TAF ประเมินว่างบประมาณกลาโหมของไทยจะยังลดลงอย่างต่อเนื่องไปอีกอย่างน้อย 1 – 2 ปี ยกเว้นว่าถ้าการฉีดและการกระจายวัคซีนประสบความสำเร็จและเปิดประเทศได้อย่างเร็วที่สุดในไตรมาสแรกของปี 2565 ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจเริ่มหยุดการถดถอย

แต่นั่นไม่ได้หมายความว่างบกลาโหมจะฟื้นตัวกลับมาเป็นขาขึ้น เพราะรัฐบาลจะมีภาระในการกระตุ้นเศรษฐกิจไปอีกระยะหนึ่ง ประกอบกับการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวซึ่งเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจเดียวของประเทศที่อาจจะต้องรอถึงปี 2569 จึงจะกลับมาสู่ระดับก่อนโควิด-19 ทำให้ TAF เชื่อว่างบประมาณกลาโหมจะยังไม่เพิ่มขึ้นจนกว่าถึงปี 2567 และอาจจะกลับสู่ระดับก่อนโควิด-19 ได้อย่างเร็วที่สุดในปี 2570 หรืออย่างช้าในปี 2572

ยกเว้นว่าการกระจายวัคซีนล่าช้าจนไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ได้ในไตรมาสแรกของปี 2565 ก็จะทำให้การฟื้นตัวของงบประมาณล่าช้าออกไปอีก

ในปี 2564 – 2665 TAF ประเมินว่ามีสามโครงการหลักที่จะต้องเลื่อนออกไปคือ โครงการจัดหาเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-1Z ของกองทัพบก โครงการจัดหาเรือดำน้ำ S26T ลำที่สองและสามของกองทัพเรือ และโครงการจัดหาเครื่องบินลำเลียง C-130J ของกองทัพอากาศ