จากกรณีที่เพจ ร่วมด้วยช่วย 3 จว.ชายแดนใต้ เปิดเผยกรณีการประกอบเลี้ยงในหน่วยทหารในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ไม่เหมาะสม ใช้วัตถุดิบคุณภาพต่ำและไม่เหมาะสมกับเบี้ยเลี้ยงที่ได้รับนั้น

วันนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาคที่ 4 ส่วนหน้า หรือ กอ.รมน.ภาค 4 สน. ได้ชี้แจงว่า จากการตรวจสอบนั้นเป็นหน่วนทหารในพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ซึ่งโดยปกติแล้วจะมีเบี้ยเลี้ยงให้วันละ 60 บาทสำหรับประกอบอาหารสามมื้อ และมีนโยบายจากแม่ทัพภาคที่ 4 ว่าผู้บังคับหน่วยทุกระดับให้ กำกับ ดูแลเรื่องสิทธิและสวัสดิการกำลังพลอย่างใกล้ชิด ซึ่งในกรณีที่เกิดขึ้นจะเร่งให้มีการตรวจสอบอย่างเร่งด่วน และขอขอบคุณเพจร่วมร่วมด้วยช่วย 3 จว.ชายแดนใต้ที่เป็นสื่อกลางสะท้อนให้ ถ้ามีความคืบหน้าการตรวจสอบจะแจ้งต่อสาธารณชนต่อไป

ด้านล่างนี้คือข้อความจากทั้งสองฝั่งครับ


วันนี้ขอประจานรัวๆ เลยนะคะ ไม่ไหวละ ขอเป็นกระบอกเสียง เป็นปากให้กับกำลังพลชั้นล่างทุกๆ นายที่มีปากก็เหมือนมีตูดแต่พูดอะไรไม่ได้ เจ้าของเพจไม่ใช่ทหาร ขอพูดแทนก็แล้วกัน

อันนี้คือคนละกองร้อยกับที่ประจานไปเมื่อเช้า ทหารราบของหน่วยเดิม กองร้อยในสนาม หน่วยไหนพื้นที่ไหนคงไม่ต้องให้บอกนะคะ ทหารทั้ง 3 จว.น่าจะรู้กันดี ทั้งนราธิวาสมีทหารราบอยู่แค่หน่วยเดียว กองร้อยนี้ ผบ.ร้อยเป็น จปร. คนนี้นี่ท่าจะหนักหนาสาหัส ให้กำลังพลแดกแบบนี้เลย อาหารในภาพนี้เป็นของเมื่ออาทิตย์ก่อน อีพ่อครัวโรงเลี้ยงหั่นวิญญาณปลาที่ไม่มีเรี่ยวไม่มีแรงออกเป็น 2 ต่อน ในภาพนี่คือกินกัน 18 นายค่ะ อยากเห็นหน้าตาอาหารที่ ผบ.ร้อยกินในแต่ละมื้อในแต่ละวันจังเลยค่ะ เดี๋ยวยังไงเตรียมตัวเอาไปอวด ผบ.หน่วยหรือท่านแม่ทัพภาคที่ 4 ดูหน่อยนะคะว่าอ้ายที่กำลังพลกินกันในแต่ละมื้อกับที่คุณกินน่ะ มันอาหารหน้าตาเดียวกันรึเปล่า คุณภาพชีวิตแย่มาก จะบอกว่าเหี้ยมากก็เกรงใจ ดูกันเอาเองค่ะพี่น้อง นี่ไม่ใช่การใส่ร้าย เพราะเจ้าของเพจไม่ได้เป็นคนทำกับข้าวให้พวกน้องๆ ทหารของร้อยนี้มันกิน นี่คือทุเรศมาก !!!!! มึงให้พวกเค้ากินกันไปได้ยังไง

ทุกคนทราบดีว่าเจ้าของเพจมีน้องหมา 2 ตัวคือน้องคามิลกับน้องแซนเทีย ที่ฝากให้ชาวบ้านไทยพุทธช่วยดูแลให้ น้องหมาของเจ้าของเพจกินดีกว่าน้องๆ ทหารพวกนี้ค่ะบอกเลย

ของกองร้อยนี้ฐานนี้นี่ไม่แน่ใจว่า ผบ.ร้อยตัดตอนเบี้ยประกอบเลี้ยงหรือตัวพ่อครัวเอง ไปถามกันเอาเองค่ะ


จากกรณีมีการโพสต์เผยแพร่ข้อมูลในสื่อโซเชียลมีเดีย เพจเฟสบุ๊คร่วมด้วยช่วยสามจังหวัดชายแดนใต้ ว่า มีหน่วยทหารระดับกองร้อยในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสมีการเบียดเบียนเงินค่าประกอบเลี้ยงของกำลังพล ทำให้คุณภาพอาหารที่ออกมา มีความไม่เหมาะสม ส่งผลให้คุณภาพชีวิตและขวัญกำลังใจกำลังพล ตกต่ำ ดังที่ปรากฏเป็นนั้น

ล่าสุด เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (11 พฤศจิกายน 2563) พันเอก เกียรติศักดิ์ ณีวงษ์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้ออกมาเปิดเผยว่า เรื่องดังกล่าว พลโท เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้รับทราบเรื่องแล้ว และไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้สั่งการให้หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง จากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยเบื้องต้นพบว่า ข้อมูลที่มีการโพสต์นั้นเกิดขึ้นในหน่วยระดับกองร้อย ในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ขณะนี้ก็ให้เร่งตรวจสอบเป็นการเร่งด่วน หากพบว่ามีการเบียดเบียนค่าประกอบเลี้ยงของกำลังพลจริง จะดำเนินการลงโทษทางวินัยสถานหนักต่อผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ พลโท เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้เน้นย้ำในเรื่องการดูแลสิทธิกำลังพลมาโดยตลอด และได้กำหนดเป็นนโยบายสำคัญและย้ำให้ ผู้บังคับหน่วยทุกระดับ กำกับ ดูแลเรื่องสิทธิและสวัสดิการกำลังพลอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเรื่องความเป็นอยู่ การประกอบเลี้ยง เพราะเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องใส่ใจผู้ใต้บังคับบัญชาให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี

ทั้งนี้ การประกอบเลี้ยงเป็นสิทธิและสวัสดิการของกำลังพลที่หน่วยจะต้องดูแลให้ดีที่สุดตามนโยบายของกองทัพบก โดยการประกอบเลี้ยงในหน่วยปกติที่ไม่ได้ปฏิบัติราชการสนามจะหักค่าประกอบเลี้ยงจำนวน 60 บาท/คน/วัน สำหรับหน่วยที่ปฏิบัติงานราชการสนามในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้จะหักเงิน จากค่าเบี้ยเลี้ยงของกำลังพลในอัตราที่ไม่กำหนดไว้แน่นอน ขึ้นอยู่กับการตกลงร่วมกันภายในหน่วยนั้นๆ เพื่อใช้ประกอบเลี้ยงเป็นส่วนรวม ประกอบด้วย ค่าข้าวสาร ค่าแก๊สหุงต้มและค่าอาหาร โดยประกอบเลี้ยงวันละ 3 มื้อ คือมื้อเช้า มื้อกลางวัน และมื้อเย็น โดยจะต้องไม่มีการเบียดบังสิทธิกำลังพลอย่างเด็ดขาด

อย่างไรก็ตาม กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ต้องขอบคุณแอดมินเพจร่วมด้วยช่วยสามจังหวัดชายแดนใต้ ที่ช่วยเป็นสื่อกลางสะท้อนปัญหาให้ได้รับทราบ ซึ่งหากมีข้อมูลเพิ่มเติมและความคืบหน้าข้อเท็จจริงจากการสอบสวนประการใด กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า จะแจ้งให้พี่น้องประชาชนและสาธารณชนทราบต่อไป

https://issoc4news.blogspot.com/2020/11/4_11.html