TAF ชวนวิเคราะห์สถานการณ์ในพม่า เรื่องนี้จะจบลงตรงไหน

TAF ได้จัดการเสวนาใน Clubhouse ของเราที่ @thaiarmedforce ในหัวข้อ วิเคราะห์สถานการณ์ในพม่า เรื่องนี้จะจบลงตรงไหน โดยได้รับเกียรติจากหลายท่านที่เช่นเพจ โลกและความมั่นคง - Bear Forum for Security Studies เพจ โครงสร้างพื้นฐาน ประเทศไทย Thailand Infrastructure นาวาตรีบดินทร์ สันทัด ดุษฎีบัณฑิตจากคณะรัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ที่ทำงานดุษฎีนิพนธ์ด้านความมั่นคงในอาเซียน และหัวหน้าโครงการวิจัยเกี่ยวกับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของ สกว. และคุณเหมย Nang Kham Suang จากเพจ สาวพม่านัยน์ตาแปลก:Myanmarese มาร่วมให้ความรู้และแลกเปลี่ยนมุมมองกันทั้งสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในเมียนมาร์ตามมุมมองของชาวเมียนมาร์จริง ๆ และข้อมูลของกองทัพเมียนมาร์ รวมถึงมุมมองของสถานการณ์จากฝั่งไทย โดยมีคุณโย Skyman และคุณเดียร์ ม็อตของ TAF ใน Clubhouse ร่วมกันถามดำเนินรายการครับ (และขอบคุณคุณว่านน้ำที่สนับสนุนและช่วยแนะนำ Speaker ด้วยครับ)

สรุปสั้น ๆ ใครพูดอะไรกรณีกองทัพไทยส่งข้าวให้กองทัพพม่า

สำหรับเรื่องการส่งข้าวให้กองทัพพม่าที่มีกระแสมานั้นค่อนข้างมีกระแสหลากหลาย และยังสับสนพอสมควรเนื่องจากมีผู้พูดหลายคนและหลายครั้ง โดยสรุปสั้น ๆ ดังนี้

ผบ.ทร.ให้สัมภาษณ์สถาบันการทัพเรือสหรัฐ “จะรับมือกับงบที่จำกัดอย่างไร”

ในทุกปี วารสาร Proceeding ของสถาบันการทัพเรือของสหรัฐจะตั้งคำถามและสอบถามความเห็นจากผู้บัญชาการทหารเรือทั่วโลกถึงประเด็นต่าง ๆ ในรอบปี โดยในปีนี้ สถาบันการทัพเรือสหรัฐสอบถามว่า "เมื่อทุกกองทัพเรือจะต้องรับมือกับข้อจำกัดด้านงบประมาณและทรัพยากร กองทัพเรือของคุณจะหาสมดุลระหว่างขนาดของกองทัพ (จำนวนของเรือ อากาศยาน กำลังพล ฯลฯ) และขีดความสามารถของกำลังรบในด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้อย่างไร?"

กองทัพเรือสหรัฐ สนับสนุนการปรับปรุง Do228 ของ #กองทัพเรือไทย

หลังจากที่ TAF นำเสนอข่าวที่ช่างภาพอากาศยานหรือ Spotter ชาวเยอรมันที่ถ่ายภาพเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเลแบบ Do228-212 ของกองทัพเรือไทยจำนวน 2 ลำ (ทะเบียน 1112 และ 1114) ที่สนามบิน Oberpfaffenhofen ในแคว้นบาวาเรีย ซึ่งเป็นเมืองศูนย์กลางด้านการบินของเยอรมัน และเป็นที่ตั้งของ Dornier Luftfahrt GmbH ได้นั้น วันนี้มีรายละเอียดมากขึ้นจากข่าวเผยแพร่ของบริษัท #RUAG International ที่ประกาศสัญญาการปรับปรุง Do228 ของ #กองทัพเรือ ไทย

จีนส่งเครื่องบินรุก ไต้หวัน – เรือบรรทุกเครื่องบิน สหรัฐ ใน ทะเลจีนใต้ น่าจะบังเอิญมากกว่าต้อนรับไบเดน

เมื่อวานนี้มีข่าวว่าจีนได้ส่งหมู่บินรุกล้ำน่านฟ้าไต้หวันจำนวน 13 ลำ เพื่อตอบโต้และทดสอบประธานาธิบดีไบเดนซึ่งเพิ่งรับตำแหน่งใหม่ ประกอบกับวันนี้มีข่าวว่าสหรัฐส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Theodore Roosevelt ซึ่งคาดว่าจะเพื่อรับมือการส่งเครื่องบินของจีนเข้ามายังน่านฟ้าไต้หวัน เลยมีการวิเคราะห์กันว่า จีนต้องการเพิ่มแรงกดดันให้ไบเดน หรือไบเดนต้องการแสดงกำลังเพื่อกดดันจีน แต่เรามองว่ามันน่าจะเป็นเหตุการณ์ไม่ปกติ ที่บังเอิญเกิดขึ้นเป็นปกติ จนทำให้มันดูเหมือนไม่ปกติมากกว่า ไม่ใช่เพราะว่าต้องการกดดันหรือตอบโต้กรณีใด ๆ เป็นการเฉพาะ ด้วยเหตุผลคือ

รัฐมนตรีการข่าวหญิงคนแรกเตรียมรับตำแหน่ง

วุฒิสภาสหรัฐลงมติรับรอง Avril Haines ให้เป็นรัฐมนตรีการข่าวหญิงคนแรกของสหรัฐ ซึ่งจะดูแลหน่วยข่าวกรองในกำกับ 18 หน่วย

ไบเดนประกาศกลับไปจับมือกับพันธมิตรอีกครั้ง

สิ่งที่เกี่ยวข้องกับเราคนไทยมากที่สุดอาจจะเป็นการต่างประเทศของสหรัฐ และประธานาธิบดีไบเดนได้กล่าวถึงคนทั่วโลกในสุนทรพจน์ในพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งว่า

วินาทีสุดท้ายของทรัมป์ในฐานะประธานาธิบดี

ประธานาธินดีโดนัล ทรัมป์และสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งเมลาเนีย ทรัมป์ (ที่มาพร้อมกับเสื้อแจ็คเก็ต Chanel คอเล็กชั่น Pre-Fall 2020 ที่สวยมาก ๆ) ขึ้นบินจากทำเนียบขาวด้วยเฮลิคอปเตอร์ VH-3D Sea King หรือที่รู้จักกันในนาม Marine One เป็นครั้งสุดท้ายไปยังฐานทัพร่วม Andrews ในเมรี่แลนด์ ซึ่งเป็นการเดินทางบน Marine One เป็นครั้งสุดท้าย เพื่อปราศัยกับผู้สนับสนุนและรับการยิงสลุต 21 นัดตามที่เขาร้องขอ พร้อมเพลง YMCA อย่างที่เขาชอบเปิดตอนลงจากเครื่องบินหรือเสร็จสิ้นการปราศัย

เอกสารยุทธศาสตร์ของทำเนียบขาวเผยยุทธศาสตร์ต่อไทย อาเซียน แปซิฟิก และการต้านจีน

ทำเนียบขาวเผยเอกสารกรอบยุทธศาสตร์ของสหรัฐสำหรับภูมิภาคอินโดแปซิฟิก กำหนดยุทธศาสตร์ต่อประเทศในแปซิฟิกทั้งเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น อินเดีย การสนับสนุนไทยและฟิลิปปินส์ การโนม้น้ามให้อาเซียนรวมตัวกันติดเพื่อต้านจีน ยุทธศาสตร์ต้านจีน และยุทธศาสตร์การวางกำลังในกลุ่มหมู่เกาะชั้นแรกและกลุ่มหมู่เกาะชั้นสองของแปซิฟิกเพื่อรับมือจีน

สิบสัปดาห์ในประเทศไทย: กำลังพลกรีนเบเรต์คือทหารสหรัฐนายแรกที่สำเร็จการศึกษาจากหลักสูตรจู่โจม กองทัพบกไทย

สวมชุดพรางของกองทัพบกไทย และใส่รองเท้าคอมแบต กำลังพลของหน่วยกรีนเบเรต์สหรัฐนายนี้เดินลุยหนองน้ำลึกเท่าเอวพร้อมแบกเป้หนัก ๆ และสะพายปืนเล็กยาวแบบ 33 (Steyr-Mannlicher M1888) พร้อมกับเท้าเปียก ๆ และความเจ็บปวดที่แผ่ไปทั้งกล้ามเนื้อทั่วร่างกาย แต่ก็ยังเหลือระยะทางอีกเป็นกิโล ๆ ที่ต้องเดิน