TAF Special #125 - Cope Tiger 2016 กับครั้งแรกของ Link 16 เต็มรูปแบบ | Cope Tiger 2016 with the Full Utilization of Link 16

Cope Tiger 2016 ในปีนี้ ถือเป็นอีกครั้งที่กำลังทางอากาศจากทั้งสามชาติคือกองทัพอากาศสหรัฐ กองทัพอากาศสิงคโปร์ และกองทัพอากาศไทยในฐานะประเทศเจ้าภาพได้เข้าร่วมการฝึกผสมทางอากาศที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค ความพิเศษของปีนี้อยู่ที่เป็นปีแรกที่กองทัพอากาศของทั้งสามชาติกำหนดการฝึกด้วยแนวคิดสงครามเครือข่ายหรือ Network Centric Warfare ตั้งแต่วันแรกของการฝึก ผ่านเครือข่าย Datalink แบบ Link 16 ที่ทั้งสามชาติมีใช้งานครบเป็นครั้งแรกในปีนี้ โดยฝ่ายไทย Link 16 ได้ถูกติดตั้งอยู่บนเครื่องบินขับไล่แบบ F-16 ซึ่งทำให้ทั้งนักบินและผู้บังคับบัญชาเห็นภาพสถานการณ์ในการรบทางอากาศและส่งภาพหรือเป้าหมายให้กับกำลังทางอากาศได้อย่างรวดเร็วและชัดเจน

 

TAF มีบทสัมภาษณ์ของผู้อำนวยการฝึกของทั้งสามชาติ ที่พูดถึงการฝึกในครั้งนี้ รวมถึงการใช้งาน Datalink มาฝากทุกท่านครับ

The 2016 Exercise Cope Tiger again highlighted the partnership between Royal Thai Air Force, Republic of Singapore Air Force, and United States Air Force. This year marks the first time that network centric operation has been implemented from the first day of the exercise through the Link 16 Tactical Datalink which enable pilots and commanders to see the common air picture.

Exercise director from each country emphasize the close relationship that has been strengthening in the exercise. Working face to face, brief together, plan together, fly together, and debrief together help create understanding that definitely benefit us all in time of humanitarian crisis such as 2004 Indian Ocean Tsunami where all forces worked together in the humanitarian assistance and disaster relief. It is also lift up the combat capability of each force by facing a realistic air combat scenario.

This year is also the first time that UAV operation is included in the training as well as most sophisticated aircraft from all participant. All exercise directors seem to satisfy with the outcome of the training.

Q: อะไรคือความประทับใจของคุณต่อกำลังพลของชาติอื่น ๆ ที่เข้าร่วม?

กองทัพอากาศไทย: ในส่วนของกองทัพอากาศไทยรู้สึกประทับใจกับชาวสิงคโปร์และสหรัฐเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่นำมาใช้ในการฝึกครั้งนี้ ทางกองทัพอากาศรู้สึกยินดีที่เทคโนโลยีเหล่านั้นทำให้เห็นภาพคุณลักษณะของกำลังทางอากาศของกองทัพอากาศในอนาคตต่อไป

กองทัพอากาศสิงคโปร์: นี่เป็นครั้งที่สองที่ผมได้เข้าร่วมการฝึกในฐานะผอ.การฝึก โดยในครั้งแรกคือ Air THAISING ในช่วงสามสิบปีที่ผ่านมาทุกอย่างพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งก็เป็นเพราะกำลังพลที่เข้าร่วมการฝึก สำหรับปีนี้ กองทัพอากาศไทย ได้เชิญหน่วยอากาศยานไร้นักบินซึ่งถือว่าน่าสนใจและท้าทายมากสำหรับทุกคน ผมคิดว่ามันประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี แน่นอนว่าการปฏิบัติการในสถานการณ์ที่สมจริงแบบนี้ทำให้เราก้าวขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง ดังนั้นผมพอใจเป็นอย่างมากต่อการเป็นมืออาชีพของทั้งกองทัพอากาศไทยและกองทัพอากาศสหรัฐ

กองทัพอากาศสหรัฐ: อย่างแรกผมต้องขอขอบคุณเพื่อนของเราในกองทัพอากาศไทยที่ได้ร่วมปฏิบัติหน้าที่เป็นอย่างดี ในฐานทัพอากาศที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกชั้นเยี่ยมในโคราช ทั้งกองทัพอากาศไทยและกองทัพอากาศสิงคโปร์เป็นมืออาชีพเป็นอย่างมาก ทำให้เป็นการง่ายที่เราจะทำงานร่วมกันและพัฒนาความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นมากขึ้น ไม่เฉพาะเพื่อสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคเท่านั้น แต่ยังเป็นการพัฒนาศัยภาพในการรบ ซึ่งการที่เราสามารถปฏิบัติงานร่วมกันได้ในระดับสูงจะเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย

Q: คุณคิดว่าสถานการณ์การฝึกที่สมจริงใน Cope Tiger นั้นช่วยให้ผู้เข้าร่วมการฝึกได้ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นหรือไม่?

กองทัพอากาศไทย: แน่นอน เพราะการปฏิบัติการทางอากาศในครั้งนี้มีทั้งเชิงรุกและเชิงรับ ในส่วนของกองทัพอากาศไทยได้จัดอากาศยานที่ทันสมัยที่สุดที่เรามีอย่างเช่น Gripen, F-5, F-16 รวมถึงระบบอาวุธที่ทันสมัยที่สุดเข้าร่วมการฝึก ต้องขอบคุณทางกองทัพอากาศสิงคโปร์ที่ได้จัดเครื่องบินที่ทันสมัยที่สุดคือ F-15SG และระบบการป้องกันภัยทางอากาศทั้งหมดเข้าร่วม ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดในโลกก็ว่าได้ ในส่วนของกองทัพอากาศสหรัฐก็ได้จัดเครื่องบินที่ทันสมัยที่สุดเข้าร่วม รวมถึงอากาศยานควบคุมและบังคับบัญชาเข้าร่วม ต้องขอขอบคุณทุกท่าน ส่วนผลที่คาดว่าจะได้รับนั้น เชื่อว่ากองทัพอากาศไทยจะพัฒนาประสิทธิภาพในการป้องกันภัยทางอากาศได้สูงสุดแน่นอน

กองทัพอากาศสิงคโปร์: สิงคโปร์เป็นประเทศที่เล็กมาก เราไม่มีพื้นที่ในการฝึกมากนัก การเข้าร่วมการฝึก Cope Tiger และได้รับการสนับสนุนทรัพยากรจากกองบิน 1 Chandy และพื้นที่การฝึกทั้งหมดถือว่ามีค่ามากสำหรับกองทัพอากาศสิงคโปร์ อีกด้านหนึ่ง เรามีวัตถุประสงค์ของการฝึกสามอย่างตั้งแต่เริ่มการฝึกในครั้งแรกมานั่นก็คือ เพิ่มความพร้อมในการปฏิบัติงาน การพัฒนาขีดความสามารถในการปฏิบัติการ การกระชับความสัมพันธ์และการปฏิบัติการร่วมกัน

ในส่วนของความพร้อมในกาปฏิบัติการนั้นแสดงให้เห็นผ่านความสามารถในการทำงานเป็นทีมของเรา การประสานงาน ได้บินร่วมกัน วางแผนภารกิจร่วมกัน บรรยายสรุปร่วมกัน ทำงานร่วมกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมมาก เพราะมันไม่มีวิธีการที่จะกระชับความสัมพันธ์ได้ดีไปกว่าการทำงานร่วมกัน

กองทัพอากาศสหรัฐ: ในมุมมองของกองทัพอากาศสหรัฐนั้น การมาที่ประเทศไทยเพื่อทำงานร่วมกับพันธมิตรของเราเพื่อพัฒนาศักยภาพในการปฏิบัติการและพัฒนาความสัมพันธ์ของแต่ละชาติ เรารู้สึกว่าการฝึกแบบนี้ช่วยให้เราได้ปฏิบัติงานร่วมกันและวางแผนร่วมกัน พัฒนาบทเรียนร่วมกันเพื่อพัฒนาศักยภาพในการปฏิบัติงาน และเป็นรากฐานสำคัญในอนาคตในการปฏิบัติงานร่วมกัน เช่นในกรณีของภาวะวิกฤติด้านมนุษยธรรมในเหตุการณ์สึนามิในปี 2547 ที่ความสามารถในการทำงานร่วมกันของเราทำให้เราสามารถช่วยประชาชนให้ผ่านความยากลำบากไปได้ ซึ่งต้องให้เครดิตกับกองทัพอากาศไทยที่จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือสึนามิในภูเก็ต และกองทัพอากาศสิงคโปร์ที่เข้าร่วมในการช่วยเหลือผู้คน ซึ่งทำให้เห็นว่าการฝึกแบบนี้ไม่เฉพาะแต่เพียงการเพิ่มศักยภาพในการรบเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มศักยภาพในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอีกด้วย

Q: อะไรคือสิ่งที่คุณมุ่งความสนใจมากที่สุดในการฝึกครั้งนี้ และคาดหวังผลลัพธ์อย่างไร

กองทัพอากาศไทย: วัตถุประสงค์หลักก็คีอ เพิ่มความพร้อมในการปฏิบัติงาน การพัฒนาขีดความสามารถในการปฏิบัติการ การกระชับความสัมพันธ์และการปฏิบัติการร่วมกัน ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์หลักของทั้งสามชาติ

กองทัพอากาศสิงคโปร์: วัตถุประสงค์หลักของกองทัพอากาศสิงคโปร์ก็เช่นเดียวกัน อย่างที่ได้พูดไปก่อนหน้านั้นก็คือ โอกาสในการใช้พื้นที่การฝึก โอกาสในการทำงานร่วมกัน โอกาสในการนั่งลงและเรียนรู้บทเรียนด้วยกันเพื่อความพร้อมในการปฏิบัติงาน เรารู้ว่าถ้าในอนาคตเราจะต้องทำงานร่วมกัน การฝึกในครั้งนี้ก็ช่วยเตรียมพร้อมเมื่อสิ่งนั้นมาถึง และเรามาที่นี่เพื่อพบเพื่อนใหม่และกระชับความสัมพันธ์กับเพื่อนเก่า

กองทัพอากาศสหรัฐ: Cope Tiger เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การกระชับความสัมพันธ์ของกองกำลังสหรัฐในภาคพื้นแปซิฟิกเพื่อเราจะได้ทำงานร่วมกันได้ในเวลาที่เราต้องการ

Q: การใช้ Link 16 ในการปฏิบัติการร่วมกันในครั้งนี้มีความหมายต่อแต่ละประเทศอย่างไร

กองทัพอากาศไทย: Link 16 เป็นระบบที่เชื่อมต่อการปฏิบัติการเข้าด้วยกัน ซึ่งถือว่ามีความสำคัญต่อกองทัพอากาศไทยเป็นอย่างมาก และครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่กองทัพอากาศไทยปฏิบัติงานด้วย Link 16 ร่วมกับกองทัพอากาศสหรัฐและกองทัพอากาศไทย ซึ่งถือว่าได้ประโยชน์มหาศาล

กองทัพอากาศสิงคโปร์: กองทัพอากาศสิงคโปร์ใช้งาน Link 16 มาตั้งแต่ปี 2552 บน F-15SG แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ทั้งสามกองทัพได้ใช้งาน Link 16 ตั้งแต่วันแรกในการฝึก ทำให้ทั้งสามชาติสามารถปฏิบัติงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี ซึ่งต้องใช้เครดิตกับกองทัพอากาศสหรัฐเป็นอย่างมากที่ทำให้สิ่งนี้เกิดขึ้น เพราะมันเป็นความท้าทายอย่างมากในการใช้งาน Link 16 และเราก็พอใจกับการใช้งานมันเป็นอย่างมากตั้งแต่วันแรกของการฝึก

กองทัพอากาศสหรัฐ: Link 16 มีความสามารถทางด้านยุทธวิธีที่เหมาะสมกับการปฏิบัติการปัจจุบัน ไม่ใช่เฉพาะแต่ประสิทธิภาพในการปฏิบัติการเท่านั้น แต่ยังช่วยให้การปฏิบัติการเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพิ่มความตระหนักรู้ของสถานการณ์ เราขอขอบคุณเพื่อนของเราในกองทัพอากาศสิงคโปร์และกองทัพอากาศไทยสำหรับการร่วมมือและให้ข้อมูลทางเทคนิคเพื่อการเริ่มใช้ Link 16 ตั้งแต่วันแรกในการฝึกในครั้งนี้ ซึ่งเราภูมิใจเป็นอย่างมาก สำหรับกองทัพอากาศไทย การปรับปรุง F-16 ตามมาตรฐาน MLU ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องบินให้เข้าสู่มาตรฐาน Block 52 ถือเป็นก้าวย่างที่สำคัญในด้านเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติการ และทำให้กองทัพของเราสามารถปฏิบัติงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

 

2017  ThaiArmedForce.com   globbersthemes joomla templates