TAF Special #107 - บ่ายวันหนึ่งที่นราธิวาส

ภาพชุดนี้ และเรื่องราวต่อไปนี้ ถูกบันทึกขึ้นในปี 2555 สาเหตุที่เราเพิ่งเอามาเผยแพร่ ก็เพราะตอนนี้ทุกคนในภาพและในเรื่องราวเหล่านี้ต่างโยกย้ายออกจากพื้นที่หรือเติบโตในชีวิตราชการไปแล้ว จึงค่อนข้างปลอดภัยที่เราจะนำมาเสนอ และน่าจะทำให้ทุกท่านได้เห็นภาพมากกว่าการทำภาพขาวดำเหมือนความตั้งใจแรกของเรา เราเดินทางไปยังพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในจังหวัดนราธิวาส เพื่อติดตามดูการทำงานของทหารที่ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ ตั้งแต่เช้าถึงเย็น

เราติดตามทหารกลุ่มไปแบบใกล้ชิด ในพื้นที่ที่ไม่เสี่ยงภัยเดินได้สบาย ๆ จนถึงพื้นที่ที่ทหารเองก็พูดว่า ถ้าให้ผมนอนที่นี่ผมก็ตายแน่ ๆ เพื่อเราจะได้ทราบว่า พวกเขาใช้ชีวิตกันอย่างไรบ้าง

เชิญรับชมครับ

 

สาเหตุที่เราไปนราธิวาสบ่อยหน่อยก็เพราะที่นี่มีสนามบิน แม้ราคาตั๋วจะแพงได้ใจไปหน่อยก็ตาม แต่ก็เอาเถอะ ในบางกรณีมันก็ยังดีกว่าลงหาดใหญ่แล้วขับรถสามชั่วโมงกว่าจะถึงครับ

ระหว่างรอคนมารับเราก็เดินเล่น เดินไปจนเจอร้านนี้ ที่คนร้ายลอยวางระเบิดน้ำมันเบนซิน ระเบิดลูกไม่ใหญ่ แต่ส่งผลเสียหายร้ายแรงเพราะเกิดไฟไหม้ติดสินค้าในร้านไปทั่ว เหตุการณ์นี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 5 ศพ

สักพักคนที่เรารอก็ส่งคนมารับ ทั้งคนทั้งรถทั้งอุปกรณ์ จัดเต็มจริง ๆ มีแบบนี้ปิดหัวปิดท้ายรถของเรา คนที่ส่งมาบอกว่าส่งมาเยอะเพราะกลัวไม่ปลอดภัย เราก็แซวกลับว่า ให้ผมขับไปเฉย ๆ สงสัยจะปลอดภัยกว่าส่งมาจัดเต็มแบบนี้

ตลกมันก็เรื่องนึง ความปลอดภัยมันก็เรื่องนึง ไม่มีใครรับประกันอะไรได้หรอกว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น

เราขับรถกวนเมือง มาได้สักพักจนถึงฐานปฏิบัติการครับ ใช่แล้ว ฐานอยู่ในวัด สำหรับทหารไทยเวลาออกแนวหน้าแล้ว วัดกับโรงเรียนเปรียบเสมือนโรงแรมห้าดาวทีเดียว อีกอย่าง การมาอยู่ในวัด ก็สะดวกในการป้องกันจุดอ่อนสำคัญในพื้นที่นี้ด้วย

เจ้าบ้านเชิญให้เราเข้าไปพักสักครู่ ที่นี่ส่วนบังคับการของฐานอยู่ในศาลาการเปรียญ รอบ ๆ วัดมีรั้วรอบขอบชิด มีเวรยามเคยป้องกันตลอด 24 ชั่วโมงในทุกทิศ เห็นอย่างนี้แล้วอุ่นใจ ที่นี่ปลอดภัยสุด ๆ น้ำพร้อม ไฟพร้อม คนก็พร้อม

และคันนี้ก็พร้อมเช่นกัน แม้สภาพจะสมบุกสมบันไปหน่อย โทรมเร็วไปนิดตามประสารถทะเลทรายที่ต้องมาใช้ในป่าเขตร้อน แต่ก็เอาเถอะ ถ้ามันทำหน้าที่ของมันได้ มันก็ยังใช้ได้ จริงไหมครับ

เจ้าตัวนี้ก็พร้อม มาพร้อมกับชาวบ้านแถวนั้น ขึ้นต้นมะพร้าว แล้วปั่นลูกมะพร้าวสดๆ ลงมา วิ่งหลบให้ดีแล้วกัน ไม่มีหมวกกันน็อคนะแถวนี้

ได้เวลาออกไปข่างนอกแล้วครับ

ภารกิจวันนี้ เยี่ยมหมู่บ้าน เยี่ยมฐานปฏิบัติการต่าง ๆ ก่อนกลับในหัวค่ำ

ภารกิจฟังดูธรรมดาและน่าเบื่อ แต่พอไล่ชื่อแต่ละที่ที่ต้องไปแล้ว เบื่อไม่ลง ไม่ใช่มันน่าสนุก แต่มันชวนหายใจไม่ค่อยออกพอสมควร

ขับมาเรื่อย ๆ ตามขบวน เร็วช้าตามจังหวะและพลวัตรของมัน จริง ๆ ที่นี่เป็นชนบนที่สวยงาม วิวทุ่งข้างไล่สุดตาที่เริ่มออกรวงเหลืองริมคลองชลประทาน อากาศยามเย็นกำลังสบาย ลมพัดอ่อน ๆ ถนนแบบนี้ วิวแบบนี้ ถ้าใครชอบปั่นจักรยาน ขอบอกว่าฟิน

ขับไปเรื่อย ๆ เราก็มาถึงฐานปฏิบัติการย่อยที่อยู่กลางป่า ที่นี่กลางป่าครับ กลางจริงๆ ตอนกลางคืนถ้านอนตรงนี้ได้อารมณ์นอนกลางขุนเขามากนัก

ที่นี่เป็นโรงเรียนเก่า เลยมีอาคารเรียนเก่า นั่นไง ทหารไทยอยู่แค่สองที่ ไม่โรงเรียนก็วัดจริง ๆ ด้วย มีทหารมาอยู่ก็ทำให้ที่นี่คึกคักมากขึ้น เพราะโรงเรียนตรงนี้ปิดไปนานแล้วเนื่องจากอยู๋ห่างไกลเกิน ไม่ค่อยมีนักเรียนมาเรียน

พักสักแป๊บ คณะก็ปฏิบัติภารกิจของเขาไป ส่วนเราก็เดินเล่นชมรอบ ๆ ฐาน เล่นกับหมาแถวนั้น ครั้งแรกที่เราเข้ามามันเห่ากันขรม คงเพราะเราเป็นคนแปลกหน้า แต่พอเราเดินมากับคนที่มันคุ้นเคย มันก็เริ่มเป็นมิตรมากขึ้น

ที่นี้มีกำลังพลอยู่จำนวนหนึ่ง แต่พื้นที่รับผิดชอบค่อนข้างกว้าง ถ้าใครสงสัยว่าทำไมเราส่งทหารลงไปเยอะแยะแต่ดูเหมือนคนยังไม่พอ คำตอบก็เพราะพื้นที่ในสามจังหวัดกว้างใหญ่ไพศาล กำลังพลหนึ่งหมวด หนึ่งกองร้อย หนึ่งกองพัน ต้องดูแลพื้นที่กว้างขวางมาก ไอ้ครั้นจะให้คนมายืนประจำทุกมุมทุกแยก สงสัยต้องระดมคนทั้งกองทัพลงมาแค่สามจังหวัดนี้เท่านั้น

ซึ่งเป็นไปไมได้

เสร็จงานแล้ว เราจะไปกันต่อ เตรียมตัวกันหน่อย

ไปกันต่อครับไปกันต่อ มีทั้งกระบะ ทั้งมอเตอร์ไซแว๊น นี่มันแก๊งกวนเมืองชัด ๆ

นั่งรถไป ชมวิวไป แล้วสบายจริง ๆ อากาศดี ๆ บรรยากาศสวย ๆ ของที่นี่ มันชวนให้คิดว่า ถ้าไม่มีสถานการณ์ เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่นี่น่าจะดีกว่านี้มาก

มันคงจะชิวอยู่ ถ้าไม่มีใครสักคนมาสะกิดแล้วชี้ให้เราดู .... ตรงนี้ .... ระเบิดลูกนึง .... ดักรถผ่านมา .... โชคดีไม่เป็นอะไรมาก .... ร่องรอยยังอยู่เลย

อ้าว ถึงแล้วเหรอ

วันนี้หมู่บ้านคึกคักพอสมควร เพราะมีมีตติ้งใหญ่ของโรงเรียนสอนศาสนาในพื้นที่หลายโรงเรียน แถมด้วยนักเรียนจากโรงเรียนสอนศาสนาในประเทศมาเลเซียมาร่วมด้วย หน่วยของเราจัดชุดมาระวังป้องกันให้

เรามาตอนกีฬาเลิกแล้ว และกำลังเตรียมงานเลี้ยงกลางคืนกันอยู่ กีฬาก็มีทั้งตะกร้อและฟุตบอล

จริง ๆ ต้องบอกว่าคนสามจังหวัดภาคใต้ซีเรียสเรื่องฟุตบอลกันมาก มากจริง ๆ บอลระหว่างหมู่บ้านหรือระหว่างจังหวัด บรรยากาศไม่ต่างจากแมนเชสเตอร์ดาร์บี้ จัดแข่งบอลทีไร สนามล้น คนเป็นพัน ๆ ในระดับชาติ ทีมจากยะลา ปัตตานี และนราธิวาส แม้ยังอยู่ในลีกภูมิภาค และประสบความยากลำบากเวลาเล่นในรอบแชมเปี้ยนลีกเพื่อลุ้นเลื่อนชั้นไปดิวิชั่น 1 เสมอ แสดงให้เห็นถึงมาตรฐานของฟุตบอลในภาคใต้ที่ยังต้องพัฒนากันต่อ แต่ถ้าพูดถึงเรื่องบรรยากาศแล้ว ขอบอกว่าที่นี่สุด ๆ จริง ๆ

เราเดินชมบรรยากาศ คุยกับคนโน้นคนนี้ไปเรื่อยตามประสา เย็นมากแล้ว เราเดินทางกันต่อดีกว่าครับ

จากที่นี่เราก็ขับรถกันต่อ ขับรถในการปฏิบัติการจริงมันจะมีเทคนิคของมันเสมอ ทำอย่างไรให้แต่ละคนสามารถดูแลและคุ้มกันกันได้ เพราะเวลาเกิดสถานการณ์นั้นมันมักจะมาแบบไม่รู้ตัว กว่าจะมอง กว่าจะตั้งสติ กว่าจะประเมินสถานการณ์ ทั้งหมดนี้ใช้เวลาแม้ไม่กี่วินาที แต่มันก็เป็นวินาทีที่มีค่า มีนาทีที่อาจจะหมายถึงความเป็นความตาย ดังนั้น ไม่มีคำว่าเรื่องเล่น ๆ ที่นี่

สุดท้ายเราขับมาเรื่อย ๆ เข้ามาในหมู่บ้านนี้ เป็นหมู่บ้านไทยพุทธ ที่รอบ ๆ เป็นพื้นที่เสี่ยง ทหารมาตั้งฐานปฏิบัติการในวัดประจำหมู่บ้าน วัดอีกแล้ว แต่วัดที่นี่ค่อนข้างกว้างขวาง วันนี้จะมีกิจกรรมของคนในหมู่บ้าน เป็นงานบุญใหญ่ประจำปี คนทั้งหมู่บ้านมากันเพียบ

ภาพใน บก.ฐาน แอบเอามาให้ดูหน่อย ที่่ว่าแอบก็เพราะในนี้มันมีข้อมูลที่ผู้ไม่เกี่ยวข้องไม่น่าดูนัก แต่ภาพนี้ดูแล้วก็ไม่เห็นอะไร ก็เลยเอาบรรยากาศมาให้ดูกันนิดหน่อยว่าอยู่กันยังไง

และนี่คืองานบุญที่เราพูดถึงครับ

พิธีนี้เป็นพิธีพุทธ แต่คนพุทธอย่างเราก็เกาหัวเหมือนกันเพราะไม่เคยเห็นมาก่อน ชาวบ้านในหมู่บ้านจุดเทียนกันบนเสาต้นนี้ พร้อมกับฟังสวด แต่ละคนเตรียมอาหารของถวายกันมาในถาด พร้อมกับข้าวสาร

เมื่อสวดเสร็จ ชาวบ้านก็ปาข้าวสารเข้าใส่เสาต้นนี้ ก่อนที่และละคนจะลาของไหว้แยกย้ายกันกลับ นัยมาเป็นการปัดเป่าสิ่งไม่ดีออกไป พิธีอะไรหนอ ไม่คุ้นเลย แถมคนที่พาเรามา ก็บอกว่าพิธีนี้มีแต่พื้นที่นี้เท่านั้นเอง

และทริปวันนี้ของเราก็จบลง

อ่านมาถึงตรงนี้ ได้อะไรบ้างหว่า อืม อาจจะไม่ได้อะไรมากนัก เพราะเราไม่ได้บอกรายละเอียดอะไรมาก แต่สิ่งที่อยากให้ทุกท่านได้รู้สึกก็คือ บรรยากาศในพื้นที่ ที่มีทั้งคนที่พยายามใช้ชีวิตให้เป็นปรกติไม่ว่าศาสนาใด ซึ่งต้องต่อสู้ความความไม่ปรกติที่เกิดขึ้นทุกวัน และคนที่พยายามจัดการความไม่ปรกติเหล่านั้นให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด

ทหารที่นี่ทำงานไม่มีวันหยุด ลืมไปได้เลยคำว่าเสาร์อาทิตย์ มีแต่การทำงานต่อเนื่องกัน 15 วัน และค่อยเข้าสู่ช่วงพักเท่านั้น ในขณะที่เราอยู่ในพื้นที่อื่น ๆ ก็ยังมีคนอีกหลายคนที่พยายามทำให้พื้นที่นี้สงบสุขอยู่ จริง ๆ เราคงไม่ต้องพูดประเด็นนี้อีกแล้ว เพราะเชื่อว่าทุกคนรู้ดีอยู่แล้ว สิบปีแล้วสำหรับเรื่องราวที่ผ่านมา การแก้ปัญหาอะไรก็คงต้องทำไปตามครรลองของมัน ค่อย ๆ ทำค่อย ๆ ใช้เวลา

ขอแค่พวกเราในพื้นที่อื่น อย่าก่อปัญหาเพิ่มขึ้นอีกเลย จริงไหมครับ?

2018  ThaiArmedForce.com   globbersthemes joomla templates