หลังจากที่ TAF นำเสนอข่าวที่ช่างภาพอากาศยานหรือ Spotter ชาวเยอรมันที่ถ่ายภาพเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเลแบบ Do228-212 ของกองทัพเรือไทยจำนวน 2 ลำ (ทะเบียน 1112 และ 1114) ที่สนามบิน Oberpfaffenhofen ในแคว้นบาวาเรีย ซึ่งเป็นเมืองศูนย์กลางด้านการบินของเยอรมัน และเป็นที่ตั้งของ Dornier Luftfahrt GmbH ได้นั้น วันนี้มีรายละเอียดมากขึ้นจากข่าวเผยแพร่ของบริษัท #RUAG International ที่ประกาศสัญญาการปรับปรุง Do228 ของ #กองทัพเรือ ไทย

โดย RUAG International ประกาศว่าบริษัทจะทำการปรับปรุง #Do228 ของกองทัพเรือไทย ซึ่งรวมถึงการปรับปรุงห้องนักบินให้เป็นแบบ Glass Cockpit และติดตั้งอุปกรณ์ภารกิจแบบใหม่ รวมถึงติดตั้งระบบ Avionic แบบใหม่ด้วย

ทั้งนี้ กองทัพเรือไทยได้ใช้ Do228 ในการตรวจตราเขตเศรษฐกิจจำเพาะของไทย โดยตัวอากาศยานและลูกเรือนั้นทำภารกิจการข่าว เฝ้าตรวจ และลาดตระเวนเพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายทางทะเล

โดยในเบื้องต้น RUAG จะทำการปรับปรุง Do228 ของกองทัพเรือไทยจำนวน 2 ลำจากทั้งหมด 7 ลำ ซึ่งรวมถึงการนำส่งอากาศยานจากประเทศไทยและให้การฝึกนักบินและลูกเรือสำหรับอุปกรณ์แบบใหม่ โดยในการนำส่งนั้นเป็นการถอดชิ้นส่วนของอากาศยานในประเทศไทยและส่งไปยังเยอรมนีโดยเครื่องบินแบบ An-124 ถึงยังท่าอากาศยาน #Oberpfaffenhofen ซึ่งผู้เชี่ยวชาญจาก RUAG MRO International ได้ทำการตรวจสอบสภาพแบบครบวงจร ซึ่งรวมถึงการลอกสีบนลำตัวทั้งหมดและการซ่อมแซมส่วนที่เกิดการผุกร่อน โดยอากาศยานนั้นมีอายุการใช้งาน 25 ปีแล้ว

การขนส่ง Do229 ของกองทัพเรือไทยไปยังท่าอากาศยาน Oberpfaffenhofen ประเทศเยอรมนี

หลังการปรับปรุง Do228 ของกองทัพเรือไทยจะติดตั้งระบบห้องนักบินแบบ Glass Cockpit และระบบ AVionic สมัยใหม่ ผนังห้องโดยสารและห้องนักบินจะถูกปรับปรุงใหม่ด้วย ซึ่ง Do228 ที่ได้รับการปรับปรุงจะติดตั้งอุปกรณ์ที่ช่วยให้สามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งรวมถึงการติดตั้งเรดาร์ค้นหาแบบ 360 องศา กล้องอินฟาเรด ระบบจัดการภารกิจ และ Datalink จากอากาศยานไปยังสถานีควบคุมและ/หรือเรือ

ซึ่งทำให้นักบิน ลูกเรือ และช่างจะต้องเข้ารับการฝึกเพื่อใช้งานอุปกรณ์แบบใหม่ โดย RUAG MRO International จะทำการฝึกบุคลากรทั้งหมดทั้งในเยอรมนีและในประเทศไทย รวมถึงนักบินของ RUAG จะทำการบินเดินทางเพื่อนำส่งอากาศยานจากเยอรมนีกลับมายังประเทศไทยด้วย

กองทัพเรือไทยนั้นพึ่งพาความพร้อมที่สูงที่สุดของอากาศยานเพื่อให้สามารถปฏิบัติภารกิจป้องกันประเทศได้หลากหลาย ดังนั้นเราทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อใช้เวลาปรับปรุงให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะปัจจุบันที่เกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า #โควิด19 ซึ่งถือเป็นความท้าทาย แม้แต่การส่งเจ้าหน้าที่ 5 นายไปยังประเทศไทยเพื่อถอดประกอบอากาศยานก็ต้องใช้ความพยายามค่อนข้างมาก เพราะเที่ยวบินที่น้อยและกฎการกักตัวแต่ความท้าทายนี้ก็เป็นสิ่งที่เราพร้อมเผชิญเพราะความพึงพอใจของลูกค้าคือสิ่งที่สำคัญที่สุด

Thomas Imke ผู้จัดการฝ่ายขายของ RUAG กล่าวว่า

ทั้งนี้ ตามข้อมูลในปี 2018 นั้นระบุว่า โครงการปรับปรุง #อากาศยานลาดตระเวนทางทะเล Do228 ของกองทัพเรือไทยนั้นได้รับการสนับสนุนโดยศูนย์การสงครามทางอากาศของกองทัพเรือ Naval Air Warfare Center หรือ #NAVAIR ของกองทัพเรือสหรัฐ ซึ่งเป็นศูนย์วิจัยและทดสอบอากาศยานและระบบอาวุธ รวมถึงทดสอบอากาศยานและผลิตนักบินทดสอบของกองทัพเรือสหรัฐอีกด้วย โดย NAVAIR ได้เคยออกคำร้องขอข้อมูลหรือ RFI สำหรับการปรับปรุงอากาศยานลาดตระเวนทางทะเลของกองทัพเรือไทยจำนวน 7 ลำ มูลค่า 40 ล้านเหรียญสหรัฐตามโครงการ Building Partnership Capacity ซึ่งเป็นโครงการสร้างและสนับสนุนขีดความสามารถของชาติพันธมิตรของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ

เครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล Do229 ของกองทัพเรือไทย

โดย RFI ระบุว่าปัจจุบัน Do228 ของกองทัพเรือไทยติดตั้งเรดาร์ตรวจการณ์ Telephonics RDR 1550B RADAR และกล้องตรวจการณ์ Star SAFIRE II ซึ่งจำเป็นต้องปรับปรุงด้วยการติดตั้งอุปกรณ์ที่มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

  1. เรดาร์ตรวจการณ์แบบ Multi-Mode

เป็นเรดาร์ตรวจการณ์ที่มีพิสัยตรวจจับได้อย่างน้อย 160 ไมล์ทะเล มีขีดความสามารถในการทำ Terrain Mapping แจ้งเตือนสภาพอากาศ นำร่องตามจุดที่กำหนด และแสดงข้อมูลการนำร่องบนอุปรณ์นำร่องของอากาศยาน มีขีดความสามารถในการทำภารกิจค้นหาและช่วยชีวิต รวมถึงใช้งานร่วมกับกล้องตรวจการณ์ EO/IR ด้วย

  1. กล้องตรวจการณ์ EO/IR

ต้องเป็นกล้องที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถถ่ายภาพได้จากระยะไกลและให้ภาพสีความละเอียดสูงจากกล้อง มีพื้นที่การมองเห็น (Field of View) หลายขนาด มีระบบกันสั้น 5 แกน ใช้เซนเซอร์ CCD สำหรับรับภาพในความมืดและภาพใกล้ย่านอินฟาเรด ตัวแท่นสามารถติดตามเป้าหมายได้อัตโนมัติ และทำงานร่วมกับเรดาร์ตรวจการณ์

  1. อุปกรณ์สื่อสาร

วิทยุ VHF 2 ชุด วิทยุ FM/VHF/UHF แบบหลายแบนด์ 1 ชุด วิทยุความถี่สูงหรือ HF 1 ชุด อุปกรณ์สื่อสารระยะเกินสายตาในย่าน X-Band และระบบ Datalink ซึ่งต้องไม่ใช่ Link RTN

  1. ระบบนำร่อง

ระบบค้นหาทิศอัตโนมัติ (Automatic Direction Finder) 2 ชุด ระบบเครื่องช่วยการเดินอากาศ (ILS) ระบบวิทยุนำร่อง VHF แบบรอบทิศ (VOR) ระบบวัดระยะ (DME) ระบบจัดการการบิน (FMS) และระบบแจ้งเตือนการจราจรทางอากาศและหลีกเลี่ยงการชน (TCAS)

  1. ระบบพิสูจน์ทราบ

ติดตั้งตัวส่งสัญญาณ ADS-B

  1. สถานีควบคุมภารกิจ

เป็นสถานีควบคุมอุปกรณ์ในการปฏิบัติภารกิจที่ถอดออกได้ และติดตั้งซอฟต์แวร์ในการใช้งาน

  1. อุปกรณ์อื่น ๆ

ติดตั้งระบบระบบตัวตนอัตโนมัติหรือ AIS มาตรการสนับสนุนทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ESM และระบบบันทึกภารกิจ (DVR)


ซึ่งนอกจากนั้น มีรายงานข่าวว่าในปีงบประมาณ 2565 นั้น กองทัพเรือยังได้เสนอของบประมาณจำนวน 800 ล้านบาทในการปรับปรุงเครื่อง Do228 ทำให้เมื่อรวมกับงบประมาณราว 40 ล้านเหรียญสหรัฐที่สหรัฐสนับสนุน จะทำให้มีงบประมาณในโครงการนี้รวม 2,000 ล้านบาท ซึ่งต้องติดตามกันต่อไปว่า การปรับปรุงนั้นจะมีอุปกรณ์ใดติดตั้งมาบ้าง

การปรับปรุงครั้งนี้ก็น่าจะเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ #freeandopenindopacific ของสหรัฐในการให้ความสำคัญกับพันธมิตรของสหรัฐ โดยเฉพาะในอาเซียนที่ต้องการผลักดันไทยและฟิลิปปินส์ให้เป็นผู้นำด้านความมั่นคงของภูมิภาค พยายามรวมอาเซียนให้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันเพื่อต่อต้านอิทธิพลของจีนและการอ้างสิทธิ์เหนือทะเลจีนใต้ของจีน โดยหนึ่งในยุทธศาสตร์ก็คือการเพิ่มขีดความสามารถทางทหารของชาติพันธมิตร ในกรณีของฟิลิปปินส์คือการส่งมอบระเบิดนำวิถีและอาวุธที่ใช้งานบนอากาศยานแบบต่าง ๆ ในส่วนของไทยก็ชัดเจนแล้วว่าคือการสนับสนุนการปรับปรุงเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล เพื่อให้ชาติพันธมิตรมีขีดความสามารถเพิ่มขึ้นและสามารถปฏิบัติงานร่วมกับกองทัพสหรัฐได้นั่นเองครับ

อ่านเพิ่มเติม

“กองทัพเรือส่ง Do228 ไปปรับปรุงที่เยอรมนี”

https://thaiarmedforce.com/2020/12/26/rtn-do228-in-germany-for-upgrade/

“Link-TH vs. Link-16 คืออะไร ต่างกันอย่างไร ไทยใช้ Link ไหนดี”

https://thaiarmedforce.com/2021/01/10/link-th-vs-link-16/

“เอกสารยุทธศาสตร์ของทำเนียบขาวเผยยุทธศาสตร์ต่อไทย อาเซียน แปซิฟิก และการต้านจีน”

https://thaiarmedforce.com/2021/01/13/us-strategic-framework-for-indopac-asean-thailand-part/

โพสนี้ในเพจของเรา


อ้างอิง

05.02.2021RUAG MRO InternationalMedia release

RUAG International signs contract for the modernization of the Royal Thai Navy’s Dornier 228.

RUAG MRO International is comprehensively modernizing Dornier 228 aircraft for the Royal Thai Navy. The upgrade includes the installation of glass cockpits and new mission equipment as well as the modernization of avionics systems

The Thai Navy uses its Dornier 228 to monitor the exclusive economic zone called the “200-mile zone”. The aircraft and their crews conduct ISR (intelligence, surveillance and reconnaissance) missions in the territorial waters of the Gulf of Thailand for the purpose of border surveillance to combat illegal trade and fishing.

Initially, RUAG will now be modernizing two of the seven aircraft in the Royal Thai Navy Dornier 228 fleet. This also includes transporting the aircraft to and from Thailand and providing training in the use of the new equipment. For the upgrade, the aircraft were disassembled on site in Thailand. Subsequently, an Antonov AN-124 transport aircraft flew the Dornier 228 to Oberpfaffenhofen, where the experts from RUAG MRO International carry out a comprehensive inspection. In the process, they remove the paint completely and eliminate any corrosion damage to the aircraft structure, which is now 25 years old.

The aircraft will be equipped with glass cockpits and modern avionics systems (COM, NAV). The interior, cockpit and aircraft cabin will also be revamped. It will receive modern mission equipment that will enable tasks to be performed more effectively and efficiently. These include a 360° search radar, infrared cameras as well as a mission management and data link for data transmission to ground stations and/or ships.

Due to the aircraft modernization, pilots, crew members and technicians will need to be trained in the use of the new equipment. RUAG MRO International will therefore also organize training for crew members and technicians, partly in Germany and partly on site in Thailand. In addition, RUAG’s factory pilot team will be responsible for ferrying the modernized aircraft to Thailand.

The Royal Thai Navy is dependent on the greatest possible availability of its aircraft to be able to continuously perform its sovereign tasks. “We are therefore doing everything we can to keep aircraft downtime as short as possible. Especially under the current conditions brought about by the coronavirus pandemic, this is a challenge,” explains Thomas Imke, Sales Manager. Even sending a five-man team to Thailand for dismantling the aircraft involved considerable effort, given reduced flight connections and quarantine regulations. “These are challenges that we are happy to take on because the satisfaction of our customers is our top priority,” concludes Thomas Imke.

_________________________________________________

RUAG MRO International is an independent supplier, support provider and integrator of systems and components for civil and military aviation worldwide. It also develops and supports simulation and training systems and solutions for international trained security forces.

The company’s core competencies range from repair and maintenance work and upgrades to the development and integration of subsystems and components for selected aircraft and helicopters throughout their entire lifecycle.

In addition, as the manufacturer (OEM) of the Dornier 228, a versatile aircraft for special missions as well as passenger and cargo operations, RUAG International focuses on customer support solutions, including OEM services.

RUAG MRO International also develops simulation and training systems for live, virtual and constructive (LVC) training. Thanks to flexible functions and a wide range of additional equipment realistic training can be provided for a wide variety of missions – from individual team training to the training of entire units.

https://www.ruag.com/en/news/ruag-international-signs-contract-modernization-royal-thai-navys-dornier-228?fbclid=IwAR02_1iiVIGhOnCkZhzsIYntEKhQNSORARgBt8QrdO2Alujhg-EAzjQFsJY


This Sources Sought/Request for Information (RFI) is posted for planning and market research only. This RFI does not constitute a Request for Proposal, Request for Quote, or Invitation for Bids. This RFI does not commit the Government to issue any type of solicitation or award a contract. This RFI does not restrict the Government from a particular acquisition approach. The Government will not reimburse any respondent for any cost associated with information submitted in response to this Sources Sought RFI.
NAVAIR-1.4 Building Partner Capacity (BPC) Programs has a requirement to upgrade seven (7) existing Royal Thai Navy (RTN) Dornier 228 aircraft with an increased maritime surveillance capability.
The aircraft are currently configured for the Maritime Surveillance role including a Telephonics RDR 1550B RADAR and FLIR Star SAFIRE II Electro/Optical Infrared turret, which will need to be upgraded with the following equipment:
•1. Multi-mode surveillance RADAR upgrade
•a. Minimum detection range of 160NM
•b. Terrain Mapping, weather avoidance, beacon navigation and display of navigation information from the aircraft navigation system
•c. Compatible with EO/IR
•d. SAR/ISAR capable
•2. Electro Optical Infrared
•a. High-performance, long range imaging
•b. High-resolution color spotter scope
•c. Matched multi-FOV optics
•d. Multiple payloads
•e. 5-Axis stabilization
•f. Low-Light/Near IR CCD
•g. Automatic target tracker
•h. Cooperating with the multi-mode radar
•3. Communication Equipment
•a. VHF radio (118.0-136.9916 MHz) amount 2 EA
•b. Multi band FM/VHF/UHF radio (30.00-399.75MHz) amount 1 EA
•c. High frequency (HF) Radio (2.99-29.99MHz) amount 1EA
•d. Beyond Line of Sight (BLoS) in the X-band
•e. Data Link System (EX Link RTN)
•4. Navigation System
•a. Automatic Direction Finder (ADF) System amount 2EA
•b. Instrument landing system (ILS) amount 1EA
•c. Very high Frequency Omni-direction Rang (VOR) amount 2EA
•d. Distance Measuring Equipment (DME) amount 2EA
•e. Flight management system (FMS) amount 1EA
•f. Traffic alert and Collision Avoidance System (TCAS) amount 1EA
•5. Identification
•a. ATC Transponder (ADS-B Transponder system) amount 1EA
•6. Mission Operator Station
•a. Palletized or removable operators station
•b. Operating software
•7. Additional Equipment
•a. Automatic Identification System. (AIS)
•b. Electronic Support System. (ESM
•c. Mission recorder (DVR)
In addition to the aforementioned upgrades, the RTN will require operations and maintenance training, spares, and associated special tooling and support equipment for the mission system installation.
HOW TO RESPOND: Please provide whitepapers, commercial pamphlets, or any other documentation that would describe the company’s ability to meet the above requirements.
THIS IS A REQUEST FOR INFORMATION ONLY. This RFI is issued solely for information and planning purposes and does not constitute a solicitation. In accordance with FAR 15.201(e), responses to this notice are not offers and cannot be accepted by the Navy to form a binding contract
All vendors must be registered in Systems for Award Management (SAM) Database. The internet website is https://www.sam.gov/portal/public/SAM/. It is mandatory to register with the SAM as your DUNs Number (Data Universal Numbering System) and your CAGE CODE (Commercial and Government Entity) code will be required to conduct business with the Department of Defense.

https://govtribe.com/opportunity/federal-contract-opportunity/royal-thai-navy-dornier-228-aircraft-n6833518rfi0247#updates-table