จากภาพของประชาชนจำนวนมากได้เข้ามาทำการรับเสด็จ #พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ #สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี ในพื้นที่ #กองบิน23 จังหวัด #อุดรธานี เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ถึงจะเป็นเหตุการณ์ที่น่าปลื้มปิติสำหรับประชาชนชาวอุดรธานี ในการเสด็จพระราชดำเนินด้วยอากาศยาน #พระราชพาหนะ และเปิดโอกาสให้มีการเฝ้ารับเสด็จกันอย่างใกล้ชิด แต่ได้เกิดการตั้งคำถามเกิดขึ้นในโลกโซเชียลถึงความเหมาะสม และเป็นการปฏิบัติการบินที่จะละเมิดต่อมาตรการรักษาความปลอดภัยขององค์กรด้านการบินสากลอย่าง #ICAO หรือไม่?

แม้อากาศยานพระราชพาหนะแบบ Boeing 737-800 หมายเลขเครื่อง 90411 สังกัดหน่วยบิน #เดโชชัย จะเป็นเครื่องบินโดยสารในเชิงพาณิชย์ ซึ่งเมื่อทำการบินจะต้องเป็นไปตามขั้นตอนของกฎการบินสากล แต่การรับส่งเครื่องที่ภาคพื้นดินนั้น ขอบเขตการปฏิบัติจะถูกแบ่งกันอย่างชัดเจนตามพื้นที่ปฏิบัติการบินของพลเรือนและทางการทหาร จากการตั้งคำถามนี้อาจเกิดจากความเข้าใจผิดในรูปแบบของ #สนามบินนานาชาติจังหวัดอุดรธานี ซึ่งเข้าใจว่าเป็นการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนเข้าไปรับเสด็จในพื้นที่ปฏิบัติการบิน (Flight line) ของท่าอากาศยานพาณิชย์ ซึ่งต้องมีกฎระเบียบของหน่วยงานความปลอดภัยด้านการบินสากลอย่าง ICAO ครอบคลุมอยู่

แต่ข้อเท็จจริงในการเสด็จพระราชดำเนินครั้งนี้เป็นการนำเครื่องเข้าจอดในพื้นที่ของกองบิน 23 ภายใต้การดูแลของ #กองทัพอากาศ เนื่องจากท่าอากาศยานนานชาติอุดรธานี (VTUD) เป็นท่าอากาศยานที่เครื่องบินทั้งของพลเรือนและการทหารปฏิบัติการอยู่ร่วมกัน แต่มีที่ตั้งของตัวอาคารอยู่คนละพื้นที่แยกออกจากกันอย่างชัดเจน ซึ่งกฎของ ICAO ได้กำหนดเอาไว้อย่างชัดเจนว่าไม่ครอบคลุมพื้นที่การปฏิบัติการทางการทหารของประเทศสมาชิก อีกทั้งพื้นที่การจอดอากาศยานพระที่นั่งถูกจัดอยู่นอกพื้นที่ปฏิบัติการบิน ด้วยการออกแบบสนามบินอุดรธานีนั้น เมื่อแรกเริ่มการก่อสร้างโดย #กองทัพอากาศสหรัฐ ได้มีการสร้างทางวิ่งพิเศษ เพื่อนำเครื่องบินรบของตนออกมาทำการซ่อมบำรุงจากพื้นที่สนามบิน โดยมีประตูรั้วที่เลื่อนเปิดปิดได้เพื่อความสะดวกในการรักษาความปลอดภัย ซึ่งกองทัพอากาศยังใช้พื้นที่นี้เป็นจุดจอดอากาศยานในภารกิจพิเศษ หรือการรับส่งบุคคลสำคัญ อันเป็นลานกว้างอยู่ด้านหน้าอาคารกองบัญชาการกองบิน 23 ในปัจจุบัน

แม้จะเป็นพื้นที่ทางการทหารที่ไม่ได้อยู่ภายใต้กฎของICAO และอยู่นอกพื้นที่ปฎิบัติการการบิน แต่การที่ประชาชนได้เข้ามารับเสด็จในบริเวณพื้นที่จอดอากาศยานพระที่นั่งนี้ ล้วนผ่านการเตรียมการเป็นอย่างดีของกองบิน 23 จากการที่ประชาชนจำนวนมากได้แจ้งความประสงค์เดินทางมารับเสด็จในบริเวณหน้ากองบินจำนวนมาก กองบิน 23 จึงนำเรียน #สำนักพระราชวัง เพื่อพิจารณาการเปิดพื้นที่ในกองบินเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ซึ่งเมื่อได้รับความเห็นชอบแล้ว จึงมีการดำเนินการวางแผนรับส่งประชาชนอย่างเป็นระบบ ทั้งการกำหนดจุดรับส่งล่วงหน้า การกำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัย รวมไปถึงการตั้งจุดตรวจหาอาการติดเชื้อไวรัส #โควิด19 แม้จะมีประชาชนเดินทางมาลงทะเบียนเข้าพื้นที่กว่าหนึ่งหมื่นคนแต่ขั้นตอนทุกอย่างเป็นไปอย่างเรียบร้อย

ในพื้นที่รับเสด็จบริเวณลานหน้ากองบัญชาการกองบิน 23 ถูกจัดพื้นที่โดยคำนึงถึงความปลอดภัย ทั้งระยะห่างจากตัวอากาศยาน การกำหนดจุดแสงสว่าง การบรรยายสรุปให้ผู้รับเสด็จเข้าใจถึงมาตรการต่าง ๆ เพื่อป้องกันการสร้าง FOD (เศษวัตถุแปลกปลอมที่สร้างความเสียหายให้กับอากาศยานได้) ในพื้นที่ โดยมีเจ้าหน้าที่จิตอาสาจากหน่วยงานต่าง ๆ มาร่วมดูแลความเรียบร้อยในทุกจุด ดังจะเห็นได้ว่าในพื้นที่นี้จะไม่เศษสิ่งของที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่ออากาศยานปรากฏให้พบเห็นเลย

ยังมีการตั้งคำถามของภาพที่เข้าใจว่ามีการบันทึกภาพจากโดรนในมุมสูง ว่าเป็นการละเมิดกฎการบินยานโดรนในประเทศไทยหรือไม่นั้น คำตอบคือ ภาพที่ปรากฏเผยแพร่ตามสื่อนั้น เป็นโดรนของกองทัพอากาศและหน่วยที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้การดูแลรักษาความปลอดภัยในฐานะโดรนของทางราชการ ซึ่งมีขั้นตอนการปฏิบัติงานและผู้รับผิดชอบการบินที่ถูกต้อง มีการประสานงานกับส่วนบัญชาการและหอบังคับการบินตามระเบียบปฏิบัติ ตามปกติเนื่องจากทุกกองบินของกองทัพอากาศได้บรรจุเข้าประจำการยานโดรนเพื่อใช้ในการรักษาความปลอดภัยฐานบินเป็นอุปกรณ์มาตรฐานอยู่แล้ว

ด้วยเหตุผลดังนี้จึงสรุปได้ว่า ขั้นตอนการเข้าพื้นที่รับเสด็จในกองบิน 23 ของประชาชน ไม่ได้เป็นการละเมิดกฎการรักษาความปลอดภัยด้านการบินขององค์กรสากลใด ๆ และผ่านขั้นตอนการรักษาความปลอดอย่างเข้มงวด จนการรับเสด็จครั้งนี้ผ่านพ้นไปด้วยความเรียบร้อย และ กลายเป็นบันทึกหนึ่งในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่น่าประทับใจของจังหวัดอุดรธานีและกองทัพอากาศ