พลอากาศตรีสุพิจจารณ์กล่าวว่ากองทัพอากาศมีภารกิจในการติดตามและดูแลผลประโยชน์แห่งชาติในอวกาศ จึงเป็นที่มาของการก่อตั้งศูนย์แห่งนี้ขึ้น โดยมีภารกิจหลัก ๆ สองด้านคือการมองจากพื้นดินไปยังอวกาศ และการมองจากอวกาศมายังพื้นดิน ซึ่งก็คือการติดตามตรวจจับชิ้นส่วนจรวดหรือดาวเทียมที่ตกลงมาบนโลกและอาจมีผลกระทบต่อไทย การเฝ้าตรวจดาวเทียมของไทยไม่ให้มีเศษขยะอวกาศหรือดาวเทียมของชาติอื่นเข้ามาโคจรทับซ้อนหรือรบกวนสัญญาณ รวมถึงการใช้ภาพถ่ายดาวเทียมเพื่อความมั่นคงและสาธารณภัย

กองทัพอากาศถือว่าดาวเทียมเป็นหนึ่งในเซ็นเซอร์ของระบบควบคุมและบังคับบัญชาของกองทัพอากาศ โดยสามารถนำภาพถ่ายดาวเทียมมาใช้ในการวิเคราะห์เพื่อกำหนดเป้าหมาย หรือในภารกิจบรรเทาสาธารณภัยเช่น ไฟป่า น้ำท่วม หรือการจัดการทรัพยากรป่าไม้และแหล่งน้ำ ที่สามารถใช้ภาพถ่ายดาวเทียมมาวิเคราห์จุดความร้อน วิเคราะห์การทำลายป่า วิเคราะห์ทางน้ำไหล หรือแม้แต่การวิเคราะห์จุดที่มีผักตบชวาปิดกั้นลำน้ำ เพื่อจะได้ส่งข้อมูลให้กับหน่วยงานของกองทัพอากาศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปใช้ได้ โดยดาวเทียมของกองทัพอากาศจะทำงานร่วมกับหน่วยงานราชการอื่น ๆ เช่น GISTDA หรือหน่วยงานราชการที่ร้องขอ เพื่อแบ่งปันข้อมูลภาพถ่ายจากดาวเทียมนำไปใช้ประโยชน์ แต่ไม่ถือว่าซ้ำซ้อนกัน เนื่องจากกองทัพอากาศมีเครื่องมือและซอฟต์แวร์ที่สามารถนำดาวเทียมไปใช้เพื่อความมั่นคงตามภารกิจของกองทัพอากาศได้

การนำส่งดาวเทียม NAPA-1 ในช่วงเช้าวันศุกร์นี้จะเป็นก้าวสำคัญของกองทัพอากาศในการมีดาวเทียมใช้งานของตัวเอง โดยดาวเทียม NAPA-1 ซึ่งมีอายุการใช้งานขั้นต่ำ 3 ปีนั้น เป็นการจัดหาดาวเทียมขนาดเล็กจากบริษัท ISISpace ประเทศเนเธอแลนด์ โดยลงนามในสัญญาเมื่อเดือนกันยายน 2561 และลงนามในสัญญาจัดหาดาวเทียมดวงที่สองเมื่อเดือนตุลาคม 2562 ซึ่งจะเป็นดาวเทียมที่ชื่อ NAPA-2 ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า NAPA-1 กล่าวคือ NAPA-1 ติดตั้งกล้องถ่ายภาพสี RGB ที่ความละเอียด 40 เมตร ส่วน NAPA-2 จะติดต้องกล้อง Multi spectrum ความละเอียด 5 เมตร ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกในการวิเคราะห์ภาพได้ดีกว่า

จากนั้น ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการทางอวกาศได้นำชมห้องปฏิบัติการอวกาศของกองทัพอากาศ ซึ่งเป็นทั้งห้องประมวลผลและสถานีภาคพื้นดินหลักที่จะใช้ในการควบคุมดาวเทียม NAPA-1 (โดยมีสถานีสำรองที่กองบิน 4 ตาคลี) และเปิดใช้งานเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการที่จะควบคุมดาวเทียมและกล้องดูดาวที่ดอยอินทนนท์และเกาะสมุยตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์เช่น การมีขยะอวกาศเข้าใกล้ดาวเทียมของไทย การยิงจรวดของประเทศต่าง ๆ หรือการประมวลผลข้อมูลที่ได้จากดาวเทียม เป็นต้น

นอกจากนั้น กองทัพอากาศยังมีนโยบายการพัฒนาขีดความสามารถในการสร้างและผลิตดาวเทียมได้เองในประเทศ เพื่อตอบสนองนโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศตาม S-Curve ที่ 11 ของรัฐบาล โดยในสัญญาจัดสร้างดาวเทียม NAPA-2 นั้น ยังรวมถึงการฝึกอบรมวิศวกรให้มีขีดความสามารถเบื้องต้นในการสร้างดาวเทียม เพื่อโอกาสในการพัฒนาขีดความสามารถและการสร้างดาวเทียมขึ้นเองในประเทศในอนาคต

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับดาวเทียม NAPA-1 สามารถติดตามได้ที่

ปล. TAF สงวนสิทธิ์ในภาพหรือบทความที่ TAF เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ห้ามทำซ้ำ ดัดแปลง หรือนำไปใช้ต่อไม่ว่าช่องทางใดหรือวิธีการใด ๆ ทั้งข้อความ ภาพ เสียง หรือภาพเคลื่อนไหว TAF สงวนสิทธิ์ดำเนินคดีตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ ลิขสิทธิ์ของภาพหรือข้อความอื่นที่ไม่ใช่การผลิตของ TAF เป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ตามที่ระบุไว้