สรุปดราม่ากองทัพอากาศ ยกเลิก P&D เอกชนผูกขาดเจ้าเดียว

เขาทะเลาะกันเรื่องอะไร

  1. เรื่องนี้เกิดขึ้นจากข่าวที่ปรากฎในสื่อคือ ผู้บัญชาการทหารอากาศท่านปัจจุบันมีนโยบายที่จะรื้อระบบการจัดหาแบบ Purchase and Development โดยทำการแก้ขอบเขตความต้องการของโครงการ (SOPR) และ ขอบเขตของงาน (TOR) ในสามโครงการคือ โครงการพัฒนาและปรับปรุงระบบป้องกันทางอากาศ ระยะที่ 7 (N-SOC C2) งบประมาณ 945 ล้านบาท, โครงการพัฒนาป้องกันฐานที่ตั้งทางทหารของกองทัพอากาศ (Ground Based Air Defense: GBAD) งบประมาณ 940 ล้านบาท และโครงการจัดหาทดแทนวิทยุพื้นดิน-อากาศ งบประมาณ 910 ล้านบาท ซึ่งข่าวปรากฎมาตั้งแต่ต้นปี 2564
  2. ข่าวอ้างถึงความผิดปกติหลายอย่าง เช่น การแก้ไขข้อความในโครงการปรับปรุง N-SOC C2 จากที่เขียนว่า “ต้องสามารถบูรณาการเข้ากับระบบบัญชาการและควบคุมทางอากาศภาคเหนือได้อย่างสมบูรณ์” เป็น “ต้องสามารถบูรณาการเข้ากับระบบบัญชาการ และการควบคุมทางอากาศ (ACCS) ได้อย่างสมบูรณ์” หรือ โครงการจัดหาทดแทนวิทยุพื้นดิน-อากาศ ที่มีข่าวว่าตัดข้อความว่า “ต้องใช้ระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธีของกองทัพอากาศ และต้องเป็นไปตามแนวทางการจัดหาพร้อมการพัฒนา (Purchase and Development : P&D)” รวมถึงในโครงการพัฒนาป้องกันฐานที่ตั้งทางทหารของกองทัพอากาศ (GBAD) ที่แต่เดิมกำหนดให้บริษัทของไทยเป็นผู้ยื่นงาน และต้องเชื่อมต่อข้อมูลจากระบบเชื่อมโยงทางยุทธวิธีของกองทัพอากาศ แต่ต่อมามีการตัดออก

https://mgronline.com/politics/detail/9640000052049
https://mgronline.com/politics/detail/9640000052082
https://mgronline.com/politics/detail/9640000052218

  1. เมื่อวานมีข่าวใหม่ ที่เหมือนจะเป็นข่าวชี้แจงและตอบโต้ข่าวที่ออกไปเมื่อต้นปี โดยระบุว่าที่กองทัพอากาศต้องเปลี่ยนเนื้อหาสาระใน TOR นั้น เพราะ TOR เดิมเขียนเอาไว้อาจเป็นการผูกขาดและเอื้อบริษัทเอกชนของไทยรายหนึ่ง และบอกว่าแท้จริงแล้ว Link-TH นั้นไม่มีอยู่จริง ไม่ได้ติดตั้งบนอากาศยานแบบใดของกองทัพอากาศ และต้องแก้ไขเพื่อให้กองทัพอากาศเป็นคู่สัญญาในการพัฒนาแทนเอกชน เพราะที่ผ่านมากองทัพอากาศไม่ได้เป็นเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาของ Datalink แค่ได้สิทธิ์ในการใช้งานเท่านั้น

https://mgronline.com/onlinesection/detail/9640000060048


แกะความหมายของข่าวว่าเขาโจมตีกันเรื่องอะไร

  1. อ่านจาก 1. และ 2. ดูเหมือนเป็นการโจมตีกองทัพอากาศและผู้บริหารในปัจจุบัน ซึ่งตีความได้ว่า กองทัพอากาศต้องการยกเลิกหลักการบางส่วนของ P&D ทั้ง ๆ ที่ P&D เป็นหลักการที่ออกแบบมาเพื่อให้กองทัพอากาศพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว ไม่ต้องหวังกับบริษัทต่างชาติอย่างเดียว เป็นการสร้างอุตสาหกรรมในประเทศ และเป็นสิ่งที่กองทัพอากาศยึดมาตลอดสิบปี การยกเลิกจะเป็นการเปิดช่องให้บริษัทต่างชาติไม่ต้องถ่ายทอดเทคโนโลยี ไม่ต้องมีบริษัทไทยเข้ามาร่วมรับงานที่จะช่วยสร้างงาน สร้างเทคโนโลยี และสร้างเศรษฐกิจให้กับประเทศ และกลับไปสู่ยุคซื้อมาขายไปเหมือนเดิม ซึ่งแหล่งข่าวคัดค้าน
  2. อ่านจากข้อ 3. ดูเหมือนเป็นการชี้แจงแทนกองทัพอากาศและผู้บริหารในปัจจุบัน ซึ่งตีความได้ว่า P&D ที่ผ่านมาเป็นการผูกขาดให้กับบริษัทเอกชนไทยรายใดรายหนึ่ง มีความเสี่ยง เป็นการแข่งขันไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Link-TH ไม่มีอยู่จริงและไม่เคยติดตั้งใช้งาน ซึ่งแหล่งข่าวนี้สนับสนุนการดำเนินการของกองทัพอากาศในปัจจุบัน

ความหมายของแต่ละโครงการ แต่ละการกระทำ มันคืออะไรกันแน่

  1. สามโครงการที่มีข่าวในการแก้ TOR นั้นก็คือโครงการปรับปรุงระบบควบคุมและบังคับบัญชาในพื้นที่ภาคเหนือที่ในข่าวเรียกว่า N-SOC ที่ตั้งที่กองบิน 4 ซึ่งตามข่าวก็คือบริษัทเอกชนไทยรายหนึ่งเป็นผู้พัฒนา คงไม่ต้องเอ่ยชื่อคาดว่าพวกเราน่าจะเดากันได้ ส่วนระบบควบคุมและบังคับบัญชาที่ชื่อว่า ACCS นั้น ติดตั้ง ณ กองบิน 7 ซึ่งเป็นการจัดหาจากบริษัทต่างชาติพร้อมกับเครื่องบินรบ อีกชื่อหนึ่งคือ S-SOC

SOC คือ Sector Operation Command เป็นศูนย์กลางการควบคุมบังคับบัญชาในพื้นที่ที่กำหนดไว้ ระบบนี้จะควบคุมว่าเครื่องบินรบลำไหนจะต้องบินไปปฏิบัติการในพื้นที่ใดบ้าง ในกรณีของกองทัพอากาศ จะมีศูนย์กลางการควบคุมและบังคับบัญชากลางที่กรมควบคุมการปฏิบัติการทางอากาศหรือ คปอ. (ชื่อเดียวกับสถานีรถไฟฟ้า) ส่วน N-SOC นั้นควบคุมปฏิบัติการทางอากาศในภาคเหนือ S-SOC ควบคุมปฏิบัติการทางอากาศในภาคใต้ ซึ่ง N-SOC และ S-SOC นั้นสามารถเป็นระบบสำรองให้กับระบบของ คปอ. ได้

โครงการพัฒนาป้องกันฐานที่ตั้งทางทหารของกองทัพอากาศ (GBAD) ก็คือโครงการจัดหาจรวดต่อสู้อากาศยานระยะใกล้ ที่เราเคยเสนอข่าวไปแล้วนั่นเอง

https://thaiarmedforce.com/2020/12/18/rtaf-to-by-short-range-air-defense/

  1. P&D คือหลักการของกองทัพอากาศที่ต้องการจัดหาอาวุธจากต่างประเทศที่มาพร้อมกับโอกาสในกาารพัฒนาเทคโนโลยีขึ้นเองในประเทศ ทั้งในส่วนของการพัฒนาโดยกองทัพอากาศเอง และการพัฒนาโดยเอกชนในประเทศ เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย สร้างงานและสร้างเศรษฐกิจด้านการป้องกันประเทศ โดยเป็นหลักการที่กองทัพอากาศยึดถือมาเป็นเวลากว่าสิบปี (ในอดีตอาจจะใช้ชื่ออื่น แต่ปัจจุบันใช้ชื่อนี้) ตัวอย่างโครงการที่อ้างอิงหลักการนี้ก็เช่น โครงการจัดหาเครื่องบินฝึก/โจมตี T-6/AT-6 ของกองทัพอากาศ ที่ให้เอกชนในประเทศผลิตชิ้นส่วน 40% และทำการประกอบขั้นสุดท้ายในประเทศไทย รวมถึงการพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อติดตั้ง Link-TH ที่เป็นระบบ Datalink ของไทยเข้าไปบนเครื่องบิน รวมถึงอาวุธอื่น ๆ ที่กองทัพอากาศเลือกเองด้วย
  2. ระบบ Datalink คือเครือข่ายแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างระบบอาวุธต่าง ๆ ที่จะทำให้เห็นสถานการณ์ในสนามรบได้ ในขั้นต้นกองทัพอากาศได้พัฒนา Link-T ขึ้นมาเองโดยอ้างอิงเทคโนโลยีที่กองทัพอากาศได้รับการถ่ายทอดมาพร้อมการจัดหาเครื่องบินขับไล่ Gripen จากประเทศสวีเดน โดย Link-T จะมีพื้นฐานบนระบบ Datalink ของ Gripen ซึ่งติดข้อกำหนดในการใช้งานเพราะส่วนใหญ่เป็นลิขสิทธิ์ของบริษัท Saab ต่อมากองทัพอากาศจึงมีแนวทางในการพัฒนา Link-TH มาแทนซึ่งเป็น Link ที่ใช้เทคโนโลยีของคนไทย 100%

แล้ว TAF เห็นว่ายังไง

  1. ไม่ว่าจะมองอย่างไร TAF ยังคิดว่าหลักการ P&D คือหลักการที่ถูกต้อง และควรจะเป็นหลักการที่ดำเนินการต่อเนื่อง โดยควรต้องมีภาคเอกชนมามีบทบาทสำคัญ เพราะกว่า 60 ปีที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่า ราชการไทยพยายามหลายครั้ง แต่ไม่ประสบความสำเร็จในการสร้างอุตสาหกรรมป้องกันประเทศแม้แต่ครั้งเดียว เนื่องจากระบบราชการที่บริหารแบบไม่มีต้นทุน ติดขัดด้านกฎระเบียบ ข้าราชการไม่ใช่กลุ่มคนที่ถูกออกแบบมาให้มีแนวคิดแบบผู้ประกอบการ ทำให้ผลงานที่ผ่านมามีความล้มเหลวเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่สามารใช้ศักยภาพได้เต็มที่ และบางอย่างที่เข้าใจว่าเป็นอุตสาหกรรม แท้จริงแล้วมันก็ไม่ควรจะถูกเรียกว่าอุตสาหกรรม เนื่องจากไม่มีกิจกรรมเชิงพาณิชย์หรือมีแรงผลักดันในการพัฒนาและส่งผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด

กลับกันเราจะเห็นบริษัทไทยหลายบริษัท ที่แม้จะไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ แต่ก็ยังพยายามและเติบโตได้ในอุตสาหกรรม สะท้อนให้เห็นว่า ราชการและกองทัพ ควรจะเป็นเพียงผู้กำหนดความต้องการและผู้ใช้งาน และทำหน้าที่ส่งเสริม มากกว่ามาเป็นผู้เล่นเสียเอง ซึ่งทำกี่ครั้งก็พังแทบทุกครั้ง

  1. TAF เห็นด้วยว่าไม่ควรผูกขาดการรับงานไว้กับเอกชนรายใดรายหนึ่งเท่านั้น เพราะสำหรับกองทัพอากาศไทย มีไม่กี่บริษัทหรืออาจจะแค่บริษัทเดียวที่มีขีดความสามารถในการรับงานและทำงานในระดับที่ซับซ้อน หรือสามารถเป็นพันธมิตรกับบริษัทต่างชาติที่เป็นบริษัทระดับโลกได้ ซึ่งถ้ามองว่าจะเกิดความเสี่ยงด้านการผูกขาดของซัพพลายเออร์ก็อาจจะมองได้ แต่ทางออกไม่ควรจะเป็นการยกเลิกข้อกำหนดบางส่วนของ P&D เพื่อเปิดโอกาสให้บริษัทต่างชาติเข้ามาขายของได้โดยตรงโดยที่คนไทยไม่ได้อะไรเหมือนเดิม ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ขาดการวางแผนมากเกินไป

แต่กองทัพอากาศในฐานะผู้ซื้อ ควรจัดการผู้ขายหรือ Vendor ให้มีผู้ขายมากราย ถ้ามีผู้ขายที่มีขีดความสามารถน้อย ก็ควรออกแบบกระบวนการให้ส่งเสริมให้มีผู้ขายที่เป็นคนไทยและมีขีดความสามารถเพิ่มมากขึ้น ให้มีบริษัทไทยที่มีขีดความสามารถในระดับสูงเพิ่มขึ้น เพื่อให้มาแข่งขันกันเอง ซึ่งสุดท้ายกองทัพอากาศและประเทศไทยก็จะได้ประโยชน์สูงสุด และการทำ Vendor Management ก็เป็นสิ่งที่องค์กรขนาดใหญ่ทั่วโลกดำเนินการเป็นปกติเพื่อให้การจัดซื้อจัดจ้างมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยง และได้ราคาที่คุ้มค่าที่สุดอยู่แล้ว ซึ่งเป็นทางการปัญหาที่ดีและยั่งยืนกว่าการปล่อยให้มีเอกชนรายใดรายหนึ่งได้งานแน่ ๆ อยู่เจ้าเดียว หรือยกเลิก P&D ไปเสียเฉย ๆ โดยใช้เหตุผลว่ากลัวเอื้อผลประโยชน์ให้เอกชนรายเดียว

  1. ข้ออ้างที่ว่า Link-TH เป็น Link ที่ไม่มีอยู่จริง และไม่เคยใช้งานจริง ซึ่งถือว่าน่าประหลาดมาก เพราะกองทัพอากาศโฆษณามากว่า 10 ปีกว่ากองทัพอากาศได้รับเทคโนโลยีจนนำมาสู่การพัฒนา Link ด้วยตัวเอง และมีเอกสารและแผนงานปรากฎในสื่อเผยแพร่ของกองทัพอากาศหลายครั้งว่า Link-TH ถูกติดตั้งแล้วบนอากาศยานหลายแบบ ทั้ง F-5TH หรือ Alpha Jet และกำลังจะติดตั้งบน T-50TH และ T-6/AT-6TH

ในอีกส่วนหนึ่ง แน่นอนว่า Link-TH มีการใช้ SECOS ซึ่งเป็นระบบ Electronic Protective Measures ของบริษัท Rohde & Schwarz และทำให้ Link-TH อาจจำเป็นต้องใช้วิทยุของ Rohde & Schwarz ไปตลอด และมองว่าอาจทำให้เกิดการผูกขาด ซึ่งก็อาจจะมองได้ แต่ในการพัฒนาบางอย่างด้วยตัวเองนั้น สิ่งที่องค์กรควรมีคือพันธมิตรทางยุทธศาสตร์หรือ Strategic Partner ที่อนุญาตให้เข้าถึง พัฒนา และซ่อมบำรุงเองได้ เพราะไม่เช่นกันถ้าบอกว่าใช้ของยี่ห้อเดียวแล้วผูกขาด ก็จะกลายเป็นการอนุมานว่าหลักการ Commonality นั้นถือเป็นการผูกขาดเช่นกัน

หรือถ้าให้ดียิ่งขึ้น การพัฒนา Link ที่ดีก็ควรเป็นการพัฒนา Link ที่ไม่ผูกกับ Hardware ของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง มิเช่นกัน ก็จะไม่ต่างจาก Link-16 ของ NATO ที่ประเทศไทยไม่สามารถควบคุมการใช้งานได้

TAF คิดว่า แนวทางของประเทศไทยก็ควรเป็นการใช้ Link-TH ควบคุมกับ Link ของ NATO เพื่อลดความเสี่ยงในการปฏิบัติงานให้ประเทศไทยสามารถควบคุมการใช้งานเองได้ (Link-TH) และสามารถปฏิบัติงานร่วมกับมิตรประเทศหรือใช้ Link ที่มีขีดความสามารถสูงกว่า (Link ของ NATO) ขนานกันไปได้

  1. สรุปง่าย ๆ คือ เราเห็นว่า P&D เป็นหลักการที่ดีและควรมีไว้ ควรให้เอกชนเป็นแกนกลางเพราะราชการทำอะไรก็เจ๊ง และเห็นด้วยว่าการมีเอกชนเจ้าเดียวคือความเสี่ยง แต่การป้องกันไม่ให้มีเอกชนเพียงเจ้าเดียวได้งานเรื่อย ๆ คือการจัดการ Vendor เพื่อส่งเสริมให้เกิดผู้ขายหลายเจ้าที่มีขีดความสามารถ ไม่ใช่การยกเลิก P&D
  2. สุดท้าย เราเชื่อว่าด้วยการใช้ภาษา คำศัพท์ และวิธีการพูดนั้น คือการที่คนในกองทัพอากาศโจมตีกันเองโดยใช้สื่อมวลชนภายนอก แต่ที่ไม่ประสบความสำเร็จก็คือการใช้ศัพท์และภาษาแบบนี้ ยากที่นักข่าวที่ท่านส่งข้อมูลให้เขียนจะนำไปเขียนต่อให้ประชาชนเข้าใจได้ง่าย ๆ ซึ่งก็ไม่ใช่ความผิดของนักข่าวนัก ดังนั้นก็อย่าแปลกใจที่ทำไมเรื่องนี้ไม่เกิดเป็นกระแสเลยในสังคม เพราะไม่มีใครเข้าใจว่าพวกท่านกำลังเล่นงานกันด้วยอะไร

แต่ TAF เราก็อ่านหลายรอบจนพอเข้าใจแล้วว่าท่านจะเล่นอะไรกัน ยังไงในอนาคต ปรับปรุงด้าน Copywriting สักหน่อยน่าจะดีกว่านี้ ส่งข้อมูลที่อ่านแล้วเข้าใจง่าย ๆ ดีกว่าครับ ไม่งั้นลงทุนเล่นใหญ่ไปแต่กระแสไม่มาแบบนี้ จะเสียเวลาทุกท่านเปล่า ๆ ครับ

2 thoughts on “สรุปดราม่ากองทัพอากาศ ยกเลิก P&D เอกชนผูกขาดเจ้าเดียว

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.