TAF Special #117 - DTI UAV Airshow ประจำปี 2558

เมื่อวันที่ 16 กรกฏาคมที่ผ่านมา สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ DTI ได้จัดกิจกรรม DTI UAV Airshow ขึ้น ณ ลานบินของศูนย์การทหารราบ ปราญบุรี เพื่อประชาสัมพันธ์งานวิจัยของ DTI และพันธมิตรในวงการการพัฒนา UAV ของประเทศไทย รวมถึงภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศที่มีการพัฒนา UAV อีกด้วย โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและใช้งาน UAV เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

สำหรับ DTI เองนั้นมีระบบ UAV ที่พัฒนาจำนวน 4 ระบบคือ Multi Rotors และ Mini UAV ซึ่งเป็นระบบ UAV ขนาดเล็กแบบ Quad Rotors และ Hand-launched UAV ตามลำดับ, DTI RTN KSM 150 ซึ่งเป็นโครงการพัฒนา UAV แบบขึ้นลงทางดึ่ง (Vertical Take Off and Landind) และ Fixed-Wings UAV ซึ่งเป็นการพัฒนา UAV ปีกตรึงแบบเพดานบินปานกลางและระยะเวลาปฏิบัติการนาน (Medium Altitude, Long Endurance: MALE)

สำหรับ Mini UAV นั้น DTI ได้ทำการวิจัยร่วมกับโรงเรียนนายเรืออากาศ กองทัพอากาศ และได้ทำการส่งมอบให้กับกองทัพบกเพื่อใช้ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้จำนวน 4 ระบบ โดย 1 ระบบมีอากาศยาน 2 ลำ เป็นอากาศยานที่ปฏิบัติงานในเวลากลางวันและกลางคืนอย่างละ 1 ลำ พร้อมกล้องถ่ายภาพแบบหมุนได้ มีพิสัยปฏิบัติการ 10 กม. เวลาปฏิบัติการมากกว่า 1.5 ชม. การลงจอดนั้นทำได้ทั้งการลงจอดแบบเอาท้องไถลไปกับพื้นหรือการลงจอดอัตโนมัติโดยใช้ร่มหน่วงความเร็ว ส่วน Multi Rotors นั้นเป็น Quad Rotors ซึ่งพัฒนาร่วมกับกองทัพเรือสำหรับหน่วยทหารขนาดเล็กเช่นกัน โดยมี พิสัยปฏิบัติการ 1.6 กม. เวลาปฏิบัติการมากกว่า 0.5 – 1 ชม.

Fixed Wings UAV ซึ่งเป็นโครงการวิจัยร่วมกับกองทัพบกที่นำโครงการการพัฒนา UAV ระดับชาติในอดีตมาพัฒนาต่อ โดยกองทัพบกคาดหวังจะให้กองพลทหารปืนใหญ่เป็นผู้ใช้งานในภารกิจตรวจการณ์หน้า ปรับการยิงปืนใหญ่ และชี้เป้า มีพิสัยปฏิบัติการ 100-150 กม. ความเร็ว 100 กม./ชม. เวลาปฏิบัติการมากกว่า 6 ชม.น้ำหนักบรรทุก 40 กก. ซึ่งข้อมูลในงานระบุว่าในปลายปีงบประมาณ 2558 นี้ จะทำการส่งมอบ Fixed-Wings UAV ให้กับกองทัพบกจำนวน 1 ระบบ โดยแต่ละระบบประกอบไปด้วยอากาศยาน 2 ลำ และอากาศยานฝึก Half Scale อีก 2 ลำ พร้อมกับสถานีควบคุมภาคพื้นดินที่ติดตั้งบนรถบรรทุกสำหรับให้การสนับสนุนและควบคุม UAV

แบบสุดท้ายคือ  DTI RTN KSM 150 หรือ VTOL UAV ซึ่งเป็นการพัฒนาร่วมกันระหว่าง DTI กองทัพเรือ และบริษัท กษมา เฮลิคอปเตอร์ จำกัด ซึ่งเป็นอากาศยานที่มีแกน Yaw สองแกน รัศมีปฏิบัติการ 50 กม. ความเร็ว 100 กม./ชม. เวลาปฏิบัติการมากกว่า 2 ชม.น้ำหนักบรรทุก 2 กก. สำหรับใช้ในภารกิจ ชี้เป้า ตรวจการณ์ ลาดตระเวน และปฏิบัติการจากเรือรบที่มีพื้นที่จำกัด

คุณ กษมา ถาวร จาก กษมา เฮลิคอปเตอร์ เล่าให้ฟังถึงความคืบหน้าล่าสุดในการพัฒนาว่า "ตอนนี้การบินในระยะเวลานานนั้นเราได้บินมาแล้ว กำลังปรับในเรื่องของโครงสร้างของอากาศยานที่ใช้ในการทดสอบ ส่วนมันจะใช้ได้เมื่อไหร่นั้น ตอนนี้เรากำลังเร่งให้ปรากฏ ตอนนี้ระบบย่อยก็มีความพร้อมแล้วทั้งกล้อง ทั้งตัวอากาศยาน ทั้งโปรแกรม Flight Control ซึ่งกำลังปรับเข้าหากัน แต่ตอนนี้โดยรวมทำงานได้แล้ว"

สำหรับการใช้งานจริงจะเริ่มเมื่อไหร่นั้น คุณ กษมากล่าวว่า "ภายในปีนี้จะถูกนำไปใช้งานจริง โดยมีแผนที่จะนำไปใช้ในภาคใต้ซึ่งเป็นความต้องการของกองทัพบก แต่เราก็ต้องทำการทดสอบพอสมควร เพราะเราก็พบปัญหาใหม่ ๆ อยู่เหมือนกัน เนื่องจากว่าตอนนี้มันบินได้ถึง 3 ชั่วโมง ดังนั้นอะไรที่มันอยู่ไม่ไหวก็เริ่มออกมาตอนที่เราทดสอบหนักขึ้นไปเรื่อย ๆ ซึ่งการทดสอบความคงทนทั้งหลายนั้นจะใช้เวลานานมาก ดังนั้นพอเราทดสอบอย่างหนักก็จะเริ่มเห็นอะไรที่เราจะต้องแก้ไข"

"แต่ทั้งหมดก็ยังอยู่ในวิสัยที่เราควบคุมได้ ยังไม่มีอะไรที่ไม่สามารถแก้ได้ ตอนนี้อากาศยานบินได้กว่า 2 ชั่วโมง เรื่องพิสัยปฏิบัติการนั้นเราไม่ห่วง เรื่องการสื่อสารนั้นเราก็ไม่ห่วง การส่งภาพกลับหรือการส่งสัญญาณเข้าไปควบคุมนั้นคือสิ่งที่เรากำลังปรับ"

ทั้งนี้ คุณกษมากล่าวอีกว่า ตอนนี้ได้ส่งมอบให้กับกองทัพเรือไปแล้ว 2 ระบบ 4 ลำ และกำลังทำการผลิตเพิ่มอีกสอง โดยถูกนำไปใช้งานในกองทัพเรือ "ตอนนี้ใช้ในภารกิจการตรวจการณ์ทางทะเล แต่การเอาลงบนเรือนั้นอาจจะต้องเลื่อนออกไปก่อน เนื่องจากโครงการยังทำงานด้านการบูรณาการณ์ระบบร่วมกันอยู่ แต่การนำไปใช้บนบกนั้นจะนำไปใช้ก่อน หลังจากนั้นจะค่อย ๆ ทดสอบ เนื่องจากการลงทางเรือนั้นมีข้อจำกัดค่อนข้างมาก เนื่องจากเรือที่จะไปลงนั้นเป็นเรือขนาดเล็กไม่มีลานจอด ซึ่งจะต้องปรับปรุงให้มีลานจอด UAV ดังนั้นไม่ใช่สิ่งง่าย"

นอกจากนั้นแล้ว ในงานยังมี UAV ของอีกหลายหน่วยงาน เช่น Tiger Shark III ซึ่งเป็นโครงการร่วมในการพัฒนา UAV แบบ MALE ระหว่างกองทัพอากาศและ DTI ที่ถูกนำเข้าประจำการในฝูงบิน 404 ซึ่งเป็นฝูงบิน UAV ที่กองทัพอากาศจัดตั้งขึ้นมา และมี UAV แบบแรกคือ Aerostar เข้าประจำการ ซึ่ง Tiger Shark III ที่นำมาแสดงในงานนั้นเป็นหมายเลข GST006

และยังมี UAV ของบริษัท Avia Satcom ที่เป็นการพัฒนาขึ้นเองโดยงบประมาณของบริษัทที่นำ UAV และระบบทดสอบและจำลองสถานการณ์โดยใช้ฮาร์แวร์ (Hardware In-The-Loop) มาตั้งแสดงอีกด้วย

TAF เก็บภาพและบรรยากาศในงานมาฝากครับ

สมาชิกที่สนใจสามารถร่วมพูดคุยได้ในกระทู้

MERGED: สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (องค์การมหาชน)

http://www.thaiarmedforce.com/distribution/viewtopic.php?f=32&t=3030

RENAMED: การพัฒนาเฮลิคอปเตอร์ไร้คนขับของกองทัพเรือ (DNK-150)

http://www.thaiarmedforce.com/distribution/viewtopic.php?f=6&t=575

 

2018  ThaiArmedForce.com   globbersthemes joomla templates