อย่างที่ทราบกันดีคือ มักมีข้อคัดค้านว่า ประเทศไทยมี #เรือดำน้ำ ไม่ได้เพราะ #อ่าวไทยตื้น

ที่จริงแล้ว ทะเลบอลติกก็มีความลึกราว ๆ อ่าวไทยนี่เอง แต่กลับเต็มไปด้วยเรือดำน้ำจากหลายประเทศเข้ามาปฏิบัติการ และทะเลยิ่งตื้น เสียงรบกวนก็ยิ่งมาก ยิ่งทำให้การหาเรือดำน้ำให้พบยากเข้าไปใหญ่ เนื่องจากเราจำเป็นต้องใช้เสียง (โซน่าร์) ในการหาเรือดำน้ำ

การหาเรือดำน้ำในอ่าวไทยด้วยอากาศยานจึงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เป็นเรื่องยากเป็นอย่างมาก และประเทศข้าศึกก็ไม่สามารถส่งอากาศยานเข้ามาหาเรือดำน้ำในอ่าวไทยได้โดยง่าย ถ้ากองทัพอากาศไทยยังสามารถครองอากาศได้อยู่

ดังนั้นที่บอกว่าอ่าวไทยตื้นแล้วเรือดำน้ำดำไม่ได้หรือดำลงไปเดี๋ยวก็หาเจอ หรือดำไปก็ปักขี้เลนนั้น ไม่เป็นความจริงโดยสิ้นเชิง


เพียงแต่ เรือดำน้ำที่จะมี ก็ควรจะเหมาะสมกับการปฏิบัติในสภาพแบบอ่าวไทยด้วย

เช่นประเทศเยอรมันที่มีน่านน้ำที่ตื้นพอ ๆ กับอ่าวไทย ก็เน้นที่การใช้เรือดำน้ำขนาดเล็กราว 1-2 พันตัน ซึ่งสะดวกและเหมาะสมกว่าในการปฏิบัติการ
จากข้อมูลที่ปรากฏ S26T มีความลึกที่ดำได้ปลอดภัย (Safety Depth) คือ 60 เมตร เพราะเรือมีขนาดใหญ่กว่าเรือรุ่นอื่น เนื่องจากตัวเรือมีสองชั้น ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเก่า ต่างจากเรือยุโรปที่ใช้เทคโนโลยีตัวเรือชั้นเดียว ขนาดเล็กกว่า จึงเหมาะสมกับการดำน้ำในน้ำตื้นมากกว่า
สีฟ้านี้คือพื้นที่คร่าว ๆ ในอ่าวไทยที่มีความลึก 60 เมตรขึ้นไป ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ S26T จะดำได้อย่างปลอดภัย

แต่ทั้งนี้ ก็ใช่ว่าเราดำน้ำเมื่อออกจากท่าจะต้องดำลงตลอด เพราะเรือดำน้ำมักจะแล่นบนผิวน้ำในช่วงเดินทางก่อนเข้าพื้นที่ปฏิบัติการ
ดังนั้น การจะพูดว่า S26T ใหญ่เกินไปดำในอ่าวไทยไม่ได้ หรือ S26T ดำในอ่าวไทยได้สบาย ๆ จึงไม่ถูกทั้งหมดและไม่ผิดทั้งหมดเสียทีเดียว ต้องดูบริบทของสถานการณ์ต่าง ๆ ว่าอยู่ในภารกิจไหน ทำอะไร หรือกำลังจะทำอะไรครับ

ขอบคุณคุณ Suwichaya Saengmanee ที่ลงสีภาพมาให้ชมกันง่าย ๆ ครับ