TAF Special #89 - เกาะติดการอ่านคำพิพากษา คดีการตีความคำพิพากษาคดีปราสาทพระวิหาร 2505 (UPDATED)

 


คณะต่อสู้คดีปราสาทพระวิหารของฝ่ายไทย ภาพจากกระทรวงการต่างประเทศ

บทการถอดคำจากการสัมภาษณ์คณะต่อสู้คดีปราสาทพระวิหารของฝ่ายไทย ซึ่งอธิบายถึงคำพิพากษาได้ค่อนข้างชัดเจน ขอเชิญทุกท่านติดตามได้ ขอบคุณกระทรวงการต่างประเทศครับ

การสัมภาษณ์คณะต่อสู้คดีปราสาทพระวิหารของไทย ผ่านระบบ video conference

ดำเนินรายการโดย โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

วันที่ 11 พฤศจิกายน 2556 เวลา 19.30 น.


โฆษกฯ : กราบเรียนท่านทูต อยากให้ท่านทูตได้พูดกับพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศว่า คำตัดสินของ ศาลโลกที่ออกมาวันนี้มีความหมายอย่างไรบ้าง เชิญท่านทูตเลยครับ

ออท. วีรชัยฯ : ครับ ประเด็นแรกผมคิดว่าเราไม่จำเป็นต้องมาพูดเรื่องแพ้ – ชนะนะครับ ข้อเท็จจริงปรากฏอยู่ว่ากัมพูชาไม่ได้สิ่งที่ตัวเองขออะไรบ้าง และส่วนใหญ่แล้ว ใครเป็นฝ่ายที่ได้ เรามาดูข้อเท็จจริงนั้นกันดีกว่า กัมพูชาไม่ได้สิ่งที่ตัวเองขอใน 2 ส่วนใหญ่ ๆ คือ ในแง่พื้นที่กับในแง่หลักการทางกฎหมาย ในแง่พื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตรที่เขาอ้างนี้ชัดเจนว่าไม่ได้ ศาลไม่ได้ให้ ส่วนพื้นที่ที่ศาลให้เท่าไหร่ เราไม่ทราบ เพราะจะต้องมาดูกันก่อน เดี๋ยวผมจะอธิบายเพิ่มเติม ในหลักการทางกฎหมายเนี่ยสำคัญ ขอโทษ เรื่องพื้นที่ประเด็นสำคัญอีกอัน คือ เรื่องภูมะเขือ เขาไม่ได้ อันนี้ศาลพูดชัดเจนว่าภูมะเขือไม่รวมอยู่ในบริเวณใกล้เคียงปราสาท ในแง่หลักการของกฎหมาย สิ่งที่เขาไม่ได้สำคัญมาก ๆ ก็คือว่า แผนที่ 1 : 200,000 ศาลไม่ได้ชี้ ไม่ได้ตัดสินว่าเป็นส่วนหนึ่งของส่วนตัดสินของคำพิพากษา 2505 ก็คือไม่อาจจะผูกพันคู่กรณีได้โดยผลของคำพิพากษาปี 2505 จะผูกพันหรือไม่อย่างไรก็เป็นเรื่องที่ต้องเป็นไปตามกฎหมายระหว่างประเทศทั่วไป ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องไปเจรจากัน ซึ่งก็ต้องเจรจาโดยเอาทุกอย่างเข้ามา โดยเฉพาะต้องเอาสนธิสัญญาเข้ามาด้วย ทั้งนี้ ยกเว้นที่เดียว คือ บริเวณใกล้เคียงปราสาทซึ่งศาลระบุด้วยว่าเป็นพื้นที่ที่เล็กนิดเดียว เล็กมาก นั้นไม่ใช่แน่ ๆ ที่เขาต้องการ อันนี้เป็นสิ่งสำคัญมาก ดังนั้น ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจในสิ่งนี้

ประเด็นสำคัญอีกอันที่จะต้องชี้ก็คือว่า ศาลบอกว่าเส้นบนแผนที่ 1 : 200,000 ให้เอามาใช้กำหนดบริเวณใกล้เคียงเฉพาะในพื้นที่แคบ ๆ ที่ว่า นั่นคือหลักการแต่การถ่ายทอดเส้น ศาลได้ทิ้งไว้ให้คู่กรณีไปเจรจาโดยไม่ได้บอกว่าถ่ายทอดอย่างไร ไม่มีหน้าตาเส้นให้เห็น ฉะนั้น ผมบอกได้เลยว่าไม่มีวันที่จะเป็นอย่างหน้าตาที่เขาเสนอศาลไป เพราะวิธีการถ่ายทอดเส้นแบบนั้นเป็นวิธีที่ไม่มีหลักการใด ๆ  ทั้งสิ้น ไม่มีวิชาการใด ๆ ไม่ว่าทางแผนที่หรือในทางกฎหมาย ดังนั้น ต้องมาคุยกันหน่อยว่าถ่ายทอดออกมาแล้วหน้าตาเป็นอย่างไร  และก็ยังมีในส่วนต่าง ๆ ของคำพิพากษาอีกหลายแห่งที่เป็นเหตุเป็นผลของคำพิพากษาที่เราเริ่มดูแล้ว บ่งชี้ให้เห็นว่าพื้นที่นั้นแคบมาก ๆ จริง ๆ แล้วน่าจะใกล้เคียงกับเส้นมติคณะรัฐมนตรีของไทย พ.ศ. 2505 วิธีที่ 1 ซึ่งในสมัยนั้นได้เสนอไป 2 วิธี คณะรัฐมนตรีได้เลือกวิธีที่ 2 แต่วิธีที่ 1 จะใหญ่กว่าหน่อย เรามองดูแล้วน่าจะใกล้อันนั้น แต่ทั้งหมดขอเวลาหน่อยนะครับ ขอบคุณครับ

โฆษกฯ : ศาลได้บอกว่าในเมื่อปราสาทพระวิหารนั้น เป็นมรดกโลกภายใต้กรอบของ UNESCO ไทยและกัมพูชาจะมีการดำเนินการพัฒนาร่วมกันอย่างไรบ้าง

ออท. วีรชัยฯ : นับจากนี้ ผมจะขอแปลคำถามเป็นภาษาอังกฤษเพื่อที่ปรึกษาจะได้ทราบและตอบด้วยได้ So, the first question: I just briefed them on the results of our meeting, of our deliberations, on the sense of the judgment. Now, the first question is what about the possibility of joint development between Thailand and Cambodia regarding the temple as a World Heritage site. Who would like to go first?

Professor Pellet : I would think that everything is open, that the judgment probably has settled the difference on the line and that now that the main issues have been settled, both countries must sit around a table, go on the side and just try to cooperate as much as they can, in all respect, and not being only obsessed by the border line. So I think all hopes are open now.

ออท. วีรชัยฯ : ครับ Professor Pellet บอกว่าโดยผลของคำพิพากษาจริง ๆ แล้ว คู่กรณีคงจะต้องเจรจากันและร่วมมือกันในหลาย ๆ ด้าน และประตูแห่งความหวังได้เปิดแล้ว

โฆษกฯ : พื้นที่ที่บอกว่าเล็กมากรอบปราสาทพระวิหาร ใครจะเป็นคนกำหนด และจะมีการกำหนดออกมาหน้าตาเป็นแบบไหน

ออท. วีรชัยฯ : ผมขอตอบเองว่าพื้นที่เล็กมากแน่ ๆ ศาลพูดไว้เลยโดยใช้คำว่าเล็ก ผู้ที่จะกำหนดก็คือคู่กรณี ไทย-กัมพูชา เพราะศาลบอกแล้วว่าข้างล่าง ทิศใต้ ทิศตะวันตก ทิศตะวันออกให้เป็นไปตามภูมิศาสตร์ ก็คงจะเป็นส่วนหน้าผาตามที่ศาลบรรยายมา มีแต่ทางเหนือเท่านั้นที่จะใช้เส้นบนแผนที่ 1:200,000 ซึ่งอันนี้ ให้คู่กรณีเจรจาเรื่องการถ่ายทอดเส้น เข้าใจได้อย่างนั้น ก็คือไทยกับกัมพูชาเป็นผู้กำหนดหน้าตา

The question is about who is going to determine the shape and the size of the vicinity as the Court decided today. And I said the Court leaves the transposition issue to the parties. So, probably it would be the parties, except to the South where the Court said we must use geographical features. Thank you.

โฆษกฯ  : เรียนถามต่อว่าในเมื่อกัมพูชาไม่สามารถใช้แผนที่ 1:200,000 ได้แล้ว จากนี้ไปจะมีการดำเนินการอย่างไรต่อไป รวมถึงจะมีการกำหนดพื้นที่ต่าง ๆ ด้วยหรือไม่

ออท. วีรชัยฯ : อันนี้คำถามพูดถึงในบริเวณใกล้เคียงหรือนอกครับ

โฆษกฯ : ในบริเวณใกล้เคียงครับ

ออท. วีรชัยฯ : The question is within the vicinity of the temple as the Court decided, what will be the weight or the role of the Annex I map, if any at all. The weight or the role of the Annex I map within the vicinity.

Professor Crawford : Well, the Court has said that part of the definition of the vicinity is provided by the Annex I map but it has left the question of demarcation which involves transposition to the parties. It hasn’t provided us with its own map. It has given us a final interpretation and it is now the matter of the parties to sort out on the ground what the consequences of that are through a negotiation process. That’s part of the much wider range of things that have to be negotiated and we hope that will happen over the coming months and years.

ออท. วีรชัยฯ : Professor Crawford ตอบว่า ศาลได้นิยามไว้ส่วนหนึ่งแล้วนะครับบริเวณใกล้เคียงปราสาท โดยส่วนหนึ่งนั้น ให้เป็นไปตามแผนที่ 1:200,000 แต่ว่าการ demarcation คือการไปปักหลักกำหนดขอบเขตของบริเวณใกล้เคียงรวมทั้งเรื่องการถ่ายทอดเส้นนั้นลงมาในพื้นที่จริงเป็นเรื่องที่คู่กรณีจะต้องไปเจรจากัน เป็นหนึ่งในหลาย ๆ เรื่องที่ต้องเจรจากันโดยผลของคำพิพากษานี้ และก็ที่สำคัญคือศาลไม่ได้กำหนดแผนที่ ไม่ได้แนบแผนที่มาให้ดูว่าหน้าตาเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับคู่กรณีเจรจา

โฆษกฯ : เรียนถามท่านรองนายกฯ สุรพงษ์ฯ ว่าได้มีโอกาสได้คุยกับทางประเทศกัมพูชาหลังจากได้รับทราบคำพิพากษาแล้วหรือไม่ครับ

ออท.วีรชัยฯ : Question to the Foreign Minister about whether the talk has started with the Cambodians.

รอง นรม. และ รมว.กต. : ได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับท่านฮอร์ นัมฮง เมื่อสักครู่ ได้พูดกันถึงผลการตัดสินทางเราก็บอกว่า เราพอใจสำหรับคำตัดสิน ทางท่านฮอร์นัมฮงก็ได้พูดกับผมว่าท่านก็พอใจในคำตัดสิน เพราะฉะนั้นเราก็จะต้องนัดแนะกันที่จะพูดคุยหารือกัน ใช้กรอบทวิภาคีหรือ JC ซึ่งเรามีอยู่แล้ว ก็คงจะนัดกันในเร็ว ๆ วันนี้ว่าจะพูดคุย เจรจาหารือกันในประเด็นต่าง ๆ อย่างไรบ้าง

โฆษกฯ : ได้มีการนัดหมายวันหรือยังครับว่าจะมีการนัดประชุม JC ไทย-กัมพูชา เมื่อใด

รอง นรม. และ รมว.กต. : ยังเลยครับ ยังไม่ได้นัดวัน แต่ได้ตกลงกันแล้วว่าเราจะใช้เวที JC ในการหารือเพื่อจะหารือเกี่ยวกับคำตัดสินในครั้งนี้ว่าจะต้องมีการดำเนินการอะไรอย่างไรบ้าง

โฆษกฯ : ทราบหรือไม่ว่าประเทศกัมพูชามีการแถลงการณ์อย่างไรบ้าง เพราะว่า สัปดาห์ที่แล้วในการประชุม คณะรัฐมนตรี ท่านบอกว่าจะได้มีการประสานงานร่วมกันก่อนจะดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดหรือจะมีการแถลงข่าวของฝั่งหนึ่งฝั่งใด

รอง นรม. และ  รมว.กต. : เมื่อกี้ได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับท่านฮอร์นัมฮง ท่านก็พอใจในคำตัดสิน ผมเองก็พอใจในคำตัดสิน เมื่อกี้ได้พูดตอนออกจากศาลมาว่าเราพอใจในคำตัดสิน ซึ่งสอดคล้องกัน เมื่อกี้ก็ได้ฟังท่านนายกรัฐมนตรีแถลงข่าวแล้ว ผมคิดว่า เดี๋ยวทางกัมพูชาก็ต้องแถลงข่าวเช่นกัน

โฆษกฯ : แสดงว่าไทยและกัมพูชามีการประสานงานในการให้ข้อมูลระหว่างกันอย่างใกล้ชิดใช่ไหมครับ

รอง นรม. และ  รมว.กต. : เมื่อกี้ผมกับท่านฮอร์นัมฮงก็พูดกันเป็นการเบื้องต้น พูดกันสั้น ๆ ว่าพึงพอใจในคำตัดสินของศาล และสำหรับเวทีที่จะพูดหารือกันในรายละเอียดเกี่ยวกับคำตัดสินนั้นก็จะใช้เวทีทวิภาคี ที่เรียกว่า JC

โฆษกฯ : เรียนถามท่านทูตวีรชัยฯ ว่า คนไทยทั้งประเทศเมื่อฟังคำพิพากษาของศาล อาจจะเป็นภาษาศาลอยู่พอสมควร อยากบอกให้พี่น้องประชาชนชาวไทยสบายใจได้หรือไม่ว่าคำพิพากษาของศาลที่ออกมานั้น เป็นผลดีหรือผลบวกหรือเป็นอย่างไรบ้างต่อประชาชนคนไทยทั้งประเทศ

ออท. วีรชัยฯ : ขอบคุณครับ แต่ผมขอแปลที่ท่านรัฐมนตรีพูดเมื่อสักครู่ให้ที่ปรึกษาฟังนิดหนึ่ง I will just translate what the Foreign Minister has just said. He gave the situation of where things are now between himself and Mr. Hor Namhong and both sides agreed to start consultation as soon as possible through existing bilateral mechanisms. They are thinking of the Joint Commission which is one of the existing mechanisms that has the mandate for dealing with anything regarding the bilateral relationship. Now, a question was addressed to me about what can I say so that the Thai people can be assured that this is a positive judgment. I will say something and then I will translate, then I will invite your comments.

สำหรับคำถามที่ถามผม ผมก็เรียนว่า ท่านดูอย่างนี้ครับว่า โจทก์ขออะไรและได้หรือไม่ อะไรที่โจทก์ไม่ได้ และอะไรที่เราได้ ทั้ง ๆ ที่เราเป็นผู้ที่ถูกฟ้อง ท่านจะเห็นว่าสิ่งที่โจทย์ไม่ได้มีมากเหลือเกินกว่าสิ่งที่เราไม่ได้ ผมย้ำอีกที ในเรื่องพื้นที่เขาไม่ได้สิ่งที่เขาขอ ส่วนพื้นที่ที่เขาจะได้เท่าไหร่ อันนี้ไม่ชัด ต้องมาเจรจา และเขาต้องเจรจาด้วยความสุจริตใจ คำว่าสุจริตใจเป็นศัพท์กฎหมายระหว่างประเทศซึ่งมีนิยามยืดยาว เราอาจจะคุยกันในรายละเอียดได้ ในแง่หลักการกฎหมาย ผมเรียนแล้ว แผนที่ 1 : 200,000 บัดนี้ ชัดแล้วว่าไม่ใช่ส่วนหนึ่งของสิ่งที่ศาลตัดสินไปเมื่อปี 2505 ในเรื่องเขตแดน ยกเว้นเพียงพื้นที่เล็ก ๆ นิดเดียว ซึ่งต้องกลับมาคุยกัน สำหรับเรื่องแผนที่ ผมอยากจะขอเชิญคุณอลินาอธิบาย

My answer is that we should look at what the demandeur asked and whether it has got what  it asked and you will see as a matter of fact, that in fact, many of the things they asked they did not obtain from the Court. On the other hand, we obtained a lot of things from the Court. Two important points. In terms of area, they did not obtain the 4.6 and in terms of legal principle, they did not obtain what they wanted which was to have the Annex I map incorporated into the res judicata. They did not have that. So I underlined that and I also said that in terms of map, I will ask Alina to give some comments in terms of maps and transposition. And after that, I would like to invite Professor Crawford and Professor Pellet to say anything so that the Thai people can be assured that this is a positive outcome. So maybe first, Alina, please.

Alina Miron : Yes, for the question, I think there are two points. There are two questions. What the Court decided in 1962 and what the Court had not decided in 1962 and what we had obtained. It was a statement by the Court that it did not decide on the delimitation. It did not decide that the Annex I map was the boundary throughout the 100 km represented on it and I think this is a very good clarification for the legal positions of the parties for the delimitation within the Joint Boundary Commission. I think the judgment today makes that quite clear that it was not decided on that and whatever the Court said in favor of Cambodia in 1962 in respect of the Annex I map, it only applied to the temple area.  This brings me to what the Court had decided in 1962 and what it has decided is that Cambodia has sovereignty over the temple area which includes the temple and its vicinity. And now the Court has more or less clearly defined what is vicinity and it has insisted a great deal that it was a small portion of territory. Many statements in the judgment go in that direction. It is a small portion of territory. This portion, it includes the promontory. This is what the Court clearly said today. It is limited to the promontory. It is more or less what we had shown on our map. It is the Cabinet map, it is one of the versions that were envisaged in 1962 by the Cabinet Ministers which means that more or less our position, we are close to the Court’s position today. I think this limitation in that geographical scope of the area is very important to us. Where the Annex I line will be transposed for that limited portion, it’s up to the parties to say exactly in good faith but it only concerns that limited portion which is the promontory and I think this is very important for us.

ออท. วีรชัยฯ : คุณอลินาให้ความเห็นอย่างนี้ครับ ต้องดูว่า ผลที่ออกมาวันนี้ชี้ชัดใน 2 ประเด็น ประเด็นที่ 1 คือ ศาลไม่ได้ตัดสินอะไร ประเด็นที่ 2 คือ ศาลตัดสินอะไร

ประเด็นที่ 1 ศาลไม่ได้ตัดสินอะไร  ศาลในวันนี้ชี้ชัดว่าศาลในปี 2505 ไม่ได้ตัดสินว่าเขตแดนจะต้องเป็นไปตามแผนที่ 1:200,000 ตลอดทั้งฉบับประมาณ 100 กิโลเมตร ไม่ได้ตัดสินเช่นนั้น ศาลใช้เส้นเขตแดนบนแผนที่นั้นเฉพาะในเขตบริเวณใกล้เคียงปราสาทซึ่งเล็ก อันนี้สำคัญมาก ๆ

ประเด็นต่อมา ศาลตัดสินว่าอะไรศาลชี้ในวันนี้ว่าศาลเมื่อปี 2505 ตัดสินว่าอะไร ศาลชี้ว่าศาลปี 2505 ตัดสินว่าอธิปไตยเหนือปราสาทเป็นของกัมพูชา จากนั้นก็ได้กำหนดพื้นที่บริเวณใกล้เคียง ศาลในวันนี้ได้เข้ามานิยามพื้นที่บริเวณใกล้เคียงปราสาทหรือ vicinity ชัด ๆ และย้ำแล้วย้ำอีกว่าเป็นพื้นที่ที่เล็กมาก เป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ส่วนหนึ่ง เป็นเพียงยอดเขาพระวิหาร ซึ่งขอบเขตใกล้เคียงกับที่เราแสดงไว้เป็นหนึ่งในสองทางเลือกแก่คณะรัฐมนตรีของเราเองในปี 2505 คือเป็นวิธีที่ 1 นอกจากนี้ ในประเด็นของการถ่ายทอดเส้นในส่วนเล็ก ๆ ส่วนนี้ จะถ่ายทอดเส้น 1:200,000 ลงมาอย่างไร ศาลกำหนดให้เป็นไปตามที่คู่กรณีจะต้องไปเจรจากันโดยสุจริต ภาษาอังกฤษ คือ good faith 

May I now invite Professor Crawford and Professor Pellet to join in on what the Thai people should look at in the judgment to make them be assured that this is a positive judgment for us.

Professor Crawford : Well, the Thai people in 1962 were unhappy at the loss of the temple. The temple once lost stays lost. There can be cooperation between Thailand and Cambodia. But the temple itself and the promontory on which sits are part of Cambodia, that’s finished. But that’s all you lost in 1962 and the Court made that clear. From now on, the judgment only relates to the temple and the suggestion that Cambodia made the Annex I line which create many difficulties constitute the boundary has been rejected definitively. That being said, the boundary is the watershed. The Annex I line may shed light on the location of the watershed but the location of the watershed is to be negotiated. As far as you can be, you are back where you were without the worst that could have happened. Now, as a question of judgment whether you are happy about it or sad about it. We can understand that you are sad at the loss of the temple. But you have been sad about that for a very long time and now it’s time to be cheerful, because you have a very very good negotiating team and a capacity to produce a good outcome which follows the watershed agreed in 1904 and which restores the balance which the Court has shown today. So I would say, be a good cheer.

ออท. วีรชัยฯ : Professor Crawford บอกว่าในปี 2505 ประเทศไทยไม่มีความสุขเพราะได้เสียปราสาทไป แต่เรื่องนี้ก็ผ่านไปแล้ว ควรจะให้มันจบไป มาครั้งนี้ศาลชี้เลยว่าคำพิพากษาในปี 2505 เกี่ยวข้องเฉพาะกับตัวปราสาทและศาลยกคำขอของกัมพูชาเรื่องเขตแดนไปเลย บัดนี้ เรากลับไปจุดเริ่มต้นเดิมแล้ว ก็คือ ต้องใช้สันปันน้ำเป็นเขตแดน นอกเหนือจากพื้นที่บริเวณใกล้เคียงปราสาทเล็ก ๆ นั้น ต้องใช้สันปันน้ำ แผนที่ 1:200,000 จะเข้ามาได้เพื่อชี้ว่าสันปันน้ำจริงอยู่ที่ไหน เรากลับไปสู่จุดเริ่มต้นอันนั้นโดยไม่ประสบผลเลวร้ายต่าง ๆ ที่เรากริ่งเกรงกันมา 50 ปี คนไทยเศร้ามามากพอแล้ว ตอนนี้ควรจะมีอารมณ์ดีและรื่นเริงได้แล้ว เพราะประเทศไทยมีทีมเจรจาที่ดีมาก ทีมเจรจาของไทยที่มีอยู่นั้น ท่านเชื่อว่าถ้าเมื่อไหร่ไปเริ่มเจรจากับกัมพูชาท่านเชื่อว่าจะสร้างสมดุลขึ้นมาใหม่ได้ เป็นความสมดุลที่ศาลได้ให้แก่เราในวันนี้แล้ว ขอบคุณครับ

Professor Pellet : Thank you. I would think, first I certainly agree with all which was said but I maybe go even further. I think that it is a good judgment. It’s balanced but I would say that the balance is more on our side than the other side. A superficial reading of the judgment might give the impression that we lost on 2 points which could be seen as important. First, they mentioned the map and give it some role on the delimitation and second, they don’t accept the so-called Cabinet Map. These two apparent negative sides are extremely relative in my view. First, concerning the map, as was very aptly said by Alina and James, the judgment is very clear. It is only one motive. It is not the main reason for delimitation. They mainly based themselves on geographical features and what is the promontory, geographically speaking, and still on the map. They said very clearly and I quote from the judgment that, “while the Annex I map deals with a part of the frontier region more than 100 kilometres in extent”, the Court makes clear that it had to pronounce upon it only in the disputed area and they insist and stress very strongly that the disputed area is a small one or a very small one. So even this problem of map is I think quite secondary. The other aspect is the Cabinet Line. The Cabinet Line as was interpreted, as was chosen, in 1962 was in fact a choice made between two possibilities which were envisaged by the Cabinet in 1962 and in fact, if you read carefully the judgment and also the declaration or opinions which are appended to the judgment, you will see that the line as drawn or as interpreted by today’s judgment is in fact, apparently the alternative line which is, I would say the other Cabinet Line. It was considered as acceptable in 1962. It is of course more than acceptable in 2013 and in a way, the Court just confirmed the alternative Cabinet Line. For all these reasons, I think that it would be unfortunate if we think that this judgment is negative. It is positive and, as James Crawford said, I think now it opens the way for a global negotiation on the whole boundary without this excessive weight on the map which is only one among other considerations which can be taken into consideration for determining the watershed line.

ออท.วีรชัยฯ : ขอแปลนะครับ Professor Pellet บอกว่าขอเห็นด้วยกับทุกอย่างที่พูดมาจนถึงตรงนี้ และอาจจะไปไกลกว่าซะอีก คืออยากจะบอกว่าเป็นคำพิพากษาที่ดีและก็สมดุล แต่จริง ๆ  แล้วสมดุลมาทางเรามากกว่าทางเขานะครับ อ่านเผิน ๆ จะดูเหมือนว่าไม่เป็นคุณด้วย 2 ประเด็น

ประเด็นที่ 1  คือ ศาลพูดว่าแผนที่ 1:200,000 มีบทบาทในการกำหนดขอบเขตหรือเขตแดนบางประการ ประเด็นที่ 2 คือ ศาลไม่รับเส้นมติคณะรัฐมนตรีปี 2505 แต่ถ้ามาดูใกล้ ๆ แล้ว 2 ประเด็นนี้ไม่ใช่เรื่องหนักหนา ไม่ใช่ถึงกับว่าเราเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ในประเด็นแรกศาลให้น้ำหนักให้บทบาทกับแผนที่ 1 : 200,000 แต่บัดนี้ ศาลนำมาใช้เป็นพียงหนึ่งในเหตุผลเท่านั้นและไม่ใช่เหตุผลหลักด้วยนะครับในการกำหนดบริเวณใกล้เคียง เพราะศาลเอาภูมิศาสตร์เข้ามา ใช้ภูมิศาสตร์ 3 ด้านใช้เส้นเพียงด้านเดียว อันนี้ผมเติมให้ แปลเพิ่มนะครับ จบส่วนที่เติมแล้ว ขอแปลต่อ ศาลได้ชี้ด้วยว่าแผนที่ 1 : 200000 มีเส้นเขตแดนอยู่ตั้งกว่าร้อยกิโลเมตร แต่ศาลระบุว่าจะขอนำมาใช้เพียงนิดเดียว ก็คือในพื้นที่บริเวณใกล้เคียงปราสาทซึ่งเล็ก ศาลระบุว่าเล็ก เพราะฉะนั้นจริง ๆ แล้วในประเด็นนี้ก็นับว่าไม่หนักหนาอะไร ประเด็นที่ 2 นะครับ ศาลลงมติว่าไม่รับเส้นมติคณะรัฐมนตรี 2505 ของเรา อย่าลืมนะครับว่าเส้นนี้เป็นทางเลือก 1 ใน 2 ในสมัย 2505 ให้คณะรัฐมนตรี ซึ่งหากอ่านคำพิพากษาให้ดี ให้ทั่ว ค่อย ๆ อ่าน บวกกับความเห็นและคำแถลงส่วนตัวของท่านผู้พิพากษาทั้งหลายจะเห็นว่าสิ่งที่ศาลกำหนดในวันนี้ก็คือทางเลือกอีกทางเลือกหนึ่งในปี 2505 ของคณะรัฐมนตรีนี่เองนะครับ ทางเลือก ที่ 1 ในมติคณะรัฐมนตรี ซึ่งอันนี้ผมขอแถมว่าปลดชั้นความลับแล้วอยู่ในเว็บไซต์กระทรวงการต่างประเทศ มีเข้าไปดูได้ อันนี้ Professor Pellet บอกว่า ศาลเห็นว่าทางเลือกที่ 1 เป็นที่ยอมรับได้ในปี 2505 ดังนั้น ก็ต้องยอมรับได้ในปี 2556 ดังนั้น Professor Pellet ไม่เห็นว่าคำพิพากษานี้ลบ แต่เห็นว่าคำพิพากษานั้นบวกและเป็นการเปิดทางไปสู่การเจรจาในภาพรวม สำหรับเขตแดนทั้งหมดและปลดความเชื่อในเรื่องน้ำหนักที่ให้กันเกินไปจนถึงบัดนี้แก่แผนที่ 1 : 200,000 ใช้คำว่า excessive weight ให้น้ำหนักมากเกินไป ศาลบอกว่าเลิกได้แล้ว

โฆษกฯ : เรียนถามท่านทูตวีรชัยฯ ต่อว่า จากนี้ไป ทางกัมพูชาสามารถที่จะอุทธรณ์ได้อีกหรือไม่ครับ หรือว่านี่เป็นเพียงแค่การย้ำคำวินิจฉัยขอศาลในปี 2505

ออท. วีรชัยฯ : การตีความของศาลก็ตีความด้วย มีคำพิพากษามาออกมาอีกฉบับนึงวันนี้ คำพิพากษาก็เหมือนคำพิพากษาทั่ว ๆ ไปของศาล คือ อุทธรณ์ไม่ได้ ขอแปลนะครับ The question is, can Cambodia appeal. I said no. Cambodia cannot appeal, confirmed by the professors.

โฆษกฯ : เรียนถามท่าน รองนายกฯ สุรพงษ์ฯ ต่อครับ ท่านรองนายกได้พูดคุยอะไรบ้างกับท่านนายกรัฐมนตรีบ้างไหมครับ หลังจากการที่มีคำพิพากษาของศาลออกมาแล้ว

รอง นรม. และ รมว.กต. : หลังจากที่ไปศาลกลับมา คณะทีมทนายของเราก็ได้ทำ Video Conference กับท่านนายกฯ กับคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาลนะครับ เราก็ได้เล่าถึงข้อกฎหมายประเด็นต่าง ๆ ที่ศาลได้วินิจฉัยหรือพิพากษาออกมาในวันนี้ให้ทีมงานที่ทำเนียบรัฐบาลได้รับทราบ แค่นั้น จากนั้นทีมทางประเทศไทยก็ได้เตรียมการให้ท่านนายกฯ ได้แถลงข่าว ซึ่งท่านก็ได้แถลงข่าวให้พี่น้องประชาชนคนไทยได้รับทราบไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ

โฆษกฯ : ขอถามต่อนะครับ ใน ปทท ที่ได้มีการหยิบยกเรื่องของประเด็นเขาพระวิหารเข้ามาเป็นประเด็นทางการเมือง จากนี้ไปเมื่อมีคำพิพากษาของศาลมาเป็นแบบนี้แล้วเนี่ย ต่อไปนี้จะนำเรื่องนี้มาเป็นประเด็นการเมืองต่อไปได้อีกหรือไม่ครับ

รอง นรม. และ รมว.กต. : ผมคิดว่าวันนี้ ประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ได้ฟังการตัดสินคดีแล้วนะครับ ผมเชื่อมั่นว่าคนไทย เข้าใจถึงประเด็นต่าง ๆ ที่ศาลได้ตัดสินในวันนี้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งคำชี้แจงของทีมทนายของเราตลอดจนหัวหน้าทีมทนาย ท่านทูตวีรชัยฯ  ก็เป็นที่ชัดเจนว่า เราไม่ได้เสียหายเลย เรากลับได้ประโยชน์เสียอีกนะครับ ในการสู้คดีในครั้งนี้ก็มีความชัดเจนขึ้นมา และก็สิ่งต่าง ๆ  นั้นเราก็ต้องไปพูดคุยกับทางกัมพูชา และการบริหารจัดการเขาพระวิหารเราก็ต้องดูแลร่วมกันเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่สังคม ทั้งสองฝ่ายจะได้อยู่ด้วยกันด้วย

โฆษกฯ : เรียนถามท่านทูตวีรชัยฯ เรื่องแผนที่อีกนิดนะครับ เพราะเป็นประเด็นที่ถูกนำมาหยิบยกว่า เรื่องของแผนที่มันอาจจะล้ำไปถึงพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล และก็อาจจะมีเรื่องผลประโยชน์ในทะเลตามมา คดีนี้ที่ได้มีการพิพากษาออกมาเกี่ยวพันอะไรกับพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลที่มีการพูดถึงกันหรือไม่ครับ

ออท. วีรชัยฯ : ผมขออนุญาตแปลของท่านรัฐมนตรีก่อนนะครับ

The question to the Foreign Minister is that, what has been discussed with the Prime Minister? Has there been any discussion with the Prime Minister? The answer was yes. We had the video conference with the Prime Minister at the Government House. We made a report and then we worked on the statement of the Prime Minister which subsequently has been pronounced on television. The Minister thinks that the Thai people understand the points decided by the Court and it is positive for us, so that’s the gist. Now a question to me which perhaps I will invite your comment as well. What the Court has decided today, will it have any bearing on the maritime boundary?

คำตอบก็คือไม่มีครับ หนึ่งศาลไม่มีอำนาจใด ๆ ที่จะพิจารณาเรื่องเขตทางทะเลไทยกัมพูชาอยู่แล้ว ศาลโลกไม่มีเพราะเราไม่ได้รับอำนาจศาล ที่รับอำนาจให้ศาลตีความก็จำกัดเฉพาะคดีเก่าซึ่งไม่เกี่ยวกับทะเลเลย อยู่บนบกแท้ ๆ ล้วน ๆ  และพื้นที่ก็เล็กมาก ดังที่ศาลท่านก็ชี้ในวันนี้ อย่างที่เราพูดมาตลอด 50 ปีว่า เล็กนิดเดียว ไม่ได้ใหญ่อย่างที่กัมพูชาอ้างมาตลอดนะครับ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีมาก และนอกจากนี้ถ้าไปดูตัว พื้นฐานกฎหมาย อนุสัญญา 1904 ก็ไม่เกี่ยวกับเรื่องทางทะเลเลยครับ เพราะฉะนั้น พี่น้องประชาชนสบายใจได้ว่า ไม่มีทางกระทบเขตทางทะเลได้ตามกฎหมายระหว่างประเทศ

So my answer is the Court has no jurisdiction to decide or even to address the maritime boundary between Thailand and Cambodia.  Moreover, the 1904 convention does not concern the maritime boundary. Can I invite any comment? ไม่มี comment ใดจาก professor ซึ่งก็หมายความว่าท่านน่าจะเห็นด้วยกับผมนะครับ ผมสอบผ่าน ขอบคุณครับ

โฆษกฯ : ต่อไปจะเป็นคำถามสุดท้ายจากทางกรุงเทพฯ แล้วกันนะครับ อยากถามทีมทนายทุกท่านว่า เมื่อได้ยินคำพิพากษาของศาลออกมาในวันนี้แล้วทุกคนรู้สึกอย่างไรกันบ้าง ว่าความพยายาม กำลังที่ทุ่มเทลงไปนั้น เป็นอย่างไรครับ

ออท. วีรชัยฯ : So the question to our counsel, after having heard the judgment today what are your impressions and what do you think of the efforts you have put throughout the case?  Starting with maybe Professor Pellet, thank you.

Professor Pellet : My general feeling is 75 percent satisfied. I think that this was not self-evident. My recollection of the start of the case was that it was a hard case and in fact I understood that Thailand was going there more reluctantly than maybe now it would have gone if we had known the results. So globally, I think we can just not be triumphant but certainly not to be saddened by the judgment. The other thing I wish to say, because I think all of us feel it very deeply, is that we have received wonderful assistance. The Thai team has been wonderful from the start to the end. Starting with its agent but also all the members of the Thai team, I think I have had something like 50 cases before the ICJ and I have rarely received such a friendly and efficient assistance. I think all the means which had to be put at the disposal of the team we’ve benefited it from these all. So, may be my last word for today would be word of thanks for the team and for the Government of Thailand who has been so supportive, and, I would say also, to the people when we went to Bangkok after the pleadings we received the wonderful welcome and I hope that we have not disappointed the public. Honestly, I am not disappointed by the result. I think law is not just a kind of hard science. It’s really also a problem to deal with the evidence in the most subtle and convincing way. I think the judgment is convincing and again it’s not bad for us.

Professor Crawford: Just to say that I agree with that in particular in the relation to the support given by the Thai team and by the Government which have been immaculate.

ออท. วีรชัยฯ : Proferssor Pellet บอกว่าทั่วไป 75 % พอใจ แต่ตอนต้นไม่ชัดเจนเลย ดูแล้วยากมากและรู้สึกว่าประเทศไทยก็ไม่ค่อยเต็มใจจะไปศาลเท่าไหร่ แต่ดูผลตอนนี้แล้วก็คิดว่าออกมาดี แต่คนไทยไม่ควรตีปีกว่าเราชนะแต่ก็ไม่ควรที่จะเศร้า สำหรับ Professor เองก็ได้รับการสนับสนุนอย่างดีเยี่ยม ยอดเยี่ยมจากฝ่ายไทยทั้งหมด ท่านทำคดีมามากกว่า 50 คดี ไม่เคยมีคดีไหนที่ได้รับความร่วมมือหรือมิตรภาพหรือประสิทธิภาพเท่าคดีนี้ และที่ปรึกษาทนายของเราก็ใช้ประโยชน์ทุกอย่างจากความมีประสิทธิภาพอันนี้นะครับ เขาไม่ผิดหวังกับผลการตัดสินและคิดว่าเป็นคำพิพากษาที่มีเหตุมีผลดี

สำหรับ Professor Crawford ก็เห็นด้วยทุกอย่าง ท่านบอกว่า Immaculate หมดจด แล้วก็รำลึกว่า การมาเมืองไทยเมื่อเดือนเมษาหลังจาก Hearing ก็ได้รับการต้อนรับอย่างดีซึ่งท่านก็ขอขอบคุณ ทั้งนี้ ก็อยากเชิญคุณ Alina และคุณ Tom อีกคน Your impression please, Alina first and then Tom, Dr. Tom Grant.

Alina Miron : I can only add to the thanks addressed already by Professor Pellet and by Professor Crawford, I think it’s the most important thing. The team includes not only ourselves but especially people from the Ministry of Foreign Affairs and from the Embassy and the other Ministries that worked with us, did a really wonderful job. I think we looked for whatever argument we could bring to the Court it was brought, so I think we did our best.  And I think the result was very good for us. And I just think that we could help Thailand and Cambodia to move on to the rest of their projects and as neighbors I think they have a lot of projects in common. I hope so. Thank you.

Dr. Tom Grant : I have very little to add except to associate myself with everything that has been said so far. I haven’t worked on anywhere near as many cases with the senior counselors, Professor Pellet and Professor Crawford. But in 11 or so years that I have assisted Professor Crawford on international cases, I have the privilege of working with a numbers of really excellent colleagues and very good teams, but no team that I have worked on in that period of time has come anywhere near the quality… the professional quality as well as the personal quality of the Thai team and that goes to the diplomatic corp, the legal services and the associated ministries which have contributed to this case. It’s going to be a very hard going forward. I’ll be very lucky if I’ll ever again work with a team like this. It’s a huge privilege and a real tribute, a credit to the Kingdom of Thailand to have put together such a tremendous team on a very tough case. I’ll just note in respect to the judgment. The degree of consensus within the Court says that they must have worked very hard as well to produce this very reasoned and balanced opinion. But I thank Ambassador Virachai and the rest of the team for the privilege of having been able to assist on this matter. Thank you.

ออท. วีรชัยฯ : คุณอลินาบอกว่า ก็ต้องขอบคุณทาง Professor Pellet กับ Professor Crawford ที่ให้โอกาสนะครับ และก็เห็นว่าทีมที่เราทำงานด้วยกันนี้ ดีมาก ทั้งกระทรวงการต่างประเทศของไทย สถานทูต และหน่วยงานต่าง  ๆ  ของไทย เป็นการปฏิบัติงานที่ยอดเยี่ยมนะครับ แล้วก็สามารถทำได้ดีในทุกจุดทุกประเด็น ผลคำพิพากษาก็ออกมาดี หวังว่า จะช่วยให้ไทยกับกัมพูชาได้ก้าวหน้าไปด้วยกันต่อไปนะครับ

Dr. Tom Grant ก็เห็นด้วยทุกประการ แล้วก็บอกว่าเป็นเอกสิทธิ์ เป็นสิ่งพิเศษที่ได้ร่วมทำงานกับทีมที่มีคุณภาพนี้นะครับ ไม่ว่าทีมทางด้านการทูตและทีมทางด้านกฎหมายของไทย ซึ่งอาจไม่พบอีกในหลาย  ๆ  ปีที่เขาทำคดีเป็นทนายความนี้นะครับ เขาขอถือว่าเป็นการคารวะราชอาณาจักรไทยที่สามารถหาทีมที่ดี  ๆ  อย่างนี้มาทำงานกับเขาได้นะครับ แล้วศาลก็เช่นกัน เขาเห็นว่าศาลคงทำงานหนักมาก ถึงได้มีคำพิพากษาที่มีเหตุมีผลนะครับ แล้วก็น่าเชื่อถือนะครับ ก็ผมแปลหมดแล้ว ขอผมเอาของผมบ้างได้มั้ยครับ

สำหรับผมนะครับ ผมรู้สึกว่าสิ่งเดียวที่ประทับใจที่สุดเลยก็คือว่า อันนี้เป็นผลงานร่วมกันของทุกฝ่ายจริง ๆ นะครับ หนึ่ง ส่วนราชการทั้งหมด ส่วนราชการทางกฏหมาย สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานอัยการสูงสุด กรมพระธรรมนูญนะครับ ทางฝ่ายทหารก็มีกองทัพไทยทั้งหมดนะครับ กองทัพบกทั้งหมด กองทัพเรือ กองทัพอากาศ ได้ร่วมมืออย่างดีมากที่ไม่เคย... ผมเองในชีวิตทำงานมาจนถึงบัดนี้ ก็ยังไม่เคยมีโอกาสไหนที่ดีเท่าโอกาสนี้นะครับ แต่เราได้รับความร่วมมือจากภาคประชาชนด้วยนะครับ เรารับฟังความเห็นจากรอบด้าน เราเดินทางไปฟังประชาชนมากมาย อันนี้ก็ขอบคุณทุกท่านที่ให้ข้อมูล ให้ข้อคิดเห็นต่าง ๆ ที่สำคัญต้องขอบคุณท่านสื่อมวลชนนะครับ ท่านสื่อมวลชนที่ติดตามด้วยเหตุด้วยผลนะครับ และมีความพยายามอย่างแท้จริงที่จะนำข้อมูลที่ถูกต้องตรงกับความเป็นจริงไปยังพี่น้องประชาชน ซึ่งหากไม่มีสื่อมวลชน เราไปพูดกับท่านทั้ง 65 ล้านคนไม่ได้หรอกครับ แต่ว่าสื่อมวลชนช่วยเราได้มาก ก็ขอขอบคุณไว้ที่นี้นะครับ

I just gave my own impression. I thank everybody including the public agencies, the civil society which we’ve been listening to and the press which helped us to bring forward the accurate facts and documents. แล้วผมก็ต้องเอ่ยชื่ออีก 2 ท่านนะครับ คือ ผู้เชี่ยวชาญด้านแผนที่ของเราคุณ Alastair McDonald และ คุณ Martin Pratt นะครับ I just say on your behalf that well first of all, my tribute to you for your valuable work and I just say on your behalf that I think you’re happy with the judgment too.

Finally, … เอาภาษาไทยก่อนนะครับ สุดท้ายนี้ คนที่ผมต้องกราบขอบพระคุณก็คือ ฯพณฯ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศนะครับ แล้วก็รัฐบาลนะครับ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ที่ให้การสนับสนุนคณะสู้คดีอย่างเต็มที่ในทุกด้านนะครับ ไม่ว่าจะเป็นกำลังคน งบประมาณ หรือกำลังใจ ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมากนะครับก็ต้องขอบคุณท่านไว้ ณ ที่นี้ Well, I thank the Government and the Minister.

รอง นรม. และ รมว.กต. : ก็สุดท้ายนี้นะครับ ผมขออนุญาตท่านพิธีกรนิดหนึ่งนะครับ ผมในนามของรัฐบาลไทยก็ต้องขอขอบคุณพี่น้องประชาชน และตลอดจนทีมงานของเรานะครับที่ได้ต่อสู้คดีนี้ แล้วก็ได้ทำ  การถ่ายทอดทุกสิ่งทุกอย่างให้พี่น้องประชาชนได้ติดตาม แล้วก็มีความเข้าใจตรงกันนะครับ แล้วผมขออนุญาตขอบคุณทีมงานฝรั่งนะครับ สักนิดหนึ่ง On behalf of Thai Government, we would like to thank you for your support and all the hard work.  You really worked for Thai people and we are really thankful and grateful for your work. Thank you very much.

โฆษกฯ : อาจจะมีคำถามมายังท่านยุทธศักดิ์ฯ อีกนิดหนึ่งนะครับ  จากนี้ไปในแง่ของกำลังของไทยในบริเวณชายแดนนะครับท่าน ทางกลาโหมจะมีแนวทางการดำเนินการต่อไป อย่างไรหรือไม่ครับท่าน

รมช. ยุทธศักดิ์ฯ : กำลังชายแดนก็คงจะต้องยังอยู่อย่างเดิม ก็ต้องวางกำลังไว้อย่างเดิม เราไม่มีการถอนกำลังออกจากที่ตั้งทั้งหมดนะครับ แล้วก็จนกว่าทีมเจรจาจะได้ข้อยุติ ซึ่งต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง ว่าอาจจะตรงไหนจะต้องปรับอย่างไรตามคำสั่งศาล ขณะนี้ ทางรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ก็ได้ติดต่อกับผมมาตลอดเวลาตั้งแต่เช้า พบกันก่อนที่ศาลจะตัดสิน แล้วก็หลังจากที่ศาลตัดสินแล้ว นายพลเนียง พาดท่านก็โทรศัพท์ถึงผมทุกชั่วโมงเลย พูดถึงสถานภาพชายแดนที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อยทั้งสองฝ่าย แล้วก็ขอยืนยันว่า จะไม่มีการดำเนินการใด ๆ ที่เป็นการยั่วยุหรือให้เกิดการปะทะกันขึ้นในพื้นที่ชายแดน แล้วก็ขอให้ทางทั้งประเทศไทยและกัมพูชาจะได้พูดเหมือนกันว่า ขอให้ประชาชนในพื้นที่ได้ทำมาหากินและไปมาหาสู่เหมือนเดิมอยู่ตลอดเวลานะครับ ซึ่งระหว่างที่นั่งอยู่ที่นี่ก็ติดต่อกันมาโดยตลอด 2 ชั่วโมงที่นั่งอยู่ที่นี่ ก็พูดกันถึง 3 ครั้งแล้วนะครับกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมของกัมพูชา

โฆษกฯ : โอกาสที่จะมีการประชุม JBC ระหว่างไทยกับกัมพูชา จะเริ่มก่อนที่ JC จะประชุมหรือว่าอย่างไรบ้างครับ มีการกำหนดเอาไว้ไหมครับ

รมช. ยุทธศักดิ์ฯ : ขณะนี้ JBC ยังไม่ได้กำหนดวันที่จะประชุมกัน แล้วการประชุมคราวต่อไปก็ต้องไปประชุมกันที่ประเทศกัมพูชา ก็คงจะมีหัวข้อของข้อตกลงกันไว้ อย่างที่เราเคยได้ดำเนินการกันอยู่ ก็คงจะต้องไปพิจารณากันในอนาคตอีกทีว่า จะมีหัวข้อที่จะประชุมอะไรกัน เพราะขณะนี้เราติดต่อกันได้โดยปกตินะครับ ใช้โทรศัพท์ติดต่อกันทางตรงเลย ไม่ว่าจะกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชา และรัฐมนตรีช่วยฯ ซึ่งเขาขอร้องให้เราติดต่อเขาทางตรง แล้วเมื่อเช้าก็มีการแลกเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ซึ่งเป็นสายตรงกันแล้ว เราสามารถจะ hotline กันได้ตลอดเวลา

ออท. วีรชัยฯ : ผมขอแปลนะครับ The question is what about our forces in the border areas and what about the meeting of the JBC, will it start soon? The answer is the forces, all units, will have to stay where they are. We are not withdrawing them at the moment until the negotiation is over and that will take some time. In the meantime, the Vice Minister of Defense of Cambodia is on constant contact with myself, meaning the General, we call each other every hour to update each other on the situation in the border areas. Everything is fine. As for the meeting, as for now, there is no fixed date yet but we can keep contact with and we agreed to keep contact with each other.

เดี๋ยวผมขอแถมนิดหนึ่งนะครับ เมื่อสักครู่ผมอาจจะกล่าวไม่ชัด คือเวลาผมกล่าวถึงกองทัพไทยซึ่งมีหลายหน่วย มีหน่วยหนึ่งที่ทำงานเบื้องหลัง ปิดทองหลังพระจริง ๆ ซึ่งคือ กรมแผนที่ทหารนะครับ ซึ่งผมต้องขอคารวะไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะครับ I just mentioned that within the command of the Royal Thai Arm Forces, there is one unit in particular that distinguished itself that is the Royal Survey Department.

โฆษกฯ : ครับ เท่ากับว่า จากนี้ไปกระบวนการที่ศาลโลกก็คือยุติแล้ว จะไม่มีการทำอะไรทั้งสิ้นแล้วใช่ไหมครับ คือทีมทนายก็หมดภาระเรียบร้อยแล้ว

ออท. วีรชัยฯ : The question is the proceeding at the court has now come to an end and the counsel will have no further role ก็กระบวนการที่ศาลจบแล้วครับ ยกเว้นว่าเหลืออยู่ 2 ความเป็นไปได้ คือ ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจจะขอตีความคำพิพากษาวันนี้ได้ไม่มีที่สิ้นสุด เมื่อไหร่ถ้าหากว่า เห็นว่า มีข้อขัดแย้งกัน ในเรื่องความหมาย อีกอันหนึ่งก็คือ เรื่องการขอทบทวนคำพิพากษา ซึ่งอันนี้ทำได้ใน 10 ปี แต่จะต้องมีข้อเท็จจริงใหม่เกิดขึ้นนะครับ ส่วนบทบาทของที่ปรึกษานี้นะครับ ก็ขึ้นอยู่กับจะมองอย่างไร ก็คงมีต่อไปเรื่อย ๆ เพราะอาจมีความจำเป็นที่จะต้องการขอคำปรึกษาในเรื่องการปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติ หรือเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับคำพิพากษา หรือการเจรจาที่จะเกิดขึ้นนี้นะครับ อันนี้เราก็คงจะขอคำแนะนำท่านได้นะครับ 

So, my answer is yes, the proceedings have come to an end, subject to any further requests for interpretation or revision in the future. And the role of counsel will probably continue. We might seek your help, assistance on the implementation side, if there is anything for us to implement, we will have to see. ขอบคุณครับ

โฆษกฯ : ขอขอบพระคุณท่านทูตวีรชัยฯ แล้วก็ท่านรองนายกฯ และทีมทุก ๆ ท่านที่กรุงเฮกมาก ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่คนไทยนั้นก็โล่งอกกับคดีเรื่องของปราสาทพระวิหารที่ยืดเยื้อกันมานานอยู่พอสมควร วันนี้ขอขอบพระคุณทีมที่กรุงเฮกมากเลยนะครับ ขอขอบพระคุณครับ

ครับ ท่านผู้ชมได้ติดตามการอ่านคำพิพากษาคดีปราสาทพระวิหารมาทาง NBT ตลอดกว่า 5 ชั่วโมงที่ผ่านมาแล้วนะครับ จากที่เราทราบกันนะครับว่า ขณะนี้ ได้มีคำพิพากษาของศาลโลกออกมาเรียบร้อย กรณีข้อพิพาทที่เกิดขึ้น ดังที่ได้มีการขยายความกันไปนะครับว่า วันนี้ถือว่าคนไทยนั้นควรจะยิ้มกันได้นะครับ หลังจากที่คนไทยนั้นได้เคยสูญเสียมาแล้วในปี 2505 ครั้งนี้ ศาลนั้นก็ยังคงย้ำว่า ที่จะยืนยันคำพิพากษาเดิมเมื่อปี 2505 ที่ไม่ได้ตัดสินเกี่ยวกับประเด็นเขตแดนระหว่างไทยกับกัมพูชานะครับ เพราะถือว่า เป็นประเด็นที่อยู่นอกเหนือจากคำพิพากษาเดิมนะครับ ซึ่งก็เท่ากับว่า ศาลนั้นก็ไม่ได้มีการรับคำร้องพิจารณาสิ่งที่กัมพูชาร้องขอ นั่นก็คือ พื้นที่พิพาท 4.6 ตารางกิโลเมตร และที่สำคัญ ศาลก็ไม่ได้มีการตัดสินว่า แผนที่มาตราส่วน 1: 200,000 นั้นมีการผูกพันกับประเทศไทย ต่อทั้งสองประเทศแต่อย่างใด แล้วก็เรื่องของทั้งภูมะเขือก็ไม่ได้  เป็นของกัมพูชาแต่อย่างใด แต่ว่าท้ายที่สุดแล้ว จากนี้ไป ทั้งสองประเทศนั้นก็คงต้องใช้กลไกที่มีอยู่ไม่ว่าจะเป็น JC หรือ JBC ที่มีนั้นในการพูดคุยแล้วก็หารือกัน เพื่อที่จะทำให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนของทั้งสองประเทศต่อไป แล้วก็อย่างที่ท่านรัฐมนตรีช่วยกลาโหม ยุทธศักดิ์ฯ ได้กล่าวไปนะครับว่า ขณะนี้ ทั้งไทยและกัมพูชาก็ได้มีการพูดคุยกันอย่างต่อเนื่อง ถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แล้วก็จะยังไม่มีการปรับเปลี่ยนเรื่องของกำลังพลแต่อย่างใด ภายในไม่ช้าคงมีการเจรจาหารือกันนะครับ เพราะว่าทุกฝ่ายนั้นก็ตั้งอยู่ในเรื่องของผลประโยชน์ของประชาชนของทั้งสองประเทศเป็นหลัก และนั่นก็เป็นรายการพิเศษ การอ่านคำพิพากษาคดีตีความปราสาทพระวิหาร อีกสักครู่หนึ่ง ท่านปลัดกระทรวงการต่างประเทศจะมีการแถลงข่าว สรุปภาพรวมของการตีความการอ่านคำพิพากษาตลอดทั้งวันในวันนี้ ซึ่งทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 แห่งนี้ก็จะมีการถ่ายทอดสดจากกระทรวงการต่างประเทศเช่นกันนะครับ สำหรับในช่วงนี้ ผม ธีรัตถ์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีขอลาไปก่อน สวัสดีครับ

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

กรมสารนิเทศ   

กระทรวงการต่างประเทศ

http://www.phraviharn.org/main/th/news/2861/40729-%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%84%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%9C%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A.html

 


 

 


http://www.icj-cij.org/docket/files/151/17714.pdf

บทสรุปของท่านทูตวีรชัย พลาศรัย หัวหน้าทีมทนายความของไทย

ศาลตัดสินว่าศาลมีอำนาจตีความ ส่วนบริเวณใกล้เคียงปราสาทนั้นศาลจะบรรยายไว้แต่ไม่ได้แนบแผนที่ แต่เป็นพื้นที่เล็ก ๆ รอบปราสาทเท่านั้น ศาลไม่ได้ตัดสินเขตแดน ไทยภูมะเขือไม่ได้เสียไป ไม่เสียพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตร.กม.

บทสรุปชั่วคราวของ TAF

ด้วยมติเอกฉันต์ การขอตีความนั้น ศาลสามารถตีความได้
ด้วยมติเอกฉันต์ คำพิพากษาในปี 2505 กัมพูชามีอธิปไตยในดินแดนของปราสาทพระวิหาร และไทยต้องถอนทหารออกจากเขตดังกล่าว แต่ภูมะเขือและผาใกล้เคียงไม่ใช่ส่วนหนึ่งของปราสาทพระวิหาร การจะถอนทหารออกไปตรงใด ให้ทั้งสองประเทศกำหนดเอง เพื่อรักษามรดกโลก

ทั่งนี้มั่นใจได้ว่า เราจะไม่เสียดินแดนถึง 4.6 ตร.กม.แน่นอน เพราะศาลบอกว่าพื้นที่พิพาทเล็กกว่านั้นมาก แต่เมื่อพิจารณาดูว่าส่วนไหนอยู่ในบริเวณปราสาทและไทยตั้งถอนนั้น ศาลเห็นว่าควรใช้ตำแหน่งของสถานีตำรวจของไทย ซึ่งกว้างกว่าเส้นเขตแดนตามมติครม. 2505

ดังนั้นเสียดินแดนเพิ่มจากม ติครม. 2505 แน่นอน แต่จะเล็กมาก และไม่เสียถึง 4.6 ตร.กม. แบบที่กัมพูชากล่าวอ้าง ภูมะเขือกับหน้าผาก็ไม่ใช่ข องเขมร ส่วนเสียดินแดนเพิ่มนั่นน่ะ จะ เสียแน่ แต่น่าจะแค่ 0.07 ตร.กม. ที่เหลือต้องไปคุยกันเอง ดังนั้น ภูมะเขือ ผามออีแดง เราอ้างสิทธิได้เต็มที่ แต่สุดท้ายต้องไปเจรจากัน แต่ตอนนี้เราได้เปรียบแล้วค รับสำหรับสองพื้นที่นี้

คำพิพากษาแบบสรุป

http://www.icj-cij.org/docket/files/151/17714.pdf

คำพิพากษาฉบับเต็ม

http://www.icj-cij.org/docket/files/151/17704.pdf


คำพิพากษา บทแปลชั่วคราวของ TAF

อ้างถึงมาตรา 58 ของธรรมนูญศาลโลก เรื่องการตีความคดีปราสาทพระวิหาร โดยกัมพูชาได้ยื่นให้ศาลตีความคำพิพากษาในวันที่ 15 มิ.ย. 2505

และศาลได้ออกมาตรการคุ้มครองชั่วคราวไปแล้ว วันนี้ศาลจะเอ่ยถึงคำพิพากษาอย่างเดียว ไม่ท้าวความ

เมื่อเดือนก.พ. 2504 กัมพูชาได้อ้างเส้นสันปันน้ำตามสนธิสัญญาไทย-ฝรั่งเศส ตามเขตแดนที่กรรมการทั้งสองฝ่ายกำหนด

และได้มีการออกแผนที่ 17 ระวางครอบคลุมชายแดนไทยกัมพูชา โดยคณะกรรมการปักปันเขตแดนระหว่างอินโดจีนและสยาม

ซึ่งจากแผนที่นั้นทำให้ปราสาทพระวิหารตกเป็นของกัมพูชา แต่คณะกรรมการก็ยุติหน้าที่ไปก่อนที่จะมีการทำแผนที่ฉบับสมบูรณ์

จากแผนที่นั้น เส้นในแผนที่ภาคผนวก 1 ก็กลายเป็นพรหมแดนระหว่างสองประเทศ

แต่ไทยบอกว่าไม่ยอมรับแผนที่นั้น และนำมาสู่ข้ออ้างว่าปราสาทพระวิหารอยู่ในฝ่ายไทย

บทปฏิบัติการกล่าวว่า ปราสาทพระวิหารอยู่ในดินแดนอธิปไตยของกัมพูชา ไทยมีพันธะในการถอนทหารออกมา

หลังจากที่มีคำพิพากษา ไทยก็ถอนทหารออกจากปราสาทพระวิหาร และมีการทำรั้วลวดหนามล้อมรอบปราสาทพระวิหาร

หลังจากนั้นจนถึงวันนี้ กัมพูชาก็ได้ยื่นตีความ โดยธรรมนูญศาลโลก มาตรา 60 ศาลสามารถรับคำร้องในการตีความได้ถ้ามีข้อพิพาทในคำพิพากษาจริง

สิ่งที่เกิดขึ้นตั้งแต่คำพิพากษา ไทยมองว่าไทยออกจากปราสาทพระวิหารแล้ว และไทยได้กำหนดแต่ฝ่ายเดียวว่าเขตของปราสาทพระวิหารอยู่ที่ใด ตามมติครม. 2506

ซึ่งกัมพูชาไม่ยอมรับการถอนกำลังของไทย กัมพูชาแย้งว่ารั้วลวดหนามได้รุกล้ำเข้ามาในดินแดนกัมพูชา ถือเป็นมุมมองที่แตกต่างกัน

ความเห็นที่แตกต่างเกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อกัมพูชาพยายามยื่นขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก แปลว่าทั้งสองฝ่ายมีข้อพิพาทในคำพิพากษาจริง

ศาลเห็นว่าทั้งสองฝ่ายมีความเห็นขัดแย้งกัน และเส้นตามแผนที่ 1:200000 ก็มีมุมมองที่ต่างกันว่าจะเป็นเขตแดนหรือไม่

และศาลก็เห็นว่า ทั้งสองฝ่ายก็มีมุมมองที่แตกต่างกันจริงในมุมมองของปราสาทและดินแดนของกัมพูชาตามบทปฏิบัติการข้อสองในคำพิพากษา 2505

ศาลเข้าใจว่าปราสาทอยู่ในดินแดนของกัมพูชา นอกจากนั้นศาลยังดูถึงเรื่องการถอนทหารของไทยจากตัวปราสาทและบริเวณใกล้เคียง

รวมถึงกรณีการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกและการปะทะกัน แสดงว่ามีความเข้าใจที่ต่างกันจริงว่าไทยต้องถอนทหารไปที่ใด

ซึ่งยืนยันด้วยการให้การเป็นลายลักษณ์อักษรและการให้การโดยวาจาของทั้งคู่

ศาลเห็นว่ามีข้อพิพาท 3 ข้อ 1) คำพิพากษาปี 2505 ถือว่าเส้นเขตแดนตามแผนที่ 1:200000 เป็นเขตแดนของทั้งสองประเทศหรือไม่

2) บริเวณของกัมพูชาตามบทปฏิบัติการที่ 2 อยู่ที่ใด ซึ่งเป็นผลที่ต่อเนื่องจากข้อบทปฏิบัติการที่ 1

3) พันธกรณีของไทยที่ต้องถอนทหารตามข้อบทปฏิบัติการที่สองต้องถอนไปที่ใด

จากทั้ง 3 ข้อ ศาลจึงเห็นว่าต้องรับตีความคำพิพากษาของบทปฏิบัติการที่ 2 และผลทางกฏหมายของภาคผนวกที่ 1

คำพิพากษา 1: ศาลโลกรับตีความคำพิพากษาตามคำร้องของกัมพูชา

ต่อมาศาลจะอ่านข้อปฏิบัติการ และจะอยู่ในข้อพิพากษาเดิมอย่างเคร่งครัด จะไม่หยิบยกเรื่องที่ไม่ได้พิพากษาเอาไว้เมื่อปี 2505 มาพิจารณา

อาจพิจารณาเหตุผลเพื่ออธิบายการตีความข้อปฏิบัติการได้ตามเหตุผลของการพิพากษาในปี 2505 เพราะจะแสดงให้เห็นผยานหลักฐานในช่วงนั้น

ไทยตีสู้ว่าศาลห้ามตีความเกินกว่าคำพิพากษาในปี 2505 ซึ่งถือเป็นบรรทัดฐานอยู่แล้ว

ซึ่งศาลจะไม่สามารถตีความขัดแย้งกับคำพิพากษาในปี 2505 ได้

ตามธรรมนูญศาลโลกมาตรา 60 ศาลไม่สามารถนำบทสรุปมาตีความได้ เพราะไม่ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของคำพิพากษา

ศาลไม่ถือว่าบทสรุปของคำพิพากษาในปี 2505 ว่าสามารถนำมาตีความได้

เมื่อปี 2551 ไทยอ้างว่าการปะทะกันเกิดจากคำพิพากษา ซึ่งคำพิพากษาไม่ใช่สนธิสัญญา คำพิพากษามีผลผูกพันตามธรรมนูญศาล อยู่ที่ว่าศาลพิพากษาอะไร ไม่ใช่ความเข้าใจของคู่ความที่เข้าใจกันเอง

ตรงนี้มีลักษณะ 3 ประการของคำพิพากษาในปี 2505 คือ 1) ศาลพิจารณาว่านี่คือข้อพิพาทของอำนาจอธิปไตยของที่ตั้งปราสาทและศาลไม่ได้ทำหน้าที่ปักปันเขตแดน

เมื่อกลับไปดูคำพิพากษา 2505 ประเด็นนี้เป็นเรื่องของเขตอธิปไตยมากกว่าเขตแดน แต่ศาลจะรับพิจารณาเฉพาะในส่วนของเหตุผล โดยไม่จำเป็นที่จะต้องกล่าวถึงแผนที่ 1:200000 ไม่มีการแนบแผนที่ไปกับคำพิพากษา ดังนั้นศาลไม่ต้องตีความตรงนี้

2) แผนที่ 1:200000 เป็นเหตุผลหลักในการพิพากษา ประเด็นหลักคือ คู่ความได้รับรองแผนที่ 1:200000 และเส้นแบ่งเขตแดนแล้วหรือไม่

ศาลได้ดูพฤติการณ์แล้วเห็นว่า ไทยยอมรับทางอ้อมในแผนที่ 1:200000 และเส้นแบ่งเขตแดนบนแผนที่นั้นไปแล้ว เพราะไทยได้ยอมรับว่าแผนที่นี้คือแผนที่ที่เกิดจากคณะกรรมการเขตแดน และยอมรับเขตแดนตามแผนที่ 1:200000 ไปแล้ว

ดังนั้น แผนที่ 1:200000 คือส่วนหนึ่งของสนธิสัญญาไทย-ฝรั่งเศส ดังนั้นเส้นเขตแดนในแผนที่ก็คือเส้นเขตแดนของทั้งสองประเทศ

3) กัมพูชากล่าวว่าขอบเขตของพื้นที่พิพาทนั้นมีขนาดเล็กมาก ซึ่งในทันทีหลังจากศาลได้พิพากษา ศาลได้อธิบายบริเวณนั้นว่า ปราสาทพระวิหารอยู่ด้านตะวันออกของเทือกเขาดงรัก ซึ่งถือเป็นเขตแดนของทั้งสองประเทศ ในขณะที่แผนที่ 1:200000 กลับวางเขตแดนยาวหลายร้อยกิโลเมตร ดังนั้นศาลจะพิจารณาเฉพาะพื้นที่พิพาทเท่านั้น

เมื่อศาลไปดูบทปฏิบัติการทั้ง 3 นั้น ศาลเห็นว่าบทปฏิบัติการทั้ง 3 เป็นบทปฏิบัติการเดียวกัน ไม่ถือว่าแยกจากกัน

บทปฏิบัติการข้อ 1 นั้นชัดเจนว่า ปราสาทพระวิหารอยู่ภายใต้อธิปไตยของกัมพูชา แต่ศาลก็เห็นว่าเมื่อพิจารณาบทปฏิบัติการที่ 2 - 3 นั้น เห็นว่า บทปฏิบัติการที่ 2 ไม่ได้พูดถึงดินแดนของกัมพูชาที่ไทยจะต้องถอน รวมถึงบริเวณใกล้เคียง รวมถึงไม่ได้กำหนดว่าจะต้องถอนเจ้าหน้าที่ใด เนื่องจากบทปฏิบัติการที่ 2 บอกว่าไทยจะต้องถอนทหารและผู้ดูแลจากปราสาทพระวิหารและพื้นที่ใกล้เคียง ศาลเห็นว่าประเด็นนี้จะต้องพิจารณาหลักฐานที่นำเสนอในปี 2505 ซึ่งมีเพียงหลักฐานการเยี่ยมชมของเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย โดยไทยมีผู้เฝ้ายามอยู่ 1 คน บ้านพัก และแคมป์ขนาดเล็กเท่านั้น ซึ่งไทยบอกว่าสถานีตำรวจอยู่ทางใต้แผนที่ 1:200000 แต่อยู่เหนือสันปันน้ำ

กัมพูชาต่อสู้ในปี 2505 ว่า ต้องใช้เส้นสันปันน้ำในการปักปันเขตแดน อย่างไรก็ตามศาลไม่เห็นว่าต้องพิจารณาเส้นสันปันน้ำบริเวณนั้น แต่เส้นสันปันน้ำมีความสำคัญ เพราะไทยต่อสู้ว่าเส้นสันปันน้ำนั้นใกล้เคียงกับเส้นสันปันน้ำของกัมพูชา ดังนั้นสถานีตำรวจนั้นจึงอยู่เหนือเส้นสันปันน้ำ

เมื่อไทยดำเนินการถอนทหารนั้น ไม่มีหลักฐานว่ามีเจ้าหน้าที่ไทยอื่นอีกแล้วในบริเวณนั้น ดังนั้นบริเวณใกล้เคียงของปราสาทพระวิหารจึงควรนับไปถึงสถานีตำรวจของไทยที่ถอนไปนั้น และไม่ถือว่าเส้นตามมติครม. 2505 เป็นเส้นเขตแดน

เมื่อพิจารณาภูมิศาสตร์ หน้าผาสูงซึ่งกัมพูชาสามารถขึ้นสู่ปราสาทได้ ดังนั้นศาลเห็นว่าเขตแดนกัมพูชาในทางเหนือนั้น ไม่เกินเส้นแบ่งของแผนที่ 1:200000 และสถานีตำรวจนั้นก็อยู่ไม่ไกลไปทางทิศใต้ของเส้นนั้น

ศาลพิจารณาเห็นว่า พื้นที่ตามบทปฏิบัติการที่ 2 ต้องขยายครอบคลุมหน้าผา แทนที่จะเป็นมติครม. 2505 แต่าลไม่สามารถรับคำจำกัดความของกัมพูชาที่ขยายเขตแดนไปไกลจนถึงภูมะเขือหรือไกลกว่านั้น ซึ่งไม่ถูกต้อง

ในปี 2505 กัมพูชาไม่ได้ถือว่าภูมะเขือและดงรักอยู่ในพื้นที่ปราสาทพระวิหาร ดังนั้นจึงไม่ถือว่าภูมะเขือคือส่วนหนึ่งของปราสาทพระวิหาร ไม่มีข้อเชื่อมโยงของทั้งสองสถานที่กับการถอนทหารของไทยและอธิปไตยของกัมพูชา เมื่อพิจารณาบริเวณปราสาทพระวิหารด้านใต้และตะวันตกเฉียงใต้นั้น ดังนั้นศาลจึงพิจารณาว่าภูมะเขืออยู่นอกข้อพิพาท และคำพิพากษาปี 2505 ก็ไม่ได้บอกว่าภูมะเขืออยู่ในเขตแดนของใคร

คำพิพากษากำหนดว่า การถอนทหารของไทยจะกำหนดพื้นที่ที่ชัดเจนในการถอนทหาร อย่างไรก็ตาม ศาลไม่สามารถตีความคำพิพากษานั้นได้เพราะไม่เกี่ยวข้อง ดังนั้น ในกรณีนี้ ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถหาทางออกเพียงฝ่ายเดียวได้

3) ศาลไม่เห็นว่าจะต้องตอบคำถามว่าจะต้องพิจารณาเส้นเขตแดนระหว่างไทยและกัมพูชา ในการให้การ ไทยได้ยอมรับที่จะเคารพอธิปไตยของกัมพูชา ศาลเห็นว่าทั้งสองฝ่ายจะต้องเจรจากันเอง โดยมียูเนสโก้เป็นตัวกลาง

ด้วยมติเอกฉันต์ การขอตีความนั้น ศาลสามารถตีความได้
ด้วยมติเอกฉันต์ คำพิพากษาในปี 2505 กัมพูชามีอธิปไตยในดินแดนของปราสาทพระวิหาร และไทยต้องถอนทหารออกจากเขตดังกล่าว

บทสรุปชั่วคราวของ TAF

ด้วยมติเอกฉันต์ การขอตีความนั้น ศาลสามารถตีความได้
ด้วยมติเอกฉันต์ คำพิพากษาในปี 2505 กัมพูชามีอธิปไตยในดินแดนของปราสาทพระวิหาร และไทยต้องถอนทหารออกจากเขตดังกล่าว แต่ภูมะเขือและผาใกล้เคียงไม่ใช่ส่วนหนึ่งของปราสาทพระวิหาร การจะถอนทหารออกไปตรงใด ให้ทั้งสองประเทศกำหนดเอง เพื่อรักษามรดกโลก

ทั่งนี้มั่นใจได้ว่า เราจะไม่เสียดินแดนถึง 4.6 ตร.กม.แน่นอน เพราะศาลบอกว่าพื้นที่พิพาทเล็กกว่านั้นมาก แต่เมื่อพิจารณาดูว่าส่วนไหนอยู่ในบริเวณปราสาทและไทยตั้งถอนนั้น ศาลเห็นว่าควรใช้ตำแหน่งของสถานีตำรวจของไทย ซึ่งกว้างกว่าเส้นเขตแดนตามมติครม. 2505

ดังนั้นเสียดินแดนเพิ่มจากมติครม. 2505 แน่นอน แต่จะเล็กมาก และไม่เสียถึง 4.6 ตร.กม. แบบที่กัมพูชาล่าวอ้าง แต่เส้นจริง ๆ จะต้องมีการเจรจากันเองระหว่างสองประเทศ โดยมียูเนสเก็คอยช่วยเหลือ



 


บรรยากาศในศูนย์ปฏิบัติการของกระทรวงการต่างประเทศ รอการอ่านคำพิพากษาคดีตีความปราสาทพระวิหาร (ภาพจาก กระทรวงการต่างประเทศ)

 

วันที่ 11 พ.ย. นี้ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศจะอ่านคำพิพากษาในคดีการตีความคดีปราสาทพระวิหาร TAF มีรายงานสดประโยคต่อประโยคเหมือนเดิมที่ http://twitter.com/ThaiArmedForce และพบกับบทสรุปได้ที่บทความนี้ พบกันได้ 4 โมงเย็นของวันที่ 11 พ.ย. แล้วมาร่วมลุ้นคดีประวัติศาสตร์นี้ไปด้วยกันครับ

 

2018  ThaiArmedForce.com   globbersthemes joomla templates