อาวุธ รัสเซีย ในไทย สถานการณ์จะเป็นอย่างไร หลังตะวันตกคว่ำบาตร

ส่วนใหญ่แล้ว กองทัพไทยจะซื้ออาวุธจากสองแหล่งหลัก ๆ คือกลุ่มประเทศ NATO เช่นสหรัฐอเมริกาและยุโรป และจีน แต่ก็มีในบางครั้งที่อาวุธรัสเซียสามารถเข้ามาตีตลาดในบ้านเราได้

แต่หลังจากที่รัสเซียบุก ยูเครน และรัสเซียกำลังถูกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์โลก โดยเฉพาะการตัดรัสเซียออกจากระบบการชำระเงิน SWIFT และธุรกรรมเงินดอลล่าห์ ทำให้เป็นการยากขึ้นมากในการติดต่อค้าขายกับรัสเซีย หรืออาจจะต้องไปใช้ระบบการจ่ายเงินของจีน ซึ่งไทยไม่ค่อยคุ้นเคย และอาจเกิดปัญหาได้ในอนาคต

วันนี้ TAF จะลองไล่ดูว่า ในหน่วยงานราชการไทย มีอาวุธหรืออากาศยานที่ผลิตในรัสเซียแบบใดบ้าง และจะเกิดผลกระทบใดต่อการส่งกำลังบำรุงของกองทัพไทย


  • กองทัพบก

เป็นผู้ใช้อาวุธรัสเซียรายใหญ่ แม้จะมีสัดส่วนไม่มากนัก คือมีเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป Mi-17V5 จรวดต่อสู้อกาศยานประทับบ่า Igla-S และปืนเล็กยาว AK-104 ของทหารพราน ซึ่ง Igla-S อาจเป็นระบบอาวุธที่ไม่ต้องการการดูแลรักษามากนัก หรือปืนเล็กยาว AK-104 ที่อะไหล่อาจจะหาได้ง่ายกว่า หรือถ้าหาไม่ได้จริง ๆ ยังมีตัวเลือกในการเปลี่ยนไปใช้ปืนรุ่นอื่นได้ไม่ยากนัก แต่ปัญหาหลักจะเป็น Mi-17V5 ซึ่งเป็นอากาศยานและต้องมีการซ่อมบำรุงตามที่กำหนดอย่างเคร่งครัดเพื่อรักษาความพร้อมตามหลักนิรภัยการบิน ซึ่งถ้ามีปัญหาด้านอะไหล่อาจนำมาสู่การต้องงดบินได้

  • กองทัพเรือ

เพิ่งจัดหา Igla-S ติดตั้งบนรถ และเคยมีการสั่งซื้อปืนกลขนาด 30 มม. แบบ AK-306 เพื่อติดตั้งกับเรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่ง ต.997 และ ต.998 จำนวน 2 ลำ แต่ยังไม่แน่ชัดว่าจะได้รับมอบเมื่อไหร่ เพราะภาพล่าสุดของเรือยังไม่ปรากฎการติดตั้งปืนกลดังกล่าวแม้เรือจะต่อเสร็จมานานแล้วก็ตาม นอกนั้นก็มีปืนเล็กยาว AK-201 ประจำการในหน่วยทหารพรานของกองทัพเรือ
ปัญหาอาจจะอยู่ที่ตัวปืน AK-306 ที่มีระบบอิเล็กทรอนิกส์และอะไหล่ใช้งานที่ต้องเปลี่ยนตามกำหนดอยู่บ้าง แต่ปัจจุบันเรายังไม่ทราบสถานะของปืนว่ามีการติดตั้งหรือไม่ หรือติดตั้งเสร็จเมื่อไหร่

  • กองทัพอากาศ

มีเครื่องบินโดยสาร Sukhoi Superjet 100 จำนวน 3 ลำใช้งาน ซึ่งเครื่องบินโดยสารมีหลายชิ้นส่วนที่ใช้งานชิ้นส่วนของผู้ผลิตตะวันตก จึงอาจไม่มีปัญหานัก และ Superjet ของกองทัพอากาศยังเป็นรุ่นเดิมที่ใช้ชิ้นส่วนของตะวันตกเป็นส่วนใหญ่ ไม่ใช่รุ่นใหม่ที่รัสเซียพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ชิ้นส่วนของตนเอง แต่ชิ้นส่วนที่ผลิตในรัสเซียอาจมีปัญหาเรื่องการจัดหาอะไหล่ได้ในอนาคต

  • กระทรวงมหาดไทย

อาสารักษาดินแดนใช้ปืนเล็กยาว AK-102 เป็นปืนหลักในปัจจุบัน และยังมีเฮลิคอปเตอร์กู้ภัย Ka-32 ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่มีใช้งานแล้วจำนวน 4 ลำ และกำลังทยอยจัดหาเพิ่มเติมในอนาคต Ka-32 เป็นเฮลิคอปเตอร์กู้ภัยหลักของไทย และเช่นเดียวกับอากาศยานแบบอื่นคือ ต้องมีการซ่อมบำรุงตามกำหนดเพื่อให้อากาศยานปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัย ถ้ามีปัญหาด้านอะไหล่ก็อาจทำให้ส่งผลถึงความพร้อมในการใช้งานที่มีภารกิจมากขึ้นทุกปีด้วย


ผลกระทบจากการคว่ำบาตร

มีเรื่องที่มักจะพูดกันเสมอคือกฎหมาย CAATSA ของสหรัฐอเมริกาที่ให้อำนาจรัฐบาลสหรัฐในการคว่ำบาตรประเทศที่จัดหาอาวุธจากเกาหลีเหนือ อิหร่าน และรัสเซีย ซึ่งต้องย้ำว่าไม่ใช่การที่ประเทศที่ซื้ออาวุธรัสเซียจะถูกคว่ำบาตรในทันที แต่เป็นเพียงการให้อำนาจรัฐบาลสหรัฐคว่ำบาตรหรือไม่ก็ได้ ซึ่งที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐก็ไม่ได้คว่ำบาตรไทยในการจัดหาอาวุธรัสเซียแต่ละครั้ง และเชื่อว่าด้วยท่าทีต่าง ๆ รัฐบาลสหรัฐไม่น่าใช้กฎหมาย CAATSA กับไทยอย่างแน่นอน

ในอีกด้านหนึ่ง ประเทศไทยไม่ได้คว่ำบาตรรัสเซียตามชาติตะวันตก ดังนั้นในทางเทคนิคยังถือว่าไทยกับรัสเซียยังทำมาค้าขายกันได้อยู่ตามปกติ ดังนั้นปัญหาน่าจะอยู่ที่กระบวนการชำระเงิน โดยเฉพาะการที่รัสเซียถูกตัดออกจากการระบบการชำระเงินนานาชาติ ทำให้การชำระเงินยากขึ้นมาก โดยปัญหาสำคัญน่าจะอยู่ที่อากาศยานต่าง ๆ ที่ต้องมีการจัดหาอะไหล่อย่างต่อเนื่อง เช่น Mi-17V5 ที่มีปัญหามากที่สุดเพราะใช้ชิ้นส่วนของรัสเซียทั้งหมด Ka-32 ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยยังมีความต้องการเพิ่มขึ้น อาจมีความยุ่งยากในด้านการชำระเงิน

ตรงนี้ไม่แน่ชัดว่าระบบการชำระเงินของจีนที่รัสเซียเลือกใช้เป็นแนวทางทดแทนนั้นจะเป็นอย่างไร เพราะในขณะที่ระบบการเงินของจีนแสดงท่าทีที่ชัดเจนว่ายินดีจะร่วมมือกับรัสเซียในการดำเนินธุรกิจและการชำระเงินระหว่างประเทศผ่าน CIPS และ UnionPay แต่ในขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ของจีนก็ให้สัมภาษณ์หลายครั้งว่าอาจไม่สามารถช่วยรัสเซียหลบหลีกมาตรการการคว่ำบาตรได้ทุกอย่าง เนื่องจากจีนไม่ต้องการถูกหางเลขจากการคว่ำบาตรไปด้วย และจีนยังต้องการดำเนินธุรกิจกับชาติตะวันตกเหมือนเดิม เพราะตลาดในตะวันตกมีความสำคัญกับจีนเช่นกัน

แต่สิ่งที่แน่ชัดก็คือ ต้นทุนในการชำระเงินอาจเพิ่มขึ้นเนื่องจากความยุ่งยากในการชำระเงินที่อาจต้องชำระผ่านระบบของจีน ซึ่งยังไม่ชัดเจนว่าจะเปิดหรือไม่เปิดให้รับชำระในกรณีการขายอะไหล่หรืออาวุธของรัสเซีย แต่ต้นทุนการเงินที่เพิ่มขึ้นอาจถูกชดเชยด้วยการที่ค่าเงินรูเบิลอ่อนค่าลงอย่างมหาศาล ซึ่งทำให้สินค้าของรัสเซียมีราคาถูกลงในทางทฤษฎี และอาจทำให้สุดท้ายแล้วไทยก็อาจจ่ายในราคาเดิมได้


ที่ผ่านมาแทบทั้งหมด สัญญาการจัดหาอาวุธและอากาศยานรัสเซียที่ผ่านมาไม่ได้ดำเนินการโดยใช้วิธีรัฐบาลต่อรัฐบาล หน่วยงานราชการไทยจะเปิดประมูลเพื่อให้ตัวแทนของบริษัทผู้ผลิตเข้ามายื่นประมูลในไทย ซึ่งในประเทศไทยมีบริษัทไทยที่เป็นตัวแทนของบริษัทรัสเซียหลายบริษัท และบริษัทตัวแทนเหล่านี้จะติดต่อผ่านบริษัท Rosoboronexport ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจที่เป็นตัวแทนส่งออกอาวุธของรัสเซียแต่เพียงผู้เดียว

ดังนั้นหน่วยงานราชการจึงไม่ต้องดำเนินการเอง และผ่องถ่ายภารกิจในการติดต่อประสานงานให้บริษัทตัวแทนของไทยในการหาวิธีการจัดหาอะไหล่หรือระบบอาวุธ รวมถึงการชำระเงินด้วยต่าง ๆ แต่ก็มีความเสี่ยงที่บริษัทเอกชนของไทยจะคิดราคาแพงขึ้นเพื่อชดเชยความยุ่งยากในการดำเนินการ

ตรงนี้ถ้าทาง Rosoboronexport ทำงานและร่วมมือกับบริษัทของไทยเพื่อหาช่องทางในการรับชำระเงินและขายอาวุธให้ง่ายขึ้น ก็น่าจะเป็นทางออกที่ดีสำหรับทุกฝ่าย เพราะต้องอย่าลืมว่า ไทยไม่ได้คว่ำบาตรรัสเซีย รัสเซียไม่ได้ประกาศให้ไทยเป็นประเทศที่อยู่ในรายชื่อประเทศที่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัสเซีย ทั้งสองประเทศยังคงสถานะเป็นมิตรประเทศเช่นเดิม ดังนั้นการพยายามหาทางออกที่เหมาะสมของทั้งสองฝ่ายก็น่าจะช่วยให้ไทยและรัสเซียสามารถดำเนินธุรกิจและค้าขายกันได้เช่นเดิม แม้จะยุ่งยากมากขึ้นก็ตาม

โพสนี้ในเพจของเรา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.