สิบสัปดาห์ในประเทศไทย: กำลังพลกรีนเบเรต์คือทหารสหรัฐนายแรกที่สำเร็จการศึกษาจากหลักสูตรจู่โจม กองทัพบกไทย

สวมชุดพรางของกองทัพบกไทย และใส่รองเท้าคอมแบต กำลังพลของหน่วยกรีนเบเรต์สหรัฐนายนี้เดินลุยหนองน้ำลึกเท่าเอวพร้อมแบกเป้หนัก ๆ และสะพายปืนเล็กยาวแบบ 33 (Mannlicher M1888) พร้อมกับเท้าเปียก ๆ และความเจ็บปวดที่แผ่ไปทั้งกล้ามเนื้อทั่วร่างกาย แต่ก็ยังเหลือระยะทางอีกเป็นกิโล ๆ ที่ต้องเดิน

เมื่อคืนก่อน เขานอนแค่ 1 ชั่วโมงเพราะภารกิจลาดตระเวนที่หนองน้ำล้มเหลว แต่ในคืนที่การลาดตระเวนไม่เป็นไปตามแผน เขาก็ยังโชคดีที่ได้นอนหลับเต็ม ๆ ตาครึ่งชั่วโมงในบ่อโคลน เพราะอีก 22 ชั่วโมงในวันนั้นต้องถูกใช้ไปในการลาดตระเวน

และวันอื่นอีก 72 วันก็โหดร้ายไม่ต่างกันในหลักสูตรจู่โจมของกองทัพบกไทย การได้รับปีกจู่โจมของกองทัพบกไทยต้องใช้ความพยายามอันเหนื่อยล้า แต่ก็มีถูกให้ออกจากการเรียนน้อย ซึ่งถือว่าแปลกสำหรับหลักสูตรลักษณะนี้ เนื่องจากนักเรียนจะต้องพึ่งพากันและกันเพื่อพากันไปถึงจุดหมาย แม้ว่ามันจะหมายถึงการต้องแบกเป้หนัก ๆ ของเพื่อนไปอีก 5 สัปดาห์เพราะเพื่อนข้อเท้าหักหรือต้องรีบช่วยปลุกเพื่อนที่เผลอหลับ นับจากวันที่ 17 ตุลาคม ถึง 29 ธันวาคม 2563 ทหารกรีนเบเรต์จากกรมรบพิเศษที่ 1 (ส่งทางอากาศ) (1st Special Forces Group (Airborne)) ของหน่วยรบพิเศษสหรัฐหรือกรีนเบเรต์เข้าเรียนหลักสูตรจู่โจมของกองทัพบกไทยที่ประเทศไทยและได้รับปีกจู่โจมพร้อมกับประกาศนียบัตรนักเรียนดีเด่นของหลักสูตร

ยิ่งกว่านั้น เขายังเป็นกำลังพลของกองทัพสหรัฐคนแรกในรอบ 40 ปี และเป็นคนแรกที่จบหลักสูตรจู่โจมในยุคปัจจุบันของกองทัพบกไทย กำลังพลคนนี้กล่าวว่า สิ่งที่ทำให้ชีวิตเปลี่ยนก็คือเขาไม่สามารถเขียนหรือโทรกลับไปหาครอบครัวได้ ที่นี่ ครอบครัวคือเพื่อนนักเรียนและครู่ฝึกเท่านั้น

กำลังพลกรีนเบเรต์ได้รับการยอมรับจากเพื่อน ๆ และครูฝึก เมื่อหลักสูตรดำเนินไป ครูฝึกได้มอบหมายตำแหน่งหลัก ๆ ให้เขาเพื่อให้เขาช่วยพาให้หมวดของเขาปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จ

“มันจะเป็นความผูกพันไปตลอดชีวิต ผมจะยังจำคนเหล่านี้และผมจะยังติดต่อกับพวกเขา มันเหมือนกับการเป็นที่ปรึกษาให้กับพี่น้อง”

หลักสูตรจู่โจมนั้นมีหลายภาค คือภาคภูเขา ภาคป่า ภาคสะเทินน้ำสะเทินบก ภาคทะเล และภาคการรบในเมือง ในแต่ละภาค นักเรียนจะถูกประเมินจากการปฏิบัติหน้าที่ในหลายตำแหน่งเช่น ผู้บังคับหมวด เสนารักษ์ และ แผนที่เข็มทิศ

“ในฐานะกรีนเบเรต์ เราจะมีความเชื่ยวชาญในเรื่องพื้นฐาน” เขากล่าว “หลักสูตรนี้นำผมกลับไปยังเรื่องพื้นฐานเช่น การนำทางด้วยแผนที่แผ่นเดียวต่อหนึ่งหมวด เทียบกับในหน่วยปกติ คุณมีแผนที่แปดแผ่นและ GPS”

A Green Beret assigned to 1st Special Forces Group (Airborne) stands with a combat load prior to a static line combat equipment jump Dec. 26, 2020, in the Kingdom of Thailand. From Oct. 17 to Dec. 29, 2020, he attended the Royal Thai Army’s Ranger School and earned their Ranger Badge, becoming the first U.S. service member to attend and graduate the course in more than 40 years. (This photo has been altered to protect the identity of the person for security purposes.)

เพื่อสำเร็จการศึกษาจากหลักสูตรจู่โจมของกองทัพบกไทย นักเรียนจะต้องปฏิบัติภารกิจหลากหลายตามที่ได้รับมอบหมายและนำหมู่หรือหมวดปฏิบัติภารกิจ ทุกคำสั่งและการสื่อสารระหว่างเพื่อนนักเรียนและครูฝึกนั้นใช้ภาษาไทย “คุณต้องใช้ภาษาไทยได้ชำนาญมาก ๆ” เขากล่าว “ครูฝึกไม่พูดภาษาอังกฤษและไม่มีล่ามที่นี่”

นอกจากความชำนาญในการใช้ภาษาไทยแล้ว กำลังพลกรีนเบเรต์คนนี้ยังบอกถึงความแตกต่างระหว่างหลักสูตรจู่โจมของไทยและสหรัฐ ในหลักสูตรจู่โจมของสหรัฐ การบาดเจ็บหนักจะทำให้คุณต้องออกจากการเรียน แต่ในหลักสูตรจู่โจมของไทย ครูฝึกจะส่งเสริมให้นักเรียนช่วยเหลือเพื่อนโดยการแบกของแทนเพื่อนที่บาดเจ็บ

นักเรียนในหลักสูตรนี้ประกอบไปด้วยนักเรียนจากกองทัพบกสหรัฐ กองทัพบกไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ และหน่วยรบพิเศษของไทย จากนักเรียน 198 คน มี 187 คนที่จบหลักสูตร

จากข้อความในประกาศนียบัตรของเขาที่กองทัพบกไทยมอบให้ระบุว่า กำลังพลกรีนเบเรต์คนนี้ได้แสดงให้เห็นถึงคุณค่าที่เท่าเทียมกันของกองทัพบกสหรัฐและกองทัพบกไทย เพื่อสนับสนุนการเป็นพันธมิตรระหว่างสหรัฐและไทย การปฏิบัติตัวของเขาจะเป็นตัวอย่างให้กับกำลังพลจากกองทัพบกสหรัฐที่จะมาเรียนหลักสูตรจู่โจมของไทยในอนาคต

ผู้บังคับกองร้อยของเขาจากกรมรบพิเศษที่ 1 (ส่งทางอากาศ) ของกรีนเบเรต์กล่าว “ทักษะที่เขานำกลับมาและความสัมพันธ์ที่เขาสร้างขึ้นในขณะที่อยู่ที่ประเทศไทยจะช่วยให้ทั้งสองประเทศพร้อมที่จะปฏิบัติภารกิจร่วมกันในการป้องกันประเทศให้กันและกัน”

หมายเหตุ: สงวนลิขสิทธิ์คำแปล ห้ามคัดลอกหรือนำไปจัดทำวีดิโอเป็นอันขาด

บทความนี้แปลมาจากบทความ Ten weeks in Thailand: 1st SFG (A) Green Beret is first U.S. Soldier to complete Royal Thai Army’s Ranger School ซึ่งเขียนโดย Sgt. Anthony Bryant จากกรมรบพิเศษที่ 1 (ส่งทางอากาศ) หน่วยรบพิเศษของกองทัพบกสหรัฐ (กรีนเบเรต์)


ต้นฉบับ

Ten weeks in Thailand: 1st SFG (A) Green Beret is first U.S. Soldier to complete Royal Thai Army’s Ranger School

THAILAND
01.05.2021
Story by Sgt. Anthony Bryant
1st Special Forces Group (Airborne)

Wearing Royal Thai Army (RTA) fatigues and black leather boots, a U.S. Army Green Beret wades waist deep through a swamp carrying a heavy rucksack and an old-fashioned Mannlicher M1888 bolt-action rifle. With soaked feet and pain spreading through tired muscles, there are still miles left to trudge.

The night prior, he slept an hour because of a successful patrol in the swamps. On nights where the patrols are unsatisfactory, he’s lucky for a half hour of uninterrupted sleep in the quagmire. Twenty-two hours out of the day are devoted to patrolling.

The other 72 days of the RTA Ranger School are just as relentless. Earning the Royal Thai Army Ranger Badge is a grueling effort, but high attrition rates are unusual for the course. The candidates rely on one another to push each other through to the end, whether it means carrying another’s rucksack for five weeks due to a broken ankle or a quick nudge to awaken a tired teammate. From Oct. 17 to Dec. 29, 2020, a Green Beret with 1st Special Forces Group (Airborne) attended the RTA’s Ranger School in the Kingdom of Thailand and earned the Thai Ranger Badge along with recognition as the course’s distinguished graduate.

Furthermore, he became the first U.S. servicemember to attend in more than 40 years, and the first to graduate the course in its modern form. Life changing is what Ranger School is, the Green Beret said. You can’t write or call your family back home; here, your family are your brothers and instructors.

The Green Beret was recognized as a valued teammate whom instructors came to rely on. As the course progressed, instructors placed him in key positions to facilitate the successful completion of missions within his platoon.

“It’s a lifetime bond here,” he said. “I will always remember these guys and I will always keep in contact with them. It’s like brother-to-brother mentorship.”
Ranger School consists of different phases: mountain, forest, swamp, maritime and urban combat. In each phase, a candidate is assessed on the positions of squad or platoon leader, medic, pace man and map, and compass man.

“As a Green Beret, we’re supposed to be masters of the basics,” the Green Beret said. “This course took me back to the basics. For instance, navigating off one map per platoon…In an [Operational Detachment Alpha], you have eight maps plus GPS.”

To pass RTA Ranger School, you must compose operations orders and lead squad or platoon-sized elements on missions. All interactions between teammates and instructors are in Thai.
“You have to be fluent in this language,” he said. “The instructors don’t speak English and there are no translators here.”

As well as being fluent in Thai, the Green Beret is U.S. Army Ranger qualified and drew a contrast between U.S. and RTA Ranger Schools. In U.S. Army Ranger School, a severe enough injury would result in a medical drop from the course, he said. At Thai Ranger School, instructors encourage Ranger Buddies to help one another by shouldering the weight of an injured soldier.

The course was comprised of students from U.S. Army Special Forces, Royal Thai Army, Royal Thai Police, Royal King’s Guards, and the Royal Thai Special Mission Unit. Of the 198 who started the course, 187 graduated.

According to the award write up given by the RTA, the Green Beret’s conduct demonstrates the value the U.S. Army places on equal partnership in support of the U.S.-Thai alliance. His performance set the example for future U.S. Army attendees to the RTA’s Ranger School.

“It’s not so much what he gives to my formation, but what he gives to our entire force at-large in that he is a tactical and cultural diplomat for our country and Army,” said the Soldier’s Company Commander from 1st SFG (A). “The skills that he comes back with and the relationships he forged while there will better prepare both countries to operate with each other for our mutual defense.”

https://www.dvidshub.net/news/386463/ten-weeks-thailand-1st-sfg-green-beret-first-us-soldier-complete-royal-thai-armys-ranger-school

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.