TAF Special #8 - RDF Thai Tactical UAV in Operation | ยูเอวีของร.31 รอ.

TAF Special #8 - RDF Thai Tactical UAV in Operation

 

UAV (Unmanned Aerial Vehicle) หรืออากาศยานไร้คนขับเพิ่มความสำคัญมากขึ้นในฐานะของอาวุธและดวงตาในสนามรบที่ทรงประสิทธิภาพ หลังจากประเทศไทยเริ่มจัดหา UAV มาใช้งานตั้งแต่สมัยสงครามร่มเกล้า ถึงวันนี้ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ยุคของการออกแบบและผลิต UAV ขึ้นใช้งานด้วยตนเอง และยิ่งถ้าได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจังและต่อเนื่องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรัฐบาล การจัดหา UAV จากต่างประเทศก็จะไม่ใช่เรื่องจำเป็นอีกต่อไป อีกทั้งยังสามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศได้อีกเป็นจำนวนมาก ทีมงาน TAF ได้เดินทางไปสังเกตุการณ์การทดสอบและปฏิบัติงานของกลุ่มวิจัยเล็ก ๆ กลุ่มหนึ่งที่มุ่งมั่นสร้าง UAV ของตนเอง ด้วยการสนับสนุนของกรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ หน่วยพร้อมรบสมบูรณ์แบบแห่งหนึ่งของกองทัพบกไทย จากเครื่องบินบังคับวิทยุธรรมดาที่ทุกคนมองข้าม ในอนาคตมันกำลังจะกลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานกองทัพบกไทย .... ด้วยฝีมือของคนไทยเอง

และนี่คือ RDF Thai Tactical UAV ฝีมือคนไทยครับ

 

กองทัพไทยจัดหา UAV มาใช้งานตั้งแต่สมัยการรบที่บ้านร่มเกล้า โดยจัดหา UAV จากบริษัท BAE Systems ประเทศอังกฤษ รุ่น R4D SkyEye จำนวน 7 ลำเข้าประจำการในฝูง 402 กองบิน 4 ตาคลี กองทัพอากาศ เพื่อใช้ในภารกิจตรวจการณ์และถ่ายภาพ หลังจากนั้นกองทัพบกได้จัดหา UAV รุ่น Searcher Mk.I จากบริษัท IAI ประเทศอิสราเอลเข้ามาใช้งานในกองพลทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์เพื่อใช้ในภารกิจตรวจการณ์ ชี้เป้า และเป็นผู้ตรวจการณ์หน้าในการยิงปืนใหญ่ และล่าสุดกองทัพบกยังได้จัดหา UAV ขนาดเล็กรุ่น RQ-11 Raven จากสหรัฐอเมริกามาใช้ในการตรวจการณ์ของหน่วยทหารในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

แต่ปัญหาที่กองทัพบกพบก็คือ UAV ที่จัดหาจากต่างประเทศโดยเฉพาะ Raven นั้นมีราคาแพง แต่มีประสิทธิภาพต่ำกว่าที่ควรจะเป็นเนื่องจากประสบปัญหาในการทำงานภายใต้อุณหภูมิและความชื้นของประเทศไทย การปฏิบัติงานจึงไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้ รวมถึงสามารถจัดหาได้ในจำนวนน้อย ไม่เพียงพอที่จะใช้ฝึกกำลังพล

ในอีกแง่มุมหนึ่ง มีหน่วยงานของกองทัพบกสองหน่วยงานที่กำลังวิจัยและพัฒนา UAV ด้วยตนเอง UAV ของทั้งสองหน่วยงานนี้มีจุดกำเนิดคล้าย ๆ กันก็คือ เป็นโครงการวิจัยของกองทัพบกที่ถูกลืมเลือนและมองข้าม แต่ทั้งสองทีมก็ยังไม่ได้ล้มเลิกความตั้งใจ ยังคงพัฒนา UAV ของตนเองต่อไปเรื่อย ๆ จนในที่สุด UAV ทั้งสองระบบก็ได้พิสูจน์ตัวเองในภารกิจต่าง ๆ จนผู้บังคับบัญชาระดับสูงเกิดความเชื่อมั่น และกำลังดำเนินการเพื่อผลิตเข้าประจำการต่อไปในอนาคต

หน่วยงานดังกล่าวก็คือ กรมการข่าวทหารบกและกรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ (RDF) ซึ่งพัฒนา UAV ในขนาดที่ต่างกัน คือกรมข่าวทหารบกพัฒนา UAV ขนาดกลางในมิติที่ใกล้เคียงกับ Searcher ส่วนกรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์พัฒนา UAV ขนาดเล็กในมิติที่ใกล้เคียงกับ Raven แต่ประสิทธิภาพของ UAV ของทั้งสองหน่วยงานนั้นพิสูจน์แล้วว่าดีกว่าคู่แข่งของตนอย่างสิ้นเชิง ทีมงาน TAF สองคนคือผม Skyman และคุณ CoffeeMix จึงได้เดินทางไปสังเกตุการณ์หนึ่งใน UAV ที่กำลังพัฒนาถึงกรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ และเก็บภาพพร้อมเรื่องราวมาฝากกัน ซึ่งเราเดินทางไปจังหวัดลพบุรีในวันที่ 23 สิงหาคม 2552 ที่ผ่านมา ในช่วงจังหวะเดียวกับการฝึกระดับหมวดของกรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ โดยได้รับความกรุณาจากพันเอก จิระพันธ์ มาลีแก้ว ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ หนึ่งในตัวจักรสำคัญของการพัฒนา UAV ไทย ให้เกียรติต้อนรับและพูดคุยกับพวกเราครับ

 

ผู้การฯ จิระพันธ์ เล่าให้เราฟังว่า ทางหน่วยมีแนวคิดที่จะพัฒนา UAV มาใช้งานนานแล้ว โดยได้ส่งกำลังพลเข้าร่วมอบรมตามโครงการวิจัยและพัฒนาอากาศยานขนาดเล็กอเนกประสงค์บังคับระยะไกล (Mini UAV) ของสำนักวิจัยและพัฒนาการทหารกลาโหมจำนวน 12 นาย และทำการฝึกกำลังพลให้มีความคุ้นเคยกับการบิน UAV ตั้งแต่การบินด้วยเครื่องฝึกจำลองการบิน ความรู้เกี่ยวกับการบิน ลักษณะของเครื่องบินและการบังคับเครื่องบิน และฝึกกับเครื่องบินบังคับวิทยุ (RC) เพื่อทำการบินกับ UAV ที่ใช้น้ำมันเบนซิน โดยมีคุณชลธิศ เขียวลงยา ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเครื่องบินบังคับวิทยุทำหน้าที่ฝึกสอนให้ ซึ่งต่อมาเมื่อเห็นศักยภาพของทีมงานจึงมีแนวคิดที่จะทำ UAV ขนาดเล็กที่บินขึ้นโดยใช้คนปาขึ้นฟ้าจากเครื่องบินบังคับวิทยุ โดยโครงการนี้เป็นโครงการที่ทางหน่วยพัฒนากันเอง ด้วยความสามารถของทีมงานที่เข้าร่วมกันตั้งแต่ครั้งแรก ทางกองทัพบกที่กำลังดำเนินการปรับเปลี่ยนโครงสร้างของกองทัพนั้นมีแนวคิดที่จะจัดชุด UAV ลงประจำหน่วยในระดับกองพันและระดับกรมซึ่งทางกรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ได้เคยเสนอแบบแผนการจัดกำลังของชุด UAV ไปแล้ว ขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาเพื่อหาข้อสรุปที่ลงตัว

ในช่วงสายของวันนั้นทางกรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์อยู่ในช่วงของการฝึกระดับหมวดในสถานการณ์จำลอง และทำการทดสอบ UAV ขนาดเล็กของทางหน่วยเองเพื่อเข้ารับการประเมินค่าจากกรมยุทธการทหารบกในวันที่ 26 สิงหาคม 2552 ทางเราจึงได้ติดตามการทดสอบของทีมงาน UAV ไปด้วยทั้งวัน

ชุด UAV หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ ตอนลาดตระเวนเครื่องมือพิเศษ (Mini UAV) ของกรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์นั้นมีกำลังพลจำนวน 12 นาย แบ่งเป็นชุดปฏิบัติการ 2 ชุด ชุดละ 6 นาย ประกอบด้วยนักบิน ผู้ช่วยนักบิน ช่างเครื่อง และนายทหารระวังป้องกัน เราเดินทางโดยใช้รถฮัมวี่หนึ่งคันที่บรรทุกกำลังพลทั้งหมดพร้อมอุปกรณ์สนับสนุนต่าง ๆ เข้าไปทำการทดสอบการลาดตระเวนถ่ายต่อหมู่บ้านเป้าหมายที่กำหนดไว้

 

ซึ่งการปฏิบัติงานจะต้องเริ่มจากการวางแผนการบินและกำหนดเป้าหมายจากแผนที่ทางทหารทั้งบนกระดาษที่สิบเอกสมชาติ พนะสันถืออยู่และในคอมพิวเตอร์ที่ติดอุปกรณ์รับสัญญาณ GPS เนื่องจากต้องใช้พิกัด GPS ในการอ้างอิง สำหรับ UAV ที่จะบินในวันนี้เป็น UAV ต้นแบบตัวเก่าซึ่งเป็นเหมือน "เครื่องบินสาธิตเทคโนโลยี" (Technology Demonstrator) ซึ่งใช้ในการทดสอบและหาจุดลงตัวในการพัฒนา UAV ตัวจริงที่ก็จะขึ้นเป็นบินครั้งแรก (First Flight) ในวันนี้เช่นกัน

"... ตัวนี้ไปลุยใต้มาแล้ว ตอนนั้นทางหน่วยได้รับมอบหมายงานให้ไปปฏิบัติหน้าที่ที่ภาคใต้ ทางผู้การฯจึงให้ชุดลงไปปฏิบัติงานที่ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส เป็นเวลา 6 เดือน ..." คุณชลทิศ หรือที่นายทหารทั้งชุด UAV เรียกว่าครูเล่าให้ฟัง

"... ทางชุดไปทำงานในพื้นที่ ภารกิจที่เห็นได้ชัดว่าประสบความสำเร็จคือการทำแผนที่เร่งด่วน ในแผนที่ทหารเราจะไม่เห็นว่ามีสิ่งปลูกสร้างอะไร แต่เมื่อเราใช้ UAV เราก็สามารถทำแผนที่เร่งด่วนการปฏิบัติภารกิจได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ทำให้เราเห็นตำแหน่งของสิ่งต่าง ๆ ที่เป็นอยู่ ณ ปัจจุบัน..." สิบเอก ธีรชัย ตรีโอษฐ์ นายทหารในชุด UAV ที่รับผิดชอบกับงานด้านแผนที่และการจัดการกับข้อมูลที่ได้รับจาก UAV เล่าให้เราฟังพร้อมกับเปิดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คให้เราดูไปด้วย

การทำงานในวันนี้คล้ายกับการทำงานจริงในพื้นที่ ต่างกันที่ว่าวันนี้นายทหารในชุด UAV ไม่ต้องถือปืนคอยระวังป้องกันแต่อย่างใด

 

องค์ประกอบของ UAV ระบบนี้ถูกแสดงไว้ในภาพนี้ โดยปกติแล้วตัวของ UAV จะเก็บแยกกับปีกที่เก็บเอาไว้ในลังพลาสติกทำจากฟิวเจอร์บอร์ด แบ็ตเตอร์รี่ให้พลังงานในการบินราว 1 ชั่วโมงและอาจจะมากกว่านั้นถ้าสภาพอากาศเป็นใจ ผู้ช่วยนักบินจะมีจอภาพและถือเสาอากาศรับสัญญาณเอาไว้รับสัญญาณภาพที่ส่งมาจาก UAV ตลอดเวลา ซึ่งภาพนั้นถ่ายจากกล้องดิจิตอลคอมแพ็กธรรมดา ๆ ทั่วไปที่ถูกปรับปรุงให้รับสัญญาณการลั่นชัตเตอร์จากที่บังคับได้ การบังคับใช้ที่บังคับในลักษณะที่คล้ายกับที่บังคับเครื่องบินบังคับวิทยุ

และจุดสูงสุดของเทคโนโลยีของ UAV ระบบนี้คือ "หนังยาง" ซึ่งใช้รัดลำตัวเข้ากับปีก

"... หนังยางช่วยให้ปีกมันไม่ติดกับลำตัวมากเกินไป เวลาตกปีกมันก็จะบิดได้ ไม่ได้หักไปเลย บินแรก ๆ ต้องตกอยู่แล้ว ไม่มีใครบินแล้วไม่ตก ดังนั้นต้องทำให้เครื่องมันซ่อมได้ง่าย เครื่องเราราคาถูก ต้นทุนราว 5 หมื่นบาท ซ่อมพอไหว คนบินก็ไม่เกร็งนัก ฝึกบินได้เต็มที่ ..." ซึ่งในรุ่นที่จะใช้งานจริงนั้นจะใช้สกรูพลาสติกในการยึดลำตัวเข้ากับปีกแทนเพื่อความมั่นคง

 

และนี่คือการบินขึ้น แม้ว่า UAV ตัวนี้จะไปลุยภารกิจจริงในภาคใต้มาแล้วแต่ก็ยังทำการบินได้ดีอยู่ การบินขึ้นใช้การปาขึ้นฟ้าซึ่งทำพร้อมกับการเร่งเครื่องสูงสุด

 

ตัว UAV ลอยขึ้นไปบนฟ้าอย่างง่ายได้ เมื่อขึ้นไปสูงในระดับหนึ่งเพียงไม่กี่สิบเมตรก็ไม่ได้ยินเสียงมอเตอร์อีกเลย เมื่อมองจากพื้นดินแล้วมันดูคล้ายนกอพยพตัวโต ๆ มากกว่า สำหรับ UAV ตัวต้นแบบนี้นักบินยังต้องมองไปที่ตัว UAV ตลอดเวลาเพื่อบังคับทิศทาง ทำให้มันยังมีพิสัยบินที่จำกัดอยู่เพียงระยะสายตาของนักบินคือ สิบเอกเกียรติสรณ์ ทุนอินทร์ หรือคิดเป็นระยะปฏิบัติการสูงสุดราว 2 กิโลเมตรรอบตัวนักบิน

 

ในมือของจ่าสิบตรีธีระยุทธ แดนทองคือจอภาพที่รับสัญญาณจากตัว UAV ซึ่งส่งมาสู่เสาอากาศที่จ่าสิบตรีเอกรัตน์ ดิเรกศรีถืออยู่ในทิศทางที่หันหน้าเข้าสู่ตัว UAV ตลอดเวลา เมื่อได้มุมมองภาพที่ครบถ้วน จ่าสิบตรีธีระยุทธจะให้สัญญาณสิบเอกเกียรติสรณ์ซึ่งเป็นนักบินในการกดชัตเตอร์หรือกดถ่าย VDO เพื่อบันทึกลงไปใน SD Card บนกล้อง

 

ส่วนนี่คือภาพสด ๆ ที่ได้จากตัว UAV ซึ่งเป็นถนนที่อยู่ห่างออกไปราว 1 กิโลเมตร ที่นราธิวาสภาพที่ได้จากการถ่ายต่อเนื่องถูกนำไปประกอบเข้าด้วยกันเพื่อทำแผนที่เร่งด่วนก่อนที่ชุดปฏิบัติการจะเข้าไปในพื้นที่ไม่เพียงกี่ชั่วโมง

 

การลงจอดนั้นนักบินจะใช้วิธีการบินวนเพื่อลดระดับลงมาจนใกล้ถึงพื้นและให้เครื่องบินเอาท้องไถลไปกับพื้น ไม่ได้ลงแบบ Deep Stall หรือลงปักหัวลงไปตรง ๆ ให้แตกออกเป็นชิ้น ๆ เหมือนระบบของต่างประเทศ

 

สภาพหลังลงจอด จะสังเกตุว่าตัว UAV มีรอยขีดข่วนทั่วไปเนื่องจากใช้งานมานาน เมื่อเก็บข้อมูลได้ครบแล้ว จ่าสิบตรีมนตรี ผลาชีวะ พลขับของวันนี้ก็พาเราไปอีกตำแหน่งนึงที่ถูกกำหนดเอาไว้ ซึ่งเป็นบ้านที่ตั้งอยู่กลางลานโล่ง และเราต้องตรวจการณ์ทำแผนที่ในบริเวณหมู่บ้านใกล้เคียงนี้

 

ที่นี่มีอุปสรรคอยู่คือตรงข้างถนนมีเสาไฟฟ้าอยู่ ทำให้นักบินต้องวางแผนการบินขึ้นและลงจอดเพื่อไม่ให้ตัว UAV บินเข้าไปชนเสาไฟฟ้า รวมถึงต้องหาทิศทางลมที่เหมาะสมสำหรับทำการบิน โดยการโปรยใบไม้แถวนั้นลงพื้น

การบินขึ้นเป็นไปได้ด้วยดี ส่วนการบนลงนั้น นักบินเลือกที่จะลงบนถนนจึงต้องอาศัยนายทหารในชุดคอยดูไม่ให้รถเข้ามาในขณะที่บินลง ตัว UAV บินหลบเสาไฟฟ้าลงสู่พื้นถนนได้อย่างปลอดภัย

 

ที่หมายสุดท้ายที่เราไปในวันนี้อยู่บริเวณทุ่งข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ห่างจากตัวเมืองลพบุรีพอสมควร ในขณะที่เรากำลังปฏิบัติงานอยู่มักจะเห็นทหารของกรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ที่อยู่ในระหว่างการฝึกถือ ปลย.50 (TAR-21 Tavor) เดินลาดตระเวนหรือตั้งฐานปฏิบัติการอยู่ตามวัดและโรงเรียนอยู่ทั่วไป

ในภาวะที่เร่งด่วนที่เคยประสบมาคือในการฝึกครั้งหนึ่งต่อหน้าผู้บังคับบัญชา ชุด UAV สามารถใช้เวลาเพียง 5 นาทีนับตั้งแต่จอดรถจนถึงส่งเครื่องบินบินขึ้นฟ้า ซึ่งในการปฏิบัติการนั้นสามารถเก็บภาพพื้นที่การรบ (สมมุติ) ได้อย่างครบถ้วน จนได้รับเสียงชื่นชมจากผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพบกเป็นอย่างดี

 

พื้นที่ตรงนี้เป็นที่โล่ง ประกอบกับลมเป็นใจ จึงสามารถส่ง UAV ขึ้นฟ้าได้อย่างง่ายดาย ชุด UAV ทำการบินเหมือนที่เคยปฏิบัติมาหลายพันครั้งคือการเก็บภาพเป้าหมายที่ต้องการ

ในการทำการบินกับ UAV ตัวต้นแบบตัวนี้ การสื่อสารระหว่างทีมงานเป็นสิ่งสำคัญที่สุดเนื่องจากข้อจำกัดของตัว UAV เอง เพราะนักบินจะต้องมองไปที่ตัว UAV ตลอดเวลา ทำให้ไม่เห็นภาพที่ตัว UAV ถ่ายได้ ผู้ช่วยนักบินจะต้องหันเสาอากาศไปยังตัว UAV ตลอดเวลาพร้อมกับผู้ช่วยนักบินอีกคนที่มองจอภาพต้องสั่งให้นักบินเลี้ยวซ้ายหรือขวาเพื่อให้ได้ภาพเป้าหมายตามที่ต้องการ

 

หลังจากจบภารกิจ เรากลับที่ตั้งปกติ บริเวณสนามฟุตบอลของกรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ ซึ่งเป็นที่ที่เราจะทำการบิน UAV รุ่นใหม่เป็นครั้งแรก

 

UAV รุ่นใหม่นี่เป็นรุ่นที่ใกล้เคียงการทำงานจริงของ UAV รุ่นใช้งานจริงมากที่สุด ถ้าเรียกตามภาษาการผลิตเครื่องบินแล้ว รุ่นนี้คือรุ่นที่เข้าสู่สายการผลิตในแบบจำกัด (Limit Serial Production Prototype) โดยจะมีความแตกต่างจากรุ่นสาธิตทางเทคโนโลยีในหลายจุด นั่นก็คือการยึดปีกกับลำตัวที่ใช้สกรูพลาสติกในการยึด ตัวปีกออกแบบให้มี Winglet สองชั้นเพื่อจะได้เกาะอากาศได้มากที่สุดเนื่องจากต้องทำการบินระยะไกล รวมถึงไม่มี Flap เนื่องจากเครื่องบินจะเป็นตรงเป็นส่วนใหญ่ ส่วนชุดใบพัดและลำตัวยังการออกแบบที่คล้ายกับตัวสาธิตทางเทคโนโลยี

 

ด้านข้างลำตัวนอกจากสายอากาศแล้วยังมีพอร์ตส่งข้อมูลเพื่อที่จะได้นำสาย USB จากคอมพิวเตอร์ต่อเข้ากับตัว UAV ได้โดยตรงโดยไม่ต้องแกะลำตัวออกมา อีกทั้งด้านบนติดตั้งรับสัญญาณ GPS ซึ่งใช้เป็นเครื่องวัดความสูงด้วย โดยในอนาคตจะติดตั้งเซนเซอร์วัดความสูงแยกออกไปโดยเฉพาะ

 

ด้านหน้านอกจากช่องวัดความเร็วที่เป็นลักษณะท่อเหมือนเครื่องบินจริง ๆ แล้วยังติดกล้องถ่ายภาพขนาดเล็กซึ่งสามารถปรับมุมได้ที่ส่วนหัวอีกด้วย กล้องนี้นอกจากใช้ถ่ายภาพที่ต้องการแล้วยังส่งภาพกลับมาให้นักบินบินจากภาพที่ปรากฏบนจอภาพได้อีกด้วย ซึ่งรวมถึงระบบนักบินอัตโนมัติมูลค่ากว่าหนึ่งแสนบาทที่ติดตั้งลงในตัวเครื่องบิน เพื่อที่ว่าในบางกรณีจะได้ไม่จำเป็นต้องใช้นักบินในการทำการบิน และในภารกิจที่ต้องการกำหนดแผนการบิน (Flight Plan) ล่วงหน้าก่อนว่าจะไปตรงจุดไหนบ้างโดยการกำหนดพิกัด GPS ที่ต้องการเป็นเวย์พอยต์ต่าง ๆ

และนี่คือภาพวินาทีแรกของ UAV รุ่นใหม่ที่ปาขึ้นฟ้าด้วยฝีมือของสิบเอก ธีรชัย ส่วนนักบินยังเป็นสิบเอกเกียรติสรณ์เช่นเดิม

 

UAV บินหายลับออกไปจากพื้นที่กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ เนื่องจากในรุ่นนี้นักบินไม่จำเป็นจะต้องมองที่ตัว UAV ตลอดเวลา แต่จะใช้การมองที่จอภาพแทน โดยตัวจอภาพนั้นติดตั้งอยู่กับที่นั่งด้านหน้าของรถฮัมวี่พร้อมกับเสาอากาศที่ใหญ่ขึ้นและไม่จำเป็นต้องถือวนตามตัว UAV อีกต่อไป ในอนาคตทางทีมมีแผนจะปรับปรุงระบบการแสดงผลบนจอภาพให้เหมือนกับการมองออกจากจอ HUD (Head-Up Display) บนเครื่องบินรบซึ่งจะบอกตัวแปรต่าง ๆ ที่ใช้ในการทำการบิน รวมถึงเวย์พอยต์ที่ต้องบินไปทำภารกิจ และจะพัฒนาเสาอากาศแบบ 360 องศาและติดตั้งบนรถฮัมวี่ ซึ่งจะทำให้รถฮัมวี่กลายเป็นฐานปฏิบัติการเคลื่อนที่ของชุด UAV ไปโดยปริยาย

 

แนวคิดในการออกแบบ UAV ของทีม UAV นี้แตกต่างจาก UAV ของต่างประเทศอย่าง Raven ตรงที่ Raven ใช้การวางแผนการบินล่วงหน้าเพื่อให้ตัว UAV บินไปโดยอัตโนมัติตามแผนการบินที่วางเอาไว้และบินกลับมาที่จุดเดิม แต่ทางทีม UAV ของกรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์เลือกที่จะใช้คนทำการบินเป็นหลักเนื่องจากมีความอ่อนตัวในการปฏิบัติภารกิจมากกว่า สามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าได้ดีกว่าเนื่องจากสามารถเปลี่ยนจุดหมายจากเวย์พอยต์หนึ่งไปยังอีกเวย์พอยต์หนึ่ง บินวนที่จุดที่สนใจ เปลี่ยนเส้นทาง หรือแม้แต่ยกเลิกภารกิจได้เลยโดยไม่ต้องกลับมาตั้งโปรแกรมใหม่ ส่วนระบบนักบินอัตโนมัติจะทำงานก็ต่อเมื่อสัญญาณระหว่างนักบินและ UAV ขาดหายไป โดยมันจะนำตัว UAV กลับมาสู่ที่เดิมที่มันบินขึ้นมาโดยอัตโนมัติ หรือในกรณีที่ต้องการให้ตัว UAV บินไปในทิศทางที่กำหนดไว้ล่วงหน้า

ในการบินวันนั้นประสบความสำเร็จไปได้ด้วยดี โดยตัว UAV สามารถบินไกลออกมาถึงสองกิโลเมตรโดยนักบินมองไม่เห็นตัวเครื่อง และสามารถกลับมาได้อย่างปลอดภัยในการบินทั้งสามรอบในวันนั้น

 

ทั้งหมดนี้คือการบินเตรียมตัวในการรับการประเมินจากกรมยุทธการทหารบกในวันที่ 26 สิงหาคม 2552 โดยคุณชลทิศกลับเข้ากรุงเทพเพื่อแก้ไขโปรแกรมนักบินอัตโนมัติเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนกลับมาที่ในเย็นวันจันทร์ และทางชุดเริ่มเข้าสู่พื้นที่การฝึกในวันอังคารต่อเนื่องจนถึงวันพุธ

ซึ่งในวันนั้น (26 สิงหาคม 2552) นายทหารจากกรมยุทธการทหารบกได้มีโอกาสชมการปฏิบัติงานของ UAV ชุดนี้อย่างใกล้ชิด นี่คือสิ่งที่ผู้การฯ จิระพันธ์พยายามมาตลอดในการที่จะทำให้ทางหน่วยเหนือเห็นคุณค่าของงานวิจัยชุดนี้

ในคืนวันนั้น ผมสอบถามไปทางคุณชลทิศถึงผลลัพธ์ของการบิน ...

" ... วันนี้ประสบความสำเร็จเกินคาดครับ เราสามารถบินออกไปจากจุดที่ปล่อยได้ไกลถึง 5 กิโลเมตรและกลับมาได้อย่างปลอดภัย ตอนแรกก็ยังลุ้นอยู่ว่ามันจะกลับมาได้ไหม แต่สุดท้ายก็กลับมาสำเร็จ ผู้การฯ จิระพันธ์ ยิ้มออกเลย ทางยก.ทบ.ประทับใจกับงานวิจัยของหน่วยเรามาก และเริ่มเข้าใจถึงคุณค่าทางยุทธการของการปฏิบัติการในอนาคตตามภารกิจที่กองทัพบกกำลังเผชิญอยู่ บินวันนี้ได้ข้อแนะนำในการปรับปรุงกลับไปเยอะ ในรุ่นต่อไปเราอาจจะเปลี่ยนตำแหน่งของกล้องให้สามารถเห็นมุมได้กว้างขึ้น และจะพัฒนาระบบนักบินอัตโนมัติให้ดีขึ้นกว่าเดิม เชื่อว่าน่าจะได้เข้าประจำการแน่ ... "

แม้ยังมีงานในการพัฒนาที่ต้องทำต่อไป แต่อนาคตของโครงการเริ่มชัดเจนมากยิ่งขึ้นด้วยการยอมรับจากกรมยุทธการทหารบก และการปรับโครงสร้างกำลังรบใหม่ของกองทัพบกที่จะมีชุด UAV ประจำกองพันและประจำกรมก็น่าจะยิ่งชัดเจนว่าต่อไปงานวิจัยของกรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์น่าจะได้เข้าประจำการอย่างเป็นทางการ

" ... UAV ตัวนี้ไม่ได้มีประโยชน์แต่เฉพาะภารกิจทางทหารเท่านั้น การลาดตระเวนดูแลป่าไม้หรือแม้แต่การตรวจสอบสภาพการจราจรก็สามารถใช้งาน UAV ได้ ... เราวางแผนที่จะขอเสนอเป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติของหน่วยเราในอนาคต ในวันนี้เราคงไม่ต้องพูดแล้วว่าระบบของเราดีกว่าระบบของต่างประเทศหรือเปล่า สิ่งที่เห็นคงเป็นคำตอบได้เป็นอย่างดีถึงฝีมือคนไทยที่ไม่แพ้ต่างชาติเลย ... "

แล้วยังขาดอะไร?

" ... เรายังไม่มีชื่อเรียก UAV ของเราเลยครับ ตอนนี้ทางหน่วยก็คิด ๆ กันอยู่ว่าจะใช้ชื่ออะไรดี ... "

 

ในการปฏิบัติภารกิจจริง UAV ระบบนี้จะรับหน้าที่บินตรวจการณ์เร่งด่วนก่อนที่หน่วยทหารของฝ่ายเราจะเข้าสู่พื้นที่ปฏิบัติการเพื่อรวบรวมข่าวกรองของการวางกำลังของฝ่ายตรงข้ามในพื้นที่รับผิดชอบราว 25 ตารางกิโลเมตรของกองพันทหารราบ 1 กองพัน เพื่อให้การวางแผนการปฏิบัติการขั้นสุดท้ายมาจากข้อมูลที่ทันสมัยที่สุด โดยมันจะเป็น UAV ประจำหน่วย และกำลังพัฒนาโครงสร้างให้สามารถแบกไปบนหลังของกำลังพลได้

เมื่อเรารู้จักข้าศึก การสูญเสียของฝ่ายเราก็จะลดลง

แม้ยังมีงานที่ต้องทำต่อไป แต่จากการสนับสนุนของกรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์และกองทัพบก เชื่อว่าในอนาคตอันใกล้นี้ เราจะได้เห็น UAV ขนาดเล็กฝีมือคนไทยเข้าประจำการในกองทัพบกไทย เมื่อนั้นเราคงลืมไปได้เลยว่าครั้งหนึ่งเราต้องผิดหวังกับระบบราคาแพงจากต่างประเทศ เพราะ UAV ฝีมือคนไทย คือเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพเหนือกว่าระบบของต่างชาติซึ่งเราคนไทยพัฒนาได้เอง เนื่องจากเทคโนโลยีทั้งหมดอยู่ในมือของคนไทย มันจะทำให้เราสามารถรับประกันความมั่นคงของประเทศในระยะยาวได้ในที่สุด

ทีมงาน ThaiArmedForce.com ขอขอบคุณ

- พันเอก จิระพันธ์ มาลีแก้ว ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ และกำลังพลของหน่วยทุกคน
- คุณชลธิศ เขียวลงยา ผู้ฝึกสอนการบิน UAV และหนึ่งในทีมวิจัย UAV ของกรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์
- ชุดปฏิบัติการ UAV หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ ตอนลาดตระเวนเครื่องมือพิเศษ (Mini UAV) ของกรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ ดังรายนามต่อไปนี้
1. จ.ส.ต. เอกรัตน์ ดิเรกศรี
2. ส.อ. ณัฐพงษ์ ครโสภา
3. จ.ส.ต. สุเมธ ยศธิศักดิ์
4. จ.ส.ต. ธีระยุทธ แดนทอง
5. จ.ส.ต. ภานุวัตร มะลิ
6.จ .ส.ต. สุขุม จีนโน
7. จ.ส.ต. มนตรี ผลาชีวะ
8. ส.อ. สมชาติ พนะสัน
9. ส.อ. อนุทิน คำรังศรี
10. ส.อ. เกียรติสรณ์ ทุนอินทร์
11. ส.อ. ธีรชัย ตรีโอษฐ์
12. ส.อ. เอกลักษณ์ จันทร์โท

 

ภาคผนวก ตัวอย่างของภาพถ่ายทางอากาศจาก UAV รุ่นสาธิตทางเทคโนโลยี

 

ตัวอย่างการทำแผนที่เร่งด่วนจากภาพถ่ายทางอากาศจาก UAV รุ่นสาธิตทางเทคโนโลยี

2018  ThaiArmedForce.com   globbersthemes joomla templates