นายกสิงคโปร์เตือน การเผชิญหน้ากันของสหรัฐและจีนจะส่งผลต่อศตวรรษแห่งเอเชีย

นายกรัฐมนตรี ลี เซียน ลุง ของสิงคโปร์เขียนบทความที่ชื่อ “The Endangered Asian Century. America, China, and the Perils of Confrontation” ลงในนิตยสาร Foreign Affair Magazine มองว่าปัญหาความข้ดแย้งระหว่างสหรัฐและจีนอาจส่งผลให้ศวรรษของเอเชียที่สื่อถึงความสำเร็จของการพัฒนาเศรษฐกิจของเอเชียต้งอหยุดชะงัก และประเทศในเอเชียส่วนใหญ่ไม่ต้องการถูกบังคับให้ต้องเลือกข้างระหว่างจีนและสหรัฐ และยังเรียกร้องให้ทั้งสองประเทศหาทางออกในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติและสร้างเสถียรภาพโลกร่วมกัน


ลี เซียน ลุงกล่าวว่า หลังจากหลายทศวรรษของความสำเร็จในการพัฒนาเศรษฐกิจ ทุกวันนี้เอเชียคือภูมิภาคที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก และภายในทศวรรษนี้ เศรษฐกิจของเอเชียจะมีขนาดใหญ่กว่าเศรษฐกิจของภูมิภาคอื่นทั่วโลกรวมกัน ซึ่งเขามองว่าเป็นเพราะสภาวะ Pax Americana หรือสันติภาพอเมริกัน (ซึ่งเป็นการที่สหรัฐครองอำนาจทั้งทางเศรษฐกิจและการเมืองของโลกแต่เพียงผู้เดียวตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สองเป็นต้นมา โดยมีจุดเริ่้มต้นจาก Marshall Plan) ที่สร้างบรรยากาศที่เป็นใจให้มีการเติบโต แต่ใจปัจจุบัน ปัญหาความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและจีนนำไปสู่คำถามเกี่ยวกับอนาคตของเอเชียและระเบียบของโลก ชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (รวมถึงสิงคโปร์) จึงเป็นกังวลอย่างมากเพราะภูมิภาคนี้เป็นเสมือนจุดตัดของมหาอำนาจของโลก ซึ่งทำให้ต้องหลีกเลี่ยงในการตกอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งหรือถูกบังคับให้ต้องเลือกข้าง

ดังนั้นเขาบอกว่านโยบายของเอเชีย (status quo) จะต้องมีการเปลี่ยนแปลง แต่การเปลี่ยนแปลงนั้นจะนำมาสู่ความสำเร็จที่มีเสถียรภาพหรือความล้มเหลวที่ไร้เสถียรภาพนั้น ขึ้นอยู่กับทางเลือกที่สหรัฐและจีนเลือกเดินด้วย ไม่ว่าอย่างไร มหาอำนาจทั้งสองชาติจะต้องหาทางแข่งขันกันอย่างสันติในบางด้านโดยไม่ทำลายความร่วมมือกันในด้านอื่น (modus vivendi)

ลี เซียน ลุงยังเตือนว่า ประเทศในเอเชียมองสหรัฐเป็นมหาอำนาจที่มีผลประโยชน์ในภูมิภาค และในขณะเดียวกันก็มองจีนเป็นมหาอำนาจที่อยู่ใกล้เคียง ดังนั้นประเทศในเอเชียจึงไม่ต้องการถูกบังคับให้ต้องเลือกข้าง และถ้าใครสักคนพยายามบังคับให้ต้องเลือก ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐที่บังคับให้ช่วยปิดกันการขยายตัวของจีน หรือจีนที่บังคับให้รับอิทธิพลของตน มันจะทำให้เกิดการเผชิญหน้าที่จะยาวนานไปอีกหลายทศวรรษ และจะทำลายศตวรรษของเอเชียในที่สุด


สันติภาพอเมริกันสองระยะ

ลี เซียน ลุงวิเคราะห์ว่าสันติภาพอเมริกันที่เกิดในเอเชียนั้นมีสองระยะ คือระหว่างปี 1945 และ 1970 ที่แม้จะเป็นช่วงสงครามเย็น และประเทศคอมมิวนิสต์มุ่งพัฒนาเศรษฐกิจแค่ภายใน แต่ที่อื่นภายใต้สหรัฐนั้นสนับสนุนการค้าเสรี ซึ่งได้ทำให้เกิดผู้นำเศรษฐกิจใหม่ในเอเชียคือญี่ปุ่น ตามมาด้วยฮ่องกง สิงคโปร์ เกาหลีใต้ และไต้หวัน รวมถึงการที่สหรัฐส่งเสริมการเปิดกว้างและการรวมกลุ่มกันของเอเชีย และการถ่ายโอนเงินทุน เทคโนโลยี และแนวคิดมาสู่เอเชีย ทำให้การค้าของเอเชียและสหรัฐเติบโตขึ้นมาก

ระยะที่สองของสันติภาพอเมริกันเริ่มในปี 1971 ที่สหรัฐเปิดความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีน ปิดฉากหลายทศวรรษแห่งการเป็นศัตรูและเปิดประตูการค้ากับจีน รวมถึงนโยบายเปิดประเทศของเติ้งเสี่ยวผิงที่ทำให้เศรษฐกิจของจีนเริ่มเติบโต การยุติสงครามเวียดนามก็ทำให้ประเทศในอินโดจีนสามารถมุ่งทรัพยากรมาที่การพัฒนาประเทศได้ ซึ่งนั่นทำให้ประเทศในเอเชียมักจะมองสหรัฐเป็นพันธมิตรหลักทางเศรษฐกิจ แต่ก็คว้าโอกาสที่เกิดขึ้นจากการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนเช่นเดียวกัน

และนั่นทำให้ประเทศในเอเชียได้รับประโยชน์อย่างสูงจากโลกทั้งสองฝ่าย คือสร้างสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับจีนในขณะที่รักษาความสัมพันธ์กับสหรัฐและประเทศมหาอำนาจอื่น และประเทศในเอเชียก็ยังมุ่งสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกันซึ่งนำมาสู่การก่อตั้ง ASEAN และ APEC ที่จีนก็เข้าร่วมอย่างแข่งขันในทุกกรอบความร่วมมือ แต่ด้วยโครงสร้างที่ถูกออกแบบมาให้เปิดกว้าง ทำให้สหรัฐยังคงเป็นผู้เล่นสำคัญในภูมิภาค และยังรวมถึงสหภาพยุโรป อินเดีย และอีกหลายประเทศที่ ASEAN มีความร่วมมือด้วย

แต่การเติบโตของจีนก็เปลี่ยนพื้นฐานทางยุทธศาสตร์ของภูมิภาค จีนเริ่มเปลี่ยนจากนโยบายที่เก็บจุดแข็งของตนไว้กับตัวและรอเวลาตามแนวคิดของเติ้งเสี่ยวผิง มาสู่นโยบายของผู้นำจีนในปัจจุบันคือการมองตนเองเป็นมหาอำนาจของทวีปและมหาอำนาจทางทะเลด้วยการลงทุนพัฒนากองทัพในทุกด้านเพื่อปกป้องและขยายผลประโยชน์ของจีนไปทั่วโลก รวมถึงรักษาตำแหน่งที่เหมาะสมของตนคือการเป็นผู้นำในการเมืองระหว่างประเทศ ในขณะที่สัดส่วนของเศรษฐกิจสหรัฐเมื่อเทียบกับเศรษฐกิจโลกเริ่มลดลง และแนวคิด America Fist ก็ทำให้เกิดคำถามว่าสหรัฐยังคงต้องการรับภาระในการรักษาสันติภาพและเสถียรภาพของโลกอยู่หรือไม่


ข่าวต่างประเทศ Today

รู้จักกับกองกำลังพิทักษ์รัฐหรือ National Guard

ผู้ว่าการรัฐ #Minnesota ประกาศระดมพล #กองกำลังพิทักษ์รัฐ หรือ
#NationalGuard ทั้งหมดของรัฐ Minnesota เพื่อรับมือกับสถานการณ์ประท้วงการเสียชีวิตของ #GeorgeFloyd ชาวแอฟริกัน-อเมริกันที่โดนตำรวจผิวขาวกดด้วยเข่านาน 8 นาทีจนเสียชีวิต โดยรัฐได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและระดมกำลังเจ้าหน้าที่เข้าพยายามควบคุมสถานการณ์ และถือเป็นครั้งแรกที่รัฐเรียกระดมพลนับตั้งแต่ช่วงสงครามโลกครั้งที่สองเป็นต้นมา รวมถึงยังมีการระดมพลกองกำลังพิทักษ์รัฐในอีกอย่างน้อย 8 รัฐ และกรุง Washington D.C. อีกด้วย

Minnesota National Guard

วันนี้เราขอนำทุกท่านมาทำความรู้จักกับระบบกำลังสำรองของสหรัฐที่ชื่อ United States National Guard กันครับ

ข่าวต่างประเทศ Today

“ลาร่าร์ ครอฟต์ ในชุดสูท” รับตำแหน่งทูตสหรัฐประจำฟิลิปปินส์

“ลาร่าร์ ครอฟต์ ในชุดสูท” รับตำแหน่งทูตสหรัฐประจำฟิลิปปินส์
เป็นที่ฮือฮาในแวดวงการทูตและความมั่นคงของฟิลิปปินส์ เมื่อรัฐบาลสหรัฐประกาศแต่งตั้งเอกอัครราชทูตประจำฟิลิปปินส์คนใหม่ เป็นสาวแกร่งผู้เป็นดาวเด่นแห่งกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ที่ไม่เพียงแต่เพียบพร้อมไปด้วยคุณวุฒิทางการศึกษาแต่ยังมีบุคลิกภาพอันโดดเด่นเป็นที่จับตาของสื่อมวลชนสหรัฐที่ต่างให้ฉายาเธอคือ “ลาร่า ครอฟต์ ในชุดสูท” นางฟ้าสายลุยที่ชาวฟิลิปินท์ต่างก็หวังว่าด้วยความโดดเด่นของทูตสหรัฐคนใหม่ อาจช่วยให้ประธานาธิบดี ดูเตอเต้ของพวกเขาปรับระดับความสัมพันธ์ที่ดีกับสหรัฐมากขึ้นหลังจากที่เขาแสดงบทบาทเป็นม้าพยศต่อนโยบายของสหรัฐในทะเลจีนใต้ และเอื้อประโยชน์ให้กับจีนจนก่อให้เกิดความไม่พอใจในหมู่ชาวฟิลิปปินส์เอง


มินา ชาง ผู้ช่วยเลขาธิการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ จะมารับตำแหน่งแทนนาย ซุง คิม ที่ครบวาระในตำแหน่งเอกอัครราชทูตผู้มีอำนาจเต็มในฟิลิปปินส์ เธอมีประสบการณ์ในการทำงานงานภาคสนามในพื้นที่ความขัดแย้งด้วยตัวเอง อย่าง อัฟกานิสถาน,อิรัค ,โซมาเลีย,ไนจีเรีย และฟิลิปปินส์ จนได้รับการยอมรับในฝ่ายบริหารโดยได้มีส่วนในการผลักดันนโยบายการรักษาสมดุลทางยุทธศาสตร์เชิงรุก ทั้งในด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และการส่งเสริมผลประโยชน์ด้านการลงทุนของสหรัฐในต่างประเทศ


ตำแหน่งก่อนหน้านี้ของชาง คือ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร(CEO)ของสำนักงานปฏิบัติงานด้านความขัดแย้งและการรักษาสมดุล อันเป็นงานกิจการต่างประเทศ ที่มีความรับผิดชอบในวงกว้างทั้งในฐานะหน่วยรวบรวมฐานข้อมูลด้านกิจการพลเรือนและการทหาร เพื่อการวิเคราะห์ สำหรับใช้ในการวางยุทธศาสตร์นโยบายต่างๆของสหรัฐในกิจการต่างประเทศ
มินา เป็นศิษย์เก่าของฮาวาร์ด ,สถาบันวิทยาลัยการทหารกองทัพบกสหรัฐ และสถาบันการศึกษาด้านความมั่นคงระหว่างประเทศอีกหลายแห่ง มีบทความเผยแพร่ในสื่อต่างๆหลายชิ้นอาทิCNN, ฟอร์บ ,ฟอร์จูนและอีกหลายสำนัก ในหัวข้อด้านการเมือง ,สิทธิมนษย์ชน , เทคโนโลยีด้านการงานความมั่นคง มีประสบการทำงานในหลายโครงการขององค์การสหประชาชาติ มีโครงการที่สำคัญที่รับผิดชอบคือการพัฒนาระบบยานโดรนเพื่อภารกิจช่วยเหลือด้านมนุษย์ธรรม


ชาวฟิลิปปินส์ต่างมองว่าการมาถึงมะนิลาของมินา ชาง เป็นการแสดงท่าทีปรับเข้าหาผู้นำของเขาอย่างชัดเจน และคาดหวังว่าเอกอัคราชทูตคนใหม่ของสหรัฐที่มีบทบาท “สวยสายลุย”จะทำหน้าที่เป็นกาวใจ โน้มน้าวให้ผู้นำของเขา เปิดใจสร้างเสริมความสัมพันธ์ทางการทหารกับสหรัฐให้มากขึ้น

ข่าวต่างประเทศ Today

ทำเนียบขาวเปิดตัว”มารีนวัน” แบบใหม่ ในการสวนสนามวันชาติสหรัฐ

ทำเนียบขาวเปิดตัว”มารีนวัน” แบบใหม่ ในการสวนสนามวันชาติสหรัฐ
หลังจากสร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้นำสหรัฐที่อยู่ในตำแหน่งคนแรกที่ได้ไปเหยียบแผ่นดินเกาหลีเหนือแบบมึนๆ วันชาติสหรัฐอเมริกา 4 กรกฎาคมที่จะถึงในพรุ่งนี้ โดนัลด์ ทรัมป์ ก็จะสร้างประวัติศาสตร์ในการเป็นประธานการสวนสนามทางการทหารกลางกรุงวอชิงตัน ดีซี ที่สร้างความตื่นเต้นกันไม่น้อยให้กับชาวอเมริกันที่ไม่คุ้นชินกับการลำเลียงยุทโธปกรณ์ต่างๆมายังนครหลวงของตัวเองหลังจากห่างหายไป 28 ปี เช่นเดียวกันกับการสวนสนามภาคพื้น ในการบินสวนสนามทางอากาศที่จะมีอากาศยานที่เป็นเสมือนสัญลักษณ์ของการเป็นชาติมหาอำนาจอย่างB-2 ,F-22 F-35 ,หมู่บินบลูแองเจิ้ล,แอร์ฟอร์ซวัน VC-25Aและยังมีรายงานจาก สถานีโทรทัศน์เอบีซี นิวส์ ถึงการบินเปิดตัวเฮลิคอปเตอร์ประจำตัวประธานาธบดีสหรัฐ “มารีนวัน”แบบใหม่ VH-92A ต่อสาธารณะชนอย่างเป็นทางการ ในพิธีที่ทรัมป์เรียกว่า “สดุดีแด่อเมริกา”
แม้ว่าVH-92A ยังอยู่ในสถานการณ์บินทดสอบเพื่อการประเมินค่าขั้นสุดท้าย ที่ทำการบินโดยฝูงบินHMX-1ของนาวิกโยธินสหรัฐ และยังถือว่าเป็นทรัพย์สินของบริษัทล็อคฮีท มาร์ติน โดยยังไม่อยู่ในฐานะพร้อมปฏิบัติงานให้กับผู้นำสหรัฐอย่างสมบูรณ์ จากการลงนามสั่งซื้อเฮลิคอปเตอร์รุ่นนี้แล้วจำนวน 6 ลำสำหรับภารกิจนี้ จะมีมูลค่าต่อลำราว 6,500ล้านบาท /เครดิตภาพถ่ายโดย ทิม วูลฟ์ /อ้างอิงจาก https://www.scramble.nl/

ข่าวต่างประเทศ Today

เรือดำน้ำ สังกัดกองเรือทะเลเหนือ ของกองทัพเรือรัสเซียเกิดเหตุไฟไหม้

จากเหตุการณ์เรือดำน้ำ สังกัดกองเรือทะเลเหนือ ของกองทัพเรือรัสเซียเกิดเหตุไฟไหม้ในเรือ มีลูกเรือเสียชีวิต 14 นาย ก่อนที่ลูกเรือที่เหลือจะสามารถสกัดเพลิงไว้ได้

เบื้องต้นคาดการว่าเรือที่เกิดเหตุคือเรือ Losharik (Project 10831) ซึ่งเป็นดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์รุ่นพิเศษ ซึ่งจัดอยู่ในชั้นความลับของกองทัพเรือรัสเซีย

Losharik เป็นเรือดำน้ำสอดแนนมีขีดความสามารถในการดำน้ำลึกเป็นพิเศษ ภายในตัวเรือถูกสร้างด้วยไทเทเนียม อัลลอย มีลักษณะเป็นทรงกลมเส้นผ่าศูนย์กลาง 6 เมตร เรียงต่อกัน แล้วหุ้มด้วยเปลือกนอกให้เหมือนกับเรือดำน้ำทั่วๆไป ด้วยโครงสร้างแบบนี้ทำให้เรือสามารถทนแรงกดอันมหาศาลของทะเลลึกได้เป็นอย่างดี

Losharik มีความกว้าง 7 เมตร ยาว 70 เมตร ระวางขับน้ำบนผิวน้ำ 1000 ตัน ระวางขับน้ำใต้น้ำ ราว 2000 ตัน สามารถดำน้ำได้ลึก 1000 เมตรหรือบางแหล่งข่าวบอก 2000 เมตรเลยที่เดียว เรือลำนี้ไม่ติดอาวุธแต่ติดอุปกรณ์สำรวจและสอดแนมใต้น้ำที่สามารถตัดและดักฟังสัญญาณสื่อสารใต้น้ำได้ นอกจากนั้นเรือยังสามารถติดตั้งใต้ท้องเรือดำน้ำขนาดใหญ่ที่ทำหน้าที่เป็นเรือแม่ได้อีกด้วย

รัสเซียมีเรือชั้นนี้ประจำการอยู่เพียง 1 ลำเนื่องจากขาดแคลนงบประมาณในช่วงนั้น (ค.ศ. 1990-1995)

https://news.usni.org/…/14-sailors-die-on-secretive-russian…

ข่าวต่างประเทศ Today

จีนวางกำลังเครื่องบินรบบนฐานทัพเกาะเทียมเป็นครั้งแรก

ภาพถ่ายดาวเทียมแสดงการวางกำลังเครื่องบินรบบนฐานทัพเกาะเทียมของจีนเป็นครั้งแรก
สัปดาห์ที่ผ่านมา บริษัทภาพถ่ายดาวเทียมISI เผยแพร่ภาพถ่ายจากวงโคจรยืนยังการวางกำลังเครื่องบินรบแบบJ-10ของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนจำนวน4ลำ พร้อมเครื่องบินสนับสนุนการรบเอแว๊คส์และเครื่องลำเลียง บนฐานทัพเกาะวู๊ดดี้ อันเป็นการแสดงถึงความพร้อมในการใชสนามบินบนเกาะเทียมนี้ในภารกิจทางการทหาร โดยอากาศยานทั้งหมดเป็นการเคลื่อนย้ายกำลังมาจากหน่วยรบที่มีที่ตั้งในเมืองฉางโจว คาดว่าการประจำการของเครื่องบินรบเหล่านี้จะมีการหมุนเวียนกันในฝูงบินจากพื้นที่ต่างของจีนเพื่อสร้างความคุ้นเคยกับการปฏิบัติการจากฐานทัพกลางทะเลที่ถูกสร้างขึ้นใหม่อีกหลายแห่งในทะเลจีนใต้นี้
การปฏิบัติการจากฐานทัพแห่งนี้J-10สามารถทำการรบได้ครอบคลุมพื้นที่ผลประโยชน์ของจีนและเขตทับซ้อนกับชาติในอาเซี่ยนได้ถึง 925 กิโลเมตร ภายใต้การสนับสนุนของสถานีเรดาร์ลอยฟ้าทั้งKJ-500 และKJ-200 


การใช้ประโยชน์ทางการทหารของเกาะเทียมของจีนอย่างเต็มรูปแบบ เป็นการท้าทายต่อนโยบายการสร้างเสรีภาพในการเดินทะเลสากลของสหรัฐโดยตรง ภายหลังจากที่อากาศยานและเรือรบทางการทหารของสหรัฐได้ดำเนินการเดินทางผ่านเส้นทางนี้โดยไม่ยอมรับการอ้างสิทธิครอบครองพื้นที่นี้ของจีนมาโดยตลอด

ข่าวต่างประเทศ

ชิ้นส่วนของจรวดต่อสู้อากาศยานซีเรียตกลงสู่เกาะไซปรัส

ชิ้นส่วนของจรวดต่อสู้อากาศยานซีเรียตกลงสู่เกาะไซปรัสเมื่อคืนที่ผ่านมาเกิดการระเบิดเหนือห้วงอากาศพื้นที่ทางตอนเหนือของเกาะไซปรัส และปรากฏชิ้นส่วนขนาดใหญ่จำนวนมากตกลงสู่พื้นในบริเวณเนินเขาใกล้กับเมืองนอร์ธ นิโคเซียจากการตรวจสอบระบุเป็นชิ้นส่วนของจรวดต่อสู่อากาศยานเพดานบินสูงแบบS-200 (SA-5 แกมม่อน) คาดว่าเป็นซากจรวดที่มาจากความพยายามสกัดกั้นการโจมตีทางอากาศต่อพื้นที่เขตดามัสกัสและฮอมส์ของซีเรียโดยอิสราเอลเมื่อคืนนี้ ซึ่งยังไม่สามารถระบุได้ว่าอิสราเอลใช้อากาศยานแบบใดในการปฏิบัติการครั้งนี้ / ภาพข่าวและรายละเอียดจาก https://southfront.org/in-photos-syrian-s-200-missile-crashed-in-cyprus/?fbclid=IwAR1aFwceM2KMOSGam8fbfnn66dlTr_EBJbZoKlnM8l3OjLvpqzQ2WPsYzuE

ข่าวต่างประเทศ Today