TAF Special #7- Royal Thai Navy SAREX 2009 | ซาเร็กซ์ 2009 โดยกองทัพเรือ

TAF Special #7 - Royal Thai Navy SAREX 2009

การฝึกซ้อมค้นหาและช่วยเหลืออากาศยานและเรือที่ประสบภัยหรือ SAREX จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีภายใต้คติพจน์ของการเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน ไม่ว่าจะเป็นเรือหรืออากาศยานที่ประสบภัย ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องล้วนมีพันธกรณีที่จะนำผู้ประสบภัยกลับบ้าน และในปีนี้กองทัพเรือซึ่งเป็นเจ้าภาพในการฝึก ทีมงาน ThaiArmedForce.com จึงตามติดการฝึกครั้งนี้ไปถึงจังหวัดสงขลา และนำภาพพร้อมบรรยากาศการฝึกมาให้ทุกท่านได้รับชมกันครับ

การฝึก SAREX 2009 เกิดขึ้นภายใต้พันธกรณีของไทยที่มีต่อประชาคมนานาชาติในการที่จะต้องจัดเตรียมทรัพยากรในการช่วยเหลือเรือหรืออากาศยานที่ประสบภัย โดยกรมการขนส่งทางอากาศ (ขอ.) รับผิดชอบในการเป็นผู้ประสานงานการฝึก และมอบหมายให้แต่ละหน่วยงานเป็นเจ้าภาพหมุนเวียนกันไปตามจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ ในปีนี้ กองทัพเรือถูกมอบหมายให้เป็นเจ้าภาพในการจัดการฝึก และกองทัพเรือก็ได้เลือกพื้นที่จังหวัดสงขลาเป็นพื้นที่การฝึกหลักครับ การฝึกซ้อมแบ่งเป็นสองวัน ในวันแรก (18 ก.ค. 2552) เป็นการฝึกจริงในพื้นที่การฝึกในอ่าวไทยนอกชายฝั่งสงขลาราว 50 กิโลเมตร ส่วนวันที่สอง (19 ก.ค. 2552) เป็นการฝึกสาธิตให้ประชาชนชมบริเวณริมหาดชลาทัศน์ครับ ทางเราได้มีโอกาสเข้าสังเกตุการณ์การฝึกทั้งสองวัน ซึ่งเราก็กระจายกันไปตามที่ต่าง ๆ เพื่อที่จะได้เก็บภาพบรรยากาศมาได้ครบทุกมุมมองครับ

สำหรับกำลังที่เข้าร่วมการฝึกประกอบไปด้วย

- เรือหลวงศรีราชา
- เรือหลวงคลองใหญ่
- เรือ ต.99
- เฮลิคอปเตอร์ปราบเรือดำน้ำ S-70B Sea Hawk
- เฮลคอปเตอร์ Bell 212
- เครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล Do-228

รวมถึงชุดปฏิบัติการจากหน่วยสงครามพิเศษทางเรือและหน่วยงานกู้ภัยที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดสงขลาครับ ส่วนตัวแล้วผมอยู่บนเรือหลวงคลองใหญ่ คุณ HS-AEK, คุณ Wingboy และท่านผบ.ทบ.ประจำตัวไปกับเรือหลวงศรีราชา คุณ nacher_okus27 ไปกับ Bell 212 ซึ่งเป็นเครื่องบินถ่ายภาพ (Chasing Aircraft) สำหรับการฝึกในครั้งนี้ครับ ถ้าพร้อมแล้วก็ถอนสมอ แล้วออกทะเลกันดีกว่าคร๊าบบบบบ

 

นี่เป็นครั้งแรกที่ผมออกทะเลไปกับเรือ การได้ชมขั้นตอนการออกเรืออย่างใกล้ชิดถือเป็นประสบการณ์ที่ดีมากอย่างหนึ่งครับ อย่างน้อยที่สุดผมก็จองพื้นที่ตรงข้างสะพานเดินเรือเพื่อฟังขั้นตอนการออกเรือจนเรือแล่นออกจากร่องน้ำ จากนั้นก็เป็นกระบวนการของการ "รอ" ครับ เนื่องจากพื้นที่ในการฝึกอยู่ห่างออกไปกว่า 50 กิโลเมตร เรือต้องใช้เวลาเดินทางราว 1 ชั่วโมงครึ่งครับ

 

ระหว่างนี้ เราลองมารู้จักเรือทั้งสามลำกันดีกว่าครับ

เรือ ต.99 เป็นหนึ่งในเรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่งชุดเรือ ต.91 ซึ่งสร้างขึ้นตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในอันที่จะทำให้กองทัพเรือสามารถพึ่งพาตนเองได้ โดยเรือลำแรกในชุดนี้คือเรือ ต.91 นั้นขึ้นระวางประจำการในปี 2511 และเรือชุดนี้มีเรือชุดย่อย ๆ ที่แตกต่างกันในรายละเอียดบางส่วนอยู่ 5 ชุดย่อย ส่วนเรือ ต. 99 นั้นได้สร้างเสร็จและขึ้นระวางประจำการในปี 2530 เรือ ต.99 มีระวางขับน้ำเต็มที่ 130 ตัน ติดอาวุธปืนกล 40/70 จำนวน 1 กระบอก, ปืนกล 20 มม. GAM CO-1 จำนวน 1 กระบอก, ปืนกล .05 นิ้ว จำนวน 2 กระบอก, และระบบควบคุมการยิง Searcher พร้อมเรด้าร์ตรวจการณ์พื้นน้ำ ปัจจุบันสังกัดอยู่หมวดเรือที่ 2 กองเรือยามฝั่ง กองเรือยุทธการ

เรือหลวงคลองใหญ่ เป็นเรือตรวจการณ์ปืนในชุดเรือหลวงสัตหีบ โดยมีเรือในชุดนี้จำนวน 6 ลำคือเรือหลวงสัตหีบ (521), เรือหลวงคลองใหญ่ (522), เรือหลวงตากใบ (523), เรือหลวงกันตัง (524), เรือหลวงเทพา (525), และเรือหลวงท้ายเหมือง (526) เรือมีระวางขับน้ำเต็มที่ 300 ตัน ต่อที่อู่อิเติลไทยมาร์รีน ขึ้นระวางประจำการในปี 2528 อาวุธของเรือหลวงคลองใหญ่ประกอบไปด้วย ปืนเรือ 76/62 จำนวน 1 กระบอก, ปืนกล 40/70 จำนวน 1 กระบอก, ปืนกล 20 มม. GAM CO-1 จำนวน 2 กระบอก, และปืนกล .50 นิ้ว จำนวน 2 กระบอก ปัจจุบันสังกัดอยู่หมวดเรือที่ 3 กองเรือตรวจอ่าว กองเรือยุทธการ

 

เรือหลวงศรีราชา เป็นเรือตรวจการณ์ปืนในชุดเรือหลวงหัวหิน โดยมีเรือในชุดนี้จำนวน 3 ลำคือเรือหลวงหัวหิน (541), เรือหลวงแกลง (542), และเรือหลวงศรีราชา (543) เรือหลวงศรีราชาสร้างโดยกรมอู่ทหารเรือ ขึ้นระวางประจำการในปี 2544 มีระวางขับน้ำเต็มที่ 624.5 ตัน อาวุธของเรือหลวงศรีราชาประกอบไปด้วย ปืนเรือ 76/50 จำนวน 1 กระบอก, ปืนกล 40/60 จำนวน 1 กระบอก, และปืนกล .50 นิ้วจำนวน 2 กระบอก ปัจจุบันสังกัดอยู่หมวดเรือที่ 3 กองเรือตรวจอ่าว กองเรือยุทธการ

 

นอกจากนั้นในเรือหลวงคลองใหญ่และเรือหลวงศรีราชาก็ยังมีนักทำลายใต้น้ำจู่โจมหรือหน่วย SEALs อยู่บนเรือลำละ 3 นายเพื่อเข้าร่วมการฝึกด้วยครับ อีกนิดเดียวก็จะถึงพื้นที่การฝึกแล้วครับ โดยเรือทั้งเรือหลวงคลองใหญ่และเรือหลวงศรีราชาจะทำหน้าที่เป็นเรือหลักที่เข้าร่วมการฝึก ส่วนเรือ ต.99 ทำหน้าที่เป็นเรือ "ไล่เป้า" หรือเรือที่จะคอยกันไม่ให้เรือที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาในพื้นที่การฝึกครับ เพราะแถวนั้นเรือประมงเยอะมาก ซึ่งทำไปทำมาเราก็หาเรือประมงเป้าหมายที่จะไปกู้ภัยกันอยู่สักพักเหมือนกันเพราะแยกไม่ค่อยออกระหว่างเรือประมงที่ใช้ฝึกกับเรือประมงที่วิ่งจับปลาอยู่แถวนั้น

มองหาสักพักเราก็สังเกตุเห็น Do-228 บินผ่านไปครับ ผมถึงพอทราบว่าน่าจะเข้าใกล้พื้นที่การฝึกแล้ว เลยลองเดินไปใกล้ ๆ สะพานเดินเรือเพื่อแอบฟังเจ้าหน้าที่เขาคุยกันผ่านทางวิทยุ ก็พบว่า Do-228 สามารถค้นหาเรือเป้าหมายเจอแล้ว และทำการบินต่ำผ่านเรือเป้าหมายเพื่อยืนยันพิกัดให้แน่นอน

 

แน่นอนแล้วครับ ตอนนี้เป็นหน้าที่ของหน่วยซีลของกองทัพเรือที่หย่อนเรือยางและเตรียมตัวเข้าไปรับผู้ประสบภัย โดยผู้ประสบภัย (สมมุติ) มีทั้งหมด 18 คน จะทำการช่วยเหลือขึ้นบินเรือทั้งสองลำ และเฮลิคอปเตอร์แบบ Sea Hawk ที่บินมาจากฝั่งครับ

 

Sea Hawk บินผ่านกลุ่มผู้ประสบภัย 1 ครั้งพร้อมทิ้งพลุควันเป็นเครื่องหมายลงในบริเวณใกล้ ๆ กับที่กลุ่มผู้ประสบภัยลอยคออยู่ จากการประสานงานเราทราบว่ามีผู้ประสบภัยคนหนึ่งที่ได้รับบาดเจ็บหนัก ต้องนำตัวไปส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน Sea Hawk จึงทำการลอยตัวในระดับต่ำเพื่อส่งนักกู้ภัยลงสู่พื้นน้ำด้วยการกระโดดลงจาก ฮ. ครับ

 

เมื่อบินวนสักครู่ Sea Hawk ก็กลับมารับนักกู้ภัยและผู้ประสบภัยกลับโดยการใช้รอกกู้ภัย (Hoist) ดึงทั้งคู่ขึ้นมาบนตัวเครื่อง และบินกลับเข้าฝั่งไปครับ

 

หลังจากนั้นก็เป็นคิวของผู้ประสบภัยที่เหลือครับ หน่วยซีลจากเรือทั้งสองลำใช้เรือยางวิ่งเข้าไปรับผู้ประสบภัยที่ลอยคออยู่กลางทะเล และนำกลับไปที่เรือทั้งสองลำครับ

 

ซึ่งตรงนี้ก็เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่จะทำการคัดแยกผู้ประสบภัยจากอาการเบา อาการหนัก และผู้ที่เสียชีวิตแล้ว เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนการรักษาพยาบาลต่อไปครับ

 

การรักษาพยาบาลก็ทำกันบริเวณท้ายเรือครับ ในเรืออีกลำที่ผมอยู่คือเรือหลวงคลองใหญ่นั้น จากการฝึกกลายเป็นการต้องทำการรักษาจริง นั้นคือมีผู้ประสบภัยสมมุติของเราท่านหนึ่งถูกพิษแมงกะพรุนบริเวณต้นขาซ้ายเป็นพื้นที่ราว ๆ 2 ฝ่ามือ เห็นแล้วต้นขามีรอยบวมเป็นบริเวณกว้าง งานนี้เลยต้องทำการรักษากันจริง ๆ ครับ

หลังจากนั้นเราก็จบภารกิจและหันหัวเรือเข้าหาฝั่งครับ ตรงนี้ก็แน่นอน ใช้เวลาวิ่งกลับพอ ๆ กับที่เราออกมา ตอนนี้ก็อยู่ในช่วงเวลาพักผ่อนครับ

ซึ่งถ้าท่านใดอยากจะพัก บนเรือหลวงศรีราชานั้นมี "เซเว่นลอยน้ำ" ให้ได้ซื้อหาของกินกันครับ ตัวเซเว่นจะอยู่แถว ๆ ถังเก็บน้ำจืด ก็ว่ากันไปครับ จะสเลอร์ปี้หรือสโมกกี้ไบต์ก็อย่าลืมสั่งขนมจีบกับซาลาเปาเพิ่มแล้วกันครับ เหอ ๆ

 

เรือแล่นผ่านเกาะหนูและเกาะแมวมาจนเข้าเขตฐานทัพเรือสงขลา อากาศที่ฐานทัพเรือสงขลาวันนั้นดีมากครับ ฟ้าใสแจ๋ว ลมเย็น พระอาทิตย์สวย ผมยืนอยู่ตรงหัวเรือตอนที่ทหารประจำเรือกำลังประจำสถานีเดินเรือร่องน้ำ ได้ภาพสวย ๆ มาหลายภาพทีเดียวครับ

 

การฝึกวันนี้ก็จบลงครับ แม้จะมีปัญหาขลุกคลักไปบ้าง แต่โดยรวมก็ถือว่าประสบความสำเร็จไปได้ด้วยดี

 

ในวันรุ่งขึ้นเป็นการฝึกสาธิตให้ประชาชนริมหาดรับชมครับ วันนี้มีประชาชนมาชมกันหลายพันคนเต็มหาดเลยทีเดียว งานนี้ทำประชาสัมพันธ์ได้ค่อนข้างดีครับ โปสเตอร์มีติดทั่วเมือง และออกแบบได้ดีพอสมควรจนคนทั่วไปรู้ว่ามันจะมีงานอะไรวันไหน คนเยอะครับผม และในงานยังมีการบรรยายทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษอีกด้วย โอ้วววววว อินเตอร์มาก ตามประเพณีครับต้องเปิดตัวด้วยการลากธงราชนาวีผ่านพื้นที่การแสดง

 

และต่อจากนั้นก็คือการบินต่ำผ่านบริเวณงาน (Low Pass) ของอากาศยานที่เข้าร่วมการแสดงครับ บินต่ำราว ๆ 50 ฟุตเท่านั้น ลองดูภาพ Do-228 ลำนี้แล้วจะพอนึกออกว่าต่ำขนาดไหน เสียงงี้สุดยอดดดดดดด

 

เจ้า AU-23A Peacemaker ของกองทัพอากาศขวัญใจของผมก็มาด้วยครับงานนี้ แหม คิดถึงจังเลยสุด love ของผม เหอ ๆ ๆ

 

O-2 ของทร. ก็มาเช่นกันครับ เจ้าเครื่องนี้ก็เป็นเครื่องที่ผมชอบมาก ๆ อีกเครื่องหนึ่งเหมือนกัน มันมาบิน Low Pass ผ่านพิธีแล้วโชว์บินผาดแผลงเล็กน้อยพอเรียกน้ำย่อย แถมท้ายด้วยการปล่อยควันสี แหมมมม ถูกใจจริง ๆ เลยครับงานนี้ เหอ ๆ

 

ความจริงก่อนหน้าเจ้า O-2 โชว์ Sea Hawk ก็ขอโชว์ก่อนครับโดยการบินเข้ามาแล้วมาหยุดตรงหน้าเต้นประธาน ทำการคำนับหนึ่งครั้ง (คล้าย ๆ พงกหัวจริง ๆ นะ) แล้วก็ไปโชว์สเต็ปเทพอยู่ริมหาดสักพักครับ มีทั้งท่ามูนวอร์ค (บินถอยหลัง) รวมถึงแด้นซ์โชว์อยู่ตั้งหลายรอบ (บินไปข้างหน้าพร้อมหมุนตัว) และก็อีกมากมายครับ ฮ. มันดีจริง ๆ เลยครับ คล่องตัวมาก

 

หลังจาก Do-228 ปล่อยนักโดดร่มโชว์การโดดร่มลงน้ำไปแล้ว ก็ถึงคิวการสาธิตการค้นหาและกู้ภัยเรือที่ประสบภัยครับ โดยนอกจากเรือทั้งสามลำในวันแรกแล้ว ยังมีเรือของตำรวจน้ำและกรมเจ้าท่าเข้าร่วมในการฝึกด้วย ลักษณะของการฝึกสาธิตก็คล้ายกับวันแรกเลยครับ นั่นก็คือมีเรือประมงที่ประสบภัย ส่วน Do-228 ทำการบินค้นหา พร้อมกับ Sea Hawk ทิ้งพลุเครื่องหมาย ส่งนักกู้ภัย และรับผู้ประสบภัยกลับมาด้วยรอกกู้ภัยครับ

แล้วก็มาส่งกันริมหาดนี้เลยครับ บินต่ำ ๆ แบบนี้คงไม่ต้องบอกว่าฝุ่นกระจายยยยยยครับ สะใจมาก

 

ที่แตกต่างจากวันแรกก็คือมีฮ. Bell 212 ของกองทัพบก ส่งตรงจากค่ายอิงคยุทธบริหาร จังหวัดปัตตานี เข้าร่วมการฝึกโดยใช้รอกกู้ภัยด้วยครับ ส่วนนอกนั้นหน่วยซีลเจ้าเก่าของเราก็ใช้เรือยางวิ่งออกจากฝั่งไปรับผู้ประสบภัยกลับเข้าฝั่งมาเหมือนเดิม

งานนี้ค่อนข้างจัดได้ดีเลยนะครับ นอกจากการแบ่งส่วนของนิทรรศการและส่วนขายของอย่างเป็นระเบียบแล้ว ยังสามารถควบคุมผู้เข้าชมได้ค่อนข้างดีครับ โดยมีเส้นแบ่งไว้ชัดเจนระหว่างพื้นที่เข้าชมและพื้นที่โชว์ ถ้ามีเด็กวิ่งลงไปกันเป็นกลุ่ม ๆ ก็จะมีสห.เป่านกหวีดปี๊ด ๆ คอยต้อนกลับไป (แหมไอ้ตอนเป่านกหวีดนี่เราก็แอบตกใจนึกว่าจะมารวบเราหรือเปล่าหว่า ฮ่าฮ่าฮ่า ) ถือว่าสอบผ่านครับสำหรับ Air Show เล็ก ๆ นี้ มีจุดที่ติงอยู่หน่อยนึงตรงที่วันแรกน่าจะมีการบินโชว์สักนิดนึงบ้างครับ ผู้เข้าชมงานจะได้ครึ๊กครื๊นกันในวันแรกด้วยครับผม ที่อยากตั้งข้อสังเกตุอีกอย่างหนึ่งก็คือ กองทัพเรือทำการประชาสัมพันธ์กันเป็นมืออาชีพมากขึ้นทุกที ๆ แล้วนะครับ ตั้งแต่บนเรือเราจะเห็นนายทหารจากกรมกิจการพลเรือน กองทัพเรือ ถ่าย VDO และภาพนิ่งอยู่ทุกมุม ในวันฝึกสาธิตให้ประชาชนชมก็จะเห็นเช่นกัน นอกจากกล้องแบบ Handy Cam แล้วยังเห็นกล้องตัวใหญ่ ๆ แบบกล้องทีวีด้วยซ้ำครับ อันนี้ก็คือว่าเป็นเรื่องดี ๆ ของกองทัพเรือยุคใหม่ที่ขอนำมาชมกันตรงนี้ครับ ถือว่าตามโลกทันครับ ;)

สำหรับการฝึก SAREX2009 ในปีนี้ก็จบลงครับ ถือว่าคุ้มค่ามากทีเดียวที่ตัดสินใจลงทุนบินลงมาจากกรุงเทพเพื่อมาชมงานนี้ ได้ประสบการณ์ดี ๆ กลับไปเยอะทีเดียวครับ พบกันใหม่ใน SAREX2010 ปีหน้า ส่วนจะเป็นที่ไหนนั้น ต้องลงติดตามกันต่อไปครับ!

ขอขอบคุณ

- ฝ่ายกิจการพลเรือน กองทัพเรือภาคที่ 2
- ฐานทัพเรือสงขลา
- นายทหารประจำเรือหลวงศรีราชา
- นายทหารประจำเรือหลวงคลองใหญ่
- นายทหารประจำสถานีการบินทหารเรือ ฐานทัพเรือสงขลา

 

 

2018  ThaiArmedForce.com   globbersthemes joomla templates