TAF Special #118 - NPD50 การสวนสนามในวันชาติสิงคโปร์ ครบรอบ 50 ปี

วันที่9 สิงหาคม เมื่อ 50 ปีที่แล้ว เป็นช่วงเวลาแห่งการก่อกำเนิดสาธารณะรัฐสิงคโปร์ รัฐชาติเล็กๆที่ถูกขับออกจากสหพันธรัฐมาลายา ด้วยกองทัพที่ต้องมีเป็นองค์ประกอบของการเป็นชาติ เพียงกองกำลังอาสาที่รวบรวมมาได้กำลังพลได้แค่ 2 กองพัน และเรือรบไม้เก่าๆ เพียง 2 ลำ ส่วนกองทัพอากาศนั้นยังไม่สามารถจัดตั้งได้เพราะพวกเขาไม่มีเครื่องบินรบแม้แต่ลำเดียว!

ในวาระการครบรอบ 50 ของการประกาศอิศระภาพ กองทัพสิงคโปร์จึงเป็นสิ่งที่เติบโต มาพร้อมกับชาติเล็กๆแห่งนี้ และพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นกองทัพที่ทันสมัย ชั้นนำในภูมิภาคได้อย่างไม่มีข้อสงสัย รัฐบาลสิงโปร์จึงได้นำเสนอความเข้มแข็งของกองทัพของพวกเขา เป็นกิจกรรมหลักของงานสวนสนามในวันชาติ (National Day Parade/NDP)ในปีนี้อย่างเต็มภาคภูมิ และนึ้คือกิจกรรมครั้งยิ่งใหญ่ ที่จะเกิดขึ้น10ปีครั้ง ด้วยการนำระบบอาวุธหลักมาสวนสนามใจกลางเมือง โดยปิดถนนสายหลักของประเทศเพื่อกิจกรรมครั้งนี้โดยเฉพาะ ซึ่งคณะทำงาน TAF ก็ไม่พลาดที่จะออกเดินทางไปติดตามกิจกรรมครั้งนี้ในวันซ้อมใหญ่ ที่รูปแบบทุกอย่างจะเหมือนกับงานวันจริงทุกประการ เมื่อวันที่1 สิงหาคมที่ผ่านมา

การสวนสนามใหนครั้งนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือการสวนนามภาคพื้นดิน และภาคอากาศ  โดยภาคพื้นดินประกอบไปด้วยหมู่ยานยนต์จำนวน 175 คัน ที่คณะทำงาน TAF ได้มีโอกาสไปเก็บรายละเอียดขณะขบวนยานยนต์ กำลังเคลื่อนที่ไปตามถนน เพื่อมุ่งหน้าไปยังพื้นที่จัดงาน คือ ลานปาดัน ในใจกลางเมือง ที่มีการสร้างอัฒจันทร์ชั่วคราวเพื่องานนี้โดยเฉพาะ แน่นอนว่าจุดเด่นของกองกำลังทางบก คือรถถังหลัก แบบ Leopard 2SG ที่ได้รับการปรับปรุงเพิ่มเติมโดยบริษัท ST Engineering ด้วยชุดเกราะเสริม และระบบบริหารจัดการ เชื่อมโยงข้อมูล ในสนามรบ ที่ทำให้รถถังแบบนี้ของพวกเขาเป็นรถถังหลักชั้นแนวหน้าที่สามารถทำการรบในสนามรบยุคใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ จากนั้นเป็นขบวนรถรบแบบต่างๆที่เกือบทั้งหมด เป็นผลงานจากอุตสาหกรรมทางทหารในประเทศ ทั้งรถลำเลียงสายพาน Bionix2 ที่มาทดแทน M113 ในภารกิจลำเลียงพลรบ ทั้งหมดแล้ว รถรบล้อยาง Terex รถปืนใหญ่อัตตาจร Primus ยานรบอเนกประสงค์ Bronco  นอกจากนี้ยังมีรถรบรุ่นใหม่ที่เปิดตัวเป็นครั้งแรกอย่าง รถกู้ซ่อมทหารช่าง แบบ AEV3 Kodiak ยานยนต์เคลื่อนที่เร็วหุ้มเกราะของเรยโนลด์ PRV รถวางสะพานขนาดใหญ่แบบ M3

จากนั้นเป็นขบวนของยานยนต์ติดตั้งระบบต่อสู้อากาศยาน ทั้งระบบอิ๊กล่า จรวดต่อสู้อากาศยานขนาดกลางระบบสไปเดอร์ และ I-Hawk ที่มีกำหนดจะปลดประจำการเร็วๆนี้

ระบบยานตรวจการณ์อัตโนมัติ ที่มีการนำมาร่วมขบวนสวนสนามในครั้งนี้ มีทั้งยาน UAV Scan Eagle เรือตรวจการณ์ไร้มนุษย์ควบคุม Protecter ลำที่ถูกนำไปใช้งานในอ่าวเอเดน และยาน REMUS ที่ใช้การค้นหาเที่ยวบิน MH370 ใต้ท้องสมุทร พร้อมทั้งเรือเร็วตรวจการณ์สเตลธ์ แบบล่าสุด ของกองทัพเรือ ที่บรรทุกอยู่บนรถลากชานต่ำ เพื่อร่วมการสวนสนามในครั้งนี้ด้วย

ในส่วนของภาคอากาศ เป็นการบินอยู่เหนือพื้นที่อ่าวมาริน่า ทั้งหมด โดยเริ่มจาก การกระโดดร่มหมู่ของทีมกระโดดร่ม Red Lion ทำการกระโดดจากเฮลิคอปเตอร์แบบซุปเปอร์พูม่า ลงมายังพื้นที่ลานหน้าอัฒจันทร์อย่างแม่นยำ ก่อนจะตามมาด้วยการบินผ่านของเครื่องบินโดยสารแอร์บัส 380 ของสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ในฐานะสายการบินแห่งชาติ จากนั้น จากนั้นเป็นการบินลากธงชาติสิงคโปร์ขนาดใหญ่ผ่านพิธี โดยเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงแบบ CH-47 ชินุค พร้อมหมู่บินของเฮลิคอปเตอร์โจมตีแบบAH-64 D อปาเช่  ตามด้วยภาพที่น่าตื่นตาของหมู่บิน F-16 C/D+ จำนวน 20 ลำ เป็นหมู่ขบวนรูปเลข 50 ขนาดใหญ่บนท้องฟ้าอย่างสวยงาม และหมู่บินแบล็คไนท์ ทำการบินหมู่ 6 แล้วแยกตัวออกเหนือ อาคารมาริน่า เบย์แซนด์ เป็นการพักการบินในช่วงแรก เพื่อเข้าสู่พิธีการยิงสลุต จำนวน 21 นัดเพื่อเป็นเกียรติแก่ประธาณาธิบดี โทนี่ ตัน ประธานในพิธีครั้งนี้  เป็นการเตรียมพื้นที่การยิงสลุตที่แปลกตา ด้วยการนำแพขนานยนต์ทางทหาร มาต่อกันเป็นพื้นที่ยิงกลางอ่าวมาริน่าและแปรขบวนเพื่อเข้าสู่พื้นที่ยิงหน้ารูปปั้นเมอร์ไลอ้อน ด้วยปืนขนาด25ปอนด์ จำนวน 4 กระบอก ซึ่งปืนทั้งหมดเป็นปืนที่มีประวัติการใช้งานมาตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ที่อังกฤษเคยใช้ยิงป้องกันเกาะสิงคโปร์มาก่อน

การบินสวนสนามในช่วงที่ 2 เริ่มต้นด้วยหมู่บินของเฮลิคอปเตอร์แบบต่างของ RSAF จำนวน 8 ลำ ประกอบไปด้วย SH-60 ซีฮอว์ค ชินุค อปาเช่  และซุปเปอร์ พูม่า หมู่บินถัดมาเป็นหมู่บินลำเลียง ของ C-130H หนึ่งลำ และ เครื่องบินลำเลียงตรวจการณ์แบบ ฟ๊อคเกอร์ F50 จำนวน2ลำ หมู่บินต่อมานำโดย เครื่องบินเติมเชื้อเพลิงทางอากาศแบบ KC-135 เครื่องบินตรวจการณ์/ควบคุมการรบทางอากาศแบบ G550 AEW/C โดยมี เครื่องบินรบแบบ F-5E/F จำนวน 4 ลำบินคุ้มกัน จากนั้นหมู่บินแบล็คไนท์ได้มาทำการแสดงทักษะทางการบินของพวกเขาด้วยท่าบิน Criss Cross และปิดท้ายด้วยการแสดงแสนยานุภาพ ของเครื่องบินรบที่ดีที่สุดของพวกเขา F-15 SG 1 ลำ ที่เข้ามาแสดงท่าบิน High-G turn ก่อนจะตอกย้ำด้วย การบินหมู่ 3 พร้อมทั้งแยกตัวออกจากกันด้วยแรงขับสูงสุด ด้วยเสียงอ๊าฟเตอร์เบิรน์ที่ดังกระหึ่มไปทั้งย่านมาริน่าเบย์ ได้ตอกย้ำให้ชาวสิงคโปร์ได้มีความเชื่อมั่นในกำลังทางอากาศที่ทำหน้าที่ปกป้องน่านฟ้าของเขา เป็นการปิดการแสดงในส่วนภาคอากาศ จากนั้นอ่าวมาริน่าก็สว่างไสว ไปด้วยพลุไฟ หลากสีสันอีกกว่า5นาที เป็นการปิดงานอย่างยิ่งใหญ่ สมกับเป็นการประกาศตัวให้โลก ได้รับรู้ว่า พวกเขาภาคภูมิใจแค่ไหนที่ใช้เวลาเพียง 50 ปี สร้างชาติจากรัฐที่ถูกทอดทิ้ง ให้กลายเป็นชาติที่พัฒนาชั้นนำของโลก ด้วยคำที่ประกาศก้องตอนปิดงาน “ Majulah Singapura”

 

 

2018  ThaiArmedForce.com   globbersthemes joomla templates