บทบาทของทั้งสองฝ่ายคือ

กองทัพอากาศไทย

  • กำหนดความต้องการและมาตรฐาน
  • ทดสอบและประเมินผล
  • พํฒนาแนวทางการปฏิบัติการและการรบ
    กำหนดความต้องการด้านการบูรณาการระบบต่าง ๆ เข้ากับ Operational Flight Program หรือ OFP
  • ติดตั้งและบูรณาการทางกายภาพ
  • รับการถ่ายเทคโนโลยีด้าน OFP ของ Alpha Jet
  • รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่ทำให้กองทัพอากาศสามารถบูรณาการระบบอาวุธใหม่ที่ ทอ. จะจัดหามาติดตั้งกับ Alphajetในอนาคต

บริษัท อาร์ วี คอนเน็คซ์ จำกัด

  • เป็นคู่สัญญากับกองทัพอากาศ
  • ออกแบบและผลิตชิ้นส่วนอากาศยานที่จะติดตั้งบน Alpha Jet ทั้งหมด
  • ติดตั้งระบบ Avionic ระบบสื่อสาร ระบบนำร่อง ระบบอาวุธ ระบบ Night vision
  • ติดตั้งระบบเครือข่ายข้อมูลทางยุทธวิธี (Datalink) ระหว่างอากาศยาน และระหว่างอากาศยานและภาคพื้นดินเพื่อภารกิจสนับสนุนทางอากาศโดยใกล้ชิด
  • ถ่ายทอดเทคโนโลยีและการสนับสนุนทางเทคนิคให้กับกองทัพอากาศ
  • บูรณาการระบบอาวุธเข้ากับ OFP
  • จัดตั้งห้องปฏิบัติการบูรณาการระบบ
  • พัฒนาอุปกรณ์สนับสนุนการปฏิบัติภารกิจ

งานที่ดำเนินการประกอบไปด้วย

(1) โครงสร้างอากาศยาน: คาดว่าเป็นการซ่อมเพื่อให้มีอายุใช้งานได้นานขึ้น โดยเยอรมนีรับมอบ Alpha Jet มาใช้งานในปี 1979-83 และปลดประจำการในปี 1998 คือใช้ไปแล้ว 19-23 ปี กองทัพอากาศไทยรับมอบมามาปี 2000-2001 นับถึงตอนนี้ 19-20 ปี โดยรวมจึงมีอายุใช้งานใช้ไปประมาณ 38-43 ปี หลังการอัพเกรดคาดว่ากองทัพอากาศคงใช้ต่อไปอีก 15-20 ปี รวมอายุการใช้งานของเครื่องน่าจะอยู่ที่ราว 58 – 63 ปี

ณ ปัจจุบันคาดว่าอายุใช้งานไม่ต่ำกว่า 5,000 ชม.บิน และการอัพเกรด 14 จาก 19 ลำ น่าจะทำให้มีชิ้นส่วนสับเปลี่ยนได้จนปลดประจำการ

(2) ห้องนักบิน: ออกแบบค็อกพิทใหม่ เป็น Full glass cockpit มีจอแสดงผล MFD ขนาดใหญ่ 3 ชุด โดย 1 ใน 3 คาดว่าเป็น HSD แสดงแผนที่เคลื่อนที่กับข้อมูลจาก TDL (Link-T) และจอ HUD พร้อม UFCP (ที่นั่งหน้า) นอกจากนี้คาดว่ามีการวางระบบ NVIS/NVG เพื่อให้ปฏิบัติการกลางคืนได้ประสิทธิภาพสูงขึ้น