การปะทะกันระหว่างอาเมเนียและอาร์เซอร์ไบจันยังไม่มีท่าทีจะยุติ แม้ทั้งโลกจะกลัวว่ามันจะนำไปสู่สงครามเต็มรูปแบบเร็ว ๆ นี้ก็ตาม (ซึ่งจริง ๆ มันก็แทบจะเป็นอย่างนั้นแล้ว) ประเด็นวันนี้ไม่ได้จะมาเชียร์ใคร แต่จะมารีวิวผลกระกอบการของอากาศยานไร้นักบินหรือ UAV ของอาร์เซอร์ไบจัน โดยเฉพาะอากาศยานไร้นักบินติดอาวุธ ซึ่งเปลี่ยนโฉมสงครามไปค่อนข้างมาก และสงครามระหว่างอาเมเนียและอาร์เซอร์ไบจันรอบนี้ ก็เป็นตัวอย่างชั้นดีของการใช้อากาศยานไร้นักบินติดอาวุธของประเทศเล็ก ๆ ในสงคราม

ด้วยความที่อาร์เซอร์ไบจันเป็นประเทศที่ร่ำรวยกว่าอาเมเนีย จึงทำให้มีงบประมาณทางทหารมากกว่า และในช่วงสิบปีที่ผ่านมามีการจัดหาอากาศยานไร้นักบินเข้ามาใช้งานหลายแบบ ซึ่งส่งผลให้อาร์เซอร์ไบจันประสบความสำเร็จในการใช้งานอากาศยานไร้นักบินในครั้งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้งานอากาศยานไร้นักบินติดอาวุธ

TAF จึงขอนำทุกท่านไปดูคร่าว ๆ ว่า อาร์เซอร์ไบจันมีอากาศยานไร้นักบินแบบใดใช้งานบ้างครับ

Hermes 450/900

อากาศยานไร้นักบินขนาดกลางของบริษัท Elbit ประเทศอิสราเอล เป็นอากาศยานไร้นักบินประเภทเพดานบินปานกลาง และระยะเวลาบินนาน (Medium-altitute, Long-endurance) โดยรุ่น 900 จะมีขนาดใหญ่กว่ารุ่น 450 มีรายงานว่าอาร์เซอร์ไบจันมี Hermes 450 ใช้งาน 10 ลำ และ Hermes 900 ใช้งาน 2 ลำ

Hermes 450 มีน้ำหนักราวครึ่งตัน กางปีกยาว 10.5 เมตร ส่วน Hermes 900 มีน้ำหนักราว 1.1 ตัน และกางปีกยาว 15 เมตร ส่วนมากจะติดตั้งเซนเซอร์เพื่อการตรวจการณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกล้องถ่ายภาพทั้งกลางวันและกลางคืน เรดาร์สร้างภาพความละเอียดสูง เรดาร์ตรวจจับเป้าหมายเคลื่อนที่ และระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ โดยภารกิจของ Hermes คือการบินลาดตระเวน ตรวจการณ์ หาข่าว และชี้เป้าหมาย

ทั้งนี้ กองทัพบกไทยก็มี Hermes 450 ใช้งานจำนวน 4 ลำ โดย Hermes 450/900 มียอดการผลิตรวมกันหลายร้อยลำ และมีใช้งานในเกือบ 20 ประเทศทั่วโลก

Heron

เป็นอากาศยานไร้นักบินขนาดกลางของบริษัท IAI ของอิสราเอล มีขนาดและน้ำหนักไล่เลี่ยกับ Hermes 900 สามารถบินต่อเนื่องได้ยาวนานถึง 2 วันโดยไม่หยุดพัก ซึ่งช่วยให้สามารถทำภารกิจรวบรวมข่าวกรองและลาดตระเวนตรวจการณ์ในพื้นที่เป้าหมายได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีรายงานว่าอาร์เซอร์ไบจันมี Heron ใช้งานราว 5 ลำ ถือเป็นหนึ่งใน 13 ประเทศลูกค้าทั่วโลก

Searcher

เป็นอากาศยานไร้นักบินขนาดกลางของบริษัท IAI ของอิสราเอลอีกเช่นกัน และเป็นอากาศยานไร้นักบินแบบแรก ๆ ที่อิสราเอลพัฒนาขึ้นมาใช้งาน มีน่ำหนักราวครึ่งตัน กางปีกยาวราว 8 เมตร มีภารกิจคือการบินลาดตระเวน ตรวจการณ์ หาข่าว และชี้เป้าหมาย

อากาศยานไรันักบินแบบนี้ก็เป็นอากาศยานไร้นักบินแบบแรกของไทยและกองทัพบกไทยเช่นกัน โดยกองทัพบกไทยจัดหามาใช้งานในการลาดตระเวนตามแนวชายแดน และการลาดตระเวนหาข่าวและชี้เป้าในเหตุการณ์การปะทะกับกัมพูชาในกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร และใช้งานมาต่อเนื่องจนปลดประจำการในที่สุด

Aerostar และ Orbitor

อากาศยานไร้นักบินทั้งสองแบบนี้เป็นอากาศยานไร้นักบินขนาดกลาง ผลิตโดยบริษัท Aeronautics Defense Systems ประเทศอิสราเอล ซึ่งในปี 2011 Aeronautics และรัฐบาลอาร์เซอร์ไบจันได้ลงทุนร่วมกันในการเปิดบริษัท Azad Systems ที่ทั้งสองฝ่ายถือหุ้นกันคนละครึ่งเพื่อเปิดสายการผลิตอากาศยานไร้นักบินทั้งสองแบบ ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าอากาศยานไร้นักบินแบบอื่นที่อาร์เซอร์ไบจันมีใช้งาน

อากาศยานไร้นักบินทั้งสองแบบนี้ ประเทศไทยก็มีใช้งานเช่นกัน โดย Aerostar มีใช้งานในกองทัพอากาศ และะ Orbitor ซึ่งกองทัพเรือเพิ่งจัดซื้อมาใช้งาน

Bayraktar TB2

มีรายงานว่าจากการปะทะกับอาร์เมเนียเมื่อเดือนก.ค.ที่ผ่านมา อาร์เซอร์ไบจันได้สั่งซื้อ Bayraktar TB2 ที่ผลิตโดยบริษัท Kale-Baykar จากตุรกีเข้ามาใช้งาน และมีการนำ Bayraktar TB2 มาใช้ในการปะทะครั้งนี้ด้วย

ทั้งนี้ เนื่องจากระยะเวลาจากการสั่งซื้อจนถึงตอนนี้ใช้เวลาไม่กี่เดือน จึงไม่แน่ชัดว่า Bayraktar TB2 ที่ใช้ในการทำลายเป้าหมายทางทหารในการปะทะครั้งนี้จะเป็นของอาร์เซอร์ไบจันเองหรือเป็นของกองทัพตุรกีที่ให้ยืมมา จากการที่ตุรกีประกาศให้ความช่วยเหลืออาร์เซอร์ไบจันทั้งทางการทูตและการทหาร แต่ Bayraktar TB2 ในฐานะอากาศยานไร้นักบินติดอาวุธก็แสดงประสิทธิภาพในการรบได้ค่อนข้างน่าประทับใจ

Bayraktar TB2 มีน้ำหนักราว 0.65 ตัน กางปีก 12 เมตร ความเร็วสุงสุด 120 น็อต บินที่ความสูง 27,000 ฟุตได้ในระยะ 300 กิโลเมตรจากฐานบิน โดยสามารถบรรทุกอาวุธได้น้ำหนักราว 55 กิโลเมตร โดยสามารถติดตั้งระเบิดแบบ MAM (Smart Micro Munition) ของ Rocketsan ประเทศตุรกีได้ MAM มีน้ำหนักเพียง 22 กิโลกรัม นำวิถีด้วยเลเซอร์ ระยะยิง 8 กิโลเมตร ถูกออกแบบมาให้ติดตั้งกับ UAV โดยเฉพาะ นอกจากนั้นยังสามารถติดตั้งจรวดนำวิถีแบบ UMTAS ของ Rocketsan ที่มีขนาดใหญ่กว่าแต่มีประสิทธิภาพสูงกว่าได้ โดย UMTAS ออกแบบมาทำลายยานเกราะ และเป็นจรวดในระดับเดียวกับ AGM-114 Hellfire ของสหรัฐอเมริกา