บทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับผลประทบทางเศรษฐกิจเชิงบวกของการต่อเรือในประเทศของออสเตรเลีย ซึ่งคำนวณออกมาได้เป็นตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศหรือ GDP และอัตราการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นคิดเป็นตำแหน่ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า การจัดหาอาวุธควรจะมีข้อกำหนดในการตอบแทนทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ เพื่อลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการซื้ออาวุธ และในอีกด้านหนึ่งคือการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและภาคอุตสาหกรรมในประเทศ

สำหรับประเทศไทย โดยเฉพาะในกรณีของกองทัพเรือไทย แต่ก่อนแนวทางของกองทัพเรือคือตัวอย่างที่ดีในการจัดหาอาวุธและตอบแทนระบบเศรษฐกิจด้วยการสร้างงานและจ้างงานอู่ต่อเรือในประเทศ แต่หลายปีที่ผ่านมากองทัพเรือกลับไม่ได้สนับสนุนแนวทางดังกล่าว และเน้นไปที่การสั่งต่อเรือแบบสำเร็จรูปจากต่างประเทศทั้งเรือฟริเกต เรือยกพลขึ้นบก และเรือดำน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีเรือดำน้ำที่กองทัพเรือต้องการจัดหาจากต่างประเทศในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจจากโควิด-19 ทำให้ถูกต่อต้านจากสังคมเป็นอย่างมากจนสุดท้ายกองทัพเรือต้องเลื่อนการจัดหาออกไป เหตุผลหนึ่งก็คือกองทัพเรือไม่มีข้ออ้างและข้อต่อสู้ว่าการจัดหาเรือดำน้ำนั้นมีส่วนช่วยเศรษฐกิจของชาติ มีเพียงเหตุผลด้านความมั่นคงที่ ณ ปัจจุบันมีความสำคัญเป็นรองเหตุผลทางเศรษฐกิจ

TAF เห็นว่าถ้ากองทัพเรือจะกลับมามุ่งเน้นการพัฒนากำลังรบให้ควบคู่ไปกับการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศก็สามารถทำได้ โดยควรต้องใช้ศักยภาพของเอกชนในประเทศให้เต็มที่ เช่น นอกจากการต่อเรือโดยอู่ในประเทศแล้ว อาจขยายงานไปยังภาคส่วนที่ยังไม่เคยส่งเสริมมาก่อนแต่ประเทศไทยมีศักยภาพสูงเช่น ซอฟต์แวร์และอิเล็กทรอนิกส์บางส่วน ที่ปกติต้องจ้างชาวต่างชาติทำ เปลี่ยนเป็นจ้างบริษัทไทยทำ หรือให้ชาวต่างชาติจ้างและร่วมมือกับบริษัทไทยในการทำงาน ซึ่งจะเพิ่มสัดส่วนงานในประเทศ และพัฒนาทั้งศัยภาพและเศรษฐกิจของประเทศ ควบคู่ไปกับการพัฒนากำลังรบได้