TAF Special #88 – First Win 4x4 in Malaysia | ประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญกับโอกาสในการส่งออกยุทโธปกรณ์ครั้งแรกของไทย

TAF ติดตามรถเกราะ First Win ฝีมือคนไทยที่กำลังร่วมมือกับ DEFTECH ของประเทศมาเลเซียในการเสนอให้กับกรมตำรวจและกองทัพบกมาเลเซีย ซึ่งจะทำให้นี่เป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยจะประสบความสำเร็จในการส่งออกยุทโธปกรณ์ให้กับต่างประเทศถ้ามีการลงนามในสัญญาจัดซื้อ และรวมถึงจะเป็นโครงการร่วมมือทางด้านอุตสาหกรรมทางทหารที่ใหญ่ที่สุดระหว่างไทยและมาเลเซียอีกด้วย TAF จึงไม่พลาดที่จะเก็บภาพและบรรยากาศ รวมถึงนำข้อมูลบางส่วนที่เปิดเผยได้ ณ ตอนนี้มาฝากทุกท่านที่ติดตามพัฒนาการของรถเกราะฝีมือคนไทยแท้ ๆ คันนี้

GPEC ASIA 2013 หรือ General Police and special equipment Exhibitions and Conference Asia เป็นกิจกรรมด้านความคงอีกรายการหนึ่ง ที่รัฐบาลมาเลเซียสนับสนุนให้เป็นงานแสดงและสัมมนาที่ได้รับการยอมรับในระดับภูมิภาค เช่นเดียวกับการจัดงานนิทรรศการด้านความมั่นคงที่ประสบความสำเร็จไปแล้วอย่าง DSA และ LIMA

GPEC ASIA เป็นงานนำเสนอความก้าวหน้าและการพัฒนาเทคนิคสำหรับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และการบังคับใช้กฎหมาย ได้จัดต่อเนื่องเป็นการจัดงานครั้งที่ 3 แล้ว โดยมีรัฐบาลมาเลเซียเป็นเจ้าภาพ และกระทรวงมหาดไทยเป็นแม่งาน ในปีนี้มีการจัดงานขึ้นระหว่างวันที่ 2-4 ตุลาคม ณ อาคารศูนย์ประชุมนานาชาติ ปุตราจายา หนึ่งในอาคารหลักของนครหลวงแห่งใหม่ของมาเลเซีย

หากเทียบกับงานนิทรรศการด้านความมั่นคงอีกสองงานของมาเลเซีย GPEC มีขนาดงานที่เล็กกว่าเนื่องจากเป็นกิจกรรมที่ให้ความสำคัญกับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยเฉพาะ ซึ่งค่อนข้างเหมาะสมกับพื้นที่การจัดงานที่ใช้ฮอลล์หลักของศูนย์ประชุมแห่งนี้เป็นพื้นที่หลัก กับห้องจัดแสดงรองอีกหนึ่งห้องสำหรับการจัดแสดงยานยนต์ขนาดใหญ่สำหรับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่โดยเฉพาะ นอกจากนี้พื้นที่โดยรอบยังมีการออกบูธของหน่วยงานที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความมั่นคงโดยตรงมาร่วมออกงานด้วย

วันเปิดงานประธานในพิธีคือ Dr.Ahmad Zahid Hamidi รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ที่เราอาจจะคุ้นเคยกับท่านในฐานะรัฐมนตรีกลาโหมจากงาน Lima แต่ครั้งนี้ท่านเพิ่งสลับตำแหน่งหลังจากการเลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อต้นปีที่ผ่านมา บรรยากาศในงานค่อนข้างจะเป็นการภายในเนื่องจากในสองวันแรก จะเปิดให้เฉพาะเจ้าหน้าที่และแขกรับเชิญที่เกี่ยวข้องเข้าชมงานเท่านั้น แต่จะเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมงานได้ในวันสุดท้าย ในส่วนของสื่อมวลชนจึงมีเฉพาะสื่อของมาเลเซีย โดยมี ThaiArmedForce.com เป็นเพียงสื่อต่างประเทศเพียงรายเดียวเท่านั้นที่ได้รับเชิญเข้าร่วมงานตลอดทั้ง 3 วัน

รูปแบบการจัดงานเน้นสัดส่วนของการแสดงเป็นการนำเสนออุปกรณ์ยุคใหม่ที่จำเป็นต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ในการบังคับใช้กฏหมายจากบริษัทต่างๆ 70 เปอร์เซนต์ อีก 30 เปอร์เซ็นต์เป็นการนำเสนอบทบาทของหน่วยงานต่างๆของกรมต่างๆเช่นตำรวจ ,ศุลกากร ,หน่วยปรามปราบปรามยาเสพติด ฯลฯ ซึ่งอุปกรณ์ต่างๆมีตั้งแต่ระบบบริหารจัดการ การบังคับสั่งการ การสื่อสาร ระบบเฝ้าตรวจ ไปจนถึงยานพาหนะ อุปกรณ์สำหรับการทำงานอย่างเครื่องแบบ ชุดเกราะ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นคู่ค้ากับรัฐบาลมาเลเซียอยู่แล้วอย่างบริษัทจากโปแลนด์และอังกฤษ และหน่วยงานที่รัฐสนับสนุนอย่าง SAPURA ที่ดูแลในด้านระบบสื่อสาร DEFTECH รับผิดชอบในการพัฒนายานยนต์ และ ที่จะมานำเสนออุปกรณ์ใหม่ๆต่อหน่วยงานของมาเลเซีย และแขกรับเชิญในระดับผู้บัญชาการของตำรวจในภูมิภาคอาเซียน

ผลงานเด่นๆของหน่วยงานต่างๆในงาน มีตั้งแต่ระบบยานยนต์ GIRN RAPID RESPONSE VEHICLE ของSAPURA สำหรับภารกิจการช่วยเหลือและกู้ภัย ในบทบาทของศูนย์สั่งการและเชื่อมโยงการสื่อสารในเหตุวิกฤติ  ระบบควบคุมการปฏิบัติงาน Police C4i ที่เชื่อมโยงระบบตรวจการณ์ต่างๆตั้งแต่ UAV ,CCTV เพื่อใช้ในการบริหารจัดการสั่งการได้แบบบูรณาการของ SCS   ระบบยานยนต์ฮัมวี่พวงมาลัยขวาติดตั้งบันไดสำหรับการปฏิบัติงานพิเศษโดยเฉพาะ และที่สำคัญคือ AV-4 HMMPV (High Mobility Multi-Purpose Vehicle)  หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ First Win โดยบริษัทชัยเสรีนั้นเอง โดยโครงการนี้เป็นโครงการร่วมกันระหว่างบริษัท DEFTECH และบริษัทชัยเสรี เพื่อจัดหารถเอนกประสงค์รุ่นใหม่ให้กับหน่วยงานความมั่นคงของรัฐบาล และทาง DEFTECH ได้เปิดตัวโครงการนี้กับเจ้าหน้าที่ระดับสูงทั้งของมาเลเซียเองและจากต่างประเทศ ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมากทั้งในระดับเจ้าหน้าที่ และประชาชนชาวมาเลเซียที่ได้เข้าชมงานในวันสุดท้าย

กรมตำรวจมาเลเซียได้ใช้งานในครั้งนี้ นำเสนอภาพลักษณ์ของเจ้าหน้าที่ยุคใหม่ ไม่เพียงแต่อุปกรณ์เท่านั้นแต่ยังรวมถึงยานพาหนะ และอาคารสถานีตำรวจที่ได้รับการออกแบบใหม่ ตามแนวคิดสถานีตำรวจแห่งอนาคต ด้วยความสวยงามช่วยเสริมภาพลักษณ์ขององค์กรได้เป็นอย่างดี ในการนำเสนอภารกิจของหน่วยงานต่างๆของกรมตำรวจ ยังมีการนำเสนอบทบาทของหน่วยปฏิบัติการพิเศษของพวกเขาที่เราอาจไม่ค่อยคุ้นตากันเท่าไหร่นัก เนื่องจากโดยปกติหน่วยนี้จะไม่เปิดเผยตัวต่อสาธารณะชนเท่าใดนัก เนื่องจากมีภารกิจสำคัญหลายภารกิจที่เจ้าหน้าที่หน่วยต้องปกปิดตัวเอง เช่น การต่อต้านการก่อการร้าย ,การปราบปรามยาเสพติดและการปฏิบัติงานในพื้นที่อ่อนไหวอย่างตะเข็บแนวชายแดนระหว่างไทย มาเลเซีย  เช่นเดียวกับหน่วยปฏิบัติการพิเศษทั่วโลก ดังที่เราเห็นในภาพประชาสัมพันธ์ในงานจะมีการเซ็นเซอร์ภาพใบหน้าของเจ้าหน้าที่ทุกภาพ แม้แต่การถ่ายภาพของเรายังได้รับการร้องขอจากพวกเขาให้หลีกเลี่ยงการถ่ายภาพที่ใบหน้าของพวกเขาเช่นกัน

ชื่อหน่วยคือ Special Action Unit (SAU) Bukit Aman จัดตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1975 มีผลงานในการปฏิบัติงานที่โดดเด่นหลายครั้งมากกว่า 145 ภารกิจ ในพื้นที่จัดแสดงมีการนำเครื่องแบบของหน่วยที่มีชื่อเสียงของพวกเขาอย่าง COMANDO 69 พร้อมอุปกรณ์การทำงานที่จัดว่าทันสมัยหลายแบบมาแสดง แน่นอนว่านี้คือมุมหนึ่งที่ผู้เข้าร่วมงานต่างให้ความสนใจเป็นอย่างมาก แม้แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยอื่นๆด้วยเช่นกัน

ด้วยลักษณะของการจัดงานที่เน้นในกลุ่มเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมาย จึงไม่ได้เน้นหนักที่ยานยนต์ขนาดใหญ่ แต่ทางผู้จัดยังมีพื้นที่สำหรับยานยนต์ขนาดใหญ่ที่มีหน้าที่สนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ โดยแยกพื้นที่จัดแสดงต่างหากในห้องจัดแสดง Putra B ที่มีการตั้งแสดงตั้งแต่จักรยาน ,ยานยนต์ ,เรือตรวจการณ์ และเฮลิคอปเตอร์  มีการนำฮ.ยูโรคอปเตอร์.AS355 Ecureuil ของหน่วยบินตำรวจ  R66 ที่ตกแต่งเป็น ฮ.ตำรวจของบริษัทโรบินสัน สำหรับจักรยานตรวจการณ์เป็นจักรยานที่ออกแบบมาเป็นการเฉพาะสำหรับการปฏิบัติงานในพื้นที่ตัวเมืองชั้นใน ซึ่งตำรวจมาเลเซียมีธรรมเนียมการใช้จักรยานในการตรวจการณ์มานานแล้วดังที่เราได้เห็นจากในมุมประวัติศาสตร์ของพวกเขา

ในมุมเรือเป็นเรือตรวจการณ์คอมโพสิตกันกระสุน P-38 ของอู่ต่อเรือในประเทศ USE International ที่สามารถทำความเร็วสูงสุดถึง 55 น็อต และเรือยางสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก Sealegs ของนิวซีแลนด์ที่สามารถแล่นในน้ำและวิ่งขึ้นบกได้ในเวลาอันรวดเร็ว

การจัดแสดงยานยนต์เป็นส่วนของบริษัท MTL นำเสนอการฟื้นคืนสภาพเครื่องยนต์และรถแลนด์โรเวอร์ที่มาเลเซียมีการใช้งานอยู่เป็นจำนวนมาก ในพื้นที่ส่วนกลางเป็นของ DEFTECH ที่นำเสนอรถสองแบบคือ First Win และฮัมเมอร์ติดตั้งบันไดสำหรับหน่วยปฏิบัติงานพิเศษ  นอกจากนี้ พื้นที่นอกตัวอาคารยังมีการจัดแสดงยานยนต์หุ้มเกราะที่ตำรวจมาเลเซียยังใช้งานอยู่ คือ คอมมานโด V-100

หนึ่งในยุทธยานยนต์ที่โดดเด่นในงานนิทรรศการ GPEC2013 ครั้งนี้ คือยานยนต์หุ้มเกราะในชื่อ AV-4  ซึ่งจอดแสดงอยู่ในบูธของบริษัท DEFTECH แม้ว่าที่ตัวรถจะมีตราสัญลักษณ์ของ DEFTECH ติดอยู่ แต่สำหรับผู้ที่สนใจในความเคลื่อนไหวด้านการทหารของประเทศไทย ย่อมจดจำได้ทันที่ว่า นี้คือรถหุ้มเกราะ First Win ผลงานของบริษัทชัยเสรี บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนยุทธยานยนต์ รายสำคัญของประเทศไทย

การปรากฏตัวของ First Win ในอาคารศูนย์ประชุมแห่งปุตราจายานี้ เป็นการเปิดตัวต่อสาธารณะชนมาเลเซีย ในฐานะรถยานเกราะ 4x4 ที่จะนำเสนอต่อหน่วยงานความมั่นคงของมาเลเซียทั้งกองทัพและตำรวจ โดยเป็นโครงการร่วมมือกันระหว่างบริษัทชัยเสรี และ DEFTECH ซึ่งเป็นบริษัทที่ที่ดูแลและซ่อมบำรุงยุทธยานยนต์ให้กับรัฐบาลมาเลเซีย เพื่อจัดหารถยานยนต์หุ้มเกราะที่มีสมรรถนะตรงตามความต้องการ นี้จึงเป็นเหตุผลที่ First Win ได้เดินทางมาร่วมงาน GPEC ซึ่งเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับตำรวจและผู้บังคับใช้กฎหมายของมาเลเซีย

First Win คันที่นำมาแสดงที่นครปุตราจายานี้เป็นรถคันต้นแบบที่มีการปรับปรุงล่าสุดของชัยเสรี ที่ได้รับการติดตั้งป้อมปืนและกล้องโทรทัศน์ที่ด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมโคมไฟค้นหาที่ควบคุมการทำงานจากภายในตัวรถ เดินทางจากประเทศไทยโดยทีมงานของบริษัท และผู้ประสานงานชาวมาเลเซีย ขับตามเส้นทางถนนผ่านเข้าเขตแดนมาเลเซียที่อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา มายังนครปุตราจายาเมืองหลวงใหม่ของมาเลเซีย อันเป็นระยะทางกว่า 1,600 กิโลเมตร โดยไม่ประสบปัญหาใดๆ รวมถึงการเดินทางกลับซึ่งใช้การเดินทางทางถนนเช่นกัน นั่นหมายความว่า First Win ก็ได้มีโอกาสทดสอบการเดินทางไกลถึงกว่า 3,200 กิโลเมตรไปด้วยในตัว

First Win ถูกจัดแสดงอยู่คู่กับผลงานอีกชิ้นหนึ่งของ DEFTECH คือระบบบันไดติดตั้งบนรถฮัมวี่สำหรับการปฏิบัติงานของหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ซึ่งเป็นโครงการร่วมมือกันกับบริษัทจากต่างชาติเช่นกัน ตั้งแต่วันเปิดงาน First Win ได้รับความสนใจจากผู้บริหารระดับสูงของมาเลเซียมาเยี่ยมชมอย่างใกล้ชิดตั้งแต่ประธานในพิธี คือรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย Dr.Ahmad Zahid Hamidi  ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้บัญชาการตำรวจมาเลเซีย และผู้บัญชาการตำรวจจากประเทศต่างๆ ที่ให้ความสนใจในตัวรถเป็นอย่างมาก  และรับฟังคำบรรยายอย่างละเอียดจากทีมงานของบริษัทชัยเสรี  แม้ว่าภายในบูธจะไม่มีข้อมูลที่ระบุว่านี่เป็นรถจากประเทศไทย แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ของ DEFTECH ทำการบรรยายให้กับแขกที่มาชม พวกเขาจะระบุอย่างชัดเจนว่า รถคันนี้เป็นรถที่ผลิตโดยบริษัทจากประเทศไทย

สิ่งที่สร้างความโดดเด่นให้กับยาน First Win จนเป็นที่สนใจของผู้ร่วมงานทั้งในส่วนของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและผู้ชมงานทั่วไป คือการออกแบบรูปลักษณ์ภายนอก ที่มีความดุดันแต่ลงตัว จึงไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจที่ First Win จะถูกใช้เป็นแบคกราวนด์ยอดนิยมสำหรับการถ่ายภาพของผู้ที่เข้ามาชมงานตลอดทั้งสามวัน

แต่ไม่ใช่แค่รูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้นที่ทำให้ First Win สร้างความประทับใจให้กับหน่วยงานอย่าง DEFTECH จนมีความมั่นใจในตัวรถ นำมาติดแผ่นเพลทในชื่อของพวกเขา และนำเสนอต่อผู้บริหารระดับสูงในหน่วยงานต่างๆเช่นนี้ จากข้อมูลที่เราได้รับจากแหล่งข่าวชาวมาเลเซีย ที่ตอบคำถามของเรา ว่าทำไมพวกเขาถึงเลือก First Win? คำตอบของพวกเขาก็ คือ First Win มีสมรรถนะตรงตามความต้องการของพวกเขามากกว่ารถของคู่แข่งอีกสี่รายจากอีกหลายประเทศเช่นแอฟริกาใต้ ออสเตรเลีย หรืออินเดีย และพวกเขาก็เชื่อมั่นในผลงานของชัยเสรี ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการจัดส่งอะไหล่ยุทธยานยนต์ให้กับหน่วยงานของมาเลเซีย และใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นี้จึงเป็นเหตุผลหลักๆที่ทำให้ First Win  ผ่านการคัดเลือกจาก DEFTECH เพื่อนำเสนอต่อหน่วยงานต่างๆและปรับแต่งให้ตรงกับความต้องการในการใช้งานที่แตกต่างกัน ขั้นตอนต่อจากนี้ไปจึงเป็นการร่างข้อสัญญา และการกำหนดรูปแบบการจัดส่ง การผลิต และการถ่ายทอดเทคโนโลยีร่วมกัน โดยการถ่ายทอดเทคโนโลยีจะเป็นการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตรถเกราะจากทางชัยเสรีให้กับมาเลเซีย ซึ่งหากมีการลงนามแล้ว รถในล็อตแรกจะเป็นการผลิตจากโรงงานของชัยเสรีจะทำการผลิตในประเทศไทย  ก่อนจะมีการพิจารณาเพื่อเปิดสายการผลิตหรือการประกอบหลักจำนวนมากในมาเลเซียต่อไป โดยอาจเป็นการผลิตชิ้นส่วนหลักในประเทศไทย ก่อนส่งไปประกอบยังมาเลเซีย ซึ่งคาดว่าทางมาเลเซียจะมีการจัดหา First Win ราว 200 คัน ซึ่งคาดการณ์ว่ามูลค่าสัญญาอาจมีมูลค่าสูงถึง 100 ล้านเหรียญสหรัฐ

เมื่อเสร็จสิ้นการจัดแสดงแล้ว ทางชัยเสรีและทีมผู้ประสานงานมาเลเซีย ได้จัดทริปพิเศษสำหรับการบันทึกภาพประวัติศาสตร์สำหรับการเดินทางมาร่วมงานแสดงของยุทธยานยนต์ของประเทศไทยในนครหลวงของพวกเขา ซึ่งถือว่าเป็นการทดสอบวิ่งในสภาพถนนในเมืองของมาเลเซียไปพร้อมกัน แม้ว่าการเตรียมการทำงานของเราจะมีการประสานงาน และมีรถนำขบวนเพื่อความสะดวกในทำงาน แต่ภาพของยานเกราะรูปทรงดุดัน แปลกตามาวิ่งกลางถนนในเมืองหลวงย่อมไม่ใช่ภาพที่คุ้นตาของชาวมาเลเซียแน่ๆ ตลอดเส้นทางที่เราเดินทางไปยังลานหน้าทำเนียบนายกรัฐมนตรีที่เป็นจุดหมายหลักที่เราต้องการให้เป็นฉากหลังนั้น จึงได้รับความสนใจจากพวกเขาตลอดเส้นทาง บางช่วงมีการขี่มอเตอร์ไซด์มาร่วมบันทึกภาพกับพวกเราด้วยเช่นกัน

สภาพถนนในเมืองไม่ใช่ปัญหาของรถอย่าง First Win อยู่แล้ว ทั้งเนินลูกระนาด ถนนในเมืองที่แคบเป็นบางช่วง First Win ก็ทำการวิ่งได้อย่างคล่องตัว เสียงเครื่องยนต์ที่เดินเรียบ และมีระดับเสียงที่ต่ำทำให้ไม่มีปัญหาในการวิ่งในเมือง จะมีก็แต่รูปทรงที่โดดเด่นเท่านั้น ที่ดูจะเป็นสิ่งดึงดูดความสนใจเมื่อตัวรถมาถึงที่หมายเพื่อทำการบันทึกภาพหน้าทำเนียบ เพราะทันที่ทีรถมาจอดชาวปุตราจายาที่อยู่ในละแวกใกล้เคียงต่างให้ความสนใจมาถ่ายภาพและสอบถามกับทีมงานมากขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะตามมาด้วยสิ่งที่เราหวั่นเกรง นั่นก็คือทัวร์จีน! ทำให้เราต้องรีบทำงานให้เสร็จ ก่อนที่จะเกิดภาพความวุ่นวายของรถเกราะจากต่างประเทศที่ด้านหน้าของทำเนียบผู้นำประเทศ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นมันคงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะอธิบายให้เจ้าหน้าที่มาเลเซียเข้าใจ แม้ว่าจะมีการประสานจากผู้จัดงานแล้วก็ตาม

เมื่อเสร็จภารกิจ First Win ได้ถูกนำไปเก็บไว้ในพื้นที่ของผู้ประสานงานได้จัดเตรียมเอาไว้ เพื่อเตรียมเดินทางไปยังกัวลาลัมเปอร์ เพื่อนำเสนอต่อกระทรวงกลาโหม ซึ่งเป็นเพียงไม่กี่กระทรวงที่ยังคงอยู่ในกัวลาลัมเปอร์ในสัปดาห์ต่อมา โดยกองทัพบกมาเลเซียให้ความสนใจที่จะนำ First Win เข้าประจำการทดแทนรถเกราล้อยางแบบ Condor ที่ใช้งานมานาน หลังจากนั้นเดินทางกลับมายังโรงงานชัยเสรีที่จังหวัดปทุมธานีในเส้นทางเดิม

หากไม่มีปัญหาในรายละเอียดของข้อตกลง เมื่อมีการลงนามจัดซื้อจากรัฐบาลมาเลเซียที่คาดว่าจะเกิดขึ้นภายใน 2 – 3 เดือนข้างหน้านี้ จะเป็นประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมรมความมั่นคงของประเทศ ที่สามารถจัดส่งยุทธยานยนต์ที่ออกแบบและผลิตในประเทศไปยังต่างประเทศได้เป็นจำนวนมากเป็นครั้งแรก และยังถือเป็นครั้งแรกของไทยที่ประสบความสำเร็จในการส่งออกยุทโธปกรณ์ให้ต่างชาติ นอกจากนั้น ยังเป็นสัญญาณที่เห็นจัดเชนว่าไทยกับมาเลเซียมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ซึ่งในอนาคต อาจมีการร่วมมือกันพัฒนาและปรับปรุง First Win รวมถึงอาจจะมีการติดตั้งอุปกรณ์ที่มาเลเซียมีความถนัดเข้ากับ First Win เพื่อช่วยให้ตัวรถมีความสมบูรณ์มากขึ้น รวมถึงอาจมีการร่วมมือกันทำตลาดในระดับภูมิภาคอีกด้วย

ทั้งนี้ ถ้าสัญญาได้รับการลงนามจากรัฐบาลมาเลเซีย จะทำให้ยอดประจำการของ First Win  เพิ่มขึ้นจากยอดเดิมที่มีการสั่งซื้อจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรมที่มีการจัดหาไป 18 คัน เพื่อนำไปใช้ในการขนนักโทษร้ายแรง รวมถึงการปฏิบัติการในพื้นที่ที่อันตราย และกองทัพบกไทยที่จัดหาไปแล้ว 11 คันในล็อตแรก เพื่อใช้ในสามจังหวัดภาคใต้ของไทย และให้ความสนใจที่จะจัดหาเพิ่มเติมในปีงบประมาณใหม่ ซึ่งนั่นจะทำให้ราคาต่อหน่วยมีราคาถูกลง และสร้างโอกาสที่ดียิ่งขึ้นในการส่งออกรถเกราะ First Win ให้กับประเทศต่าง ๆ หลังจากเมื่อ 3 – 4 ปีก่อนที่ First Win เคยพลาดการส่งออกให้กับบังคลาเทศ แม้ว่ากองทัพบกบังคลาเทศจะเลือก First Win แล้วก็ตาม เนื่องจากในเวลานั้น First Win ยังไม่ได้ประจำการในประเทศผู้ผลิตคือประเทศไทย

บรรยากาศโดยรวมของงานตลอดทั้ง 3 วัน เป็นไปอย่างเรียบร้อย โดยสองวันแรกมีเจ้าหน้าที่ของรัฐบาล และแขกรับเชิญจากต่างประเทศมาชมงานอย่างคึกคัก โดยเฉพาะในวันที่สองที่เจ้าหน้าตำรวจในระดับปฏิบัติงานมาชมงานกันอย่างหนาตามากกว่าในวันแรกที่เน้นเฉพาะระดับผู้บังคับบัญชาระดับสูง และให้ความสนใจในผลิตภัณฑ์ต่างๆที่มานำเสนอ และวันที่สามซึ่งเป็นวันสำหรับประชาชน แต่ผู้ที่จะเข้าชมงานก็ต้องลงทะเบียนก่อนเข้าเช่นกัน นับเป็นความพยายามที่เห็นได้เป็นรูปธรรมของรัฐบาลมาเลเซียในการจัดนิทรรศการรูปแบบนี้ให้ครบทุกสาขา เพื่อเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมด้านนี้ และเสริมภาพลักษณ์การเป็น 1 Malaysia ที่พวกเขาตั้งเป้าหมายที่จะเป็นชาติที่พัฒนาแล้วในปีค.ศ.2020 อย่างเป็นระบบ

สมาชิกที่สนใจสามารถร่วมพูดคุยเกี่ยวกับประเด็นนี้ได้ที่กระทู้

RENAMED: รถเกราะ First Win ของกองทัพบกไทย

http://www.thaiarmedforce.com/distribution/viewtopic.php?f=5&t=249

คณะทำงาน ThaiArmedForce.com ขอขอบคุณ
- บริษัท ชัยเสรี เมทอล แอนด์ รับเบอร์ จำกัด
- DEFTECH
- Mr. Mohd Nizam Bin Kasa
- Mr. Kamaro Zaman Bin Janan
- ทีมงานผู้ประสานงานชาวมาเลเซียทุกท่าน

2018  ThaiArmedForce.com   globbersthemes joomla templates