TAF Special #120 วิทยาลัยการบินนานาชาติ มหาวิทยาลัยนครพนม | International Aviation College

การจะเป็นนักบินในประเทศไทยนั้น คนทั่วไปจะคิดกันว่าต้องเข้าเรียนที่โรงเรียนนายเรืออากาศแล้วเข้าเหล่านักบน เพื่อที่จะมีโอกาศเข้าฝึกศึกษาที่โรงเรียนการบินกำแพงแสน ของกองทัพอากาศไทย

แต่โรงเรียนการบินกำแพงแสนมิใช่สถาบันเดียวที่ผลิตนักบินในประเทศไทย เรายังมีสถาบันการบินพลเรือนซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ สังกัดกระทรวงคมนาคม และ สถาบันเอกชนอื่นๆ ที่มีศักยภาพในการฝีกหักนักบิน

นอกจากนั้น ประเทศไทยยังมีสถาบันของรัฐอีกแห่งหนึ่งที่มีศักยภาพในการทำการเรียนการสอนนักบิน ซึ่งก็คือ คือวิทยาลัยการบินนานาชาติ มหาวิทยาลัยนครพนม (IAC) ซึ่งผลิตศิษย์การบินตามหลักสูตรนักบินพาณิชย์ตรี (CPL) ได้แล้วมากกว่า 10 รุ่น และที่น่าสนใจคือศิษย์การบินที่สำเร็จการศึกษาจาก IAC นั้นมีนักเรียนทุนจากสายการบินแห่งชาติจากประเทศอื่นๆด้วย ซึ่งถือได้ว่า เป็นสถาบันที่มีคุณภาพระดับสากล

คณะทำงาน TAF ได้มีโอกาศเข้าเยี่ยมชม วิทยาลัยการบินนานาชาติ มหาวิทยาลัยนครพนม (IAC) เลยนำสิ่งที่พบเห็นและความประทับใจต่างๆที่ IAC มาเล่าให้สมาชิกฟังครับ

 

IAC เป็นวิทยาลัยนานาชาติการเรียนการสอนใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก ใช้มาตรฐานการสอนของ EASA - The European Aviation Safety Agency ซึ่งเป็นมาตรฐานจากยุโรปซึ่งคนในวงการการบินจะทราบกันว่ามีความเข้มข้นกว่ามาตรฐานของ ICAO หรือ International Civil Aviation Organization

การเรียนการสอนตลอดหลักสูตรจะใช้เวลาประมาณ 58 สัปดาห์ โดยมีค่าใช้จ่ายในการเรียนตกอยู่ที่ประมาณ 2,200,000 บาทตลอดหลักสูตร ยอดตัวเลขนี้เหมือนจะไม่แตกต่างจากสถาบันการบินอื่นๆ แต่ที่ IAC จะรวมถึงตำรา (ที่นี้ใช้ตำราของ JEPESEN แจกให้ศิษย์การบินทุกคน ) ที่พัก อาหาร เครื่องแบบ รวมถึงค่าธรรมเนียมการสอบ PPL และ CPL อีกด้วย

อุปกรณ์การเรียนการสอนของโรงเรียนการบินคงไม่พ้นที่จะกล่าวถึงเครื่องบิน  IAC มีเครื่องบินแบบ Daimond DA-40 จำนวน 6 เครื่องสำหรับสอนศิษย์การบินในระดับ Single Engine และเครื่องบิน Diamond DA-42 อีก 4 เครื่องสำหรับหลักสูตร Multi Engine เครื่องบินทั้งสองแบบของ IAC มีความทันสมัย เป็นระบบ Glass Cockpit เพราะใช้ระบบรวมการของ Garmin รุ่น G1000 ซึ่งเป็นระบบที่นิยมในวงกว้างในอุตสาหกรรมการบิน นอกจากเครื่องบินทั้งสองที่กล่าวมาแล้ว IAC ยังมีเครื่องบินแบบ Xtra E300 จากประเทศเยอรมันนีซึ่งเป็นเครื่องบิน Aerobatic โดยเฉพาะ

แล้วทำไมโรงเรียนการบินต้องมีเครื่องบิน Aerobatic? คำตอบที่คณะทำงานได้รับก็คือตามหลักสูตรของ IAC ที่ล้่อมาจาก EASA และ JAA ศิษย์การบินจะได้มีประสบการณ์กับท่าทางการบินแบบต่างๆ ที่เรียกกันว่า “ท่ายาก” หรือ “ท่าตาย” (Unusual attitude) เพื่อให้ศิษย์การบินรู้จักและคุ้นเคย ห้าชั่วโมงบินกับเครื่อง Xtra 300 นี้ถือว่าเป็นห้าชั่วโมงที่มีทีนี่ทีเดียวในประเทศไทย

นอกจากเครื่องบินทั้งสามแบบแล้ว IAC ยังมี Simulator ที่ใช้สอนเพิ่มพูนประสบการณ์ของศิษย์การบินทั้งแบบ DA-40 และ DA-42 แม้ว่าจะเป็นระบบแบบ Fixed Base แต่การจัดวาง Screen display รวมถึง layout ของ cockpit ก็จะทำให้ศิษย์การบินพัฒนาความคุ้นเคยและเสริมทักษะความสามา่รถของนักบินได้เป็นอย่างดี แต่ไม่เพียงแค่ Simulator ของเครื่องแบบ Single Engine และ Multi Engine ที่ใช้ในการเรียนการสอนเท่านั้น IAC ยังมี Simulator ของเครื่อง Airbus A320 ในแบบที่เรียกว่ายก Cockpit มาสอนกันเลย โดยครูผู้ควบคุมเป็นอดีตนักบินที่มีประสบการณ์สูงจากสายการบินแห่งชาติทำให้ศิษย์การบินจะได้รับการถ่ายทอดจากผู้มีประสบการณ์ตรง จุดนี้ทำให้ IAC สามารถสอนในหัวข้อวิชา Multi Crew Co-operation (MCC) ได้ตามมาตรฐานและเป็นโรงเรียนการบินแรกในประเทศไทยและเป็นลำดับที่ 13 ของโลกที่ได้รับการรับรองหลักสูตร Multi Pilot License (MPL) ตามมาตรฐาน ICAO

ในส่วนของภาควิชาการ IAC เป็นวิทยาลัยการบินนานาชาติ ดังนั้นไม่เป็นที่แปลกใจว่าการเรียนภาคพื้น (Ground School) จะมีครูผู้สอนเป็นชาวต่างชาติที่มีประสบการณ์ แต่ประเด็นที่น่าสนใจคือ หลักสูตรของที่นี้ครอบคลุมถึง Air Transport Pilot License (ATPL) ซึ่งถ้าเรียกกันแบบไทยๆ ก็คือนักบินพาณิชย์เอก ซึ่งเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติสามารถเป็น Pilot In Command (PIC) ได้ ดังนั้นหากศิษย์ฺการบินที่จบการศึกษาไปทำงานเป็นนักบินและเก็บชั่วโมงบินจนครบก็สามารถไปยื่นขอสอบรับใบอนุญาตได้

สถานที่ตั้งของ IAC ก็อยู่ในเขตของสนามบินพลเรือน ห้องเรียนก็อยู่ในบริเวณ Hangar อากาศยานแต่จะแยกเป็นสัดเป็นส่วนให้เหมาะสม มีห้องเรียน Ground ห้องบรรยายสรุปทั้งแบบกลุ่มและแบบห้องเดี่ยวเพื่อที่จะเพิ่มความเป็นส่วนตัวระหว่างครูและศิษย์ได้อย่างเข้มข้น สนามบินนครพนมเป็นสนามบินเก่าแก่สร้างตั้งแต่สมัยสงครามอินโดจีน แต่ด้วยทางวิ่งยาว 2,500 เมตรสามารถรองรับเครื่องบินขนาด 737 หรือ 320 ได้อย่างไม่ยากเย็น และตารางการบินเครื่องบินโดยสารปัจจุบันมีเพียงสามเที่ยวต่อวัน ทำให้ IAC สามารถขอเวลาสำหรับการฝีกบินได้อย่างสะดวก ไม่ติดปัญหาที่ศิษย์การบินต้องบินวนรอเพื่อที่จะหา Slot ในการร่อนลง คณะทำงานได้พูดคุยกับศิษย์ที่กำลังเตรียมตัวบิน Solo แบบ Cross Country ทำให้ทราบว่า IAC เปิดให้นักเรียนเลือกจุดหมายปลายทางเองได้ อย่างวันนี้สอบถามว่าไปฝึกบินเดินทางไปที่จังหวัดอุบลราชธานี ครูการบินได้เสริมว่าที่นี้ ศิษย์การบินสามารถเลือกเส้นทางการบินเองได้ โดยส่งแผนการบินมาให้ครูพิจารณา และ IAC เป็นโรงเรียนการบินของรัฐ ทำให้เครื่องบินมีฐานะเป็น State Aircraft โดยปริยาย ดังนั้นเครื่องของที่นี้สามารถบินขึ้นลงตามสนามบินต่างๆ ได้ โดยได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียม ตัวอย่างเช่นสนามบินสุโขทัยซึ่งถือว่าเป็นสนามบินของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ เครื่องของ IAC ก็ไปเยี่ยมอยู่บ่อยๆ

คณะทำงานสอบถามเพิ่มเติมกับครูการบินถึงศิษย์การบิน พบว่ามีทั้งศิษย์การบินที่รับทุนมาจากสายการบินต่างๆ เช่นสายการบิน Qatar หรือ สายการบิน Laos และมาด้วยทุนส่วนตัว เกินกว่า 90% ของศิษย์ที่สำเร็จการศึกษาได้ทำงานเป็นนักบินตามสายการบินต่างๆ ส่วนศิษย์การบินที่เหลือไม่ประสงค์จะทำงานกับสายการบินเพราะมีกิจการส่วนตัวอยู่แล้ว ค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตรตกอยู่ที่ 2,200,000 บาทนั้น แม้ว่าจะเป็นตัวเลขที่สูง แต่เมื่อศิษย์การบินได้เข้าทำงานกับสายการบินแล้วผลตอบแทนจากสายการบินซึ่งอยู่ในอัตราที่สูงก็สามารถทำให้ศิษย์การบินคืนทุนได้ และตลาดแรงงานของนักบินยังเป็นที่ต้องการอีกมหาศาลโดยดูได้จากการขยายตัวของสายการบินในภูมิภาค ตัวอย่างเช่น Air Asia หรือ Viet Jet ที่สั่งซื้อเครื่องบินครั้งละเป็นร้อยลำ ส่งผลให้บุคลากรด้านการบินโดยเฉพาะนักบินจะเป็นที่ต้องการในตลาดอย่างมาก

หลักสูตรของวิทยาลัยการบินนานาชาติ มหาวิทยาลัยนครพนม ดูเหมือนว่าจะเป็นหลักสูตรที่มีค่าใช้จ่ายสูงแต่สิ่งที่ได้คือ การเรียนการสอบแบบวิทยาลัยนานาชาติสอนเป็ภาษาอังกฤษทั้งหลักสูตร หลักสูตรการสอนตามมาตรฐาน EASA  การฝึกภาคอากาศให้ชั่วโมงบินที่มากกับเครื่องบินที่ทันสมัย โดยครูผู้สอนมีประสบการณ์การบินสูง และยังจัดอัตราส่วนระหว่างศิษย์การบินกับครูการบินอยู่ในสัดส่วนที่เหมาะสมคือ ประมาณ 3 ต่อ 1 ไม่เกิน 4 ต่อ 1 รวมถึงการฝึกบินกับเครื่อง Simulator ที่เสมือนจริง ตั้งแต่ขั้น Single Engine ค่าเล่าเรียนนี้ยังรวมถึง ค่าที่พัก ค่าอาหาร ทั้งหมดนี้ ทำให้หลักสูตรนักบินพาณิชย์ตรี (CPL/IR/ME) เป็นหลักสูตรที่คุ้มค่ากับราคาค่าใช้จ่ายและการมีมาตรฐานที่สูงทำให้ศิษย์การบินสามารถออกไปทำงานได้จริงและเป็นที่ยอมรับจากสายการบินต่างๆ มากมาย และในขณะเดียวกัน การที่ไทยมีศักยภาพในการผลิตนักบิน นอกจากจะสร้างมาตรฐานด้านการบินให้เป็นที่ยอมรับแล้ว ยังสามารถทำรายได้เข้าประเทศจากการทำธุรกิจฝึกและผลิตนักบินให้กับสายการบินทั่วโลก รวมถึงลดความต้องการในการดึงตัวนักบินจากกองทัพ ที่ทำให้กองทัพไม่ต้องเสียบุคลากรที่สำคัญออกไป ทั้งยังเป็นการสร้างชื่อเสียงและยกระดับอุตสาหกรรมการบินของไทยอีกด้วย

การที่ประเทศไทยจะพัฒนาตนเองให้เป็นฮับด้านการบินให้เหมือนที่เราใฝ่ฝันมานานแต่ยังทำให้เป็นจริงไม่ได้ การพัฒนาบุคลากรและทรัพยากรมนุษย์เป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งเราเชื่อว่าถ้าทุกภาคส่วนร่วมมือร่วมใจกันพัฒนาอุตสาหกรรมการบินอย่างต่อเนื่อง เราก็จะสามารถกลับไปสู่ตำแหน่งเดิมของเราในอดีต และพร้อมที่จะก้าวขึ้นไปเป็นหนึ่งในผู้นำในเอเชียได้อีกครั้ง

International Aviation College of Nakhon Phanom University is a state-own aviation school offering the PPL and CPL course based on the European Aviation Safety Agency. English is the main teaching language and 58-weeks course cost 2,200,000 THB for CPL license. (Included in the cost is accommodation, uniform, and examination fee for PPL and CPL)

The unique experience here is the unusual attitude training in which every student enrolled need to spend 5 hours on Xtra 300 flying aerobatic flight after they completed the flying lesson on DA-40 and DA-42.

IAC also offer the Air Transport Pilot License course and operate fixed-base A320 simulator which make IAC the only 1 in Thailand and 13 flying school worldwide that offer the Multi Pilot License course (MPL) certified by ICAO.

 

 

2018  ThaiArmedForce.com   globbersthemes joomla templates