สำหรับท่านที่อาจจะอ่านภาษากฎหมายลำบากสักหน่อย TAF ขออธิบายง่าย ๆ คือ ร่างพระราชบัญญัตินี้จะไปแก้กฎหมายเดิมเพื่อให้

  1. การรับราชการทหารไม่ใช่ “หน้าที่” แต่เป็น “สิทธิ์” ของประชาชนชาวไทย
  2. ให้เปลี่ยนการได้มาซึ่งทหารกองประจำการจากการลงบัญชีทหารกองเกินและเรียกมาตรวจเลือก เป็นวิธีการรับสมัครด้วยความสมัครใจ ของผู้ที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนด
  3. ให้เพิ่มเติมหลักสูตรการฝึกทหารกองประจำการให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยให้เพิ่มความรู้ด้านสิทธิมนุษยชน กฎหมายระหว่างประเทศ และหัวข้ออื่น ๆ ซึ่ง TAF ขออนุญาตไม่กล่าวถึงเนื่องจากจะออกนอกประเด็นสนทนาของเรา
  4. เพิ่มข้อกำหนดห้ามไม่ให้ผู้ใดนำทหารกองประจำการไปใช้งานส่วนตัวหรือละเมิดสิทธิต่อร่างกายและจิตใจและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
  5. เพิ่มหลักการเกี่ยวกับเงินเดือน สวัสดิการ และประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นให้กับทหารกองประจำการ รวมถึงเพิ่มกองทุนประกอบอาชีพให้กับทหารกองประจำการหลังจากปลดประจำการไปแล้ว
  6. กำหนดหลักเกณฑ์ให้สามารถเรียกเกณฑ์ทหารเข้าเป็นทหารกองประจำการได้ตามหลักการเดิมเฉพาะในกรณีที่ประเทศใกล้เกิดภาวะสงครามเท่านั้น โดยให้คณะรัฐมนตรีมีออกเป็นพระราชกฤษฎีกาเรียกระดมพลลทหารกองเกินเข้ารับการตรวจเลือกเป็นทหารกองประจำการ

ซึ่งทหารกองประจำการตามกฎหมายนี้จะมีวาระรับราชการคราวละ 5 ปี และถ้าต้องการก็มีสิทธิ์สมัครต่อได้อีก 5 ปี และมีสิทธิ์สอบแข่งชันเป็นทหารชั้นประทวนหรือสัญญาบัตรตามลำดับทุก 5 ปี โดยจะมียศสูงสุดได้ไม่เกินพันโท และจะเกษียณอายุราชการเมื่อมีอายุ 46 ปีเต็ม

โดยร่างพระราชบัญญัตินี้จะเข้าไปแก้ไข เพิ่มเติม หรือยกเลิกประเด็นทางกฎหมายจำนวน 31 ประเด็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว


พูดง่าย ๆ เข้าไปอีกก็คือ ร่างพระราชบัญญัตินี้จะให้เปลี่ยนจากการเกณฑ์ทหารไปเป็นการสมัครเข้าเป็นทหารกองประจำการ ซึ่งจะได้รับการฝึกที่เป็นมาตรฐานเดียวกันตามที่กฎหมายกำหนด ห้ามนำทหารไปใช้งานส่วนตัวหรือละเมิดสิทธิ์ทหาร เพิ่มเงินเดือน สวัสดิการ และกองทุนประกอบอาชีพให้ทหารกองประจำการ ส่วนถ้าประเทศใกล้เกิดสงคราม ให้คณะรัฐมนตรีออกกฎหมายเรียกเกณฑ์ทหารได้เช่นเดิม ทหารกองประจำการจะประจำการ 5 ปี สมัครต่อได้อีก 5 ปี หรือสอบเข้าเป็นทหารประทวนหรือสัญญาบัตรได้ แต่จะมียศไม่เกินพันโทและเกษียณเมื่อมีอายุ 46 ปี