TAF Special #6 - Landing Exercise in CARAT 2009 | การฝึกยกพลขึ้นบกในคารัต 2009

TAF Special #6 - Landing Exercise in CARAT 2009

CARAT 2009 เป็นการฝึกที่เหมือนจะถูกลืมครับ หลายคนได้ยินชื่อนี้แล้วพาลไปนึกว่าทหารเรือหาลำไพ่พิเศษด้วยการเปิดเทศกาลลดราคาสุขภัณฑ์หรือทำเครื่องประดับหรือเปล่า? แต่ความจริง CARAT หรือ Cooperation Afloat Readiness and Training ถือเป็นการฝึกประจำปีที่สำคัญหนึ่งในสามการฝึกของกองทัพเรือไทยครับ ปีนี้เป็นการฝึกปีที่ 15 แล้ว และก็มีอะไรดี ๆ ให้ดูเยอะทีเดียว โดยเฉพาะปีนี้ที่ทร.ไทยทำการฝึกยิงอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้อากาศยาน Aspide จากเรือหลวงสุโขทัย และฝึกยิงอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้อากาศยาน Mistral จากเรือหลวงจักรีนฤเบศร สองรายการนี้ผมพลาดครับดังนั้นก็คงไม่มีภาพมาฝากกัน (เพราะรูปมาไปไม่ทัน เดี๋ยวจะไปขอตามหลัง เหอ ๆ ) ส่วนที่ไม่พลาดและดีใจที่ไม่พลาดก็คือการฝึกยกพลขึ้นบกที่บริเวณหาดยาว ภายในฐานทัพเรือสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ครับ การฝึกเป็นการสนธิกำลังกันระหว่างนาวิกโยธินสหรัฐและนาวิกโยธินไทย โดยมีเรือรบ ยานเกราะ และอากาศยาน เข้าร่วมกันหลายแบบ โชคดีที่ได้มีโอกาสเก็บภาพมาฝากทุกท่าน ขอเชิญรับชมได้ครับผม

วันนี้ (15 ก.ค. 2552) เราอยู่กันที่หาดยาว อำเถอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีครับ การฝึกในวันนี้เป็นการฝึกยกพลขึ้นบกโดยการสนธิกำลังระหว่างนาวิกโยธินไทยและสหรัฐครับ สำหรับรายการของหน่วยและยุทโธปกรณ์ที่เข้าร่วมคือ

ฝ่ายสหรัฐ

 

- เรือ USS Harpers Ferry (LSD-49) - ยานรบสะเทินน้ำสะเทินบก (Amphibious Assult Vehicle: AAV) จำนวน 10 คัน
- นาวิกโยธินสหรัฐจำนวน 1 กองร้อย

 

ฝ่ายไทย

 

- เรือหลวงสีชัง เรือยกพลขึ้นบก
- เรือปฏิบัติการพิเศษ M18 Sea Fox จำนวน 2 ลำ
- เครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล Do-228 จำนวน 2 ลำ
- เฮลิคอปเตอร์ปราบเรือดำน้ำ SH-60B Sea Hawk จำนวน 1 ลำ
- ยานรบสะเทินน้ำสะเทินบก (Amphibious Assult Vehicle: AAV) จำนวน 10 คัน
- นาวิกโยธินจากกองพลนาวิกโยธินจำนวน 1 กองร้อย
- ชุดปฏิบัติการจากหน่วยสงครามพิเศษทางเรือ


ปีนี้กองเรือฟริเกตุที่ 2 เป็นเจ้าภาพในการฝึกครับ ผู้บัญชาการการฝึกของฝ่ายไทยคือพลเรือตรีไชยยศ สุนทรนาค ผู้บัญชาการกองเรือฟริเกตุที่ 2 ส่วนฝ่ายสหรัฐก็คือพลเรือตรีหญิง Nora W. Tyson ผู้บัญชาการหน่วยส่งกำลังบำรุง กองกำลังสหรัฐประจำภาคพื้นแปซิฟิก (US Pacific Command) ท่านเป็นนายทหารหญิงที่เป็นนายพลแห่งกองทัพเรือสหรัฐ สุดยอดมากครับ ;)

สถานการณ์สมมุติคือ กำลังผสมจะต้องยืดพื้นที่หัวหาดของหาดยาวและสถาปนาหัวหาดให้เป็นที่มั่นเพื่อทำให้กำลังรบสามารถทำการรุกลึกเข้าไปยังฝั่งได้ครับ ถ้าหลับตานึกง่าย ๆ ก็จะคล้าย ๆ ภาพยนต์เรื่อง Saving Private Ryan ในช่วงแรก ๆ ครับ โดยเรือยกพลขึ้นบกทั้งสองลำคือเรือ USS Harpers Ferry และเรือหลวงสีชังทำการสนธิกำลังกันที่จุดนัดพบเมื่อราวตีสี่กว่า ๆ เพื่อเตรียมพร้อมเข้าตี หลังจากนั้นราว ๆ 8 โมงครึ่ง เครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล Do-228 จำนวน 2 ลำขึ้นบินเพื่อส่งชุดปฏิบัติการพิเศษจากหน่วยสงครามพิเศษทางเรือจำนวน 20 นายและชุดปฏิบัติการจากกองพันลาดตระเวนของหน่วนยาวิกโยธินจำนวน 10 นาย กระโดดร่มลงสู่หาดเพื่อแทรกซึมเข้าสู่แนวหลังของข้าศึก ซึ่งชุดปฏิบัติการนี้เป็นชุดที่จะเข้าไปวางระเบิดเพื่อทำลายสิ่งกีดขวางสำหรับเตรียมการรับกำลังชุดแรกที่จะเข้าโจมตีครับ

 

เมื่อชุดปฏิบัติการพิเศษปฏิบัติภารกิจเสร็จสิ้น เรือปฏิบัติการพิเศษ Sea Fox ก็เข้ามารับชุดปฏิบัติการพิเศษที่ถอนตัวออกจากพื้นที่เป้าหมายครับ ตรงนี้ถ้าในสถานการณ์จริงนั้น ถ้าปฏิบัติภารกิจได้โดยที่ข้าศึกไม่รู้ตัวก็จะถือว่าประสบความสำเร็จครับ เป็นเรือปฏิบัติการพิเศษแบบแรกของกองทัพเรือไทย กองทัพเรือสั่งต่อจากบริษัท อู่มาร์ซัน จำกัด ในจังหวัดสมุทรปราการจำนวน 4 ลำ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการของหน่วยสงครามพิเศษทางเรือครับ เรือใช้เครื่องยนต์ Waterjet มีความเร็วสูง เพิ่งจะขึ้นระวางประจำการในปีนี้นี่เองครับ

 

ระหว่างนั้น เรือ USS Harpers Ferry และเรือหลวงสีชังก็ทำการปล่อยยานรบสะเทินน้ำสะเทินบก (AAV) ออกจากเรือเพื่อจัดรูปขบวนในการเข้าตีครับ ยาน AAV จะบรรทุกนาวิกโยธินอยู่ภายในและจะปล่อยนาวิกโยธินออกจากยานเมื่อถึงฝั่งครับ เรือหลวงสีชัง (ลำซ้าย) เป็นเรือรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ (Landing Ship Tank) ในชุดเรือหลวงสุรินทร์ ซึ่งจะมีลักษณะพิเศษคือประตูระบายพลอยู่ด้านหน้าครับ เรือมีระวางขับน้ำเต็มที่ 4,235 ตัน ความยาวตลอดลำ 103 เมตร กว้าง 15.65 เมตร สูงถึงดาดฟ้า 7.4 เมตร ต่อที่อู่ของบริษัท อิตัลไทย มารีน จำกัด วางกระดูกงูเมื่อ 22 ก.ค. 2528 ขึ้นระวางประจำการเมื่อ 6 ต.ค. 2530 ครับ (สรุปก็คือเรือรบที่เข้าร่วมการฝึกในครั้งนี้ของไทยเป็นเรือที่กองทัพเรือต่อเองทั้งสิ้นครับ ) ก่อนถึงเวลาแตะหาดนั้น เป็นช่วงเวลาที่ข้าศึกจะต้องเตรียมการป้องกันฝั่งอย่างดีที่สุด ซึ่งในกรณีนี้เราจำเป็นที่จะต้องทำการลดประสิทธิภาพในการป้องกันฝั่งของข้าศึกให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้นาวิกโยธินที่จะขึ้นหาดนั้นสามารถดำเนินกลยุทธ์ได้อย่างคล่องตัวที่สุด ดังนั้นเรือที่อยู่นกชายฝั่งก็จะทำการระดมยิงฝั่งด้วยปืนเรือพร้อมกับการเจ้าโจมตีของอากาศยานทั้งเครื่องบินขับไล่และเฮลิคอปเตอร์โจมตีอย่างต่อเนื่องจนกว่านาวิกโยธินจะเข้าใกล้ฝั่งครับ ในการฝึกครั้งนี้จึงมีการจำลองการระดมยิงฝั่งด้วยการกดระเบิดที่ฝั่งเตรียมไว้สองลูก (เพราะถ้าให้เรือยิงจริง ๆ อาคาร สิ่งปลูกสร้าง รวมถึงตัวผมเองอาจจะเละก็ได้) พร้อมกับเครื่องบิน Do-228 จำลองการโจมตีฝั่งของอากาศยานซึ่งก็เช่นกันครับ ใช้การบินผ่านและใช้การกดระเบิดที่ฝั่งอยู่บนฝั่ง (เพราะคงไม่มีใครอยากเสี่ยงยิงจรวด 2.75 นิ้วไปในบริเวณนั้น ) เครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล Do-228 ผลิตโดยบริษัท Donier ประเทศเยอรมัน กองทัพเรือจัดหามาใช้ในภารกิจลาดตระเวนทางทะเลจำนวน 6 ลำ โดยเครื่องบินสามารถติดอุปกรณ์ลาดตระเวนและกระเปาะจรวดขนาด 2.75 นิ้วเพื่อใช้โจมตีเป้าหมายได้ครับ

 

แต่ระเบิดที่กดนั้น แรงสะใจ น้ำกระจายสูงหลายสิบเมตรอย่างที่เห็นครับ ระเบิดที่กดนี้เท่าที่ฟังจากพี่ที่กำลังกดมามันเป็นระเบิดบังกาโลที่เขาจะเอาไว้ใช้เคลียร์สิ่งกีดขวางที่ทำเอาไว้บนหาดนั้นเอง โดยระเบิดจะเป็นแท่งกลม ๆ ยาว ๆ เหมือนท่อพีวีซีที่ต่อกันได้เรื่อย ๆ จนมีความยาวตามต้องการ แรงอัดของมันจะทำให้กับระเบิดรวมถึงสิ่งกีดขวางต่าง ๆ ถูกทำลายเป็นช่องครับ แบบเรื่อง Saving Private Ryan นั้น

แหละครับ

ตอนนี้หาดถูกเคลียร์ไปเป็นส่วนมากแล้วครับ ได้เวลาที่ยาน AAV จะแตะหาด ยาน AAV แตะหาดพร้อมกันและวิ่งขึ้นหาดเข้าสู่ชายฝั่ง ในสถานการณ์จริงแล้วตรงนี้จะเป็นช่วงที่มีความเสี่ยงสูงมากและจะถูกต่อต้านจากกำลังของข้าศึกที่ป้องกันฝั่งมากครับ ตัวยาน AAV เองจึงติดป้อมปืนที่สามารถช่วยยิงกดดันและสนับสนุนกำลังของฝ่ายข้าศึกครับ ยาน AAV เป็นยานยกพลขึ้นบกสะเทินน้ำสะเทินบก (Amphibious Landing Vehicle) ครับ ชื่อ AAV ของมันมาจาก Amphibious Assault Vehicle ครับ รถติดตั้งเครื่องยิงลูกระเบิดอัตโนมัติขนาด 40 มม. แบบ Mk.19 หรือปืนกลขนาด 25 มม. แบบ M242 ครับ ทร.ไทยมีใช้งานราว 25 คัน ส่วนสหรัฐมีใช้เป็นพันคันครับ

 

หลังจากนั้นยาน AAV ก็จะปล่อยนาวิกโธยินออกมาจากข้างหลังยานครับ ยาน AAV แต่ละลำบรรทุกนาวิกโยธินพร้อมรบได้ราว 25 นายครับ เมื่อประตูเปิดแล้วผู้บังคับหมวดก็สั่งตั้งแนวเพื่อดำเนินกลยุทธครับ

ส่วน USS Harper Ferry เป็นเรือลำแรกในเรือชั้น Harpers Ferry ซึ่งเป็นเรือสนับสนุนการยกพลขึ้นบก (Landing ship (Dock)) ครับ ขึ้นระวางประจำการเมื่อปี 2538 เรือชั้นนี้มีทั้งหมดสี่ลำคือ USS Harpers Ferry, USS Carter Hall, USS Oak Hill, และ USS Pearl Harbor ครับ เรือลำนี้มาฝึกในเมืองไทยค่อนข้างบ่อยครับ ปีที่ก่อน ๆ โน้นเคยไปลอยลำอยู่นอกน่านน้ำพม่าเพื่อจะเข้าไปช่วยเหลือประชาชนพม่าในตอนที่เกิดพายุนาร์กิสด้วยครับ เรือติดตั้งปืนกลขนาด 25 มม. แบบ Mk.38 จำนวน 2 กระบอก ระบบป้องกันตัวเองระยะประชิด Mk.15 Phalanx จำนวน 2 ระบบ แท่นยิงอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้อากาศยาน Rolling Airframe Missile (RAM) จำนวน 2 แท่นยิง และปืนกลขนาด .50 นิ้ว 6 กระบอก

 

ตรงนี้คือชุดบังคับบัญชาครับ วิ่งตามพี่เขาไปเข้าตีด้วยก็ได้อารมณ์ไปอีกแบบ เหมือนเราทำข่าวสงครามยังไงอย่างงั้น

 

การสั่งการนั้น ผบ.หมวดคอยคุมแนว และมีผบ.ร้อยคอยสั่งการในภาพรวมอีกทีนึง

 

โดยรวมแล้วหน่วยนาวิกโยธินก็จะดำเนินกลยุทธ์ลึกเข้าไปในฝั่งเรื่อย ๆ จนถึงตำบลที่หมายครับ วิ่งตามแล้วมันส์ดีครับ

 

ส่วนอันนี้ผมเรียกเอาเองเป็นการแซวเล่น ๆ ว่าชุดอู้ครับ ซึ่งเป็นชุดยิงเครื่องยิงลูกระเบิดนั้นเอง ในการปฏิบัติการจริงแล้วชุดนี้จะทำการยิงเครื่องยิงลูกระเบิด (หรือที่ภาษาชาวบ้านเรียกว่าปืนครกนั้นเอง) เพื่อสนับสนุนนาวิกโยธินที่กำลังดำเนินกลยุทธ์เมื่อมีการร้องขอครับ หน้าที่ก็คืออยู่ข้างหลังและเคลื่อนที่ตามกองร้อยไปเรื่อย ๆ แต่พอดีอันนี้เป็นการฝึก แล้วแถมแถวนี้ยิงอะไรออกไปไม่ได้ด้วยเพราะอาคารทั้งนั้นเลย ก็เลยไม่ค่อยมีอะไรทำเท่าไหร่ครับ เหอๆ

 

ผมก็วิ่งออกมาตรงหาดอีกทีนึง ก็พบกับกลุ่มยาน AAV พร้อมกำลังพลที่ทำหน้าที่ระวังป้องกันอยู่ครับ พอดีผมอยู่ในฝั่งไทยซะเยอะ เลยลองวิ่งไปดูทางฝั่งสหรัฐบ้างครับ ซึ่งตอนนี้โดยหลักแล้วหน่วยนาวิกโยธินดำเนินกลยุทธ์ลึกเข้าไปในฝั่งแล้ว ทำให้บริเวณต้นไม้ใหญ่แถวนั้นถูกกำหนดให้เป็นตำบลรับผู้บาดเจ็บครับ อ้อ ลืมไปครับว่า ในภาษาทหารแล้ว คำว่าตำบลนี่ไม่ได้หมายถึงตำบล อำเภอ หมู่บ้านนะครับ แต่หมายถึงพื้นที่ที่ถูกกำหนดเอาไว้เพื่อจุดประสงค์ใดจุดประสงค์หนึ่งครับผม

 

แต่อยากจะบอกว่า ถ้าชุดเครื่องยิงลูกระเบิดคือชุดอู้แล้ว ชุดคนเจ็บนี้น่าจะเป็นชุดโครตอู้ครับ ยิงน้องพลทหารที่เล่นเป็นคนเจ็บ ถือได้ว่าได้รับบทเป็นชุดอู้ขั้นเทพ เนื่องจากมีหน้าที่นอนเจ็บอยู่ใต้ร่มไม้ และจะมี ฮ. มารับกลับเรือ โอ้โห สุดยอดครับ ซึ่งหลังจากนั้นก็จะต้องเรียก ฮ. มารับคนเจ็บซึ่งเจ็บหนักมาก ๆ กลับเรือเพื่อปฐมพยาบาลเป็นการด่วนครับ พื้นที่โล่งตรงหน้าเรานี้จึงถูกกำหนดให้เป็นจุดลงจอดของ ฮ. SH-60B ของกองทัพเรือไทยที่จะมารับคนเจ็บทั้งของฝั่งสหรัฐและฝั่งไทยครับ (คือมีอู้ขั้นเทพฝั่งละคน)

 

จากการสื่อสารผ่านทางวิทยุ ตอนแรกนึกว่า ฮ. เกิดขัดข้องจนถึงไม่ได้ครับ นึกว่าจะปิ๋วไม่ได้ดู Sea Hawk แล้ว แต่สุดท้าย ฮ. ก็บินขึ้นสำเร็จจากเรือ USS Harpers Ferry ครับ นาวิกโยธินสหรัฐจึงยิงพลุควันเพื่อบอกจุดร่อนลงให้ ฮ. ทราบครับ

 

Sea Hawk มาแล้วครับ เนื่องจาก Sea Hawk เป็น ฮ. สมัยใหม่ เสียงจึงค่อนข้างเงียบและลมจากใบพัดจึงไม่ค่อยแรงเท่าเจ้าฮิวอี้ครับ ขั้นตอนตรงนี้ก็คือปูผ้าเอาไว้เป็นจุดอ้างอิงในการลงจอด และทำการลงจอดครับ ใครเรียนรด. ปีสี่มาแล้วคงพอนึกภาพออกนะครับ การปฏิบัติเหมือนกันเลยครับผม

 

ลงแล้วครับ ตอนนี้รีบหิ้วคนเจ็บขึ้นฮ.

 

เรียบร้อยครับ ฮ. ยกตัวขึ้นเพื่อกลับเรือ USS Harpers Ferry ครับ ถือว่าการฝึกในวันนี้จบลง

ฝึกจบแล้ว ก็กล่าวขอบคุณกันครับ กองเรือยกพลขึ้นบกของไทยกับนาวิกโยธินไทยนั้นฝึกร่วมกับสหรัฐและประเทศอื่นค่อนข้างบ่อยแทบทุกปีครับ ดังนั้นเรื่องภาษาอังกฤษก็ไม่ค่อยมีปัญหาสักเท่าไหร่ และฝ่ายสหรัฐก็มอบมอบที่ระลึกในฐานะที่มาร่วมยกพลขึ้นบกด้วยกันครับ

 

ขอช็อตเท่ห์ ๆ ของนย.สหรัฐสักรูปครับ

 

ตอนนี้ยาน AAV เตรียมกลับครับ

 

AAV ของไทยตอนวิ่งลงทะเลเพื่อกลับ นี่เมื่อเจอยอดคลื่นก็จะชะลอ ๆ รถและค่อย ๆ วิ่งลงทะเลไปครับ คงต้องการถนอมตัวรถเอาไว้ (รถมันแพง) ส่วนสหรัฐนี่ เอามันส์ได้เลยครับ เหยียบมิดชนยอดคลื่น น้ำกระจายยยย ถูกใจคนดู คนข้างใจจะอ๊วกเอาครับ เหอ ๆ

 

วิ่งกลับไปแล้วครับ ใครบอกว่าเมืองไทยไม่มีรถที่แล่นได้ทั้งบนถนนและในทะเล ก็ต้องมาดูเจ้า AAV นี่แหละครับ

 

ส่วนนาวิกโยธินของไทยส่วนใหญ่ นั่งรถกลับกันครับผม

 

สนุกจริง ๆ ครับวันนี้ ยกนิ้วให้เลยครับ การฝึก CARAT จะมีใช้ราว ๆ กลางปีของทุกปีครับ ปีหน้าจะจัดเมื่อใด จะประชาชนทั่วไปจะเข้าชมได้ตรงไหนอย่างไรบ้าง ถ้าผมทราบข่าว จะคาบมาบอกกันนะครับผม สำหรับวันนี้ จบเพียงเท่า ขอบคุณทุกท่าน สวัสดีครับ

ขอบขอบคุณ

- นาวาโทพิธาน เวียนขุนทด สำนักเลขานุการกองทัพเรือ
- เรือเอกบัญชา ด้วงโต้ด นายทหารสงครามอิเล็กทรอนิกส์ประจำเรือหลวงสายบุรี

 

 

2018  ThaiArmedForce.com   globbersthemes joomla templates