Airbus ได้จัดแถลงข่าวเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจและแนวโน้มตลาดในเอเชียแปซิฟิกเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับภาวะตลาดในปี 2564 นี้ รวมถึงพัฒนาการใหม่ ๆ ของ Airbus ที่เกิดขึ้นในภูมิภาคนี้ ซึ่งการแถลงข่าวนั้นนำโดยนายเดิร์ก โฮค ประธานเจ้าหน้าที่บริหารหรือ CEO ของ Airbus Defense and Space และนายโยฮัน เปลิซซิเย่ หัวหน้าภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก Airbus Defense and Space ซึ่ง TAF ก็ไม่พลาดที่จะเข้าร่วมรับฟังและสอบถามเหมือนเช่นเคยครับ

ทั้งสองกล่าวว่า ในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา แม้ในภาวะ COVID-19 ที่ยังแพร่ระบาดอยู่นั้น Airbus ก็ยังสามารถติดต่อกับลูกค้าในเอเชีย และดำเนินสายการผลิตได้เป็นปกติ และยังสามารถเติบโตได้จากการสนับสนุนจากลูกค้า ซึ่งเป็นสิ่งที่ Airbus ภูมิใจ และในเอเชีย Airbus ยอดสั่งซื้อก็ยังเติบโตได้ถึง 39%

ในปี 2020 นั้น Airbus ยังประสบความสำเร็จในโครงการดาวเทียม Optus ในออสเตรเลียภายใต้โครงการ OneSat นอกจากนั้นยังชนะสัญญาการส่งมอบ C295 ในอาเซียน และ ได้รับสัญญาการปรับปรุง A330 MRTT ในออสเตรเลีย ซึ่งมีใช้ในเกาหลีใต้และสิงคโปร์เช่นกัน ส่วน A400M นั้น เครื่องบินลำเลียงแบบนี้ได้ถูกใช้ในภาวะ COVID-19 เพื่อสนับสนุนภารกิจมนุษยธรรมมากมายในมาเลเซีย แสดงให้เห็นถึงขีดความสามารถและความอ่อนตัว เช่นเดียวกับ C295 ของฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียที่มีการใช้งานในภารกิจด้านมนุษยธรรมและช่วยเหลือภัยพิบัติ

สำหรับโครงการ A400M Capability Entancement ในปีที่ผ่านมาทำให้ช่วยขยายขีดความสามารถของเครื่องให้กับลูกค้า และหวังว่านั่นจะทำให้เครื่องบินได้ลูกค้าในเอเชียแปซิฟิกเพิ่มสำหรับ A400M ในส่วนของ A330 MRTT นั้น Airbus ภูมิใจที่ได้ทำงานกับกองทัพอากาศสิงคโปร์ในการใช้งาน MRTT และการปรับปรุงภายใต้โครงการ SMART Upgrade ก็จะช่วยเพิ่มขึดความสามารถให้กับ MRTT ของสิงคโปร์ได้

Airbus ยังเห็นความสนใจเพิ่มขึ้นสำหรับ C295 MPA ซึ่งเป็นรุ่นลาดตระเวนทางทะเลที่ตอนนี้มีบราซิล แคนาดา ชิลี โอมาน โปรตุเกส เป็นผู้ใช้งาน และหวังว่าจะมีลูกค้าใหม่เช่นมาเลเซีย ซึ่ง Airbus ยังลงทุนด้านนวัตกรรมอย่างต่อเนื่องในส่วนของ C295 เช่นระบบ Avionic แบบใหม่หรือ HUD แบบใหม่

สำหรับงานด้านอวกาศ ในเอเชียเริ่มลงทุนด้านอวกาศมากขึ้น เปิดหน่วยงานอวกาศ และเข้าสู่อวกาศมากขึ้น Airbus หวังว่าจะได้เป็นพันธมิตรกับประเทศต่าง ๆ ในเอเชียในการสร้าง Space Economy ที่กำลังเติบโตในเอเชีย

ที่ผ่านมามีโครการจัดหาหลายโครงการที่ Airbus เข้าแข่งขันเช่น โครงการ JP9102 ในออสเตรเลียเพื่อจัดหาดาวเทียมสื่อสารทางทหาร นอจากนั้นเกาหลีใต้ยังส่งดาวเทียมทางทหารดวงแรกของตนซึ่งสร้างด้วย Airbus ในการสนับสนุนเครือข่าย Secure Communication สำหรับกองทัพเกาหลีใต้และในประเทศไทยซึ่ง Airbus ได้สัญญาในการส่งมอบ THEOS 2 และลงนาม MoU กับ GISTDA เพื่อพัฒนาและสนับสนุนการสร้างดาวเทียมในประเทศไทยอีกด้วย โดย Airbus หวังว่าจะมีความร่วมมือกับประเทศในเอเชียมากขึ้นในด้านการลงทุนด้านอวกาศ และการวิจัย

เอเชียมีตลาดด้านการป้องกันประเทศและอวกาศที่แข็งแกร่ง ตอนนี้มีเครื่องบินทางทหารของ Airbus จำนวน 150 ลำ ดาวเทียมที่ Airbus ผลิตจำนวน 5 ดวงใช้งานในเอเชียแปซิฟิก ซึ่งถือว่าเป็นตำแหน่งที่เข้มแข็งมากของ Airbus โดยบริษัทเชื่อว่านี่เป็นแค่จุดเริ่มต้น และเอเชียแปซิฟิกจะยิ่งสำคัญต่อ Airbus มากขึ้นอีกในอนาคต โดยจะพูดคุยกับลูกค้าหลัก ๆ เพื่อลงทุนและร่วมมือกันต่อไป

THEOS 2

TAF ยังมีโอกาสถามคำถามกับ CEO และ หัวหน้าภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ของ Airbus Defense and Space ซึ่งเกี่ยวกับประเทศไทยและเชื่อว่าน่าจะเป็นที่สนใจของทุกคนครับ

TAF: อยากให้ Airbus ช่วยอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับสัญญาการส่งมอบดาวเทียม THEOS 2 กับประเทศไทย และถ้าเป็นไปได้อยากให้อธิบายรายละเอียดของกิจกรรมที่ทำร่วมกับหน่วยงานด้านอวกาศในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการส่งเสริมเศรษฐกิจอวกาศ

โยฮัน เปลิซซิเย่: ตอนนี้มีสัญญากับ GISTDA เพื่อส่งมอบ THOES 2 ซึ่งเป็นดาวเทียมสำรวจทรัพยากร นอกนั้นก็ยังพัฒนาด้านอื่นร่วมกันด้วย โดยเฉพาะการพัฒนาต่อเนื่องและระบบสนับสนุนของ THEOS 2 ในส่วนของการสนับสนุนเศรษฐกิจอวกาศนั้น Airbus ได้เปิดโอกาสให้วิศวกรและเจ้าหน้าที่ของไทยเข้าไปทำงานในตูลูสซึ่งเป็นที่ที่ Airbus THEOS 2 ให้กับไทย ซึ่งโดยรวมจะมีวิศวกร นักเรียน และเจ้าหน้าที่ของไทยมากกว่า 1000 คนไปเรียนรู้ที่ตูลูสเพื่อเรียนรู้การผลิตซอฟต์แวร์และการใช้ประโยชน์จากข้อมูลของดาวเทียม THEOS 2 รวมถึงการสร้างดาวเทียมของไทยขึ้นมาด้วยตัวเอง


TAF: กองทัพเรือไทยอาจเริ่มต้นโครงการจัดหาเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเลใหม่ในอนาคตอันใกล้ อยากให้อธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับ C295 MPA โดยเฉพาะในภารกิจการค้นหาและกู้ภัยทางทะเลและการปราบเรือดำน้ำ และทำไม C295 จึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับกองทัพเรือไทย?

โยฮัน เปลิซซิเย่: C295 มีใช้งานในเอเชียแปซิฟิกแล้ว รวมถึงในกองทัพบกไทย เราเชื่อว่า C295 MPA จะตอบสนองต่อความต้องการทั้งในปัจจุบันและในอนาคตของกองทัพเรือไทย เรามองหาโอกาสที่จะเข้าร่วมเสนออากาศยานเมื่อกองทัพเรือไทยเปิดโครงการ
เดิร์ก โฮค: สิ่งสำคัญสำหรับลูกค้าของ C295 ก็คือ Airbus ยังคงลงทุนในการวิจัยและพัฒนา C295 อย่างต่อเนื่อง อย่างที่เราเห็นในรุ่นล่าสุดของ C295 ที่มีระบบ Avionic แบบใหม่ จอ HUD แบบใหม่ และจะมีฟังก์ชั่นใหม่ ๆ เกิดขึ้นบน C295 สำหรับในยุโรปนั้น Airbus กำลังพูดคุยเกี่ยวกับการพัฒนา C295 MPA รุ่นใหม่ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อลูกค้าในเอเชียแปซิฟิกเช่นกัน

C295 MPA

TAF: หลายประเทศมองโอกาสที่จะเรียกร้อง Offset และความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมจากผู้ขายอากาศยานทางทหาร Airbus สามารถตอบสนองความต้องการนี้ได้หรือไม่ คุณสามารถยกตัวอย่างโครงการ Offset ที่มาพร้อมกับโครงการจัดหาอากาศยานทางทหารและอวกาศได้หรือไม่?

เดิร์ก โฮค: เราเห็นความต้องการด้าน Offset ทั่วโลก ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหม่ และแน่นอนสำหรับ Airbus ที่มีการลงทุนด้านการป้องกันประเทศและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องเยอะ ทำให้ Airbus สามารถสนับสนุนและส่งมอบ Offset ได้อย่างแน่นอน และเราก็ดำเนินการมาแล้วทั่วโลกรวมถึงในเอเชียด้วย

โยฮัน เปลิซซิเย่: ตัวอย่างที่ดีในเอเชียก็คือ A400M ของกองทัพอากาศมาเลเซียที่ Airbus ได้รวมบริษัทของมาเลเซียเข้าไปยังห่วงโซ่อุปทานของ A400M ซึ่งบริษัทของมาเลเซียไม่ได้ทำการผลิตชิ้นส่วนให้กับ A400M ของมาเลเซียเท่านั้น แต่ยังผลิตเพื่อสนับสนุนผู้ใช้งาน A400M ทั่วโลก และชิ้นส่วนที่ผลิตในมาเลเซียก็จะเป็นส่วนหนึ่งของ A400M ไม่ว่าที่ใด นอกจากนั้นที่เราได้พูดคุยไปแล้วในตอนต้นก็คือโครงการ THEOS 2 ของไทยที่จะมีคนไทยกว่า 1000 คนที่จะได้รับเทคโนโลยีด้านอวกาศที่ตูลูส Airbus จะมองไปที่การสร้างขีดความสามารถในการพึ่งพาตนเองของลูกค้าและในประเทศที่เราเข้าไปดำเนินธุรกิจ และนี่เป็นส่วนหนึ่งของแผนการของเราในเอเชียแปซิฟิกว่ามีที่ใดที่เราจะสามารถพัฒนาขีดความสามารถและเพิ่มบทบาทของเราได้ รวมถึงมีที่ใดในเอเชียแปซิฟิกที่เราจะสามารถให้บริษัทท้องถิ่นเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานของเรา

เดิร์ก โฮค: ข้อได้เปรียบของ Airbus คือเรามีส่วนงานสามส่วนในกลุ่มบริษัทของเรา แต่ละส่วนสามารถสนับสนุนซึ่งกันและกันได้เพื่อให้เราสามารถดำเนินการตามข้อกำหนดด้าน Offset ของลูกค้าได้สำเร็จ


TAF ขอขอบคุณ Airbus และ TQPR ที่เปิดโอกาสให้เราเข้าร่วมงานแถลงข่าวนี้พร้อมกับสื่อมวลชนทั่วเอเชียครับ