ไต้หวันยังจัดหนักด้านการซื้ออาวุธต่อเนื่อง หลังจากที่ความตึงเครียดกับจีนยังเพิ่มสูงขึ้น รอบนี้เป็นการจัดหาจรวดและระบบอื่น ๆ มูลค่าอาจสูงถึง 4.1 พันล้านเหรียญสหรัฐหรือ 1.2 แสนล้านบาท

โดยรัฐบาลสหรัฐได้แจ้งต่อสภาคองเกรสว่าต้องการขายจรวดต่อต้านเรือผิวน้ำ #Harpoon Coastal Defense Systems รุ่นยิงจากฝั่งจำนวน 100 นัด พร้อมรถเรดาร์ 25 คัน จรวดต่อต้านเรือรบ RGM-84L-4 Harpoon Block II รุ่นยิงจากเรือรบจำนวน 400 นัด ระบบจรวดหลายลำกล้อง M142 #HIMARS จำนวน 11 คัน พร้อมจรวด Army Tactical Missile Systems (ATACMS) ระยะยิง 300 กิโลเมตรจำนวน 64 นัด จรวดร่อน AGM-84H SLAM-ER จำนวน 135 นัด และกระเปาะชี้เป้า MS-110 Recce Pod อีก 6 กระเปาะ รวมเบ็ดเสร็จทั้งหมดอาจจะมีมูลค่าสูงถึง 4.1 พันล้านเหรียญสหรัฐหรือ 1.2 แสนล้านบาท

อ่านเกมส์ไต้หวันแล้วก็ชัดเจนว่าการจัดหาอาวุธล็อตนี้เป็นไปเพื่อป้องกันตนเองจากการ #ยกพลขึ้นบก และการรบทางทะเลด้วยจำนวนเรือมหาศาลของจีน โดยเฉพาะจรวด Harpoon รุ่นยิงจากฝั่งซึ่งถือเป็นอาวุธป้องกันฝั่งที่สามารถทำการยิงเรือยกพลขึ้นบกของจีนได้ นอกจากนั้นจรวด #SLAMER ก็ยังเป็นจรวดร่อนที่มีประสิทธิภาพสูงและสามารถทำลายเป้าหมายได้ในระยะไกลอีกด้วย


ดีลนี้น่าจะทำเงินให้ #Boeing จำนวนหลายหมื่นล้านบาท เพราะจรวด Harpoon เป็นผลิตภัณฑ์ของ Boeing ซึ่งถือว่าเข้ามาช่วยชุปชีวิต Boeing ที่หลัง ๆ เป๋ไปมากจากกรณีปัญหา 737 MAX ที่ทำให้ลูกค้าขาดความมั่นใจจนยกเลิกคำสั่งซื้อเครื่องบินของ Boeing ไปเป็นจำนวนมาก

โดยรัฐมนตีว่าการกระทรวงกลาโหมของไต้หวันออกมาแสดงความยินดีกับดีลนี้ โดยบอกว่าเป็นการแสดงให้เห็นถึงคำมั่นสัญญาของสหรัฐที่เป็นไปตามกฎหมายความสัมพันธ์กับไต้หวัน รวมถึงทำให้ไต้หวันสามารถป้องกันตนเองและสร้างเสถียรภาพและสันติภาพให้กับภูมิภาคได้ ซึ่งตามกฎหมายของสหรัฐที่ออกมาในช่วงที่สหรัฐเปลี่ยนไปรับรองสถานะจีนแผ่นดินใหญ่แทนนั้น สหรัฐจะต้องสนับสนุนให้ไต้หวันป้องกันตนเองได้

และแน่นอนว่า จีนประณามการขายในครั้งนี้อย่างรุนแรง และเตือนว่าจีนจะต้องตอบโต้การกระทำนี้ของสหรัฐอย่างแน่นอน โดยหนึ่งในการตอบโต้นั้นคือการสั่งคว่ำบาตรบริษัทอาวุธของหสรัฐที่เกี่ยวข้องกับการขายอาวุธให้กับไต้หวันในครั้งนี้อันได้แก่ #LockheedMartin (ผู้ผลิตจรวดหลายลำกล้อง M142), #CollinAerospace (ผู้ผลิตกระเปาะ MS-100) และ Boeing Defense (ผู้ผลิตจรวด Harpoon และ SLAM-ER)

แต่จีนไม่ได้เอ่ยถึง Boeing Commercial Airplanes ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องบินโดยสารในตระกูล 7xx ที่มีสายการบินของจีนใช้งานอยู่เป็นจำนวนมาก อาจเป็นเพราะจีนยังมีความต้องการใช้งานเครื่องบินโดยสารของ Boeing อยู่ ส่วนบริษัทอื่น ๆ ที่ถูกแบนก็อาจจะกระทบบ้างในส่วนของอุปกรณ์ Avionic ที่ใช้งานกับเครื่องบินแบบต่าง ๆ แต่โดยภาพรวมแล้วบริษัทของสหรัฐที่ถูกคว่ำบาตรนั้นไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เพราะโดยปกติสหรัฐไม่ขายอาวุธให้จีนอยู่แล้ว

สำหรับท่านที่สนใจสามารถดูเอกสารแจ้งต่อสภาคองเกรสได้ที่