TAF Special #113 - S-76D Exhibition and Demonstration. Southeast Asia Tour 2015

รูปแบบล่าสุดของเฮลิคอปเตอร์ขนาดกลางที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด ของบริษัท ซิกอร์สกี้ แอร์คร๊าฟท์ คอเปอร์เรชั่น ภายใต้ชื่อ  S-76D ได้เดินทางมาทำการบินสาธิตในประเทศไทยที่อากาศยานดอนเมืองในวันที่ 27 มีนาคม ที่ผ่านมา เพื่อเป็นการแนะนำรูปแบบล่าสุดของเฮลิคอปเตอร์รุ่นนี้ หลังจากการไปร่วมแสดงในงานบิน LIMA2015 บนเกาะลังกาวี ประเทศมาเลเซีย ThaiArmedForce.com มีโอกาสไปเก็บภาพและร่วมบินทดสอบ จึงขอนำเรื่องราวมาฝากครับ

S-76 นับเป็นเฮลิคอปเตอร์ขนาดกลางที่ประสบความสำเร็จมาที่สุดแบบหนึ่งของซิกอร์สกี้ ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานในด้านพลเรือนโดยเฉพาะ เช่นการบินขนส่งให้กับแท่นขุดเจาะเชื้อเพลิงในทะเล (Off Shore Operation) และมีการพัฒนาเพื่อการใช้งานทางการทหาร นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1979 เป็นต้นมา  S-76  มียอดการผลิตมากกว่า 800 ลำ โดยในประเทศไทยมีเฮลิคอปเตอร์ในตระกูล S-76 ปฏิบัติงานอยู่ในกองบินทหารเรือ และใช้ในรูปแบบการบิน Off Shore โดย บริษัท SFS Aviation และ บริษัท TAS

Christopher  Nurit  รองผู้อำนวยการ บริษัท ซิกอร์สกี้ แอร์คราฟท์ คอเปอเรชั่น ภาคพื้น เอเชียแปซิฟิกได้เดินทางมาร่วมกิจกรรมในกรุงเทพฯ ครั้งนี้ ได้ให้ข้อมูลว่า ในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก ยังมีความต้องการใช้งานเฮลิคอปเตอร์ขนาดกลางในอีก 5 ถึง 10 ปีข้างหน้าสูงถึง 600 ลำ แบ่งเป็นการใช้งานภาคพลเรือน 400 ลำ และการทหาร 200 ลำ ตัวเลขนี้นับรวมตลาดในสาธารณะรัฐประชาชนจีนแต่ไม่รวมออสเตรเลีย จากความต้องการใช้งานหลากหลายทั้งการนำส่งทางการแพทย์ฉุกเฉิน (EMS) ค้นหาและกู้ภัย (SAR) การบินลำเลียง ขนส่ง การบังคับใช้กฎหมาย และ การปฏิบัติการทางการทหาร ทำให้ S-76D เป็นเฮลิคอปเตอร์แบบล่าสุดของซิกอร์สกี้ที่สามารถตอบโจทย์เหล่านี้ได้ ด้วยรูปแบบพื้นฐานที่ได้พิสูจน์มาแล้วจากการใช้งานจริงมาอย่างยาวนาน ผสานเข้ากับเทคโนโลยีล่าสุดของโลกการบิน

การบินสาธิตในวันนี้ ได้เปิดโอกาสให้นักเรียนมัธยมของไทย ได้ทำการขึ้นบินเพื่อสัมผัสกับเทคโนโลยีการบิน และเสริมสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่ของไทย จากการสัมผัสและขึ้นบินกับเทคโนโลยีล่าสุดของการบินนี้ จากนั้นจึงเป็นเที่ยวบินของสื่อมวลชน ก่อนขึ้นทำการบินเราได้ทำการสำรวจภายนอกของตัวเฮลิคอปเตอร์เฮลิคอปเตอร์อย่างใกล้ชิด


แม้ว่ารูปทรงภายนอก S-76D จะยังคงรูปแบบดั้งเดิมของ S-76 เอาไว้ แต่ก็มีจุดสังเกตข้อแตกต่างดังต่อไปนี้ คือ ชุดใบพัดคอมโพสิทรุ่นใหม่  การออกแบบช่องรับอากาศเข้าเครื่องยนต์ใหม่  มีท่อไอเสียแยกออกเป็นท่อทรงกลม กระจกข้างประทุนห้องโดยสารมีขนาดใหญ่ขึ้น ชุดใบพัดหางใหม่ แต่ความแตกต่างที่สำคัญอยู่ภายในห้องนักบิน ที่เปลี่ยนแผงอุปกรณ์มาตรวัดทั้งหมดเป็นจอภาพแสดงผลแบบ MFD  อุปกรณ์ช่วยควบคุมการบิน CCDs ( Cursor Control Devices) ที่รวมศูนย์การควบคุมการเรียกข้อมูลบนหน้าจอให้อยู่ในจุดเดียวกัน  และ เครื่องยนต์รุ่นใหม่ของแพร็ท แอนด์วิทนีย์ PW210S นอกเหนือไปจากนี้ S-76D เครื่องสาธิตลำนี้ ยังติดตั้งอุปกรณ์ที่เป็นอุปกรณ์เฉพาะสำหรับภารกิจการบินเหนือทะเลอย่างแพยางลอยตัวและอุปกรณ์แจ้งตำแหน่งจุดตกด้วยดาวเทียม ทีจะทำงานทันทีหากเครื่องกระแทกพื้นน้ำ

เมื่อเข้าไปในห้องโดยสาร พื้นที่ภายในขอเครื่องสาธิตลำนี้จัดวางที่นั่งแบบหันไปด้านหน้าทั้งหมด จำนวน10 ที่นั่ง แต่ปกติหากเป็นการบินขนส่งสำหรับแท่นขุดเจาะ จะสามารถเสริมที่นั่งได้อีก 2 ที่ กระจกหน้าต่างด้านข้างห้องโดยสารที่ขยายใหญ่ขึ้น ช่วยเพิ่มความรู้สึกโล่งโปร่งมากขึ้นกว่า S-76 รุ่นเดิมอย่างเห็นได้ชัดเจน


หลังจากรับฟังการบรรยายสรุปเพื่อเข้าใจในขั้นตอนการขึ้นลงจากเครื่อง หรือการออกจากเครื่องยามฉุกเฉิน นักบินทดสอบอวาโสของบริษัท คุณ เจฟ ทำการติดเครื่อง และติดต่อกับหอบังคับการบิน ด้วยรหัส November 76 Mike ทำการแท็กซี่จากจุดจอดบริเวณท่าอากาศยานส่วนบุคคล และทำการวิ่งขึ้นจากทางวิ่ง 21 ขวา ของท่าอากาศยานดอนเมืองเป็นเที่ยวบินวงจรด้านทิศตะวันตก เป็นเวลาประมาณ 30 นาที


สิ่งที่สัมผัสได้ถึงความแตกต่างจาก S-76 รุ่นก่อนหน้า ในขณะทำการบินคือ ระดับเสียงของ S-76 มีระดับที่ต่ำกว่าความสั่นสะเทือนน้อยลง กระจกหน้าต่างห้องโดยสารที่กว้างขึ้น ทำให้ลดความอึดอัดของห้องโดยสารไปได้มาก ระบบอำนวยความสะดวกในการบินช่วยลดภารกรรมของนักบินในขณะทำงานได้เป็นอย่างดี ซึ่งเหมาะสมกับการบินในภารกิจ Off Shore ที่ต้องทำการบินเป็นระยะเวลานาน และต่อเนื่องกันเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน การบินไต่ระดับทำได้อย่างรวดเร็ว ระบบฐานล้อแบบพับเก็บได้ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการบินในอากาศได้ดีกว่า โดยเฉพาะในการลงจอดที่สามารถทำได้อย่างนุ่มนวล


หลังจากเสร็จสิ้นการบินสาธิตในกรุงเทพ S-76D ได้ทำการบินไปยังสนามบินอู่ตะเภา เพื่อทำการบินสาธิตให้กับกองบินทหารเรือ และบริษัทการบินเฮลิคอปเตอร์ของไทย ก่อนจะเดินทางต่อไปยังอินโดนีเซีย อันเป็นจุดสุดท้ายในภารกิจการสาธิตที่กินเวลา 2 เดือนในภูมิภาค

ปัจจุบันมีเฮลิคอปเตอร์ของซิกอร์สกี้ทำการบินอยู่ในประเทศไทยมากกว่า 90 ลำ ทั้งการใช้งานด้านพลเรือน และการปฏิบัติงานทางการทหารของกองทัพไทยทั้ง 3 เหล่า

คณะทำงาน ThaiArmedForce.com ขอขอบคุณ

- Sikorsky Aircraft Coperation Asia Pacific

2018  ThaiArmedForce.com   globbersthemes joomla templates