เมื่อวานที่ผ่านมาในวงสนทนา Clubhouse ของ TAF ในหัวข้อ “จะยกเลิกเกณฑ์ทหาร ต้องทำอย่างไร” ซึ่งเราตั้งธงไว้ว่าเราอยากจะยกเลิกการเกณฑ์ทหาร และอยากชวนมาช่วยกันคิดว่าจะยกเลิกอย่างไรนั้น มีหลายท่านมาร่วมแสดงความคิดเห็น ซึ่งหลายท่านล้วนแต่มีประสบการณ์และเป็นผู้ที่สามารถให้ข้อคิดเห็นได้อย่างมีเหตุมีผลทั้งสิ้น เช่นจ่าโอ ที่ให้มุมมองในส่วนของกองทัพสหรัฐซึ่งไม่มีการเกณฑ์ทหาร หรือนาวาตรีบดินทร์ สันทัด ดุษฎีบัณฑิตจากคณะรัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ที่ทำงานดุษฎีนิพนธ์ด้านความมั่นคงในอาเซียน และหัวหน้าโครงการวิจัยเกี่ยวกับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของ สกว. ที่ให้มุมมองและไอเดียที่ดีมากในการหาวิธีที่ทำให้คนมาสมัครมากขึ้นจนไม่ต้องเกณฑ์ไปเอง รวมถึงคุณปืน คุณโย Skyman และคุณเดียร์ ทีมม็อดของเรา และท่านอื่น ๆ ที่ไม่ได้เอ่อชื่ออีกหลายท่าน เราขอขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นกันครับ สำหรับท่านที่สนใจสามารถฟังย้อนหลังได้ที่ https://www.facebook.com/thaiarmedforce/posts/280705936852279

ด้านล่างนี้คือสรุปประเด็นการพูดคุยในวันนั้นครับ


  1. การมีพลทหารรับใช้นั้น แต่ก่อนสังคมไทยหรือกองทัพไม่เคยมองว่าผิด แต่ตอนนี้สังคมเริ่มรู้แล้วว่ามันผิดและเริ่มรับไม่ได้ เพราะเราใช้ทรัพยากรของชาติ และยังเป็นการทุจริตตามนิยามของ ป.ป.ช. อีกด้วย แต่ในกองทัพพลทหารรับใช้หรือพลทหารบริการเหมือนจะมีในระเบียบเลยด้วยซ้ำว่าถ้าคุณมียศระดับหนึ่งสามารถเรียกพลทหารรับใช้ได้ ซึ่งพอมีระเบียบแปลว่ามันก็ไม่ผิดกฎและทำได้ จะเหมาะสมไหมก็อีกเรื่อง ถ้ามองแบบเข้าข้างคนที่มีพลทหารรับใช้ ถ้าจะมีควรต้องตอบสนองต่อคนที่มีความจำเป็นต้องใช้จริง ๆ เช่น ทหารที่พิการจากการรบ ก็ควรให้คนมาดูแล ไม่ใช่เอาพลทหารรับใช้ไปเลี้ยงไก่หรือระบายความเครียด ในอีกด้านหนึ่ง หลายท่านเห็นด้วยว่าการดูแลทหารผ่านศึกต้องเป็นสิ่งที่ต้องทำ แต่ควรจะเป็นหน้าที่ของกองทัพไปหาคนหรือหางบประมาณไปจ้างคนมาดูแลหรือไม่ แทนที่จะให้พลทหารมาดูแล และพลทหารก็ไมได้ฝึกมาดูแลคนแก่หรือคนป่วยด้วย แต่ฝึกมารบ
  2. แม้ระเบียบของกองทัพจะบอกว่ามีพลทหารรับใช้ได้ซึ่งตรงนี้พอมีกติกาว่าเอามาใช้ได้ มันก็เหมือนว่าในนิตินัยไม่ได้ผิด แต่เหมือนเป็นการทุจริตโดยมีกติการองรับ และระเบียบก็ไม่ได้บอกว่าสามารถละเมิดพลทหารได้ ซึ่งควรมีการทบทวนได้แล้วว่าระเบียบในลักษณะนี้ยังเหมาะสมหรือไม่ในปัจจุบัน
  3. ในต่างประเทศ กองทัพจะจ้างบริษัทมาดูแลหรือทำงานให้ รวมถึงการทำงาน ตัดหญ้า ยืนยาม จ้างคนนอกมาหมด เป็นการสร้างงานด้วย และเป็นการใช้คนให้ถูกทางด้วย
  4. มุมมองจากกองทัพต่างประเทศ ถ้าจะยกเลิกการเกณฑ์ทหาร ต้องมีหน่วยงานที่ดูแลทหารผ่านศึกมาดูแลให้ชัดเจน ในต่างประเทศ หน่วยงานนี้จะดูแลทั้งร่างกายและจิตใจ และดูแลทหารผ่านศึกทั้งระบบ

อนึ่ง พลทหารในสหรัฐมีแบ่งเป็นหลายขั้น สามารถเลื่อนขั้นได้ สำหรับกองทัพสหรัฐเข้ามาเรียน Basic training จำนวน 8 สัปดาห์แล้วจบเลย ถ้าจะเลื่อนขั้นก็แข่งกันเองภายในกองทัพ แต่จะแตกต่างจากประเทศไทยที่สุดท้ายถ้าพลทหาร จะเป็นนายสิบก็ต้องไปแข่งกับพลเรือนอีกรอบ

  1. สมัยก่อนกองทัพสหรัฐ นายพลจะไปไหนก็จะมีรถนำขบวน ไปตรวจงานที่ไหนก็เอาครอบครัวไปด้วย โดยสารไปกับเครื่องบินของกองทัพได้เลย และมีเด็กถือกระเป๋าด้วย แต่ปี 2006 มา กองทัพสหรัฐตัดออกหมดเนื่องจากงบถูกตัด และเพราะตัวนายพลของสหรัฐเองมองว่าไม่จำเป็นต้องมีคนขับรถให้เขา ให้แค่รถหลวงแล้วเขาขับเองได้ ทำให้ภาพลักษณ์มันดูดีกว่า เพราะนายพลก็ต้องขับรถเอง อันนี้เป็นสิ่งที่นายพลสหรัฐตัดเอง ซึ่งมันก็ทำให้คนตัวเล็ก ๆ ก็ไม่อยากจะทำอะไรที่มันเกินไป เช่น เป็นแค่พันจ่าจะให้พลทหารถือกระเป๋าให้รับรองมีโอกาสถูกไล่ออกสูงมาก หรือมีเหตุการณ์หนึ่งนายพลคนหนึ่งฝากให้พันจ่าเอาหมาไปเดินเล่นให้ ทั้งที่พันจ่าคนนั้นก็เต็มใจ แต่กลาโหมก็ลงโทษนายพลคนนั้นโดยให้ปลดออกจากตำแหน่งเพราะถือว่าใช้งานผิดหน้าที่

  1. สำหรับเรื่องการเกณฑ์ทหารในประเทศไทยนั้น ตอนนี้กฎหมายซับซ้อนมาก ทับกันไปมา มีผู้เสนอไอ้ดียที่จะทำให้การเกณฑ์ทหารมันยกเลิกไปเองโดยไม่ต้องสั่งยกเลิก คือ
  • ยกเลิกการเรียน รด. แต่คงระบบในลักษณะที่คล้าย ROTC ไว้ เพราะการเรียนรด. 85% เป็นการเรียนเพื่อเลี่ยงทหารอยู่แล้ว และคนเรียน รด. ได้ก็ส่วนใหญ่เป็นชนชั้นกลางที่มีกำลังทรัพย์ ทำให้เราได้พลทหารที่เป็นคนที่ยากจนหรือขาดโอกาสเสียส่วนมาก
  • โครงสร้างเงินเดือนระหว่างพลทหารที่เข้ามาโดยสมัครใจและเกณฑ์เข้ามาควรต้องต่างกันอย่างมีนัยยะสำคัญ ให้รางวัลกับคนที่สมัครใจมากกว่า และให้แตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างพลทหารในหน่วยกำลังรบและพลทหารที่นั่งห้องแอร์ ถือว่ามีความตรากตรำต่างกัน เพื่อให้ค่าคนที่เต็มใจมาเป็นมากกว่า
  • หน่วยกำลังรบควรจะมาจากพลทหารที่สมัครใจเท่านั้น เพราะหน่วยกำลังรบต้องการประสิทธิภาพ ต้องการขวัญกำลังใจที่เต็มเปี่ยม
  • พลทหารที่เข้ามาแล้วควรจะต้องมีสิทธิ์ในการเข้าถึงเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ เพราะส่วนใหญ่เดือดร้อนด้านรายได้ถึงต้องมาเป็นทหาร นายทหารหรือประทวนยังสามารถกู้สหกรณ์ได้เลย ทำไมพลทหารจะทำไม่ได้ เพื่อให้พลทหารสามารถกู้เงินและผ่อนใช้ได้ด้วยหักเงินเดือนตัวเองได้ ซึ่งสิ่งนี้กองทัพสิงคโปร์ก็ทำ
  • โรงเรียนนายทหารชั้นประทวนต้องยกเลิกการรับสมัครพลเรือน แต่ต้องให้สิทธิ์พลทหารสมัครก่อนเท่านั้น และควรให้คนสมัครใจเท่านั้นที่มีสิทธิ์ในการสอบเข้าโรงเรียนนายสิบ และให้ฝึกแค่ปีเดียวพอ เพราะเคยเป็นพลทหารมาแล้ว
  • ถ้าผลการเรียนดีลำดับต้น ๆ ควรจะให้เข้าโรงเรียนนายร้อยได้

ทั้งหมดนี้บางส่วนก็มีการดำเนินการแล้ว แต่ถ้าดำเนินการได้ครบ เชื่อว่าจะสร้าง Demand ในการอยากเป็นทหารให้มากพอจนคนสมัครเพียงพอ และกองทัพต้องวาง Marketing strategy ให้คนสมัครเห็นว่าการสมัครมาเป็นทหารจะได้อะไรบ้าง

  1. ภาพในช่วงสงครามเย็นนั้น การเรียน รด. เพื่อให้ลดและชดเชยให้คนที่มีการศึกษาซึ่งควรจะเป็นแรงงานทางสังคมไปพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้เป็นทหารน้อยลง และไปทำงานมากขึ้น ในอีกด้านตอนนี้มีการใช้ระบบพลทหารอาสา ซึ่งปัจจุบันมีที่สารวัตรทหารและพันจู่โจม ซึ่งเป็นคนที่สามารถรับราชการได้เรื่อย ๆ
  2. ตัวเลขการสมัครทหารยังไม่ค่อยมีใครมาวิเคราะห์ดูอย่างจริงจัง บางกรณีอย่างเช่น ทหารพรานหญิงที่ปฏิบัติหน้าที่ในสามจังหวัดภาคใต้ จำนวนรับ 15 คน แต่มีคนสมัคร 1,500 คน บางคนการศึกษาดี ๆ ก็อยากมาเป็น ถ้าเรามีตัวเลขความต้องการทหารที่แท้จริง ก็เป็นไปได้ที่จะรับสมัครหรือให้เปิดโอกาสให้ทหารพรานมาเป็นทหารหลัก

กองทัพต้องเปิดเผยให้ชัดว่าต้องการทหารเข้าไหร่จริง ๆ ซึ่งถ้ารู้เราจะคาดการณ์วิธีการได้มาซึ่งทหารได้

ในอีกด้านหนึ่ง ที่คนสมัครทหารน้อย มันอาจจะไม่ได้หมายความว่าคนไม่อยากเป็นทหาร แต่คนไม่อยากเป็นทหารเกณฑ์หรือเปล่า เพราะคนที่สมัครทหารพราน นายสิบ นายร้อย คนสมัครเยอะมาก ถ้าทำให้การเป็นพลทหารเป็นสิ่งที่ต้องทำก่อนการเป็นทหารตำแหน่งอื่น และมี Career Path ดี ๆ น่าจะมีคนมาเป็นเยอะขึ้น


  1. ความยากคือคนในยุค Baby boomer ที่ผ่านสงครามมา มองว่ายังไงก็ต้องเกณฑ์เลยยกเลิกลำบาก และงานหลายอย่างจริง ๆ มัน Out Source ได้ ไม่ต้องเองพลทหารมาเป็น

ตอนนี้มันมีการดึงกันอยู่ระหว่างคนรุ่นเก่าที่ไม่อยากเปลี่ยนแปลง กับคนรุ่นใหม่ที่อยากเปลี่ยน ตอนนี้ กองทัพบกก็เริ่มทำบางอย่าง เช่นสร้าง Career path ให้พลทหารสามารถก้าวมาเป็นนักเรียนนายสิบนักเรียนนายร้อยได้

  1. การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของกองทัพนั้นยากมาก ยังมีแรงต่อต้านสูง แต่เชื่อว่าสักวันพลเรือนต้องปกครองทหาร เพราะสังคมเปลี่ยนไปแล้ว การเปลี่ยนแปลงทำได้ทั้งทำ Pilot project การเปลี่ยนเป็น Phase หรือการ Reengineering ซึ่งกองทัพต้องยอมให้มีการเปลี่ยนแปลงด้วย ดังนั้นการกดดันจากภายนอกเป็นสิ่งสำคัญ
  2. การมีศูนย์ฝึกรวมแบบรวมการแทนที่จะแยกกันฝึก น่าจะช่วยรักษามาตรฐานการฝึกได้ ไม่ให้มีการละเมิดและฝึกได้มาตรการเดียวกัน คนมาเป็นครูฝึกก็สามารถคัดเลือกคนที่ฝึกเป็นและมีค่าชำนาญการให้ได้ด้วย

อย่างในสหรัฐ คนจะเป็นชั้นประทวนทุกคนต้องผ่าน Basic Training ส่วนกลางมาก่อนทั้งสิ้น จะสอน Basic ทั้งหมด อย่างครูฝึกก็จะสอนให้พลทหารฟ้องถ้าเกิดการละเมิด ถ้าไม่ฟ้องก็คือผิดเหมือนกัน

สำหรับทหารสหรัฐมีทุนในการทำ Marketing เพื่อหาคนมาเป็นทหาร ซึ่งส่วนมากจะไปจ้างบริษัท Marketing ข้างนอกมาทำ และจ่ายตามรายหัว ซึ่งเมื่อคิดแล้ว การที่จะได้คน ๆ หนึ่งมาเป็นทหารนั้นกองทัพต้องจ่าย 6 พันเหรียญ เป็นต้นทุนต่อหัวที่กว่าจะได้คนมาจนสมัครเข้ามาสำเร็จ


  1. ควรต้องมามองว่าเด็กรุ่นใหม่ต้องการอะไรจากกองทัพ สิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือจะทำอย่างไรคนจะอยากมาเป็นทหาร เพราะในประเทศไทยเป็นทหารแล้ว ออกไปไม่รู้จะไปทำงานอะไร เพราะ Skill set ตรงนี้หาที่ลงในสังคมไทยและเศรษฐกิจไทยไม่ได้ ไม่เหมือนอย่างในต่างประเทศที่สามารถไปทำอาชีพอื่นทั้งบริษัทอาวุธหรือหน่วยงานราชการอื่น ๆ และมีเงินโบนัสจูงใจคนให้อยู่ต่อ หรือสามารถเลือกเรียนต่อในสิ่งที่ตนเองต้องการได้

ท่านหนึ่ง แนะนำลองอ่านบทความ How israeli conscription drive innovation? ซึ่งน่าจะเป็นอีกตัวอย่างที่ประเทศไทยควรจะไปให้ถึง สิ่งที่คล้ายกันระหว่างสหรัฐและอิสราเอลคือมีอุตสาหกรรมรองรับ กำลังพลสามารถลาออกไปทำงานบริษัทได้เงินเดือนสูง ๆ ได้ง่าย

  1. ตัวอย่างคนที่จบ US Naval Academy นั้นจะไปอยู่ในเหล่าเทคนิคมากกว่าเช่น นักเดินเรือหรือนักบิน มีส่วนน้อยที่ไปอยู่เป็นกำลังรบ ซึ่งนักเรียนของ USNA เป็นคนที่เรียนเก่งมากของประเทศ คนพวกนี้พอเป็นสักนาวาโทหรือนาวาเอกส่วนมากก็จะลาออกไปทำงานที่อื่น เช่น ไปบิน Airline ไปอยู่บริษัท มันต่างจากบ้านเราที่คนจบโรงเรียนนายร้อยจะมาลงเป็นนักรบ ซึ่งไม่มี Skill set ไปทำงานอย่างอื่นเลย จะไปไหนก็ไม่ได้เพราะไม่รู้ว่าใครจะจ้าง

แต่ในอีกมุม มันก็อาจจะไม่ใช่หน้าที่ของกองทัพที่จะต้องสร้าง Skill set เพื่อให้ไปทำอาชีพอื่น เพราะกองทัพสร้างคนขึ้นมาก็อยากใช้ ก็มองได้เช่นกัน

  1. เรื่องเกณฑ์ทหารไม่ใช่แค่เกณฑ์หรือไม่เกณฑ์ กองทัพเป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นเองว่ารับเข้ามาแล้วจะดูแลดีไหม ใช้งานเขาดีไหม แต่มันเป็นโครงสร้างของสังคมที่เปลี่ยนแปลงยากและเกี่ยวพันกับหลาย ๆ ส่วน

เด็กสมัยนี้ต้องการ Value ในตัวเอง คราวนี้เมื่อมองว่าทำไมตอนรับสมัครทหารพรานหญิงเมื่อต้นปีถึงมีคนสมัคร 1500 คน รับแค่ 15 คน อาจต้องมามองว่าเขาอยากได้ Value อะไรในการเป็นทหารพราน ซึ่งเมื่อไปถามหลายคนบอกว่ามาเก็บเงินเรียน ครบ contract แล้วก็ไป ตรงนี้มันจะเป็นตัวอย่างในการสร้างอาชีพพลทหารให้มี Value พอจะดึงดูดคนได้หรือไม่

  1. จะทำอย่างไรให้ใบผ่านทหารแล้วมีค่า จะใช้มาตรการทางภาษีได้หรือไม่ เช่น ถ้าใบผ่านเกณฑ์ทหารมาแสดงแล้วบริษัทรับ เอาไปลดหย่อนภาษีได้ หรือใบผ่านเกณฑ์ทหารควรจะมีการระบุว่า คน ๆ นี้ผู้บังคับบัญชาเห็นว่ามีพฤติกรรมอย่างไร มีความสามารถพิเศษอะไร เช่น เชี่ยวชาญในการขับรถ ทำงานก่อสร้างเป็น ทำอาหารเก่ง หรือเคยปฏิบัติหน้าที่ที่ใช้ Skill พิเศษอะไร ที่เอาไปต่อยอดได้ ตรงนี้จะช่วยได้ในปัจจุบันโดยไม่ต้องแก้กฎหมายอะไรเลย