เมื่อวานนี้การบินไทยประกาศงบการเงินในไตรมาสที่ 3 ปี 2563 มีผลขาดทุน 21,536 ล้านบาท หรือ 9.87 บาทต่อหุ้น ขาดทุนมากกว่าไตรมาสที่ 3 ปี 2562 หรือกว่า 460%

การบินไทยมีรายได้ในช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมาเพียง 3.7 พันล้านบาท เทียบกับ 4.5 หมื่นล้านบาทของช่วงเดียวกันของปีก่อน ค่าใช้จ่ายแม้จะลดลงเหลือ 1.9 หมื่นล้านบาท เทียบกับ 4.7 หมื่นล้านบาทของช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ก็ถือว่าลดได้ไม่มากพอเนื่องจากการบินไทยยังมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ไม่รวมน้ำมันสูงอยู่ที่ 1.4 หมื่นล้านบาท ทำให้ขาดทุนจากการดำเนินงาน 1.5 หมื่นล้านบาท เมื่อรวมกับการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ก็รวมเป็นการขาดทุนสุทธิ 2.1 หมื่นล้านบาทอย่างที่กล่าวไปครับ

จริง ๆ การขาดทุนนี้ก็ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย เพราะการบินไทยงดบินแทบทั้งหมดจากภาวะโควิด-19 ดังนั้นรายได้แทบไม่มีเข้ามา แต่รายจ่ายยังคงอยู่ ทั้งเงินเดือนพนักงาน ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเกี่ยวกับอากาศยานอื่น ๆ โดยเฉพาะค่าเสื่อมทางบัญชีของเครื่องบินและสินทรัพย์อื่น ๆ ที่แม้จะเป็นการปรับลดลงตามหลักการบัญชี แต่มันก็ถือว่าเป็นการด้อยค่าของสินทรัพย์ที่ต้องมาคิดกำไรขาดทุน

นอกจากนั้นวันนี้การบินไทยยังถูกตลาดหลักทรัพย์ขึ้นเครื่องหมาย SP ห้ามการซื้อขายหลักทรัพย์ด้วย เนื่องจากผู้สอบบัญชีไม่แสดงความเชื่อมั่นหรือมีข้อสังเกตุอื่นเกี่ยวกับงบการเงินของการบินไทย เพราะผู้สอบบัญชีบอกว่าไม่สามารถให้ข้อสรุปต่อข้อมูลทางการเงินระหว่างการรวมบริษัทและบริษัทย่อยได้ ทำให้วันนี้แม้การบินไทยจะขาดทุนหนัก แต่หุ้นไม่ตกตาม เพราะตลาดหลักทรัพย์สั่งห้ามซื้อขายพอดี เป็นจังหวะซิตคอม

การบินไทยชี้แจงในงบการเงินว่า ในเดือนก.ค.-ก.ย. มีการเดินทางทางอากาศต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนมากกว่า 70% ปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสารลดลงถึง 95% และกำลังดำเนินโครงการลดค่าใช้จ่ายบุคลาการด้วยการขอความร่วมมือลาหยุดแบบไม่รับเงินเดือนและเปิดโอกาสให้รับแพ็คเก็จจ้างออก เพื่อให้การบินไทยยังมีเงินสดในมือเพียงพอในภาวะที่ไม่มีเงินสดเข้ามาจากการที่ทำการบินไม่ได้ โดยตอนนี้การบินไทยเหลือเงินสดในมือเพียบ 1.1 หมื่นล้านบาทเท่านั้น

อย่างที่ TAF เคยกล่าวไปในบทความหลายครั้งว่า เราเชื่อว่าการบินไทยยังมีมูลค่าและมีคุณค่าพอจะกลับมาแข่งขันได้ แต่ต้องมาพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงชนิดหน้ามือเป็นหลังมือเท่านั้น ซึ่งการยื่นศาลล้มละลายเพื่อฟื้นฟูกิจการถือเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่การบินไทยต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง ตั้งใจทำมาหากิน โทษคนอื่นให้น้อย ทำงานให้มาก และตั้งใจปรับปรุงเปลี่ยนแปลงจริง ๆ ถึงจะดำเนินการตามแผนฟื้นฟูได้สำเร็จ โดยคาดว่าการบินไทยจะส่งแผนฟื้นฟูให้ศาลได้ภายในก่อนสิ้นเดือนธันวาคม เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์น่าจะจะจัดประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาแผนฟื้นฟูกิจการประมาณต้นปี 2564 และถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ศาลจะมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนและแต่งตั้งผู้บริหารแผนภายในไตรมาสแรกของปี 2564 นี้ และหลังจากนั้นคือการดำเนินการตามแผนฟื้นฟู

นี่เป็นโอกาสครั้งสุดท้ายที่การบินไทยจะอยู่รอด เราก็หวังว่าการบินไทยจะใช้โอกาสนี้ให้ดีที่สุดในเพื่อการบินไทยสามารถอยู่รอดให้ได้และกลับมาแข่งขันให้ได้อย่างแท้จริงครับ

อ่านเพิ่มเติม

รัฐบาลส่งสัญญาณปล่อย #การบินไทย ยื่น #ล้มละลาย

ครม.อนุมัติ การบินไทยยื่นศาลล้มละลาย