามลำค่อย ๆ บินเข้ามาชิด KC-135 และบินเกาะหมู่เพื่อเราเข้ารับการเติมน้ำมันครับ

เมื่อการเกาะหมู่เรียบร้อยครับ มันใกล้มากจริง ๆ ภาพแบบนี้เคยเห็นแต่ในนิตยสารครับ ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะได้มาเห็นด้วยตาตัวเอง

ดังนั้นขออีกสักรูปครับ ภาพนี้คือเครื่องนึงบินเข้าไปทางท้ายเครื่องของ KC-135 แล้วครับ อีกสองลำรออยู่

ลำนี้ล่ะครับที่เข้ามาเติมน้ำมัน เป็นลำในสุดที่เห็นจากรูปที่แล้ว ตอนนี้บินเข้ามาใกล้ท่อเติมน้ำมันกลางอากาศซึ่งเราเรียกว่า Boom ครับ

แล้วก็จิ้มเข้าไปครับ นักบินจะต้องสื่อสารกับ Boom Operator ตลอดเวลาครับ เพราะกระบวนการเติมน้ำมันกลางอากาศเป็นกระบวนการที่ค่อนข้างอันตรายมากทีเดียว

ใครอยากจะมาเป็นเด็กปั๊มลอยฟ้าแบบนี้ไหมครับ ค่าแรงคงดีน่าดู

การเติมใช้เวลาไม่นานมากครับ สัก 5 นาทีเท่านั้น เพราะใน 1 นาที KC-135 สามารถปั้มน้ำมันเข้าไปในเครื่องบินเป้าหมายได้ 1,000 ปอนด์แหนะ

เมื่อเติมเต็มแล้ว เครื่องจะยกเลิกการเชื่อมต่อกับ Boom และเบี่ยงไปทางขวาของ KC-135 ครับ เป็นอันเสร็จพิธี

ในครั้งนี้เรามี F-15 เติมน้ำมันกัน 4 ลำครับ ความจริงยังมีโปรแกรมที่ F-16 ของไทยต้องขึ้นมาเติมน้ำมันอีก 5 ลำ แต่เผอิญกองบิน 1 พายุเข้าครับ เครื่องเลยต้องยกเลิกภารกิจแล้วกลับบ้านครับ ภาพนี้นักบินโบกมือให้กล้องครับ

หลังจากขึ้นมาบนฟ้าจนเติมน้ำมัน F-15 เสร็จราว 1 ชั่วโมงนั้น F-16 ไทยก็ไม่มีภารกิจขึ้นมาเติม (น่าเสียดายจริง ๆ ) ตอนนี้เราเลยว่าง ๆ ครับ ดังนั้นเรามาเดินทัวร์เครื่องบินกันดีกว่า เริ่มจากห้องนักบินครับ ในการบินมีนักบินสองนายทำการบินอยู่ครับ ถ้าในเวลาปกติเมื่อรอทำภารกิจก็จะเปิด Autopilot บินวนอยู่ในพื้นที่ที่กำหนดครับ นักบินก็นั่งทำโน้นทำนี่ไป คันบังคับมันจะโยกของมันเองครับ เครื่องบินเติมน้ำมันกลางอากาศหรือเครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือน (AWAC) เราถือว่ามันเป็น High Value Asset หรือทรัพสินที่มีคุณค่าสูงครับ คุณค่าที่ว่านี่ไม่ใช่สูงด้านราคาอย่างเดียว (Tanker 1 ลำซื้อ F-16 ได้หลายลำ) แต่ความหมายที่แท้จริงแค่คุณค่าทางยุทธการที่สูงครับเพราะมันทำหน้าที่ที่สำคัญในการสนับสนุนกำลังรบส่วนใหญ่ของกำลังทางอากาศของฝ่ายเรา ดังนั้นมันจะบินอยู่หลังสุดของแนว Safty line พูดง่าย ๆ คือเราแบ่งน่านฟ้าออกเป็นชั้น ๆ เจ้า Tanker นี่จะอยู่ชั้นในสุดครับ เพราะจะมีความปลอดภัยสูงสุดเนื่องจากถ้าใครจะเข้ามาทำลาย Tanker หรือ AWAC ก็ต้องผ่านเครื่องบินขับไล่ของเราหลายชั้นครับ

ด้านในของเครื่องนอกจากถังดับเพลิงแล้ว ถ้าจำไม่ผิดอันนี้เป็นถังอ็อกซิเจนครับ

ด้านในครับ สังเกตว่ามันจะโล่ง ๆ เพราะมันสามารถใช้ขนส่งสัมภาระได้ครับผม สังเกตุว่าจะมีตัวยึดกล่องสัมภาระอยู่ทั่วไปบนพื้นครับ

และนี่คือส่วนที่ถ้าไม่ได้มาเห็นก็เหมือนไม่ได้ขึ้นมากับ KC-135 ครับ ห้องน้ำนั่นเอง ก่อนจะถ่ายรูปไฟห้องน้ำมันปิดอยู่ ผมก็หาตั้งนานไม่เจอ เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ของกองทัพก็มาช่วยเปิดให้เพราะนึกว่าผมจะเข้าห้องน้ำ ที่ไหนได้ผมคว้ากล่องมาถ่ายแชะ ๆ เล่นเอาเขาฮาก๊าก ๆ ๆ เลย ผมก็ตลกตัวเองเหมือนกัน แม้แต่ห้องน้ำยังถ่ายเลย

หลังจากรออยู่นานก็มีเครื่อง AWAC ที่บินอยู่แถวนั้นขอรับการเติมน้ำมันกลางอากาศเข้ามาครับ AWAC ที่มาเติมในครั้งนี้คือ E-3 Sentry ของกองทัพอากาศสหรัฐครับ ปกติแล้ว Sentry จะบินทำภารกิจได้นาน 8 ชั่วโมงครึ่ง แต่ถ้าได้รับการเติมน้ำมันกลางอากาศก็จะสามารถต่อระยะเวลาในการปฏิบัติการไปได้เรื่อย ๆ จนถึง 24 ชั่วโมงครับ ซึ่งความจริงมันยังสามารถบินได้นานกว่านี้อีก แต่โดยปกติแล้วเมื่อครบ 24 ชั่วโมง Sentry ก็จะกลับมาลงในสนามบินเพื่อตรวจสอบว่าเครื่องยนต์ยังทำงานดีอยู่หรือไม่ แล้วก็กลับขึ้นฟ้าต่อครับ E-3 เป็นเครื่องบินที่ใหญ่ ต้องเติมน้ำมันค่อนข้างนาน ดังนั้นเราลองมาดูวิธีการเติมกันดีกว่าครับ จะสังเกตุว่า Boom Operator จะนอนอยู่ตรงกลางครับ (ส่วนพวกเราแอบนอนถ่ายภาพกันข้าง ๆ ) จอยสติ๊กจะนำหน้าที่บังคับทิศทางของ Boom ให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมกับเครื่องที่จะเข้ามาเติมครับ โดยจะเห็น Check list วิธีปฏิบัติต่าง ๆ วางอยู่ด้านขวาครับ

มุมนี้คือมุมมองของ Boom Operator ครับ ผมเอากล้องไปด้านหลังหูฟังของเขาแล้วถ่ายฮะ

ภาพนี้ที่มาลงคือว่า ไหน ๆ ชาตินี้ก็ยังไม่เคยเห็น E-3 บินเลย จึงขอซูมเจ้ากระด้งลอยฟ้าหมุนอยู่ครับ โอ้ววว สุดยอดจริง ๆ อย่างกะดู Discovery Channel (กระด้งนี้คือระบบเรด้าร์ขนาดใหญ่ที่ติดอยู่เหนือเครื่องบินครับ)

นี่ครับคือปลายของ Boom ที่จะส่งน้ำมันเข้าไป และจะมีช่องรับน้ำมันอยู่ครับ E-3 จะค่อย ๆ บินเข้ามาใกล้ขึ้น ๆ โดยดูจากไฟสัญญาณใต้ KC-135 ครับว่าจะให้หักซ้ายหรือขวาอย่างไร

จนเมื่อเข้ามาในตำแหน่งที่เหมาะสมก็จะทำการล็อกและปล่อยน้ำมันเข้าไปครับ ตอนนี้เครื่องบินทั้งสองและ Boom Operator ต้องควบคุมทุกอย่างให้อยู่ในตำแหน่งที่สมดุลที่สุดครับ ถ้าเกิดมีเครื่องใดเบี่ยงออกไปมากจนหลุดตำแหน่งไป นักบินของเครื่องที่รับการเติมหรือ Boom Operator ก็สามารถปลดการเชื่อมต่อและทำการเชื่อมต่อใหม่ได้ครับ

อันนี้คือเติมเสร็จแล้วครับ E-3 จะปลด ๆ เติม ๆ อยู่หลายครั้ง ผมถามนักบินไทยที่ไปด้วยกันว่าทำไมต้องเติมหลาย ๆ ครั้ง เขาบอกว่าน่าจะเป็นเรื่องของการที่น้ำมันของ E-3 มีหลายถัง และหลายตำแหน่ง การเติมต้องทำให้ถังน้ำมันในตำแหน่งต่าง ๆ นั้นเหมาะสมเพื่อที่จะไม่ทำให้สมดุลของเครื่องบินเสียไปครับ

E-3 เติมอยู่นานทีเดียวครับ เป็นสิบนาทีเหมือนกัน และเมื่อน้ำมันเต็มถัง E-3 ก็ค่อย ๆ ถอยเครื่องออกไปครับ ภาพตอนนี้สวยมากจริง ๆ ครับผม

หลังจากนั้นก็จบภารกิจเด็กปั๊มนาน 4 ชั่วโมงของพวกเราครับ เราจึงกลับมาลงที่โคราช แต่อากาศแย่มาก ตอนก่อนจะลงมองออกไปนอกหน้าต่างไม่เห็นอะไรเลยนอกจากเมฆและหมอก นักบินเปิดล้อแล้วลดระดับลงไปเรื่อย ๆ เพื่อเตรียมแตะพื่นรันเวย์ แต่เมื่อลดระดับถึง 1,000 ฟุตก็เก็บล้อและเร่งเครื่องขึ้นไปเลยครับเพราะว่าอากาศแย่มาก ลงไม่ได้เลย เราขึ้นไปบินวนอยู่บินฟ้าและคิดกันว่าจะเอายังไงกันดีระหว่างพยายามลงอีกครั้งกับหนีไปลงอุดร (คือเจ้าหน้าที่เขาคิดกันนะครับผมยืนลุ้นอยู่ แหะ ๆ) ไม่ค่อยมีใครอยากไปลงอุดรเท่าไหร่เพราะต้องนั่งรถกลับมาโคราชอีก (เครื่องคงจะกลับในวันรุ่งขึ้นของอีกวันนึงครับ) นักบินตอนนี้ค่อนข้างวุ่นครับเห็นกดสวิสต์อะไรก็ไม่รู้หลายสวิสต์อยู่หลายครั้ง มองไปที่เจ้าหน้าที่ที่นั่งอยู่หน้าโน๊ตบุ๊คก็เห็นพี่เขาจิ้มแผงควบคุมของเครื่องเพื่อพยายามติดต่อฐานทัพที่สหรัฐผ่านดาวเทียม (หรูมาก) สุดท้ายเมื่อวนอยู่ตั้งอีกชั่วโมงกว่านักบินก็ตัดสินใจลองลงอีกครั้งครับ ถ้าไม่ได้ครั้งนี้ก็จะไปอุดรจริง ๆ แล้ว แต่คราวนี้อากาศเปิดอยู่เล็กน้อยเลยรีบลงได้สำเร็จครับ โล่งใจกันไป แต่ก็ไม่สามารถลงเครื่องได้เลยครับเนื่องจากหอควบคุมการบินเตือนมาว่ามีฟ้าผ่าอยู่รอบบริเวณสนามบิน ทำให้เราต้องนั่งอยู่ในเครื่องอีกพักใหญ่ก่อนหอจะอนุญาตให้เราออกจากเครื่องได้ครับ หลังจากกินข้าวกินปลากันแล้ว เราก็มีนักบินของกองทัพอากาศ กองทัพเรือ และนาวิกโยธินสหรัฐ (ตามลำดับ) เดินพาทัวร์ Flight line หรือจุดจอดเครื่องบินของสหรัฐครับ นักบินของกองทัพอากาศสหรัฐเป็นผู้หญิงด้วยครับ โอ้ววว เก่งมาก ๆ

ลำที่เธอขับครับ ทะเบียน 95-107 ลำนี้มีดาวเขียว ๆ ติดอยู่ด้วยครับ ผมสังเกตุเห็นบนฟ้าเพราะลำนี้เข้ามาเติมน้ำมันกับเราที่ KC-135 ครับ เห็นแล้วยังตื่นเต้นเลยว่าโอ้โหลำที่มาเติมกับเรามีสกอร์ด้วย เนื่องจากดาวที่ติดอยู่นี่คือสัญลักษณ์ว่าสามารถยิงเครื่องบินข้าศึกตกได้ครับ ยิงตกได้กี่เครื่องก็ติดไปเท่านั้นดวง ลำนี้มีติดอยู่ 1 ดาวก็แปลว่าเคยยิงตกมาแล้ว 1 ลำ มีคำว่า MiG-29 ติดอยู่ก็หมายความว่าเครื่องบินที่เคยยิงตกนั้นเป็น MiG-29 ครับ ถามนักบินหญิงท่านั้นเธอบอกว่าเป็นการปฏิบัติการที่โคโซโวใน Operation Allied Force ของ NATO ครับ โดยยิง MiG-29 ของยูโกสลาเวียตกได้ เพียงแต่ว่าคนยิงตกไม่ใช่เธอนะครับเป็นนักบินคนอื่น ดาวนี้ติดกับเครื่องที่ยิงเครื่องบินข้าศึกตกครับผม

เห็นเครื่องบินที่เคยยิงเครื่องบินข้าศึกตกก็น่าตื่นเต้นมากพอแล้วครับเพราะค่อนข้างหายาก ยิ่งคนขับเป็นผู้หญิงด้วยยิ่งสุดยอดเข้าไปใหญ่เลยครับ

ปีนี้ F-15 จากคาเนดะ ประเทศญี่ปุ่น มากันหลายลำเลยครับ

นอกจากนั้นก็ยังมี F/A-18C/D ของนาวิกโยธินสหรัฐและ F/A-18E/F ของกองทัพเรือสหรัฐมากันหลายลำครับ

ลำนี้ F/A-18E ครับ ติดกระเปาะชี้เป้าด้วย

และลำนี้ F/A-18E ของผู้บังคับฝูงซึ่งจะทำสีพิเศษต่างจากเครื่องของลูกฝูงครับ

จบแล้วครับวันนี้ สุดยอดจริง ๆ ครับ เป็นประสบการณ์ที่ผมไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าจะได้รับ เพราะผมไม่รู้เลยว่าจะได้ขึ้นเครื่อง KC-135 จนมาถึงห้องประชุมที่เอาไว้ต้อนรับสื่อมวลชนแล้วนายทหารประชาสัมพันธ์ของสหรัฐเอาแบบฟอร์มมาแจกให้กรอก (มี 3 ฟอร์มคือรายละเอียดเกี่ยวกับตัวผม แบบฟอร์มรับรองว่ามีสุขภาพแข็งแรงขึ้นเครื่องบินได้ และแบบฟอร์มว่าถ้าตายจะไม่เรียกร้องความรับผิดชอบจากกองทัพอากาศสหรัฐ) โชคดีมากจริง ๆ ครับ สำหรับวันนี้ จบเพียงเท่านี้ ขอบคุณทุกท่าน สวัสดีครับ

2018  ThaiArmedForce.com   globbersthemes joomla templates