เมื่อวานนี้ รัฐบาลเวียดนามประกาศว่าได้ลงนามเงินกู้มูลค่า 348.2 ล้านเหรียญสหรัฐกับองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่นหรือ JICA (Japan International Cooperation Agency) เพื่อนำไปสั่งต่อเรือตรวจการณ์จำนวน 6 ลำสำหรับหน่วยยามฝั่งของเวียดนาม โดยคาดว่าน่าจะเป็นเรือตรวจการณ์ที่มีพื้นฐานมาจากเรือตรวจการณ์ชั้น Kunikami ระวางขับน้ำ 1,700 ตันของหน่วยยามฝั่งของญี่ปุ่น ซึ่งมีประจำการในหน่วยยามฝั่งฟิลิปินส์อีก 11 ลำด้วย ทำให้คำสั่งซื้อนี้น่าจะเป็นคำสั่งซื้อเรือใหม่จากญี่ปุ่นคำสั่งซื้อที่สองจากอาเซียน โดย JICA ให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ระยะเวลาผ่อนชำระ 40 ปี และมีระยะเวลาพักชำระหนี้ใน 10 ปีแรกของการกู้เงิน

ภาพจาก https://en.wikipedia.org/wiki/File:Japan_Coast_Guard_PL82_Nagura_at_the_Port_of_Ishigaki.jpg

รัฐบาลเวียดนามกล่าวผ่านหนังสือพิมพ์ของพรรคคอมมิวนิตส์เวียดนามว่า เรือชุดนี้จะช่วยเพิ่มความเข้มแข็งของการรักษากฎหมายทางทะเลและการกู้ภัยทางทะเล เพื่อรักษาความมั่นคงและความปลอดภัยทางทะเล รวมถึงเสรีภาพในการเดินเรือของเวียดนาม

หลายปีที่ผ่านมา ญี่ปุ่นแก้กฎหมายเพื่อให้สามารถส่งออกอาวุธได้ และเริ่มทำตลาดและแนะนำอาวุธของตนให้กับหลายประเทศเช่น การเข้าแข่งขันในโครงการจัดหาเรือดำน้ำของออสเตรเลีย หรือโครงการจัดหาเรดาร์ตรวจการณ์ของไทย แม้จะยังไม่ประสบความสำเร็จ แต่ก็ถือว่าช่วยเพิ่มการรับรู้ถึงการเปิดตัวอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของญี่ปุ่นสู่สายตานานาชาติได้เป็นอย่างดี

ญี่ปุ่นใช้กลยุทธ์การร่วมมือระหว่างบริษัทของญี่ปุ่นและ JICA ที่มีสำนักงานอยู่ในหลายประเทศ โดยใช้โมเดลคล้ายกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในประเทศเป้าหมาย กล่าวคือ JICA จะให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อการพัฒนา และส่งเสริมให้บริษัทเอกชนของญี่ปุ่นเข้าแข่งขันประมูลงาน โดยไม่ได้ผูกมัดว่าต้องจัดหาจากบริษัทญี่ปุ่น แต่ในกรณีของการขายอาวุธนั้น ญี่ปุ่นมักจะกำหนดให้บริษัทญี่ปุ่นเป็นผู้รับงานจัดสร้างและผลิตอาวุธให้ ซึ่งในกรณีของเวียดนามนั้น คาดว่าจะมีบริษัท Japan Marine United Corporation, Mitsubishi Heavy Industries Ltd Nigata, Shipbuilding and Repair Inc. และบริษัทอื่น ๆ ที่มีขีดความสามารถเข้ามาเสนอข้อเสนอเพื่อให้รัฐบาลญี่ปุ่นคัดเลือกต่อไป

Note: บทความแก้ไขเพิ่มเติมเรื่องชั้นของเรือ ขอบคุณคุณ Sittisede Polwiang สมาชิกที่แจ้งเข้ามาครับ