มันมีเรื่องอีกแล้วครับระหว่าง #ฟิลิปปินส์ กับ #มาเลเซีย เกี่ยวกับการอ้างสิทธิ์เหนือรัฐ #ซาบาร์

ความขัดแย้งนี้เราคนไทยอาจจะไม่ค่อยได้ยินเท่าไหร่ และจริง ๆ มันก็ไม่ใช่ความขัดแย้งที่คนค่อนข้างสนใจ (High profile) นัก เนื่องจากคนมักจะสนใจเรื่องในทะเลจีนใต้มากกว่า และ #รัฐซาบาร์ ก็เป็นของมาเลเซียมานานหลายสิบปีจนคาดว่ายากมากที่จะเปลี่ยนไปเป็นของฟิลิปปินส์

แต่พอดีสถานทูตสหรัฐอเมริกาในฟิลิปปินส์เขาทวิตเรื่องการช่วยเหลือของสหรัฐที่บริจาคสิ่งของให้ชาวฟิลิปปินส์ที่หนีโควิด-19 กลับมาจากรัฐซาบาร์ ซึ่งจริง ๆ ดูแล้วก็ไม่มีอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว

แต่พอดีว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ฟิลิปปินส์ต้องการให้โลกรับรู้ รัฐมนตรีต่างประเทศของฟิลิปปินส์ นาย Teodoro Locsin Jr. ก็เลยจัดการสั่งสอนสักหน่อยโดยทวิตว่า “คุณ (สถานทูตสหรัฐ) น่าควรแก้ประกาศสักหน่อยถ้าคุณรู้ว่าอะไรดีต่อคุณ” (You better edit that announcement if you know what’s good for you.) แถมต่อด้วยว่า “ซาบาร์น่ะไม่ได้อยู่ในมาเลเซียถ้าคุณยังอยากจะคบค้าสมาคมกับฟิลิปปินส์อยู่” (Sabah is not in Malaysia if you want to have anything to do with the Philippines.)

ทวิตของท่านรมต.ต่างประเทศฟิลิปปินส์

โอ้ แรงนะครับ คือสถานทูตสหรัฐก็เงียบ ๆ ไว้ไม่อยากมากความ แต่เรื่องมันชักไปไกลเพราะรัฐมนตรีต่างประเทศของมาเลเซีย Hishammuddin Hussein ซึ่งเราน่าจะคุ้นหน้าแกดีเพราะแกเป็นอดีตรัฐมนตรีกลาโหมสมัยอัมโนร์ซึ่งรีเทิร์นกลับมาอีกครั้งทวิตตอบโต้ว่า “คำพูดนี้ถือว่าไร้ความรับผิดชอบซึ่งจะกระทบต่อความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ เดี๋ยวผมจะเรียกทูตฟิลิปปินส์เข้ามาขอคำอธิบาย ซาบาร์เป็นและจะเป็นส่วนหนึ่งของมาเลเซียต่อไป” (This is an irresponsible statement that affects bilateral ties. @MalaysiaMFA will summon the Philippines Ambassador on Monday to explain. Sabah is, and will always be, part of Malaysia.)

ทวิตของ รมต.ต่างประเทศมาเลเซีย

แต่รัฐมนตรีต่างประเทศของฟิลิปปินส์ก็ไม่หยุดนะครับ เพราะท่านก็ยืนยันว่าฟิลิปปินส์จะไม่เลิกอ้างสิทธิ์เหนือซาบาร์แน่นอน รวมถึงท่านประธานาธิบดีดูเตอร์เต้ก็จะไม่เลิกอ้างสิทธิ์นี้ด้วย แถมยังเรียกทูตมาเลเซียเข้ามาขอคำอธิบายอีก


เรื่องนี้มีที่มาครับ

รัฐซาบาร์เคยเป็นดินแดนของรัฐสุลต่านซูลูมาก่อน แต่รัฐสุลต่านซูลูเซ็นสัญญายกซาบาร์ให้กับบริษัทอังกฤษเช่าในช่วงยุค #ล่าอาณานิคม ซึ่งถูกจัดตั้งเป็นดินแดนบอร์เนียวตอนเหนือของอังกฤษ (British North Borneo) และถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอาญานิคมอังกฤษในภายหลัง ซึ่งในภายหลังนั้นเองรัฐสุลต่านซูลูก็เข้าไปอยู่ภายใต้การปกครองของฟิลิปปินส์ และเป็นส่วนหนึ่งของฟิลิปปินส์ในที่สุด

สำหรับซาบาร์ เมื่อได้รับเอกราชจากอังกฤษแล้ว ซาบาร์ก็เป็นหนึ่งในรัฐผู้ร่วมก่อตั้ง #สหพันธรัฐมาเลเซีย แต่ฟิลิปปินส์มองว่า ในเมื่อรัฐสุลต่านซูลูตกมาเป็นของฟิลิปปินส์แล้ว สิทธิ์ทั้งหลายก็ควรจะโอนมาเป็นของฟิลิปปินส์ ดังนั้น ดินแดนทั้งหมดของรัฐสุลต่านซูลูก็ควรมาเป็นของฟิลิปปินส์ด้วย อีกทั้งสัญญาที่รัฐสุลต่านซูลูเซ็นกับบริษัทอังกฤษนั้นเป็นแค่สัญญาเช่า ไม่ใช่สัญญาซื้อขายหรือสัญญาสละอธิปไตย ดังนั้นฟิลิปปินส์ในฐานะที่รับช่วงต่อมาจากรัฐสุลต่านซูลู ก็ควรจะเป็นเจ้าของซาบาร์

แผนที่ British North Borneo ที่ถูกเก็บไว้ที่ห้องสมุดสภาคองเกรสของสหรัฐ

ฟังดูเรื่องราวมันก็อาจจะพอฟังได้ เพียงแต่ไม่น่าจะมาเรียกร้องอะไรได้ เพราะรัฐซาบาร์ก็ไปร่วมก่อตั้งประเทศมาเลเซียแล้ว ซึ่งมาเลเซียก็ย้ำจุดนี้มาตลอด และประชาคมโลกก็ยอมรับมาเลเซียในจุดนี้ ดังนั้นสำหรับมาเลเซีย ซาบาร์ไม่ใช่ของใคร แต่เป็นของมาเลเซียแน่นอน ดังนั้นเรื่องนี้ไม่มีประเด็น

ปัญหาคือ สิ่งที่ทำให้มีประเด็นก็เพราะ มันมีเรื่องตลกแต่เกิดขึ้นจริงคือ ทุกวันนี้ทายาทของสุลต่านซูลูยังได้รับเงินค่าเช่ารัฐซาบาร์จากรัฐบาลมาเลเซียอยู่เลย หรือพูดกลับกันก็คือทุกวันนี้รัฐบาลมาเลเซียยังจ่ายค่าเช่ารัฐซาบาร์อยู่ ดังนั้นแม้เงินมันจะน้อยนิด แต่มันก็เป็นสัญลักษณ์ว่า รัฐมาเลเซียยอมรับว่าเช่าซาบาร์มาจากใครสักคน ซึ่งเรื่องนี้ถ้าขึ้น #ศาลโลก ล่ะก็ฟิลิปปินส์ก็มีสิทธิ์ได้เฮ เนื่องจากถ้ารัฐซาบาร์จะเป็นของมาเลเซีย แล้วมาเลเซียจะมาจ่ายค่าเช่าทำไม?

แต่มาเลเซียก็บอกว่า ก็จ่ายไปงั้น ๆ ตามสัญญาในอดีต แต่ซาบาร์แสดงจุดยืนชัดเจนว่าต้องการอยู่กับมาเลเซียโดยมาร่วมก่อตั้งมาเลเซียด้วยกัน ดังนั้นฟิลิปปินส์จะพูดอะไรก็พูดไป มาเลเซียไม่แคร์!


คือเรื่องนี้มีประเด็นมาหลายครั้ง ถึงขั้นที่ครั้งหนึ่ง ประธานาธิบดี Ferdinand Marcos ซึ่งเป็นประธานาธิบดีของฟิลิปปินส์ในสมัยนั้นประกาศจะทำสงครามยึดซาบาร์คืนมาด้วยซ้ำ แต่กลับกลายเป็นว่าเหตุการณ์พลิกผันเพราะเกิดกบฐโมโรเสียก่อน ฟิลิปปินส์เลยมุ่งปราบกบฎมาตั้งแต่นั้น แต่ก็ยังมีการโจมตีและการก่อการร้ายจากกลุ่มติดอาวุธบางกลุ่มในฟิลิปปินส์ต่อรัฐซาบาร์อยู่หลายครั้ง

ครั้งที่น่าจะใหญ่ที่สุดก็คือเมื่อปี 2556 คือเมื่อเร็ว ๆ นี้นี่เอง ที่ Jamalul Kiram III ชาวฟิลิปปินส์ซึ่งอ้างสิทธิ์ในฐานะสุลต่านของซูลูส่งกองกำลังราว ๆ 235 คนไปขึ้นบกที่เมือง Lahad Datu เพื่อจะหาทางยึดซาบาร์คืน แต่ถูกกองทัพมาเลเซียล้อมหมู่บ้านที่กลุ่มติดอาวุธนั้นพักอยู่ เจรจากันอยู่นาน คุยกันไม่รู้เรื่อง แถมตำรวจมาเลเซียโดนซุ่มโจมตีเสียชีวิตไปหลายนายอีก มาเลเซียก็เลยเปิด Operation Daulat ส่งเครื่องบินขับไล่ F/A-18 และเครื่องบินโจมตี Hawk ไปทิ้งระเบิดใส่หมู่บ้านที่โดยกลุ่มติดอาวุธยึดเอาไว้อยู่ ตามมาด้วยการยิงปืนใหญ่ถล่มรัว ๆ และสุดท้ายคือส่งกำลังทหารเข้าไปยึดและจับกุมกลุ่มติดอาวุธ ซึ่งมีทั้งถูกฆ่าตายบ้าง ถูกจับได้บ้าง แต่นับมาได้ก็คือตาย 56 โดนจับ 149 แต่เชื่อกันว่าผู้นำกลุ่มหนีไปได้ตามพล็อตเรื่อง

ป้ายหน้าหมู่บ้านที่ถูกกลุ่มติดอาวุธยึด ก่อน Operation Daulat
Photo by CEphoto, Uwe Aranas

นี่ก็คือที่มาของสงครามแย่งซาบาร์เมื่อวันก่อน เพียงแต่รอบนี้เป็นสงครามบน Twitter ซึ่งเราคนไทยก็สามารถติดตามประเด็นเหล่านี้ได้ในอนาคต เนื่องจากเชื่อว่ามันจะต้องมีอะไรแนว ๆ นี้เกิดขึ้นอีกแน่นอน แต่เราก็ติดตามในฐานะชาวต่างชาติที่สนใจสถานการณ์ก็พอ เนื่องจากกรณีนี้ประเทศของเราไม่เกี่ยวใด ๆ นั่นเองครับ/TAF